- หน้าแรก
- พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนรกร้าง
- บทที่ 26 เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกะทันหัน
บทที่ 26 เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกะทันหัน
บทที่ 26 เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกะทันหัน
บทที่ 26 เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกะทันหัน
ในดินแดนรกร้าง แผลภายนอกอาจไม่ได้ติดเชื้อเสมอไป แต่หากติดเชื้อขึ้นมาเมื่อไหร่ย่อมหมายถึงความตายอย่างแน่นอน หนิงเจ๋อเคยเห็นเพื่อนพรานป่าหลายคนได้รับบาดเจ็บระหว่างการล่า จากนั้นแผลก็ค่อยๆอักเสบ เน่าเปื่อย จนกระทั่งพรากชีวิตพวกเขาไป
แม้จะมียาปฏิชีวนะก็ไม่อาจนอนใจได้ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้มากทีเดียว
ว่ากันว่าในป้อมปราการบางแห่งที่อยู่ไกลออกไป คนเมืองจะมาเปิดร้านค้าอยู่นอกเมือง และผู้อพยพจะได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้ คนในเมืองให้พวกเขาใช้แรงงานแลกเหรียญ จากนั้นก็ขายสินค้าต้นทุนต่ำให้ในราคาสูงเพื่อกักขังพวกเขาไว้
แต่ป้อมปราการหมายเลข 87 ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย คนในเมืองจึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีอ้อมค้อมขนาดนั้น เพราะหากผู้อพยพขาดพวกเขาไปย่อมไม่มีทางรอดชีวิตจริงๆ ดังนั้นเพียงแค่ให้เศษอาหารและน้ำเล็กน้อยก็สามารถพันธนาการคนกลุ่มนี้ไว้ได้แน่นหนาแล้ว
ส่วนเรื่องที่มีป้อมปราการอื่นขายยานั้น หนิงเจ๋อก็แค่ฟังเขามาอีกที เพราะผู้อพยพอย่างพวกเขา หากไม่มีแผนที่ย่อมเป็นการยากที่จะข้ามผ่านระยะทางหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตรเพื่อไปหาป้อมปราการอื่น
ต่อให้เขาจะมีเงินหรือหาป้อมปราการที่ขายยาเจอจริงๆ แต่หลีตงฟาและหลินสวินก็คงรอไม่ไหว
ที่ปักสือก็หาซื้อยาไม่ได้ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้หนิงเจ๋อเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา หากจัดลำดับสิ่งของที่หายากที่สุดในเขตผู้อพยพ ยาปฏิชีวนะย่อมถูกจัดไว้ก่อนหน้าแหล่งน้ำและผักใบเขียวเสียอีก
เมื่อพิจารณาดูแล้ว หนิงเจ๋อรู้สึกว่าความหวังเดียวของเขาก็คือซูเฟย เป่าจ่างผู้ลึกลับคนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยหาช่องทางเข้าเมืองให้จั๋วหมิงหยวน แต่ยังฉีดสารชีวภัณฑ์ซ่อมแซมร่างกายให้เขาด้วย
ตั้งแต่ให้สารน้ำครั้งนั้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงเจ๋อไม่รู้สึกทรมานเกินไปหลังจากโรคประหลาดกำเริบ ในเมื่อซูเฟยมีแม้กระทั่งอุปกรณ์ให้สารน้ำ การจะหายาปฏิชีวนะมาได้ก็คงไม่ใช่เรื่องยากใช่ไหม?
หนิงเจ๋อไม่ได้สนิทสนมกับซูเฟยนัก และทุกครั้งที่เจอกันก็มักจะเป็นฝ่ายไปขอความช่วยเหลือเสมอ หากต้องไปรบกวนคนอื่นบ่อยๆ ย่อมดูเหมือนคนไร้ยางอาย แต่เมื่อเรื่องของหลีตงฟาเกี่ยวพันถึงชีวิต เขาที่อยากช่วยคนจึงไม่มีทางเลือกอื่น
ในวินาทีที่หนิงเจ๋อตัดสินใจได้ พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากลับเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ตอนแรกหนิงเจ๋อนึกว่าโรคประหลาดกำเริบขึ้นมาอีกครั้งจนทำให้เกิดอาการวิงเวียน แต่ไม่นานเขาก็พบว่ามันผิดปกติ เพราะตะเกียงเจ้าพายุในปักสือเหล่านั้นก็กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงเช่นกัน
"โครม!"
วินาทีต่อมา เสียงดังกึกก้องประดุจดังมาจากใต้ดิน แสงสว่างสีขาววาบขึ้นตรงเส้นขอบฟ้าที่อยู่ไกลออกไป
จากนั้นการสั่นสะเทือนก็ทวีความรุนแรงขึ้น อาคารรอบปักสือเริ่มโยกคลอน เศษอิฐและหินจากหลังคาร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย
"ให้ตายเถอะ! ทำไมท้องฟ้ากลายเป็นสีม่วงไปได้?" ชายผู้พิการเห็นภาพนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว "หรือว่าจะมีปีศาจโผล่ออกมา?"
"แผ่นดินไหว! มันคือแผ่นดินไหว! หลบไปจากตรงนี้! ออกห่างจากกำแพงเมืองให้เร็วที่สุด! เร็ว!"
หนิงเจ๋อเห็นเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นจึงรีบวิ่งไปยังพื้นที่โล่งทันที เขาไม่เคยเผชิญกับแผ่นดินไหวมาก่อน แต่เหตุการณ์นี้ผู้เฒ่าหลินเคยเล่าให้ฟังว่าในโลกเก่า แผ่นดินไหวคือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงมาก
"แผ่นดินอะไรนะ?" ชายคนนั้นมองตามหนิงเจ๋อที่วิ่งห่างออกไปพลางถามอย่างมึนงง
"หนีเร็ว!" หนิงเจ๋อตะโกนเตือนอีกครั้ง ร่างของเขากระโจนออกไปไกลหลายสิบเมตรแล้ว
"โครม!"
ภายใต้การสั่นสะเทือนอันรุนแรง บ้านเรือนบางหลังที่สร้างจากแผ่นวัสดุเหลือใช้ในที่ห่างไกลพังทลายลง เสียงกรีดร้องและเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่ว สำหรับผู้อพยพที่ขาดความรู้ เหตุการณ์ที่เหนือความเข้าใจเช่นนี้เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาทำอะไรไม่ถูก
ในเวลาเดียวกัน ไฟส่องสว่างบนกำแพงป้อมปราการก็สว่างขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยในเมืองดังระงมพร้อมกับเสียงหวีดจากหวอไซเรนที่ลากยาว
การเคลื่อนไหวที่ไร้ระเบียบจากแผ่นดินไหวทำให้หนิงเจ๋อรู้สึกเวียนหัวรุนแรงขึ้น ทันทีที่วิ่งถึงที่โล่งเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้น ในตอนนั้นเองที่เขตสลัมเริ่มมีคนตื่นจากความฝันและวิ่งกรูออกมาข้างนอก
แผ่นดินไหวครั้งนี้มาเร็วและไปเร็ว เพียงเวลาสิบกว่าวินาทีทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง
[ ประกาศถึงผู้อยู่อาศัยทุกท่าน นี่คือศูนย์จัดการป้อมปราการหมายเลข 87! ต่อไปนี้คือประกาศด่วน! ]
[ เหตุแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้น มีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากป้อมปราการหมายเลข 87 พอสมควร สิ่งที่เราได้รับเป็นเพียงผลกระทบจากอาฟเตอร์ช็อกเท่านั้น! ]
[ ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากกรมดับเพลิงและกรมรักษาความสงบได้ออกปฏิบัติหน้าที่แล้ว! หากพบเพื่อนบ้านถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง โปรดโทรแจ้งหมายเลขฉุกเฉินของกรมรักษาความสงบทันที! ]
[ หลังแผ่นดินไหว มักจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เพื่อป้องกันอันตรายจากอาฟเตอร์ช็อก โปรดอย่าพักอาศัยอยู่ในตัวอาคาร และรีบมุ่งหน้าไปยังพื้นที่โล่งโดยเร็วที่สุด ศูนย์จัดการได้เปิดพื้นที่ลี้ภัยฉุกเฉินตามสวนสาธารณะและสนามกีฬาต่างๆ ภายในเมืองไว้แล้ว! ]
[ หากใครถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังและไม่สามารถหนีออกมาได้ โปรดพยายามดึงมือและเท้าออกมา ขจัดสิ่งของที่กดทับร่างกาย และรีบปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันการสำลักฝุ่นควัน ]
[ โปรดรักษาจิตใจให้มีสติ อย่าตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดังเกินความจำเป็น ให้ใช้ก้อนหินหรือของแข็งเคาะวัตถุเพื่อส่งสัญญาณถึงโลกภายนอกแทน โปรดรักษาพละกำลังเพื่อยื้อชีวิตให้นานที่สุด... ]
เสียงประกาศจากวิทยุกระจายเสียงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นเป็นเพียงการประกาศให้ชาวเมืองได้รับทราบเท่านั้น ไม่มีใครสนใจความเป็นความตายของผู้อพยพนอกเมืองเลยแม้แต่น้อย
หลังจากแผ่นดินไหวสงบลง หนิงเจ๋อก็เร่งฝีเท้าวิ่งกลับบ้าน ระหว่างทางเขาเห็นบ้านเรือนพังทลายอยู่ทั่วไป แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงเพิงพักสภาพแย่ ส่วนอาคารที่สร้างด้วยอิฐและหินยังไม่พังลงมา ดูเหมือนว่าแรงกระแทกจากอาฟเตอร์ช็อกที่พวกเขาได้รับจะไม่รุนแรงนัก
ในเวลาเดียวกัน ภายในลานซ่องโสเภณีของแก๊งธงดำ ชายหญิงในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยต่างออกมายืนออกันเต็มลานด้วยความตื่นตระหนก เนื่องจากซ่องโสเภณีอยู่ใกล้กับกำแพงเมือง คนเหล่านี้จึงได้ยินเสียงประกาศจากในป้อมปราการอย่างชัดเจนเช่นกัน
เซียวฉียืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วและโบกมือไล่พวกแขกที่มาเที่ยว "ได้ยินกันแล้วใช่ไหม! ทางเราเกิดแผ่นดินไหว บัดซบก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือตัวอะไร แต่ที่แน่ๆ คือมันอันตรายมาก แยกย้ายกันไปได้แล้ว!"
"พี่ฉี ผมยังไม่ได้ถอดกางเกงเลยนะ! พี่ดูสิว่าจะคืนเงินให้ผมหน่อยได้ไหม?" ชายวัยกลางคนหัวล้านถามเซียวฉีด้วยความเสียดายเงิน
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ไม่รอให้เซียวฉีตอบ เขาชักมีดกระดูกออกมาแล้วเดินตรงเข้าไปหา "บัดซบ! กล้ามาขอเงินพวกเรางั้นเหรอ? เงินไม่มีให้หรอก แต่ฉันมีมีด แกจะเอาไหม?"
"อย่า! ผมยอมซวยก็ได้!" ชายคนนั้นรีบหดคอหนีแล้วหันหลังเดินจากไปพลางดึงกางเกงไว้ เขาเดินไปชนเข้ากับกลุ่มของหลีปินที่กำลังกลับมาพอดี
"เป็นยังไงบ้าง งานเรียบร้อยดีไหม?" เซียวฉีมองดูคนกลุ่มนั้นที่หายไปถึงสองในสามจากตอนที่ออกไป แล้วถามด้วยสายตาหรี่ลง
"ลูกพี่ งานเกิดข้อผิดพลาดครับ พวกเราลงมือพลาด" ยังไม่ทันที่หลีปินจะได้พูด ชายหนุ่มที่ไปกับหลีปินก็ชิงพูดขึ้นก่อน
"เดิมทีพวกเราเกือบจะจับตัวหนิงเจ๋อได้แล้ว แต่จู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาขัดขวาง! แถมคนพวกนั้นยังมีของที่มีเสียงดังสนั่นอยู่ในมือด้วย!"
"ปืนเหรอ?" หลังจากฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม สีหน้าของเซียวฉีก็เคร่งขรึมลงทันที "ไอ้หมอนั่นจะมีอาวุธปืนอยู่ในมือได้ยังไง?"