เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ความลึกลับของถังเฟย

บทที่ 7 ความลึกลับของถังเฟย

บทที่ 7 ความลึกลับของถังเฟย


บทที่ 7 ความลึกลับของถังเฟย

ปัจจุบันโรงงานชิ้นส่วนหัวรถจักรจิ่วโจวรับงานผลิตแผ่นอลูมิเนียมตกแต่งภายในให้โรงงานหงซิงเป็นหลัก หลังจากถังเฟยรับงานเพิ่มจากเฉินกุ้ยหงมาอีก 4 แบบ รวมเป็นทั้งหมด 9 แบบ ครอบคลุมรถรุ่นเสาซาน 6 ถึงหลายสิบคัน มูลค่าคำสั่งซื้อรวมหลายแสนหยวน

ปริมาณงานเพิ่มขึ้น แรงกดดันในการผลิตก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย โรงงานจิ่วโจวต้องส่งมอบแผ่นตกแต่งอย่างน้อย 1 คันทุกๆ 2 วัน ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

บางครั้ง ถ้ากระบวนการผลิตเร่งขึ้น อาจต้องส่งมอบถึงวันละ 1 คัน

ด้วยความกดดันนี้ หลายวันมานี้ถังเสวียเหวินจึงวิ่งวุ่นหาคนงาน พยายามรับช่างฝีมือเพิ่มสักสองสามคน และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะซื้อเครื่องจักรเพิ่มสัก 1-2 เครื่อง

แต่การซื้อเครื่องจักรไม่ใช่เรื่องที่จะทำเสร็จในไม่กี่วัน ต้องใช้เงินก้อนโตและต้องใช้เวลาดำเนินการ

ถังเสวียเหวินกัดฟันตัดสินใจแล้วว่าจะควักเงินเก็บไม่กี่หมื่นออกมาซื้อเครื่องจักรมือสองเฉพาะทางอย่างเครื่องตัดหรือเครื่องปั๊ม เพื่อขยายกำลังการผลิตและลดความตึงเครียดในการทำงาน หวังว่าจะได้รับงานเพิ่มขึ้นในอนาคต

เหล็กดีต้องตีตอนร้อน มีแต่ต้องขยายกิจการและเพิ่มกำลังการผลิตเท่านั้น โรงงานหงซิงถึงจะยอมป้อนงานให้มากขึ้น ถังเสวียเหวินเข้าใจจุดนี้ดี

“พ่อครับ เป็นไงบ้าง?”

ถังเฟยสังเกตเห็นสีหน้าผิดหวังของพ่อ แม้จะพอเดาผลลัพธ์ได้ แต่ก็อดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

ถังเสวียเหวินถอนหายใจเบาๆ “เฮ้อ เดิมทีพ่อกะว่าจะรับคนมาช่วยงานสักสองสามคน แต่ถ้าไม่ฝีมือแย่จนพ่อรับไม่ได้ ก็เป็นพวกช่างเก่งๆ ที่ไม่อยากมาอยู่โรงงานเล็กๆ อย่างเรา”

คนที่จะรับเข้ามาต้องมีทักษะพร้อมทำงานได้ทันที จะรับเด็กฝึกงานมาสอนงานก็ไม่ได้ เพราะไม่มีเวลาอบรม ถังเสวียเหวินต้องการช่างฝีมือที่เข้ามาแล้วช่วยงานได้เลย

แต่ช่างฝีมือส่วนใหญ่ก็มีงานทำกันอยู่แล้ว การจะหาคนไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นแต่จะทุ่มเงินเดือนสูงๆ ดึงตัวมา

ถังเสวียเหวินครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ถ้าหาไม่ได้จริงๆ พ่ออาจจะต้องยอมจ่ายค่าจ้างแพงหน่อย เผื่อจะมีคนสนใจมาทำบ้าง”

ถังเฟยรีบแย้ง “พ่อครับ นั่นไม่ใช่วิธีที่ดี ถ้าทำแบบนั้นโครงสร้างเงินเดือนทั้งโรงงานจะรวนไปหมด ต้นทุนแรงงานเราจะพุ่งสูงขึ้นโดยใช่เหตุ”

จริงอย่างที่ลูกว่า ถ้าเด็กใหม่เข้ามาแล้วได้เงินเดือนสูงกว่าคนเก่า คนเก่าก็ต้องไม่พอใจ และสุดท้ายก็ต้องขึ้นเงินเดือนให้คนเก่าด้วย ไม่งั้นจะมีปัญหาแน่

ถังเสวียเหวินพยักหน้าช้าๆ เห็นด้วยกับลูก การใช้เงินฟาดหัวคนมาทำงานเป็นวิธีสิ้นคิด ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ ไม่ควรทำ

เว้นแต่จะเป็นยอดฝีมืออย่างช่างระดับ 7-8 ถ้าคนระดับนั้นยอมมาอยู่โรงงานจิ่วโจว จะจ่ายแพงหน่อยก็สมเหตุสมผล แต่ถ้าเป็นแค่ช่างฝีมือทั่วไป จ่ายแพงไปก็ไม่คุ้ม

ถังเสวียเหวินยกแก้วชาขึ้นจิบ นึกอะไรขึ้นได้ก็เปรยเบาๆ ว่า “ได้ยินว่าโรงงานหงซิงเร่งการผลิตขึ้น หวังว่าคงไม่ถึงขั้นให้เราส่งของวันละคันนะ”

โรงงานหงซิงเป็นโรงงานใหญ่ มีโรงงานประกอบขนาดมหึมา กำลังการผลิตวันละ 1 คันทำได้สบายมาก เมื่อโครงรถเข้าสู่สายการประกอบ เรียกว่า “เข้าไลน์” หลังจากนั้นจะเป็นการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งซัพพลายเออร์ต้องส่งของให้ทันเวลาและครบตามจำนวน

ยังพูดไม่ทันขาดคำ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น ถังเสวียเหวินสังหรณ์ใจไม่ดี ลังเลอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะรับสาย

“ฮัลโหล โรงงานชิ้นส่วนหัวรถจักรจิ่วโจวใช่ไหมครับ?”

“ใช่ครับ ผมถังเสวียเหวินพูด”

“เถ้าแก่ถัง สวัสดีครับ ผมโทรจากฝ่ายจัดซื้อที่ 1 โรงงานหงซิง ขอแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการว่า ตั้งแต่มะรืนนี้เป็นต้นไป ทางคุณต้องส่งมอบแผ่นตกแต่งให้ได้วันละ 1 คันนะครับ”

ถังเสวียเหวินสะดุ้ง สิ่งที่กลัวเกิดขึ้นจริงจนได้ เขาถามเสียงอ่อยว่า “ขอถามหน่อยครับ คือเร่งความเร็วการเข้าไลน์ผลิตแล้วเหรอครับ?”

“ใช่ครับ เราเร่งความเร็วการเข้าไลน์ ช่วงนี้ต้องผลิตวันละ 1 คัน หวังว่าทางคุณจะส่งของทันนะครับ”

วางสายแล้ว ถังเสวียเหวินหน้าซีดเผือด ผีซ้ำด้ำพลอยจริงๆ ตอนที่กำลังผลิตไม่ทัน ดันมาเจอเร่งงานแบบนี้อีก

เฮ้อ แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?

ถังเฟยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด คิดในใจว่าโชคดีที่เขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าและเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

สายตาของถังเฟยจับจ้องไปที่แบบร่างบนโต๊ะ

ถังเสวียเหวินก็เพิ่งสังเกตเห็นแบบร่างนั้น อดมองไม่ได้แต่ดูไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่แบบชิ้นส่วน ดูคล้ายผังโรงงานแต่ก็ไม่เชิง

นี่มันอะไร?

เครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มผุดขึ้นในหัว เขาถามด้วยความสงสัย “เสี่ยวเฟย นี่มันรูปอะไรลูก?”

ถังเฟยยิ้มอย่างมั่นใจ “พ่อครับ บางทีเราอาจจะไม่ต้องรับคนเพิ่มก็ได้ คนที่มีอยู่น่าจะพอ ผมมีวิธีเพิ่มกำลังการผลิต วันละคันน่าจะไหวครับ”

“หืม?”

ถังเสวียเหวินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจสุดขีด “เสี่ยวเฟย จริงเหรอ ลูกมีวิธีเหรอ?”

คราวก่อนตอนเจอปัญหารอยเชื่อมดำที่เกือบทำโรงงานเจ๊ง ถังเฟยก็เป็นคนแก้ปัญหา ครั้งนี้ลูกบอกว่ามีวิธีแก้ปัญหาผลิตไม่ทัน ถังเสวียเหวินเลยค่อนข้างเชื่อมั่น

“อื้ม น่าจะเป็นไปได้ ขอผมลองดูก่อนนะครับ”

ถังเฟยไม่ได้รับปากร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่บอกว่าจะลองดู แต่แค่นั้นก็ทำให้ถังเสวียเหวินรู้สึกเหมือนเมฆหมอกจางหาย เห็นแสงสว่างรำไร ใจชื้นขึ้นมาทันที

“เสี่ยวเฟย ลุยเลยลูก”

ถังเฟยพยักหน้า หยิบดินสอและไม้บรรทัดขึ้นมาวาดต่อ แบบร่างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ถังเฟยจมดิ่งสู่สมาธิอย่างเต็มที่ บางครั้งก็หยุดคิดขมวดคิ้ว

บางทีก็วางดินสอ คว้าตลับเมตรเดินออกไปวัดโน่นวัดนี่ในโรงงาน ถังเสวียเหวินมองตามตาปริบๆ ดูไม่เข้าใจสักนิด

ในโรงงาน คนงานกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ทุกคนรู้ว่างานเร่ง จึงเร่งมือกันเต็มที่ ไม่มีใครอู้งาน แน่นอนว่าถังเฟยก็ยุ่งไม่แพ้กัน

ระหว่างทำงาน คนงานก็คุยกันบ้าง โรงงานจิ่วโจวอยู่ไม่ไกลจากโรงงานหงซิง คนงานบางคนมีญาติหรือเพื่อนทำงานที่นั่น ข่าวสารจึงค่อนข้างไว

“ได้ยินว่าโรงงานหงซิงจะเร่งผลิตเป็นวันละคันแล้วนะ!”

“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน เร่งขนาดนี้ แผ่นตกแต่งเราจะทำทันเหรอวะ!”

“ถ้าทำไม่ทันจนกระทบการผลิตของหงซิง เรื่องใหญ่แน่”

หลิวเจียงตะโกนเสียงดังฟังชัด “ทุกคนเร่งมือหน่อย เตรียมตัวทำโอทีคืนนี้ด้วยนะ”

เขาช่วยถังเสวียเหวินดูแลงานทั่วไป รู้ดีว่างานเร่ง เวลาจำกัด ช่วงนี้ต้องทำโอทีทุกวันแน่ๆ เลยเตือนให้ทุกคนเตรียมใจ

คนงานที่นี่ซื่อสัตย์ พอรู้ว่าต้องทำโอทีก็ไม่ได้บ่นอะไรมาก อย่างมากก็แค่คิดในใจว่า เฮ้อ ต้องทำโอทีอีกแล้ว

มีคนสังเกตเห็นถังเฟยเดินดูโน่นดูนี่ แถมยังเอาตลับเมตรมาวัดขนาด ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก เถ้าน้อยกำลังทำอะไรของเขานะ?

ตลอดช่วงเช้า จนใกล้เที่ยง ถังเฟยถึงวางดินสอ มองผลงานตัวเองอย่างพึงพอใจ คิดในใจว่า อืม น่าจะใช้ได้แล้ว

เห็นถังเฟยหยุดมือ ถังเสวียเหวินถามอย่างมีความหวัง “เสี่ยวเฟย เสร็จแล้วเหรอ? ตกลงมันคือรูปอะไร พ่อดูไม่รู้เรื่องเลย”

ถังเฟยยิ้ม “พ่อครับ หลังกินข้าวเที่ยง ผมขอยืมตัวคนงานหน่อยนะครับ ผมจะอบรมพวกเขา”

“ต้องหยุดงานเหรอ?”

นี่คือสิ่งที่ถังเสวียเหวินห่วงที่สุด เพราะถ้าหยุดงาน การผลิตก็จะชะงัก

แต่เมื่อเห็นความมั่นใจของลูก ถังเสวียเหวินก็ไม่คัดค้าน มองดูแบบร่างบนโต๊ะแล้วพูดช้าๆ ว่า “ได้ เดี๋ยวพ่อบอกทุกคนให้”

หลังมื้อเที่ยง ทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกัน หยุดงานชั่วคราว ตรงลานว่างในโรงงานมีกระดานดำตั้งตระหง่าน บนกระดานติดแบบร่างแผ่นใหญ่ที่ถังเฟยตั้งใจวาดเมื่อเช้า

เห็นแบบร่างนั้น หลายคนทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก นี่มันรูปอะไรกันเนี่ย!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 7 ความลึกลับของถังเฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว