- หน้าแรก
- ปรมาจารย์อุตสาหกรรมระดับเทพ
- บทที่ 28 ไม่ได้คุยโวแฮะ
บทที่ 28 ไม่ได้คุยโวแฮะ
บทที่ 28 ไม่ได้คุยโวแฮะ
บทที่ 28 ไม่ได้คุยโวแฮะ
หลี่ฮุยจบมหาวิทยาลัยชั้นนำมา อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่บ้าง ต่อให้ทำงานมาหลายปีจนลืมคำศัพท์ไปเยอะ แต่เอกสารภาษาอังกฤษพวกนี้แปลดีหรือไม่ดี เขาก็ยังพอดูออก
อย่างเอกสารแฟกซ์ภาษาอังกฤษในมือตอนนี้ แค่อ่านไปไม่กี่บรรทัด เขาก็รู้สึกว่ามีหลายจุดที่แปลไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับศัพท์เทคนิค ยิ่งห่างไกลความถูกต้องไปมากโข
ไม่ได้การ แปลห่วยแตกเกินไปแล้ว
อ่านยังไม่ทันจบหน้า หลี่ฮุยก็ทนดูต่อไปไม่ไหว โกรธจนอยากจะฉีกเอกสารทิ้งคามือ แต่ยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงยับยั้งความวู่วามนั้นไว้ได้
บรรยากาศในห้องทำงานใหญ่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดัน ทุกคนรู้ดีว่าหัวหน้ากำลังหัวเสีย ไม่มีใครกล้าเข้าไปแหย่หนวดเสือ
แม้แต่พวกที่หาข้ออ้างออกไปติดต่องานข้างนอกก็ยังกลับมากันหมด ในห้องทำงานกว้างใหญ่นี้ นานๆ ทีจะเห็นคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้ ราว 70-80 เปอร์เซ็นต์นั่งประจำที่ แสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้น
หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็เช่นกัน เธอนั่งจัดเอกสารและประกาศต่างๆ ที่เตรียมจะส่งออกไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แยกประเภทอย่างเป็นระเบียบ
ในใจพลางคาดเดาว่า ผอ.หลี่น่าจะโดนผู้บริหารระดับสูงตำหนิเรื่องการแปลเอกสารภาษาอังกฤษแน่ๆ เอกสารภาษาอังกฤษไม่กี่ฉบับที่ฉันรับผิดชอบแปล วางอยู่บนโต๊ะทำงานของผอ.หลี่แล้ว ตอนนี้ผอ.หลี่น่าจะกำลังอ่านอยู่
เขาคงไม่ตำหนิฉันหรอกนะ
ความจริงแล้วเอกสารพวกนี้ถังเฟยเป็นคนแปลทั้งหมด หึๆ ถ้าตานั่นแปลไม่ดีจนทำให้ฉันโดนตำหนิละก็ คอยดูเถอะ ฉันจะจัดการเขาให้น่วมเลย หลี่เสวี่ยเยี่ยนกำหมัดน้อยๆ ชูขึ้นมาอย่างเงียบๆ
ถังเฟยจามออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ลูบจมูกตัวเองพลางคิดในใจว่า ใครนินทาฉันเนี่ย หรือจะเป็นยัยหนูหลี่เสวี่ยเยี่ยน
จริงสิ วันนี้ยุ่งอยู่แต่กับการผลิตขั้วต่อสายไฟและการติดตั้งเตาอบอ่อนสุญญากาศ ไม่รู้ยัยหนูนั่นจะเป็นยังไงบ้าง ลองชวนเธอไปกินข้าวดีไหม ได้ยินว่าแถวโรงงานหงซิงมีร้านอาหารเปิดใหม่ บรรยากาศดีใช้ได้ น่าไปลองดู
ถังเฟยคิดในใจ
ถ้าหลี่เสวี่ยเยี่ยนรู้ความคิดพวกนี้ คงต้องตกตะลึงตาค้าง แล้วร้องออกมาด้วยความตกใจว่า นี่มันโทรจิตชัดๆ แค่ฉันคิดถึงถังเฟย ถังเฟยก็สัมผัสได้เลยเหรอ
แน่นอนว่าหลี่เสวี่ยเยี่ยนไม่รู้เรื่องพวกนี้ ตอนนี้เธอกำลังกังวลใจ กลัวว่าเอกสารที่ถังเฟยแปลจะไม่ดีพอ ไม่ถูกต้องพอ จนทำให้เธอโดนหัวหน้าตำหนิ
แปลดีหรือไม่ดี หลี่เสวี่ยเยี่ยนเองก็ไม่มั่นใจเต็มร้อย ในสายตาเธอ ถังเฟยน่าจะแปลได้ดี แต่พอนึกขึ้นได้ว่าถังเฟยก็เป็นเด็กจบใหม่ปีนี้เหมือนกับเธอ ต่อให้เก่งกว่าเธอ แต่จะถึงขั้นที่ผอ.หลี่ต้องการหรือเปล่า หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็ไม่กล้าฟันธง
ถ้าผอ.หลี่ไม่พอใจละก็ จบเห่แน่ ทันใดนั้นหน้าของหลี่เสวี่ยเยี่ยนก็สลดลง คิ้วขมวดมุ่นด้วยความกลัดกลุ้ม
พี่จางที่อยู่ข้างๆ ขยับเข้ามาใกล้ๆ ถามด้วยความห่วงใยว่า “เสวี่ยเยี่ยน เป็นอะไรไป?”
หลี่เสวี่ยเยี่ยนถอนหายใจเฮือกใหญ่ กระซิบตอบว่า “พี่จาง หนูอาจจะซวยแล้ว อาจจะโดนผอ.หลี่ด่าเปิงแน่ๆ”
พี่จางพูดด้วยความเป็นห่วง “ทุกคนก็ดูออกว่าผอ.หลี่อารมณ์ไม่ดี ได้ยินว่าโดนผู้บริหารระดับสูงตำหนิมาเรื่องแปลเอกสารภาษาอังกฤษนี่แหละ”
สมกับเป็นคนสำนักงานกลุ่มบริษัท มีดีจริงๆ ข่าวสารฉับไวกว่าใคร ไม่น่าเชื่อว่ามีคนรู้เรื่องแล้ว ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วออฟฟิศ ทุกคนรู้กันหมดว่าหลี่ฮุยโดนด่าเรื่องแปลเอกสาร
หลี่เสวี่ยเยี่ยนยิ่งกังวลหนัก ทำหน้าเศร้าพูดว่า “พี่จาง งั้นหนูคงซวยจริงๆ แล้วล่ะ เอกสารภาษาอังกฤษไม่กี่ฉบับที่หนูรับผิดชอบเพิ่งไปวางอยู่บนโต๊ะผอ.หลี่เมื่อกี้นี้เอง ป่านนี้เขาคงกำลังอ่านอยู่”
พี่จางมองหลี่เสวี่ยเยี่ยนด้วยสายตาเห็นใจ เรื่องนี้เธอก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ปลอบใจไม่กี่คำ
เวลาผ่านไปทีละนาที
ตอนแรกทุกคนต่างก้มหน้าทำงาน แสร้งทำเป็นขยันขันแข็ง พอผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่า ห้องทำงานของหลี่ฮุยก็ยังเงียบกริบ คราวนี้ทุกคนเริ่มผ่อนคลายลง เริ่มมีการพูดคุยกระซิบกระซาบกันเสียงดังขึ้น
“ผอ.หลี่ซวยชะมัด รับงานนี้มาแล้วคุณภาพงานแปลไม่ได้เรื่อง เลยโดนผู้บริหารด่ายับ”
“ความจริงจะโทษผอ.หลี่คนเดียวก็ไม่ได้ ระดับภาษาอังกฤษของคนโรงงานเราเป็นยังไง ใครๆ ก็รู้กันอยู่”
“...”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กัน มีคนรู้ว่าหลี่เสวี่ยเยี่ยนรับผิดชอบแปลเอกสารอยู่ไม่กี่ฉบับ จึงเดินเข้ามาถามด้วยความหวังดี “หลี่เสวี่ยเยี่ยน เอกสารที่เธอรับผิดชอบแปลเสร็จแล้วใช่ไหม ส่งไปที่โต๊ะผอ.หลี่แล้วหรือยัง”
พอโดนถามแบบนี้ หลี่เสวี่ยเยี่ยนทั้งกังวลทั้งตื่นเต้น ได้แต่พยักหน้า ตอบเสียงเบาว่า “อื้ม ส่งไปแล้ว ป่านนี้ผอ.หลี่คงกำลังอ่านอยู่”
คนถามมองหลี่เสวี่ยเยี่ยนด้วยสายตาสงสาร “หลี่เสวี่ยเยี่ยน งั้นเธอเตรียมใจไว้หน่อยนะ ดีไม่ดีอาจจะโดนผอ.หลี่เรียกเข้าไปอบรมในห้อง”
“เฮ้อ...”
หลี่เสวี่ยเยี่ยนได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที ออฟฟิศที่เริ่มจะคึกคักก็กลับมาเงียบกริบลงทันที ทุกคนกลับไปก้มหน้าก้มตาทำงานเหมือนเดิม
มีคนตาไวเห็นหลี่ฮุยเดินออกมา และกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ จึงรีบส่งสัญญาณเตือน ทุกคนพอเห็นท่าไม่ดีก็รีบปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพวกพนักงานเก่าแก่ที่เชี่ยวชาญ เปลี่ยนจากคุยโวโอ้อวดเมื่อวินาทีก่อน มาเป็นตั้งใจทำงานได้อย่างแนบเนียนชนิดจับผิดไม่ได้
หลี่ฮุยเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา ส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ ด้วยความไม่พอใจ เดินหน้าขรึมเข้ามาในห้องทำงานใหญ่
ทุกคนสังเกตเห็นว่า ในมือของหลี่ฮุยถือเอกสารแฟกซ์พวกนั้นอยู่ รวมถึงฉบับที่หลี่เสวี่ยเยี่ยนรับผิดชอบแปลด้วย
หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็เห็นเช่นกัน หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม นึกโทษถังเฟยในใจ อีตาบ้านี่ ดีแต่คุยโม้ บอกว่างานแปลไม่มีปัญหา เห็นไหม ผอ.หลี่ถือเอกสารพวกนั้นมาหาเรื่องฉันแล้วเนี่ย
พี่จางก็จำเอกสารภาษาอังกฤษในมือหลี่ฮุยได้ จึงมองหลี่เสวี่ยเยี่ยนด้วยความเป็นห่วง คิดในใจว่า เสวี่ยเยี่ยนน่าสงสารจริงๆ
ฝ่ายหลี่ฮุย กวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานใหญ่อย่างไม่พอใจ ส่งเสียงหึออกมาทีหนึ่ง เล่นเอาทุกคนนั่งนิ่งเรียบร้อยกันเป็นแถว
พอเห็นออฟฟิศเงียบลงทันตา หลี่ฮุยก็ไม่ได้หาเรื่องใคร อันที่จริงตอนนี้หลี่ฮุยอารมณ์ดีมาก แรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นได้สลายหายไปจนหมดสิ้น เขาเห็นความหวังแล้ว ไม่นึกเลยว่าใต้บังคับบัญชาของเขาจะมีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่
พอมองไปที่หลี่เสวี่ยเยี่ยน สีหน้าของหลี่ฮุยก็เปลี่ยนจากเมฆครึ้มเป็นฟ้าใสในทันที ราวกับพระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย
หลายคนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง นี่ นี่ นี่...
นี่มันเกิดอะไรขึ้น ผอ.หลี่ของพวกเรามาไม้ไหน เมื่อกี้ยังหน้าบึ้งอยู่เลย จู่ๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นยิ้มแย้มใจดี ความสามารถในการเปลี่ยนสีหน้านี่ ถ้าไม่ไปเป็นนักแสดงก็น่าเสียดายแย่
หลี่ฮุยดีใจสิครับ!
เขาเดินเข้าไปหาหลี่เสวี่ยเยี่ยนที่ยังตั้งตัวไม่ทันด้วยรอยยิ้มใจดี พูดเสียงดังฟังชัดด้วยความยินดีอย่างยิ่งว่า “สหายทั้งหลาย นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าสหายหลี่เสวี่ยเยี่ยนของเราจะมีระดับภาษาอังกฤษที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ นี่เป็นเอกสารภาษาอังกฤษที่แปลได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย”
พูดจบ เขาก็ดึงเอกสารภาษาอังกฤษฉบับที่หลี่เสวี่ยเยี่ยนรับผิดชอบแปลออกมา ชูให้ทุกคนดู
อะไรนะ!
ไม่ได้มาด่าหลี่เสวี่ยเยี่ยนเหรอ แต่มาชมเชยซะงั้น แถมยังชมต่อหน้าคนตั้งเยอะ หลายคนนึกว่าตาฝาด รีบขยี้ตาตัวเอง
ใช่แล้ว ไม่ได้ตาฝาด!
ผอ.หลี่ของพวกเรากำลังหน้าบาน ชมหลี่เสวี่ยเยี่ยนต่อหน้าธารกำนัลจริงๆ เสียงของหลี่ฮุยที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีดังก้องอยู่ในหูทุกคน
“สหายทุกท่าน พูดตามตรงนะ เมื่อกี้ผมโดนผู้บริหารระดับสูงตำหนิมา ว่าเอกสารแปลได้แย่มาก พอกลับมาจากห้องผู้บริหาร ผมก็อารมณ์บูดสนิท”
“แต่พอกลับมาถึงห้องทำงาน ผมกลับต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก ที่พบว่าในกองเอกสารที่เพิ่งแปลเสร็จใหม่ๆ มีอยู่ไม่กี่ฉบับที่แปลได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะศัพท์เทคนิคและคำเฉพาะทางที่แปลได้ตรงจุดมาก แสดงให้เห็นถึงระดับภาษาอังกฤษที่สูงส่ง”
“แล้วใครเป็นคนแปลเอกสารพวกนี้ล่ะ ผมเห็นชื่อบนเอกสาร เป็นชื่อของหลี่เสวี่ยเยี่ยน นี่เป็นผลงานแปลของหลี่เสวี่ยเยี่ยน ผมขอชมเชยเธอ ทุกคนต้องเอาเยี่ยงอย่างหลี่เสวี่ยเยี่ยนนะ...”
หลี่ฮุยร่ายยาวเหยียด ทันใดนั้น สายตาของคนทั้งออฟฟิศก็จับจ้องมาที่หลี่เสวี่ยเยี่ยนด้วยความอิจฉา
บางคนถึงกับคิดว่า หลี่เสวี่ยเยี่ยนนอกจากจะสวยแล้ว ไม่นึกเลยว่าภาษาอังกฤษจะเก่งขนาดนี้
ตอนนั้นเอง หลี่เสวี่ยเยี่ยนถึงได้สติ เอกสารที่ถังเฟยช่วยแปลให้ แปลได้ดีมาก ผอ.หลี่พอใจมาก
ความหนักใจของหลี่เสวี่ยเยี่ยนมลายหายไปทันที คิดในใจว่า หึ อีตานั่นไม่ได้คุยโวแฮะ แปลได้ดีจริงๆ ด้วย
หลังจากชมเชยหลี่เสวี่ยเยี่ยนเสร็จ หลี่ฮุยก็ลดน้ำเสียงลง ถอนหายใจแล้วพูดว่า “โรงงานหงซิงของเราเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ขนาดนี้ บุคลากรมีความสามารถก็เยอะแยะ แต่ที่น่าเสียดายคือ ขาดแคลนบุคลากรด้านภาษาอังกฤษ ช่วยไม่ได้ เอกสารพวกนี้ผมเป็นคนคัดเลือกเด็กจบใหม่ปีนี้มาแปลด้วยตัวเอง แต่ระดับการแปลของทุกคนยังมีจำกัด อาจจะเป็นเพราะเอกสารมันเฉพาะทางเกินไป เกี่ยวข้องกับศัพท์เทคนิคของหัวรถจักรไฟฟ้าเยอะเกินไป ภาพรวมการแปลเลยออกมาไม่ดีนัก”
“แต่ตอนนี้ดีแล้ว เรามีหลี่เสวี่ยเยี่ยน ระดับภาษาอังกฤษของเธอผมว่าไม่ธรรมดาเลย”
พูดจบ หลี่ฮุยก็พูดเสียงดังฟังชัดว่า “สหายหลี่เสวี่ยเยี่ยน ตอนนี้ผมขอมอบหมายภารกิจอันทรงเกียรติให้คุณ เอกสารที่คนอื่นแปลมาพวกนี้ คุณช่วยรับผิดชอบแปลใหม่ทั้งหมดได้ไหม?”
หลี่ฮุยจ้องมองหลี่เสวี่ยเยี่ยนอย่างเปี่ยมความหวัง
หลี่เสวี่ยเยี่ยนอึกอักอยู่นาน กว่าจะตอบเสียงเบาๆ ว่า “ผอ.หลี่คะ คือ... คือ... ความจริงแล้วเอกสารพวกนี้หนูไม่ได้เป็นคนแปลค่ะ”
อะไรนะ คุณไม่ได้แปลเหรอ???
หลายคนในที่นั้นต่างประหลาดใจไปตามๆ กัน
(จบบท)