เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ความกังวลของหลี่ฮุย

บทที่ 32 ความกังวลของหลี่ฮุย

บทที่ 32 ความกังวลของหลี่ฮุย


บทที่ 32 ความกังวลของหลี่ฮุย

หลิวซื่อเหว่ยเอ่ยขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

เมื่อสักครู่ตอนที่ช่วยพยุงหยางโหย่วจื้อ เถ้าแก่ของบริษัทจินเฟิงอินดัสทรีขึ้นรถพยาบาล หลิวซื่อเหว่ยได้ยินหยางโหย่วจื้อเอาแต่ถอนหายใจ พร่ำบ่นว่าเสียใจที่ก้าวเข้ามาในวงการขั้วต่อสายไฟทองแดง วงการนี้น้ำลึกเกินไป เขาจะไม่ทำขั้วต่อสายไฟอีกแล้ว จะหันไปทำอย่างอื่นแทน

“พี่เฟย ดูท่าหยางโหย่วจื้อ เถ้าแก่จินเฟิงอินดัสทรีจะกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว คงไม่กล้าทำขั้วต่อสายไฟต่อแล้วล่ะ ได้ยินว่าทำของพวกนี้กำไรดีไม่ใช่เล่น...”

หลิวซื่อเหว่ยพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย โดยไม่ทันสังเกตว่าดวงตาของถังเฟยเป็นประกายวาววับ

มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ จินเฟิงอินดัสทรีเลิกทำขั้วต่อสายไฟแล้ว ถ้าอย่างนั้นเครื่องจักรที่พวกเขาใช้ทำขั้วต่อสายไฟ ก็ต้องโละขายทิ้งในราคาถูกน่ะสิ!

อื้ม ในเมื่อตัดสินใจเลิกทำ เครื่องจักรพวกนั้นก็ต้องขายทิ้งในราคาถูก พอคิดได้ดังนี้ ถังเฟยก็ตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย พูดด้วยความสนใจอย่างยิ่งว่า “เจ้าอ้วน หยุดก่อน นายบอกว่าจินเฟิงอินดัสทรีจะไม่ทำขั้วต่อสายไฟแล้ว เรื่องจริงเหรอ?”

หลิวซื่อเหว่ยตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “เรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อกี้ผมได้ยินหยางโหย่วจื้อพูดกับปากตัวเอง จะปลอมได้ไง คงโดนพวกจินจิ่วเล่นงานจนเข็ดขยาด ไม่อยากทำขั้วต่อสายไฟ ไม่อยากไปฟัดกับพวกจินจิ่วอีกแล้วมั้ง”

ถังเฟยอยากทำขั้วต่อสายไฟนี่นา!

ของพวกนี้ทำเงินได้ดี กำไรงาม อนาคตสดใส เปรียบเสมือนชิ้นเนื้อก้อนโต ถังเฟยย่อมอยากลองดูสักตั้ง

แต่ศักยภาพของเขายังน้อยนิด ขนาดจะควักเงินสองแสนกว่าหยวนมาซื้อเครื่องจักรยังลำบากเลือดตาแทบกระเด็น ปวดหัวตึ้บ ถ้าเขามีทุนหนากว่านี้ กำไรเป็นกอบเป็นกำ เงินทุนหมุนเวียนคล่องตัว คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องพรรค์นี้

ถังเฟยอยากพัฒนา อยากเติบโตอย่างรวดเร็ว การทำขั้วต่อสายไฟนี่แหละ คือทางเลือกที่ดีที่สุด

อีกอย่าง ระบบมอบหมายภารกิจมาแล้ว เขาต้องทำให้สำเร็จ ไม่งั้นโดนลบหายไปดื้อๆ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ

ฉันต้องทำขั้วต่อสายไฟให้ได้ และถ้าจะทำ ต้องทำให้ดีที่สุด ต้องผลิตขั้วต่อสายไฟคุณภาพเยี่ยมออกมาให้ได้ ถังเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ในใจ

ถังเฟยบอก “เจ้าอ้วน ช่วยสืบข่าวให้หน่อย ดูซิว่าเครื่องจักรของจินเฟิงอินดัสทรีจะขายไหม จะขายเมื่อไหร่ แล้วขายราคาประมาณเท่าไหร่”

บ้านหลิวซื่อเหว่ยทำร้านอาหาร ลูกค้าแน่นร้านขนาดนี้ วันหนึ่งต้องรับรองลูกค้าสารพัดรูปแบบ นี่คือแหล่งข่าวชั้นดีที่สุด ถังเฟยเลือกคนได้ถูกต้องแล้ว

และก็เป็นไปตามคาด หลิวซื่อเหว่ยรับปากทันที “พี่เฟย ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมสืบให้ ได้เรื่องยังไงจะรีบบอกทันที”

ถังเฟยทิ้งเบอร์โทรศัพท์สำนักงานโรงงานเล็กๆ ของเขาไว้ ช่วยไม่ได้ ตอนนี้มีแค่เบอร์นี้เบอร์เดียวที่ติดต่อได้ ถังเฟยเริ่มตระหนักอย่างเร่งด่วนแล้วว่า อย่างน้อยต้องไปซื้อเพจเจอร์ภาษาจีนสักเครื่อง มีเจ้านั่นไว้ คนอื่นจะได้ตามตัวเขาสะดวกขึ้นหน่อย

“พี่เฟย เดินดีๆ นะ”

หลิวซื่อเหว่ยมีมารยาท เดินมาส่งถังเฟยและหลี่เสวี่ยเยี่ยนถึงหน้าร้าน ถังเฟยโบกมือ “ไปทำงานเถอะ งานรอนายอยู่อีกเพียบ ไม่ต้องส่งแล้ว”

ทั้งสองร่ำลากันที่หน้าร้าน ถังเฟยเดินคุยไปกับหลี่เสวี่ยเยี่ยนจนถึงทางแยกข้างหน้า แล้วจึงแยกย้ายกัน

หลี่เสวี่ยเยี่ยนกลับบ้าน ถังเฟยก็กลับบ้าน พอถึงบ้าน เขาก็หยิบเอกสารที่ต้องแปลออกมาเริ่มลงมือแปล

คนทำไม่ได้ก็ว่ายาก คนทำได้ก็ว่าหมูๆ!

เอกสารภาษาอังกฤษพวกนี้ทำอะไรถังเฟยไม่ได้หรอก เขาแปลได้อย่างรวดเร็ว ก่อนเข้านอนก็แปลไปได้เกินครึ่งแล้ว พรุ่งนี้เช้าตื่นมาแปลต่ออีกหน่อยก็น่าจะเสร็จ

วันรุ่งขึ้น ถังเฟยไปถึงโรงงานเล็กๆ ของตัวเองตรงเวลาเหมือนเคย พอมีหวังไห่หลง หลายๆ เรื่องถังเฟยก็ไม่ต้องลงไปจัดการเอง อย่างเช่นการประชุมเช้า

ทุกเช้าก่อนเริ่มงาน หวังไห่หลงจะเรียกทุกคนมารวมพลประชุมสั้นๆ 5-10 นาที มอบหมายงาน เตือนข้อควรระวังต่างๆ

ที่โรงงานหงซิง ช่วงบ่าย

หลี่ฮุยถูกผู้บริหารเรียกพบ หัวข้อสนทนาก็คือเรื่องการแปลเอกสารภาษาอังกฤษพวกนั้น เมื่อวานผู้บริหารไม่พอใจอย่างมาก ตำหนิหลี่ฮุยไปยกใหญ่

วันนี้ถึงกับเรียกหลี่ฮุยไปพบด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารให้ความสำคัญกับงานแปลเอกสารพวกนี้ขนาดไหน หลี่ฮุยเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ไม่กล้าชักช้าแม้แต่นิดเดียว แต่ในใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ตอนเดินไปห้องผู้บริหาร เขาเหลือบมองไปที่โต๊ะทำงานของหลี่เสวี่ยเยี่ยน

ที่นั่งตรงนั้นว่างเปล่า หลี่ฮุยเป็นคนอนุญาตเองว่าเช้านี้หลี่เสวี่ยเยี่ยนไม่ต้องมาทำงาน ให้แปลเอกสารอยู่บ้านให้เสร็จแล้วค่อยมา

หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็ได้โอกาสพักผ่อนสบายๆ ตอนนี้อยู่บ้าน สบายใจเฉิบ

“ผอ.หลี่โดนผู้บริหารเรียกไปอีกแล้ว เรื่องแปลเอกสารภาษาอังกฤษนั่นแหละ”

“ไม่รู้ว่าเสวี่ยเยี่ยนจะแปลได้ดีหรือเปล่า ฉันล่ะเป็นห่วงจริงๆ ยังไงก็เป็นแค่เด็กจบใหม่ เอกสารพวกนั้นมีแต่ศัพท์เทคนิคเฉพาะทางของหัวรถจักรไฟฟ้า เธอจะแปลไหวไหมนะ”

“...”

พอหลี่ฮุยเดินออกไป เสียงซุบซิบในห้องทำงานใหญ่ก็ดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างเป็นกังวล

เอกสารพวกนั้นมีความเฉพาะทางสูง บวกกับเวลาที่เร่งรัด ทุกคนย่อมอดเป็นห่วงไม่ได้

หลี่ฮุยเองก็เช่นกัน

เขาถึงกับคิดในใจว่า การตัดสินใจเมื่อวานวู่วามไปหรือเปล่า ที่โยนงานแปลเอกสารภาษาอังกฤษกองโตขนาดนั้นให้หลี่เสวี่ยเยี่ยนคนเดียว

หลี่ฮุยเริ่มนึกเสียใจ น่าจะระดมคน ดึงเด็กมหาลัยที่ภาษาอังกฤษดีหน่อยมาเป็นลูกมือหลี่เสวี่ยเยี่ยน ช่วยกันรุมแปล สามหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว ผลงานน่าจะออกมาดีกว่านี้

ตอนนี้เสียใจไปก็สายเสียแล้ว หลี่ฮุยได้แต่ภาวนา ขอให้หลี่เสวี่ยเยี่ยนสร้างเซอร์ไพรส์ ทำภารกิจที่เขามอบหมายให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

เดินออกมาจากห้องผู้บริหาร สีหน้าของหลี่ฮุยเคร่งเครียดมาก เมื่อกี้ท่านผู้บริหารกำชับเป็นพิเศษว่า บ่ายวันนี้ต้องแปลให้เสร็จ ท่านจะตรวจด้วยตัวเอง พอท่านตรวจเสร็จ ผู้ใหญ่ระดับสูงของโรงงานก็จะตรวจต่อ

ผู้ใหญ่หลายท่านตั้งตารอเอกสารแปลชุดนี้ หลี่ฮุยรู้สึกกดดันมหาศาล จนปัญญาจนต้องโทรไปที่บ้านหลี่เสวี่ยเยี่ยน แต่น่าเสียดายที่ไม่มีคนรับสาย

ทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย หรือว่าหลี่เสวี่ยเยี่ยนไม่ได้แปลเอกสารอยู่บ้าน หลี่ฮุยคิดในใจ

ตอนนั้นเธอไม่อยู่บ้านจริงๆ พอเห็นว่าบ่ายสามแล้ว เธอก็นั่งไม่ติด โทรหาถังเฟย นัดเจอกันที่หน้าประตูโรงงานหงซิง

“ถังเฟย คุณ... แปลเสร็จหมดแล้วจริงๆ เหรอ”

รับเอกสารแปลภาษาอังกฤษมาจากมือถังเฟย หลี่เสวี่ยเยี่ยนแทบไม่อยากจะเชื่อ รีบเปิดดูผ่านๆ พอเห็นว่าแปลเสร็จหมดแล้วจริงๆ ในใจก็ตื้นตันขึ้นมาทันที

หลี่เสวี่ยเยี่ยนคิดว่า งานแปลเยอะขนาดนี้ เมื่อคืนถังเฟยต้องทำถึงดึกดื่นแน่ๆ และวันนี้ก็คงยุ่งมาจนถึงตอนนี้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแปลเอกสารพวกนี้

“ถัง... ถังเฟย ขอบคุณนะ สุดสัปดาห์นี้ฉันจะไปดูหนังเป็นเพื่อนคุณ” หลี่เสวี่ยเยี่ยนพูดด้วยความซาบซึ้งใจ พูดจบหน้าก็แดงระเรื่อ ก้มหน้าลงต่ำ

ถึงยังไงก็เป็นผู้หญิง เป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนผู้ชายไปดูหนัง หลี่เสวี่ยเยี่ยนย่อมรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ในใจลึกๆ กลับมีความหวานซ่อนอยู่

ถังเฟยตอบสบายๆ “ได้เลย งั้นตกลงตามนี้นะ สุดสัปดาห์นี้เราไปดูหนังกัน”

พูดจบ ถังเฟยก็บอกต่อ “คุณรีบเข้าโรงงานเถอะ หัวหน้าคุณคงรอเอกสารพวกนี้อยู่ ผมเองก็มีธุระอีกเยอะ ไว้เจอกันคราวหน้าค่อยคุยกันนะ”

ถังเฟยเดินจากไปอย่างรีบร้อน เขามีธุระเยอะจริงๆ ยุ่งมาก มองแผ่นหลังของถังเฟยที่เดินจากไป มุมปากของหลี่เสวี่ยเยี่ยนยกขึ้นเล็กน้อย คิดในใจว่า อีตานี่ ช่วงนี้ยุ่งเรื่องอะไรนักหนานะ

เธอก็รู้ว่าผู้บริหารน่าจะรอเอกสารพวกนี้อย่างใจจดใจจ่อ จึงรีบเข้าโรงงาน แทบจะวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง

พอเข้ามา หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็ต้องตกใจที่เห็นหลี่ฮุยทำหน้าเครียด นั่งรอเธออยู่โดยเฉพาะ พอเห็นหลี่เสวี่ยเยี่ยน หลี่ฮุยก็พูดว่า “เสวี่ยเยี่ยน ในที่สุดคุณก็มา ผมจะบ้าตายอยู่แล้ว!”

……..

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 32 ความกังวลของหลี่ฮุย

คัดลอกลิงก์แล้ว