- หน้าแรก
- พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนรกร้าง
- บทที่ 21 ไม่แกตายก็ฉันมอดม้วย
บทที่ 21 ไม่แกตายก็ฉันมอดม้วย
บทที่ 21 ไม่แกตายก็ฉันมอดม้วย
บทที่ 21 ไม่แกตายก็ฉันมอดม้วย
ลูกศรของหลินสวินที่ประกาศจุดเริ่มต้นของศึกครั้งนี้ทำให้พวกผู้ลอบโจมตีต่างระแวดระวังตัวอย่างหนัก เมื่อหลินสวินหลบเข้าไปในห้องด้านใน ทั้งสามคนที่อยู่หน้าประตูก็กรูกันเข้ามาในบ้าน โดยสองคนแรกวิ่งพุ่งตรงไปยังห้องที่หลินสวินซ่อนอยู่ตามสัญชาตญาณ
จนถึงตอนนั้น คนที่อยู่ข้างหลังเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าข้างประตูทางเข้านั้นมีซอกประตูดำมืดอยู่อีกแห่งหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะชะโงกหน้าเข้าไปดู
"ฉัวะ!"
แขนข้างหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากในห้อง มีดเหล็กกล้าอันคมกริบแทงทะลุคอหอยของเขาในพริบตา
คนที่อยู่นอกบ้านเตรียมจะพุ่งตามเข้าไปเห็นปลายมีดโผล่พ้นออกมาจากต้นคอของเพื่อนก็เบิกตากว้าง "ทุกคนระวัง! ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีแค่คนเดียว!"
"ปัง!"
หนิงเจ๋อถีบศพที่ขวางหน้าออกแล้วพุ่งตัวออกมานอกประตู วาดมีดใส่คนที่อยู่หน้าบ้านทันที
"จัดการมันก่อน!" สองคนที่อยู่ข้างหน้าสบตากันแล้วหันกลับมาพุ่งใส่หนิงเจ๋อพร้อมกัน
"ฉึก!" "ฉึก!"
หนิงเจ๋อหลบการโจมตีของคนหนึ่งแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าเหมือนเสือดาว เขาคว้าปกเสื้อของอีกฝ่ายไว้แล้วระดมแทงใส่หน้าอกสองแผลอย่างรวดเร็วสายฟ้าแลบ
"วึ่ง!"
ในขณะเดียวกัน ชายฉกรรจ์ที่อยู่ข้างหลังก็เหวี่ยงขวานดับเพลิงฟาดใส่หนิงเจ๋อในแนวขวาง
"โครม!"
หนิงเจ๋อได้ยินเสียงลมพัดผ่านจึงก้มตัวหลบ ขวานดับเพลิงฟาดผ่านเหนือหัวเขาไปกระแทกเข้ากับกำแพงข้างๆ จนฝุ่นคลุ้ง
"ฟึ่บ!"
หัวหน้ากลุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูเห็นท่าทางของหนิงเจ๋อเข้าแล้ว หน้าไม้พกพาในมือก็เล็งเป้าไปที่เขาทันที
"ตึก ตึก!"
ในขณะเดียวกัน หลินสวินที่อยู่ในห้องด้านในได้ยินเสียงการต่อสู้ข้างนอกก็โผล่ตัวออกมา
"ฟึ่บ!"
หัวหน้ากลุ่มที่เดิมทีจะยิงหนิงเจ๋อเห็นดังนั้นก็เบี่ยงข้อมือเล็กน้อยแล้วเหนี่ยวไกใส่หลินสวินแทน
"ปึก!"
ตะปูเหล็กที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงมหาศาลปักเข้าที่แขนของหลินสวินจนตัวเขาทรุดฮวบ มือไม้สั่นจนลูกศรยิงพลาดเป้าไป
เมื่อเห็นว่าหลินสวินไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป คนที่อยู่ข้างหลังคนหนึ่งจึงวิ่งกะเผลกไปไม่กี่ก้าวแล้วพุ่งเข้ากดหนิงเจ๋อลงกับพื้น พลางบีบคอเขาไว้แน่น
"เฮ้!"
พรรคพวกที่เหลือที่อยู่นอกบ้านเห็นความวุ่นวายข้างในก็กรูกันเข้ามาในบ้านทันที พริบตาเดียวหนิงเจ๋อกับหลินสวินก็ถูกล้อมไว้หมด
"ปึก!"
ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาในบ้านแล้วเตะเข้าที่หัวของหลินสวิน แต่กลับถูกหลินสวินกอดขาไว้จนล้มคว่ำ มีดกระดูกกระเด็นหลุดมือไป ทั้งคู่จึงเริ่มกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันบนพื้น ในขณะที่อีกคนหนึ่งก็ชูมีดกระดูกขึ้นเตรียมจะแทงใส่หลินสวิน
"อ๊ากกก!!"
พร้อมกับเสียงคำราม หลีตงฟาพุ่งพรวดออกมาจากห้องแล้วใช้ร่างกายเข้ากระแทกใส่คนที่ถือมีดอยู่อย่างจัง
"ปัง!"
ด้วยน้ำหนักตัวกว่าร้อยแปดสิบชั่ง หลีตงฟาสามารถชนชายคนนั้นจนกระเด็นไปกระแทกกับเหลี่ยมโต๊ะหินจนล้มฟุบลงด้วยความเจ็บปวด
"ไอ้อ้วนหลี! ฆ่ามัน!" หลินสวินที่ถูกใครคนหนึ่งกดคอไว้จนหน้าแดงก่ำตะโกนบอกหลีตงฟา
"ผะ... ผม..." หลีตงฟาได้ยินเสียงหลินสวินก็รีบก้มลงหยิบมีดกระดูกบนพื้น มือของเขาเริ่มสั่นเทาไม่หยุด
"ลงมือสิ!" หลินสวินคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แล้วตะโกนซ้ำอีกครั้ง
"ผมไม่กล้า!!" หลีตงฟากำมีดแน่น ขอบตาแดงก่ำด้วยความลนลาน ปกติแค่ฆ่าหนูมือเขายังพอนะจะให้เขาฆ่าคนนั้นคือเรื่องที่เขายอมรับได้ยากมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ปฏิเสธพี่ชายไปล่าสัตว์จนต้องมาเป็นคนล้างท่อส้วมในป้อมปราการหรอก
"ตึก ตึก!"
ในจังหวะที่หลีตงฟากำลังลังเล คนที่ถูกชนล้มก็ปีนลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้ววาดมีดฟันใส่หลินสวิน
"ฉึก!"
ในวินาทีวิกฤต หลีตงฟาพุ่งเข้ากอดหลินสวินไว้แล้วรับคมมีดแทน แม้ในมือจะถือมีดอยู่แต่เขาก็ยังไม่กล้าลงมือฆ่าใครอยู่ดี
การกระทำที่หลีตงฟาพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหันทำให้คนที่กำลังยื้อยุดอยู่กับหลินสวินชะงักไปชั่วครู่ หลินสวินจึงสบโอกาสดึงตะปูเหล็กที่ปักแขนอยู่ออกมาแล้วแทงเข้าที่ลำคอของมันสองทีซ้อน ก่อนจะพุ่งเข้าหาคนที่ฟันหลีตงฟาต่อ
ฝ่ายตรงข้ามเห็นหลินสวินพุ่งเข้ามาก็แทงมีดเข้าที่หน้าอกทันที ในระยะประชิดขนาดนี้หลินสวินไม่มีทางหลบพ้น เขาทำได้เพียงกดข้อมืออีกฝ่ายลงเพื่อเลี่ยงจุดตาย
"ฉึก!"
มีดแหลมพุ่งเข้าเนื้อแทงเข้าที่ขาของหลินสวินอย่างรุนแรง เมื่ออีกฝ่ายแทงโดนก็รีบถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง
ในขณะที่เส้นประสาทตึงเครียด อะดรีนาลีนที่พุ่งสูงทำให้หลินสวินยังไม่รู้สึกเจ็บ เขาคิดจะตามไปซ้ำแต่กลับรู้สึกว่าขาซ้ายอ่อนแรงจนร่างกายล้มลงไปกองกับพื้น จากนั้นเขาก็เห็นมีดของอีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเขา
"ตุบ!"
เสียงกระแทกหนักๆ ดังขึ้น หลีตงฟาที่แผ่นหลังโชกไปด้วยเลือดพุ่งเข้าทับอีกฝ่ายลงกับพื้น หลินสวินจึงหยิบมีดบนพื้นแทงสวนเข้าที่ซี่โครงของมันทันที
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดผ่านไป หลินสวินและหลีตงฟาต่างโชกไปด้วยเลือด ภายในห้องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ชวนคลื่นเหียน
"แฮก แฮก!"
หลินสวินหอบหายใจหนักๆ แล้วพบว่าในลานบ้านนอกจากศพไม่กี่ศพแล้วก็ไม่เห็นใครอื่นอีก เขาจึงชะงักไป "พี่เจ๋อล่ะ?"
"ผมไม่รู้!" หลีตงฟาส่ายหน้าอย่างมึนงง พลางมองหลินสวินด้วยร่างกายที่สั่นเทา "พี่สวิน... พี่ว่าผมจะตายไหม?"
"โดนฟันหลังแผลเดียว แกจะตายห่าได้ยังไง ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเมื่อกี้แกถึง..." หลินสวินตั้งท่าจะด่าหลีตงฟา แต่พอเห็นสภาพของเขาชัดๆ ก็ถึงกับอึ้งไป
ในตอนนี้หลีตงฟายังคงนอนทับร่างไร้วิญญาณของศัตรูอยู่ แต่ในขณะที่หลีตงฟาพุ่งเข้าทับคนคนนั้น อีกฝ่ายก็ได้แทงมีดกระดูกเข้าที่หน้าท้องของหลีตงฟาด้วยเช่นกัน
"ผะ... ผม..." หลีตงฟามองมีดที่ปักอยู่ที่ท้องตัวเองอีกครั้ง ยังไม่ทันพูดจบเขาก็ตาเหลือกแล้วสลบพับไป
"ไอ้อ้วน! ไอ้อ้วน!" หลินสวินพยายามจะลุกขึ้น แต่บาดแผลที่ขาซึ่งเลือดไหลไม่หยุดทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้เลย
...
สองนาทีก่อน หลังจากหนิงเจ๋อถูกซัดลงกับพื้น เขาก็ถูกคนสองคนล้อมไว้ทันที โดยคนหนึ่งเตะเข้าที่ดั้งจมูกของเขา
"ปัง!"
เมื่อหนิงเจ๋อหลบพ้น เท้าของอีกฝ่ายก็เหยียบลงบนพื้น หนิงเจ๋อจึงคว้าข้อเท้าไว้แล้ววาดมีดแทงทะลุหน้าแข้งของมัน
"อ๊าก!" อีกฝ่ายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มคว่ำลง ส่วนหนิงเจ๋อที่ยอมรับคมมีดที่บ่าหนึ่งแผลก็ดีดตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"บัดซบ! ถอย!" หัวหน้ากลุ่มอาศัยแสงจันทร์ที่สาดเข้ามาในห้องเห็นศพที่นอนเกลื่อนพื้นก็ตระหนักได้ทันทีว่าคนในบ้านหลังนี้ไม่ใช่คนที่จะตอแยได้ง่ายๆ ตอนที่เขาเป็นโจรป่าเขาก็เคยถูกกองทัพล้อมปราบเพราะไปปล้นขบวนขนส่งของป้อมปราการมาก่อน
ในตอนนั้นคนที่รับมือกับพวกเขาก็คือกองกำลังระดับหัวกะทิของป้อมปราการ ในการต่อสู้ระยะประชิดทหารเพียงคนเดียวสามารถรับมือโจรป่าได้ถึงสี่ห้าคน และในตอนนี้คนในบ้านหลังนี้ดูเหมือนจะมีฝีมือการต่อสู้ไม่ด้อยไปกว่าทหารอาชีพพวกนั้นเลย แถมยังลงมือได้เหี้ยมเกรียมกว่า ไม่มีท่าทางเก้ๆ กังๆ เลยแม้แต่น้อย เมื่อลงมือวาดมีดแล้วย่อมหวังผลที่จุดตายเสมอ
ในสถานการณ์แบบนี้ หัวหน้ากลุ่มย่อมรู้ว่าเขายังมีโอกาสที่จะจัดการหนิงเจ๋อและพวกได้ แต่พอนึกดูแล้วเขากลับรู้สึกว่าการเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับพวกผู้อพยพแบบนี้มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
คนที่เหลืออยู่อีกคนในห้องที่เดิมทีก็ขยาดหนิงเจ๋ออยู่แล้ว พอได้ยินหัวหน้าสั่งก็หมดใจจะสู้ทันทีและหันหลังวิ่งหนีออกไปนอกประตู
"ไอ้อ้วนหลี! ฆ่ามัน!"
เสียงของหลินสวินดังมาจากข้างหลัง
"พรึ่บ!"
หนิงเจ๋อได้ยินเสียงหลินสวินร่วมมือกับหลีตงฟาก็รู้สึกว่าทั้งคู่คงรับมือกับสองคนที่เหลือในห้องได้แน่ เขาจึงพุ่งออกจากประตูไปทันทีโดยไม่ทันได้ยินประโยคที่หลีตงฟาพูดต่อมาว่า "ผมไม่กล้า"
ตอนนี้เป้าหมายของหนิงเจ๋อนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการกำจัดคนที่เหลือให้สิ้นซาก ในเมื่อพวกนี้กล้าบุกมาฆ่าถึงบ้าน ถ้าไม่ทำให้คนที่ส่งพวกมันมาเกิดความหวาดกลัวและรู้ว่าการจะมาจัดการเขานั้นต้องแลกด้วยราคาที่แสนแพง เกรงว่าปัญหาจะยิ่งตามมาไม่จบไม่สิ้น