- หน้าแรก
- พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนรกร้าง
- บทที่ 37 เงื่อนไขเพิ่มเติม
บทที่ 37 เงื่อนไขเพิ่มเติม
บทที่ 37 เงื่อนไขเพิ่มเติม
บทที่ 37 เงื่อนไขเพิ่มเติม
ภายในรถออฟโรดที่กำลังมุ่งหน้าไปทางประตูเมืองอย่างช้าๆ หนิงเจ๋อเห็นจิงหงเหว่ยเก็บปืนลง สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปมากนักแต่ในใจกลับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนเขาจะเดิมพันถูกจริงๆ
สำหรับคนที่มีสถานะอย่างจิงหงเหว่ย ผู้อพยพก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่อยู่ใต้เท้า ไม่คุ้มค่าแม้แต่จะสละเวลามาสนใจ ต่อให้ฆ่าเขาไปจิงหงเหว่ยก็คงไม่รู้สึกสะใจอะไร ดังนั้นการที่อีกฝ่ายยอมไปรับเขาถึงป้อมยาม ย่อมหมายความว่าหนิงเจ๋อตอนที่มีชีวิตอยู่นั้นมีค่ามากกว่า
"พรุ่งนี้จะมีคณะสำรวจทางวิทยาศาสตร์คณะหนึ่งต้องออกจากป้อมปราการ เพื่อไปทำกิจกรรมสำรวจในทุ่งกว้างทางทิศตะวันออกของป้อมปราการหมายเลข 87 และสิ่งที่แกต้องทำคือการเป็นคนนำทางให้ทีมนี้" จิงหงเหว่ยหันกลับไปมองทางข้างหน้า "ค่าตอบแทนคือถ่านหินหนึ่งตัน"
เรื่องที่จิงหงเหว่ยต้องการคนนำทางนั้น ความจริงแล้วเร่งด่วนยิ่งกว่าที่เขาพูดเสียอีก ในเมื่อการใช้กำลังข่มขู่ทำอะไรหนิงเจ๋อไม่ได้ เขาก็เลยหันมาใช้การต่อรองเงื่อนไขแทน ตระกูลมหาอำนาจเผ่ยคือผู้ผูกขาดถ่านหินรายใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ ถ่านหินเพียงหนึ่งตันสำหรับพวกเขาก็แค่ฝุ่นผงที่ติดซอกเล็บเท่านั้น แต่สำหรับผู้อพยพมันคือทรัพย์สมบัติมหาศาล
หนิงเจ๋อสัมผัสได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของจิงหงเหว่ย เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีอำนาจเหนือกว่าจึงไม่ได้แข็งขืนต่อ "ต้องไปนานแค่ไหน? ไกลเท่าไหร่?"
"ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ต้องกลับมาก่อนฤดูหนาวจะมาถึงแน่นอน ตีเวลาไว้คร่าวๆก็ไม่เกินครึ่งเดือน" จิงหงเหว่ยจุดบุหรี่สูบอย่างไม่สนใจใครพลางพ่นควันออกมา "ฉันสืบเรื่องของแกมาหมดแล้ว แกไม่มีงานทำในป้อมปราการ นั่นหมายความว่าแกไม่มีปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคงในการมีชีวิตรอด"
"ตอนนี้คลื่นความเย็นกำลังเคลื่อนที่มาทางเหนือ ฤดูหนาวปีนี้จะมาถึงเร็วกว่ากำหนด และจะเป็นฤดูหนาวที่ยาวนานมาก หากไม่เตรียมอาหารและเชื้อเพลิงสำหรับให้ความอบอุ่นไว้ล่วงหน้า แกไม่มีทางรอดแน่"
"คุณรู้ได้ยังไงว่าฤดูหนาวจะมาเร็วขึ้น?" หนิงเจ๋อถูกควันบุหรี่รมจนแสบตาแต่เขาก็ไม่รู้วิธีลดกระจกรถลง และเมื่อเทียบกับควันบุหรี่ที่น่ารำคาญ คำพูดของจิงหงเหว่ยกลับทำให้เขาตกใจยิ่งกว่า หรือว่าคนเมืองพวกนี้จะไม่ใช่แค่สร้างโรงงานยักษ์ได้ แต่ยังควบคุมสภาพอากาศได้ด้วย?
"ตระกูลมหาอำนาจเผ่ยได้เข้าควบคุมดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาตั้งแต่ช่วงก่อนหายนะเมื่อสองปีที่แล้ว และกู้คืนระบบสื่อสารได้สำเร็จ ปัจจุบันในเขตสหพันธรัฐถือเป็นขุมกำลังไม่กี่แห่งที่คาดการณ์สภาพอากาศได้!" จิงหงเหว่ยไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ "ถ้าไม่รับข้อเสนอของฉัน แกต้องหนาวตายอยู่ในรูหนูของเขตผู้อพยพแน่นอน! ไม่สิ แกอาจจะไม่มีชีวิตรอดผ่านคืนนี้ไปด้วยซ้ำ!"
"ฉันเป็นคนนำทางให้พวกคุณได้ แต่เงื่อนไขที่คุณเสนอมายังไม่พอ!" หนิงเจ๋อหรี่ตาพูด
"ความอดทนของฉันมีขีดจำกัด อย่าโลภให้มันมากนัก!" จิงหงเหว่ยจ้องมองผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาไม่พอใจ "ถ่านหินหนึ่งตันก็เพียงพอให้แกมีชีวิตรอดผ่านฤดูหนาวในชุมชนตลาดได้แล้ว!"
"นอกจากถ่านหิน ฉันต้องการยาด้วย!" หนิงเจ๋อจ้องมองแผ่นหลังของจิงหงเหว่ยด้วยสายตาเรียบเฉย "ฉันต้องการยาปฏิชีวนะในปริมาณที่ใช้ได้สิบวัน!"
"ตกลง" จิงหงเหว่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ายอมรับ แม้ยาจะเป็นของล้ำค่าราคาสูงในเขตผู้อพยพ แต่สำหรับนายทหารที่มีสถานะอย่างเขา มันไม่ใช่ทรัพยากรที่หายากเย็นอะไรเลย
"นอกจากนี้..." หนิงเจ๋อพบว่าจิงหงเหว่ยคุยง่ายกว่าที่คิด เขาจึงเตรียมจะเสนอเงื่อนไขต่อ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นไม่สำคัญ เขาแค่ต้องการทดสอบขีดจำกัดของอีกฝ่ายดูเท่านั้น
"แกจะจบไม่จบวะ?!" จิงหงเหว่ยหันมาตวาดด้วยความรำคาญ
"จบแล้ว" หนิงเจ๋อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะโมโหจริงๆเลยเอนหลังพิงเบาะ "พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไหร่?"
"พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ไปรอที่ประตูเมืองทิศตะวันออก" จิงหงเหว่ยหยุดไปครู่หนึ่ง "ประวัติของแกฉันรู้หมดแล้ว ในเมื่อรับเงื่อนไขของฉันแล้วก็อย่าคิดจะเบี้ยว ไม่อย่างนั้นป้อมปราการหมายเลข 87 จะไม่มีที่ให้แกซุกหัวนอนอีกต่อไป การออกจากชุมชนตลาดในช่วงฤดูกาลแบบนี้ จุดจบจะเป็นยังไงแกคงรู้ดีกว่าฉัน!"
"ฉันไปกับพวกคุณได้ แต่ต้องพาเพื่อนไปด้วย ลำพังแค่ฉันคนเดียวไม่สามารถระบุทิศทางได้อย่างแม่นยำ" หนิงเจ๋อใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือต้องการพาหลินสวินกับหลีตงฟาไปด้วย
"ได้ แต่ทีมของแกต้องมีคนไม่เกินสี่คน อีกอย่าง มีคนที่ชื่อหลินสวินอยู่ข้างตัวแกคนหนึ่ง เขาต้องเป็นตัวประกันอยู่ที่ป้อมยามของเมืองชั้นนอกเพื่อรอแกกลับมา ระหว่างนั้นฉันจะให้คนดูแลเขาอย่างดี!" จิงหงเหว่ยตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
หนิงเจ๋อได้ยินดังนั้นหางตาก็กระตุกวูบหนึ่ง เดิมทีเขาคิดว่าหากเกิดอันตรายในทุ่งกว้างเขาจะทิ้งพวกคนจากป้อมปราการแล้วพาพวกหลินสวินหนีไปทันที แต่ตอนนี้ดูเหมือนจิงหงเหว่ยจะสืบประวัติเขามาอย่างละเอียดจริงๆ ถึงได้เลือกใช้หลินสวินเป็นตัวประกัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อแลกกับยาที่จะช่วยชีวิตหลินสวินกับหลีตงฟา นอกจากตกลงแล้วดูเหมือนเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถออฟโรดจอดลงที่ปากตรอกที่หนิงเจ๋อพักอยู่ ทหารรับจ้างดันหนิงเจ๋อลงจากรถแล้วขับจากไป หนิงเจ๋อมุ่งหน้าไปยังบ้านของซูเฟยทันที ก่อนหนิงเจ๋อจะรู้ว่าจิงหงเหว่ยเป็นคนบอกว่าซูเฟยเป็นคนแนะนำเขาให้เป็นคนนำทาง สำหรับหนิงเจ๋อแล้วนี่คือบุญคุณช่วยชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
ตอนที่หนิงเจ๋อเข้าบ้านไป ซูเฟยกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างตะเกียงน้ำมัน เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้ม "เป็นยังไงบ้าง ข้างในไม่ได้โดนทรมานใช่ไหม?"
"ฉันมาเพื่อขอบคุณคุณ!" หนิงเจ๋อพยักหน้าเล็กน้อยและพูดอย่างจรงจัง
ซูเฟยรินน้ำส่งให้หนิงเจ๋อหนึ่งแก้ว "แกเกรงใจไปแล้ว ฉันก็ได้ยินว่าแกถูกจับไป พอดีนึกขึ้นได้ว่าพวกในป้อมปราการกำลังหาคนนำทางอยู่เลยแนะนำแกไป ฉันรู้ว่าช่วงนี้การออกจากชุมชนตลาดมันอันตราย แกไม่โกรธฉันก็ดีแล้ว"
"ไปทุ่งกว้างยังดีกว่าตายในป้อมยาม! ถ้าไม่มีคุณเกรงว่าตอนนี้ฉันคงกลายเป็นศพไปแล้ว" หนิงเจ๋อยิ้มอย่างซาบซึ้ง "บุญคุณครั้งนี้ วันหน้าฉันต้องตอบแทนแน่นอน!"
"ไม่ต้องรอวันหน้าหรอก ตอนนี้ฉันก็มีเรื่องอยากให้แกช่วยพอดี" ซูเฟยเลียริมฝีปากแล้วกระซิบเสียงเบา "การไปเป็นคนนำทางครั้งนี้ แกพาเพื่อนไปด้วยได้ใช่ไหม?"
หนิงเจ๋อครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า "ได้! พวกทหารรับจ้างกำหนดว่าคนฝั่งฉันต้องไม่เกินสี่คน"
"ช่วยพาเพื่อนของฉันสองคนไปด้วยได้ไหม?" ซูเฟยพูดจบก็รีบอธิบายต่อโดยไม่รอให้หนิงเจ๋อถาม "แกวางใจได้ พวกเขาจะไม่ทำตัววุ่นวายสร้างปัญหาให้แกแน่นอน แค่อยากไปดูทุ่งกว้างหน่อย แล้วถือโอกาสทำความรู้จักกับพวกคนในเมืองดูว่าพวกนั้นเป็นยังไงกันบ้าง"
"ได้ ไม่มีปัญหา" หนิงเจ๋อรับปาก
เรื่องที่ซูเฟยพูดมานั้น หนิงเจ๋อไม่ได้เชื่อเลยสักนิด คนที่ใช้ชีวิตในเขตผู้อพยพย่อมรู้ดีว่าทุ่งกว้างนั้นทั้งแร้นแค้นและเต็มไปด้วยอันตราย ใครจะบ้าพอที่จะเสี่ยงชีวิตไปเดินเล่นในที่แบบนั้น?
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ช่วงที่ผ่านมาซูเฟยช่วยหนิงเจ๋อไว้มากจริงๆ แม้แต่โอกาสในการเป็นคนนำทางคืนนี้เขาก็เป็นคนช่วยคว้ามาให้ ในสถานการณ์เช่นนี้เมื่อซูเฟยร้องขอ หนิงเจ๋อก็ไม่อาจปฏิเสธได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือน้ำใจ
"ขอบใจนะ!" ซูเฟยเห็นหนิงเจ๋อตกลง ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มและดูผ่อนคลายขึ้นมาก
หนิงเจ๋อยิ้มตอบในขณะที่ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย ซูเฟยเคยบอกว่าเขามาจากป้อมปราการอื่นและเพิ่งจะซื้อตำแหน่งมาได้ไม่นาน แต่เขากลับให้ความรู้สึกที่ลึกลับมาตลอด แล้วในเวลาสั้นๆแบบนี้ เพื่อนสองคนของเขาโผล่มาจากไหนกันแน่?