- หน้าแรก
- ปรมาจารย์อุตสาหกรรมระดับเทพ
- บทที่ 6 กำลังการผลิตเริ่มไม่ทัน
บทที่ 6 กำลังการผลิตเริ่มไม่ทัน
บทที่ 6 กำลังการผลิตเริ่มไม่ทัน
บทที่ 6 กำลังการผลิตเริ่มไม่ทัน
การมาครั้งนี้ นอกจากจะมาเชื่อมความสัมพันธ์แล้ว ถังเฟยก็ตั้งใจจะมาหางานเพิ่มด้วย เพราะจำได้แม่นว่าคราวก่อนเฉินกุ้ยหงรับปากว่าจะให้งานแปรรูปแผ่นตกแต่งภายในเพิ่มอีก 2-3 แบบ
“ผอ.เฉิน ครับ ตอนนี้โรงงานจิ่วโจวของเราทำงานแผ่นตกแต่งราบรื่นขึ้นมาก คนงานก็ชำนาญขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้มีงานแผ่นตกแต่งเข้ามาอีก เราก็รับมือไหวครับ”
เฉินกุ้ยหงยิ้ม “เสี่ยวถัง เธอนี่จ้องงานแผ่นตกแต่งตาเป็นมันเลยนะ ได้สิ เดี๋ยวฉันให้เพิ่มอีกสัก 2-3 แบบ”
เฉินกุ้ยหงรักษาสัญญา ให้แบบงานเพิ่มมาจริงๆ ถังเฟยในนามโรงงานจิ่วโจวเซ็นรับคำสั่งซื้อทันที ได้มาอีก 4 แบบ สำหรับรถ 30 คัน เป็นแผ่นตกแต่งของหัวรถจักรไฟฟ้าตระกูลเสาซาน รุ่น 6 (Shaoshan 6) ทั้งหมด มูลค่ารวมกว่าสองแสนหยวน
เมื่อรวมกับแบบก่อนหน้านี้ เท่ากับว่าโรงงานจิ่วโจวรับงานชิ้นส่วนของเสาซาน 6 ไปถึง 9 แบบแล้ว
เดินออกจากศูนย์จัดซื้อพร้อมใบสั่งซื้อในมือ ถังเฟยดีใจมาก คำสั่งซื้อกว่าสองแสนหยวนถือเป็นบิ๊กดีลที่หาได้ยากสำหรับโรงงานเล็กๆ อย่างจิ่วโจว
ตอนนี้ถังเฟยอยากเร่งหาเงิน ปีนี้ปี 96 อีก 20 ปีข้างหน้าจะเป็นยุคทองของอุตสาหกรรมการผลิต ระดับอุตสาหกรรมการผลิตของจีนจะยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด จะมีผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ชั้นยอดเกิดขึ้นมากมาย เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้
ถ้ามีเงิน มีทุนเพียงพอ เขาจะขยายกิจการ และสร้างสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในหัวออกมาให้เป็นจริง
เงิน!
ต้องมีเงิน!
ถังเฟยต้องการเงินมาก แต่ขาดวิธีหาเงินก้อนโตในระยะสั้น หวยเขาก็จำไม่ได้สักงวด หุ้นเขาก็เคยเล่นแต่ความทรงจำดันเป็นหุ้นในศตวรรษที่ 21 ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นยุค 90 ตอนกลางถึงปลายเลย
ขายข้อมูลทางเทคนิคก็น่าจะพอไหว แต่ยังไม่รู้จะขายเทคนิคอะไรและขายให้ใคร ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือตั้งใจทำโรงงานจิ่วโจวให้รุ่งโรจน์ หาเงินให้ได้เยอะๆ
มองดูใบสั่งซื้อในมืออย่างอารมณ์ดี เก็บใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินออกจากประตูศูนย์จัดซื้ออย่างเบิกบาน ที่หน้าประตูนั่นเอง เขาบังเอิญเจอหลี่เสวี่ยเยี่ยนอีกครั้ง
หลี่เสวี่ยเยี่ยนกำลังเดินเข้ามา ทั้งสองเดินสวนกัน พอเห็นถังเฟย หลี่เสวี่ยเยี่ยนก็ร้องทักด้วยความประหลาดใจ “คุณนั่นเอง?”
ถังเฟยตอบ “ผมชื่อถังเฟย สนใจเดินคุยกันหน่อยไหมครับ”
หลี่เสวี่ยเยี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าตอบรับ “ได้ค่ะ แต่ห้ามเกินสิบนาทีนะ เดี๋ยวฉันต้องไปส่งเอกสาร”
หลี่เสวี่ยเยี่ยนเป็นเด็กใหม่ เพิ่งเริ่มงาน อยู่ในช่วงทดลองงาน งานหลักตอนนี้คือเดินเอกสารง่ายๆ
ทั้งสองเดินเคียงไหล่กันออกมาจากศูนย์จัดซื้อ เดินทอดน่องไปตามถนนหน้าตึกพลางพูดคุยกัน
หลี่เสวี่ยเยี่ยนถาม “ถังเฟย คุณรู้จักฉันได้ยังไงคะ?”
ถังเฟยยิ้ม “ความลับครับ ผมไม่เพียงรู้จักคุณ แต่ยังรู้ความลับเล็กๆ น้อยๆ ของคุณอีกเพียบ”
ถังเฟยย่อมรู้เรื่องของเธอดี ไม่ใช่แค่ชอบกินอะไร ชอบใส่ชุดอะไร แต่ยังรู้นิสัยส่วนตัวหลายอย่าง
หลี่เสวี่ยเยี่ยนหูผึ่ง “ไหนลองพูดมาซิ รู้ความลับอะไรของฉันบ้าง”
ถังเฟยยิ้มแต่ไม่ตอบ
หลี่เสวี่ยเยี่ยนเบะปาก “ไม่พูดก็ช่าง ไม่อยากรู้ก็ได้”
หลี่เสวี่ยเยี่ยนไม่ได้โกรธ ทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ถังเฟยหยอดมุกตลกจากโลกอนาคตเป็นระยะ ทำเอาหลี่เสวี่ยเยี่ยนหัวเราะคิกคัก
ถังเฟยรู้จักหลี่เสวี่ยเยี่ยนดี การคุยกันจึงถูกคอ หลี่เสวี่ยเยี่ยนไม่รู้สึกต่อต้านหรือรำคาญถังเฟยเหมือนหนุ่มๆ คนอื่น กลับรู้สึกดีและสนใจใคร่รู้ในตัวเขา
ผ่านไปสิบกว่านาที
หลี่เสวี่ยเยี่ยนร้องทัก “อุ๊ย เกือบลืมเวลาเลย ถังเฟย บ๊ายบายค่ะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว”
ทั้งสองโบกมือลา มองดูหลี่เสวี่ยเยี่ยนเดินกลับเข้าไปในศูนย์จัดซื้ออย่างมีความสุข มองดูแผ่นหลังที่งดงามนั้น ถังเฟยก็ยิ้มออกมาบางๆ
………
พอกลับมาถึงโรงงานจิ่วโจว ถังเสวียเหวินก็รออยู่แล้ว พอถังเฟยก้าวเข้ามาในโรงงาน เขาก็รีบถามทันที
“เสี่ยวเฟย เรื่องเป็นยังไงบ้างลูก?”
ถังเฟยตอบ “พ่อครับ ทุกอย่างราบรื่น อีก 5 วันทำการเงินจะเข้าบัญชีโรงงานเราครับ”
ถังเสวียเหวินดีใจ “เสี่ยวเฟย นี่เป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดของโรงงานเราเลยนะ เมื่อก่อนได้มากสุดเดือนละไม่กี่หมื่นก็หรูแล้ว ทำแผ่นตกแต่งนี่กำไรดีจริงๆ ถ้าได้งานเพิ่มอีกคงดีเยี่ยมเลย”
ถังเฟยยิ้ม ราวกับเล่นกล เขาหยิบใบสั่งซื้อที่เพิ่งเซ็นออกมาจากกระเป๋า “พ่อครับ ดูนี่สิ อะไรเอ่ย?”
ถังเสวียเหวินมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นใบสั่งซื้อจากโรงงานหงซิง รีบคว้ามาดูอย่างละเอียด พอดูจบก็ดีใจจนเนื้อเต้น
“เสี่ยวเฟย นี่ได้มายังไงเนี่ย 4 แบบ 30 คัน มูลค่ากว่าสองแสน!”
ถังเฟยเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง ถังเสวียเหวินชมเปาะ “เสี่ยวเฟย เยี่ยมมาก ลูกทำเรื่องใหญ่สำเร็จเลยนะเนี่ย มีออเดอร์พวกนี้ โรงงานเรามีงานทำยาวไปอีกสองเดือนเลย”
เห็นพ่ออารมณ์ดี ถังเฟยถือโอกาสถาม “พ่อครับ พ่อเคยคิดจะขยายโรงงานจิ่วโจวให้ใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่านี้ไหมครับ”
ใหญ่โตและแข็งแกร่ง!
ถังเสวียเหวินเข้าใจความหมายของลูกทันที แต่ส่ายหน้า “เสี่ยวเฟย จะทำให้ใหญ่โตแข็งแกร่งมันไม่ง่ายหรอกนะ วงการนี้มันซับซ้อน เราอย่าไปเสี่ยงดีกว่า อย่างคราวก่อนกู้มา 2 แสนเกือบเจ๊งไม่เป็นท่า”
เห็นได้ชัดว่าถังเสวียเหวินเข็ดขยาด ไม่คิดเรื่องขยายกิจการอีกแล้ว ขอแค่ประคองตัวให้มั่นคง รายได้เดือนละหมื่นกว่าหยวนเขาก็พอใจแล้ว
และก็ตามคาด ถังเสวียเหวินพูดต่อว่า “เสี่ยวเฟย พ่อกะว่าจะทำต่ออีกสักไม่กี่ปี พอมีเงินเก็บสักล้าน จะซื้อบ้านซื้อรถให้ลูก แล้วก็หาเมียดีๆ ให้สักคน”
ในฐานะพ่อ ถังเสวียเหวินมีความรับผิดชอบเต็มเปี่ยม วางแผนอนาคตไว้ให้ลูกเสร็จสรรพ ทั้งบ้าน ทั้งรถ
ถังเฟยรู้ดีว่าการจะเปลี่ยนความคิดพ่อในเวลาสั้นๆ นั้นยาก และการจะขยายโรงงานจิ่วโจวให้ยิ่งใหญ่ก็ยากยิ่งกว่า เว้นเสียแต่ว่าพ่อจะยอมยกโรงงานให้เขาบริหารจัดการเอง
แต่นั่นยิ่งยากเข้าไปใหญ่
………
เข้าสู่กลางเดือนสิงหาคม
ถังเฟยยังคงยื้อไม่ยอมไปรายงานตัวที่โรงงานหงซิง แต่กลับขลุกอยู่ที่โรงงานจิ่วโจวทุกวัน ยุคนี้ความบันเทิงมีน้อย ไม่มีอินเทอร์เน็ต จะให้นอนเล่นอยู่บ้านก็เบื่อตาย เขาเลยมาโรงงานทุกวัน
วันนี้
ถังเฟยหมกตัวอยู่ในห้องทำงานของพ่อ เรียกว่าห้องทำงาน แต่จริงๆ ก็แค่ห้องเล็กๆ แยกออกมา มีตู้ใบหนึ่ง โต๊ะทำงานเก่าๆ ตัวหนึ่ง และเก้าอี้ไม่กี่ตัว
เหมือนกับในโรงงาน ห้องทำงานก็รกและสกปรกนิดหน่อย ยุคนี้การบริหารจัดการยังหยาบมาก แนวคิดการจัดการสมัยใหม่จากต่างประเทศเพิ่งจะเริ่มเข้ามา แต่ก็จำกัดอยู่แค่ในบริษัทต่างชาติหรือบริษัทร่วมทุนแถบชายฝั่ง เมืองในแผ่นดินใหญ่อย่างชิงเจียงยังใช้ระบบเก่าๆ อยู่
วันนี้ห้องทำงานดูเป็นระเบียบขึ้นมาก ถังเฟยใช้เวลาค่อนวันจัดเก็บกวาด ของไม่ใช้ก็ทิ้ง ของที่ใช้ก็จัดวางให้เป็นที่เป็นทาง
พอจัดการเสร็จ อาศัยจังหวะที่ถังเสวียเหวินไม่อยู่ ถังเฟยกางกระดาษเขียนแบบสีขาว หยิบดินสอและไม้ทีขึ้นมา เริ่มลงมือวาด
ถ้ามีคอมพิวเตอร์ ถังเฟยคงใช้คอมฯ วาดไปแล้ว แต่ในเมื่อไม่มี ก็ต้องใช้วิธีดั้งเดิม ค่อยๆ บรรจงวาดทีละเส้น
นี่ไม่ใช่แบบชิ้นส่วนหรือผลิตภัณฑ์ แต่ดูเหมือนจะเป็นผังโรงงาน เมื่อคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ปริมาณงานมากขึ้น ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดัน คนงานเริ่มต้องทำโอทีกันแล้ว
ถังเสวียเหวินออกไปข้างนอก เขารู้สึกถึงแรงกดดันในการผลิต จึงตั้งใจจะไปหาคนงานมาเพิ่ม เพื่อขยายกำลังการผลิตและลดภาระงาน
ในความคิดของถังเสวียเหวิน ถ้าหาซื้อเครื่องจักรมือสองสภาพดีมาเพิ่มสัก 1-2 เครื่องได้จะดีมาก แต่การซื้อเครื่องจักรไม่ใช่เรื่องง่ายและทำได้ในไม่กี่วัน น้ำไกลดับไฟใกล้ไม่ได้ วิธีที่เห็นผลเร็วที่สุดคือเพิ่มคน จ้างช่างฝีมือเพิ่มสัก 2-3 คน
ยุค 90 ตลาดแรงงานยังไม่เป็นระบบระเบียบ โดยเฉพาะในเมืองชิงเจียงแทบไม่มีตลาดแรงงานที่ได้มาตรฐาน ทุกอย่างต้องวิ่งเต้นหาเอง ถามไถ่เอาเอง ทั้งเสียเวลาและเหนื่อยแรง
ถังเสวียเหวินออกไปตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับมาก็เที่ยง
พอเดินเข้ามา ก็คว้าแก้วน้ำบนโต๊ะกระดกไปค่อนแก้ว เห็นพ่อเหงื่อท่วมตัว ถังเฟยรีบวางดินสอ เอาผ้าขนหนูชุบน้ำในกะละมังบิดหมาดๆ ส่งให้ “พ่อครับ เช็ดเหงื่อก่อน”
ถังเสวียเหวินรับผ้าขนหนูไป พยักหน้า เช็ดเหงื่อ แล้วซักผ้าขนหนูในกะละมัง บิดแห้งแขวนกลับที่เดิม
ออกไปรอบนี้ อากาศร้อนตับแลบ ถังเสวียเหวินเหนื่อยแทบขาดใจ ถ้าแค่เหนื่อยหน่อยยังพอทน แต่ประเด็นคือผลลัพธ์ที่ได้มันน้อยนิดเหลือเกิน
เฮ้อ...
ถังเสวียเหวินถอนหายใจในใจ คิดว่าพรุ่งนี้ต้องลองไปดูอีกที ต้องหาคนเพิ่มให้ได้ ไม่งั้นผลิตส่งโรงงานหงซิงไม่ทันแน่
..........
(จบตอน)