เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 น้ำลึกใช่ย่อย

บทที่ 31 น้ำลึกใช่ย่อย

บทที่ 31 น้ำลึกใช่ย่อย


บทที่ 31 น้ำลึกใช่ย่อย

ได้ยินเสียงโครมคราม หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็สะดุ้งโหยง หน้าถอดสี พูดเสียงสั่น “ถังเฟย ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น เหมือนมีอะไรกระแทกประตูเราเลย”

ถังเฟยพยักหน้า ลุกขึ้นไปเปิดประตู เขาต้องดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

พอเปิดประตูห้องส่วนตัวออก ถังเฟยก็ชะงัก คิดในใจว่า ‘แม่เจ้าโว้ย เล่นใหญ่ขนาดนี้เชียว’ ภาพตรงหน้าคือคนกลุ่มหนึ่งกำลังตะลุมบอนกันอุตลุด ข้าวของระเนระนาด

คึกคักน่าดู

คนแบ่งเป็นสองฝ่ายชัดเจน ฝ่ายหนึ่งคนเยอะกว่ามาก เป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด กำลังรุมยำอีกฝ่ายอยู่ ส่วนอีกฝ่ายมีกันแค่สามคน สู้ไม่ได้เลย หนึ่งในนั้นนอนแผ่หราอยู่บนพื้นแล้ว

ถังเฟยสังเกตเห็นว่า ในกลุ่มคนที่กำลังกร่างคับฟ้านั้น มีคนหนึ่งที่เขารู้จัก นั่นคือ อู๋เค่อหมิง จากบริษัทจินจิ่ว ตอนนี้อู๋เค่อหมิงกำลังชี้นิ้วสั่งลูกน้องให้รุมยำสองคนที่เหลือ

‘ที่แท้ก็คนของบริษัทจินจิ่ว กร่างจริงๆ แฮะ แล้วสามคนที่โดนยำนั่นเป็นใคร ไปทำอีท่าไหนถึงโดนเล่นงานขนาดนี้’ ถังเฟยคิดในใจ

หลี่เสวี่ยเยี่ยนเดินตามมา พอเห็นภาพความรุนแรงตรงหน้า เธอก็หน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาเล็กน้อย “ถังเฟย นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงทำร้ายกันขนาดนี้”

นั่นสิ ต้องมีความแค้นฝังหุ่นขนาดไหน ถึงได้ลงมือโหดเหี้ยมปานนี้!

สามคนนั้นลงไปกองกับพื้นเกือบหมดแล้ว มีแต่โดนยำฝ่ายเดียว แต่พวกอู๋เค่อหมิงยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือ ดูท่าจะเล่นกันให้ตายไปข้าง

เรื่องชักจะบานปลาย

ไม่นาน สองพ่อลูกตระกูลหลิวก็พาพนักงานร้านรีบวิ่งเข้ามา แน่นอนว่าต้องมาห้ามทัพ พร้อมกับปั้นหน้ายิ้มประจบประแจง อู๋เค่อหมิงกับพวกถึงยอมรามือ แล้วเดินจากไป ทิ้งให้สามคนที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น

ในสามคนนั้น มีคนหนึ่งดูท่าทางเหมือนเถ้าแก่ ถังเฟยเดาในใจว่า หรือจะเป็นเถ้าแก่โรงงานแถวนี้ ที่มีเรื่องขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจกับบริษัทจินจิ่ว เลยโดนตามมาคิดบัญชี

ถังเฟยเดาถูกเกือบหมด

พวกอู๋เค่อหมิงไปแล้ว ทางร้านก็เรียกรถพยาบาลมารับคนเจ็บ สถานการณ์ค่อยๆ สงบลง แต่ยังมีคนมุงดูและวิพากษ์วิจารณ์กันไม่ขาดสาย

ถังเฟยไม่คิดเลยว่า แค่มากินข้าวเฉยๆ จะมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำให้เขาได้เห็นความป่าเถื่อนและอหังการของบริษัทจินจิ่วอีกครั้ง

“ถังเฟย เรากลับกันเถอะ”

ไหนๆ ก็กินเสร็จแล้ว หลี่เสวี่ยเยี่ยนเอ่ยปากชวน ถังเฟยจึงตอบตกลง “ได้สิ กลับกันเถอะ ผมยังต้องช่วยคุณแปลเอกสารพวกนั้นอีก”

แถมยังแกล้งพูดเวอร์ๆ ว่า “เอกสารเยอะไม่ใช่เล่น ผมคนเดียวคงยุ่งน่าดู คืนนี้สงสัยต้องทำถึงเที่ยงคืนแน่ๆ”

หลี่เสวี่ยเยี่ยนเชื่อสนิทใจ คิดสักพักก็พูดว่า “ถังเฟย ถ้าคุณช่วยฉันแปลเสร็จแล้ว ฉันจะเลี้ยงหนังคุณเรื่องหนึ่ง”

“สัญญาแล้วนะ!” ถังเฟยรีบมัดมือชก

พอเห็นถังเฟยดีใจออกหน้าออกตา หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็ฉุกคิดได้ว่า อีตานี่แกล้งพูดแหงๆ เอกสารแค่นี้สำหรับเขาคงจิ๊บจ๊อย เผลอๆ ครึ่งวันก็เสร็จ ไม่ต้องลากยาวไปถึงดึกดื่นหรอก

ถังเฟยยิ้มอย่างผู้ชนะ

หลี่เสวี่ยเยี่ยนค้อนขวับ แกล้งทำหน้างอ “ไม่ได้ คุณแกล้งฉันนี่ ฉันไม่เลี้ยงหนังคุณแล้ว”

ถังเฟยขยับเข้าไปใกล้ กระซิบข้างหูเธอว่า “งั้น... ผมเลี้ยงหนังคุณเอง สุดสัปดาห์นี้เป็นไง?”

ลมหายใจอุ่นๆ ของถังเฟยเป่ารดข้างหู ทำเอาหลี่เสวี่ยเยี่ยนใจเต้นตึกตักเหมือนกวางน้อยวิ่งชน ผิวหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ

โชคดีที่ถังเฟยรู้จังหวะ ไม่ได้รุกคืบเข้ามาใกล้กว่านี้ ไม่อย่างนั้นหลี่เสวี่ยเยี่ยนคงหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก แม้แต่ตัวเธอเองยังแปลกใจที่ตัวเองไม่รู้สึกรังเกียจเลยสักนิด กลับรู้สึกหวั่นไหวและแอบหวังลึกๆ ให้เขาขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อย

ถังเฟยรู้จักหลี่เสวี่ยเยี่ยนดี รู้ว่าควรรุกแค่ไหนถึงจะพอดี

ถังเฟยยิ้มมุมปาก พาหลี่เสวี่ยเยี่ยนเดินลงมาชั้นล่าง ในโถงชั้นหนึ่ง ลูกค้าหลายโต๊ะหยุดกิน หันไปมุงดูเหตุการณ์และซุบซิบกัน

รถพยาบาลมาถึงแล้ว คนเจ็บคนหนึ่งถูกหามขึ้นรถ หมอและพยาบาลวุ่นวายกันยกใหญ่ อีกสองคนอาการเบากว่า แค่หน้าบวมปูดฟกช้ำ สองพ่อลูกตระกูลหลิวก็ยุ่งกับการจัดการเรื่องราว จนไม่มีเวลามาทักทายถังเฟย

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ลอยเข้าหูถังเฟย ทำให้เขาพอจับใจความเรื่องราวได้คร่าวๆ

“ทำเกินไปแล้ว ป่าเถื่อนสิ้นดี ตีคนจนเละขนาดนี้” มีคนพูดด้วยความโมโห

มีคนรีบกระซิบเตือนทันที “ชู่ว! เบาๆ หน่อย คนของบริษัทจินจิ่วทำนะ ระวังเขาได้ยินแล้วจะตามมาคิดบัญชี”

“ได้ยินว่าแย่งงานกัน”

“อืม พูดให้ถูกคือขัดผลประโยชน์เรื่องงานทำขั้วต่อสายไฟทองแดง บริษัทจินจิ่วทำส่งโรงงานหงซิงอยู่ แล้วบริษัทจินเฟิงอินดัสทรีที่โดนตีเนี่ย ก็ทำส่งโรงงานหงซิงเหมือนกัน เป็นคู่แข่งกัน”

“แค่ทำขั้วต่อสายไฟอันเดียว ถึงกับตีกันปางตาย วงการนี้น้ำลึกไม่ใช่เล่น”

“...”

ฟังจากคำนินทา ถังเฟยก็เข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ และเริ่มตระหนักถึงความยากลำบาก ดูท่าคำพูดที่ว่าวงการทำขั้วต่อสายไฟน้ำลึก จะไม่ใช่เรื่องเกินจริง

แต่ในใจเขากลับยิ่งมุ่งมั่น ‘นี่มันสังคมมีกฎหมายนะ บริษัทจินจิ่วจะมาปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียวได้ยังไง ขั้วต่อสายไฟนี่ฉันทำแน่ และถ้าเป็นไปได้ รายแรกที่จะโดนฉันเขี่ยทิ้ง ก็คือไอ้บริษัทจินจิ่วนี่แหละ’

ทุกคนต่างรุมทึ้งงานจากโรงงานหงซิง การแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน กฎแห่งป่าชัดๆ ไม่ฆ่าเขาก็ถูกเขาฆ่า

“ถังเฟย ไปกันเถอะ”

“ได้ ผมไปจ่ายเงินก่อน”

หลี่เสวี่ยเยี่ยนยืนยันจะเลี้ยง แต่สู้ถังเฟยไม่ได้ สุดท้ายถังเฟยเป็นคนจ่าย ตอนไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ หลิวซื่อเหว่ยก็เดินเข้ามาพอดี คงเห็นถังเฟยกำลังจะจ่ายเงิน

เขายืนกรานจะไม่คิดเงิน ท่าทางกระตือรือร้นมาก แต่ถังเฟยก็ยืนกรานจะจ่าย สุดท้ายหลิวซื่อเหว่ยเลยลดให้ 50% คิดแค่ราคาทุน

เงินอาจจะไม่มาก แต่ความมีน้ำใจของเพื่อนเก่าทำให้ถังเฟยซึ้งใจ เขาตบไหล่หลิวซื่อเหว่ย “ขอบใจมากนะเพื่อน”

“ขอบใจอะไรกัน ถ้าเห็นว่าร้านนี้ใช้ได้ วันหลังก็มาบ่อยๆ สิ”

“แน่นอน ร้านนายดีที่สุดแถวโรงงานหงซิงแล้ว ไม่มานี่จะไปไหน ต่อไปฉันผูกปิ่นโตที่นี่เลย”

“พี่เฟยพูดงี้ผมมีกำลังใจเลย ครั้งหน้ามาเดี๋ยวผมลงครัวเอง ทำเมนูเด็ดให้พี่ชิม ตอนนี้ผมได้วิชาจากพ่อมาหลายกระบวนท่าแล้วนะ”

พ่อของหลิวซื่อเหว่ยฝีมือดี ไม่อย่างนั้นร้านเล็กๆ แต่ก่อนคงไม่ทำเงินได้ขนาดนี้ หลิวซื่อเหว่ยเป็นลูกมือพ่อมาหลายปี ฝีมือก็ไม่ธรรมดา ทำอาหารเหลาได้สบาย

ถังเฟยตอบรับอย่างยินดี “ได้เลย ไว้คราวหน้าเราสองพี่น้องมาดื่มกันให้เมาไปข้าง”

คนเจ็บถูกส่งโรงพยาบาลไปแล้ว ไทยมุงเริ่มสลายตัว หลิวซื่อเหว่ยพอมีเวลาว่าง เลยชวนถังเฟยคุยต่อ

หลิวซื่อเหว่ยเล่าว่า “พี่เฟย คนที่โดนตีนั่นคือเถ้าแก่บริษัทจินเฟิงอินดัสทรีกับลูกน้อง บริษัทจินเฟิงนี่พี่รู้จักไหม?”

“เคยได้ยินผ่านๆ เหมือนจะไม่ใหญ่เท่าไหร่”

บ้านหลิวซื่อเหว่ยทำร้านอาหาร ข่าวสารย่อมรวดเร็ว “ขนาดไม่ใหญ่หรอก แต่เขาทำขั้วต่อสายไฟส่งโรงงานหงซิงมาตลอด หลายปีมานี้ก็ทำเงินได้พอสมควร ได้ยินว่ากำไรจากการทำขั้วต่อสายไฟนี่งามหยดเลยนะ”

“แต่พวกเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากับบริษัทจินจิ่ว ฟัดกันมาตลอด ช่วงหลังยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกี้ถึงกับลงไม้ลงมือ แต่ดูท่ารอบนี้บริษัทจินเฟิงจะเจ็บหนัก...”

หลิวซื่อเหว่ยร่ายยาว เหมาเอาข่าวลือที่ได้ยินมาเล่าให้ถังเฟยฟังจนหมดเปลือก และมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ถังเฟยถึงกับหูผึ่ง

ดวงตาของถังเฟยเป็นประกาย หัวใจเต้นรัว แทบจะคว้าคอเสื้อหลิวซื่อเหว่ยเขย่าถามว่า ‘ที่พูดมาเรื่องจริงนะ! อย่าหลอกกันนะเว้ย!’

หลายวันมานี้ ตั้งแต่ตัดสินใจจะเข้าวงการขั้วต่อสายไฟ เรื่องที่ถังเฟยกลุ้มใจที่สุดคืออะไร ตอนนี้ดูเหมือนจะมีทางออกแล้ว ราวกับฟ้าประทานจริงๆ

คนพูดไม่คิดอะไร แต่คนฟังคิดไปไกลแล้ว!

ถังเฟยบังเอิญได้รู้ข้อมูลสำคัญยิ่งยวดจากปากของหลิวซื่อเหว่ยเข้าให้แล้ว

……….

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 31 น้ำลึกใช่ย่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว