เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก

บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก

บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก


บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก

หัวหน้าหน่วยทหารรับจ้างมองชายวัยกลางคนที่หมอบอยู่บนพื้นในสภาพที่แทบไม่เหลือเค้ามนุษย์ด้วยสายตาเย็นชา "แกเป็นตัวอะไร! มีสิทธิ์อะไรมาพิสูจน์ให้มัน?"

"คืนนี้หนิงเจ๋อกับหลินสวินอยู่ดูแลผมที่บ้านตลอด! เพิ่งจะกลับไปเมื่อกี้เอง ผมกับลูกชายยืนยันได้!" ชายคนนั้นมองสบตาหัวหน้าหน่วยอย่างจริงจัง "ผมชื่อโจวซวี่! สิ่งที่พูดไปเป็นความจริงทั้งหมด! ถ้ามีคำโกหกแม้แต่คำเดียว พวกท่านจะเผาผมให้ตายก็ได้!"

"ผู้กอง! อย่าไปฟังมันพล่าม หนิงเจ๋อไม่ได้อยู่บ้านแน่ ๆ !" หูจื้อต๋าเถียงสุดตัว

"หูจื้อต๋ามันโกหก! มันมีเรื่องกับหนิงเจ๋อ! มันแค่จะยืมมือพวกท่านฆ่าคน!" เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องไหนสักแห่งอีกครั้ง

"ปึ้ง! ปึ้ง!"

โจวซวี่หมอบลงกับพื้นแล้วเอาหัวโขกดินไม่หยุด "ผู้กอง! ผมไม่กล้าโกหกพวกท่านจริง ๆ ! ปกติหนิงเจ๋อคอยดูแลผมมาตลอด เรื่องนี้หลายคนเป็นพยานให้ได้! พวกเขาเป็นคนดีจริง ๆ ! ถ้าท่านหลงเชื่อคำลวงของหูจื้อต๋าแล้วหนิงเจ๋อต้องตาย ผมก็คงไม่มีทางรอดเหมือนกัน! ผมรู้ว่าพวกท่านไม่สนใจความเป็นความตายของผมหรอก แต่พวกท่านจะยอมโดนคนพรรค์นี้หลอกใช้ไม่ได้นะ!"

"ที่มันพูดเป็นความจริงเหรอ?" หัวหน้าหน่วยหันไปจ้องหูจื้อต๋า

"ผู้กอง! พวกมันรวมหัวกันหลอกท่าน! ผมเห็นกับตาว่าหนิงเจ๋อกับหลินสวินเดินออกจากสวนไป! ผมเห็นพวกมันไปจริง ๆ นะ!" หูจื้อต๋าตะโกนด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน

"มันโกหก..." ในตอนนั้นเอง เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกมาจากด้านหลัง

"แกเป็นใคร?" หัวหน้าหน่วยหันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องด้านหลัง เธออายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี แต่งตัวดูดีกว่าผู้อพยพคนอื่นเล็กน้อย และใบหน้าก็ค่อนข้างสะอาด

"ฉันเป็นเพื่อนบ้านของหนิงเจ๋อ เมื่อกี้ฉันเห็นเขาเดินเข้าบ้านพี่โจวซวี่ไปจริง ๆ แถมยังเห็นเขาไปถ่ายท้องเรี่ยราดด้วย! เมื่อชั่วโมงก่อนตอนเขาไปถ่ายหนักอยู่ที่ท้ายซอย ฉันก็เห็นเขา!" เด็กสาวชี้ไปยังซอยข้าง ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

"เจ้าอี้! แกหุบปากไปเลยนะ!" หูจื้อต๋าแผดเสียงด่าเด็กสาว ก่อนจะหันมาหาหัวหน้าหน่วยด้วยท่าทางหอบเหนื่อย "ผู้กอง! ท่านเชื่อมันไม่ได้นะ! นังนี่มันก็แค่โสเภณีที่พูดจาเชื่อถือไม่ได้!"

"ไปดูซิ!" หัวหน้าหน่วยปรายตามองหูจื้อต๋าแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดนิ้วสั่งลูกน้อง

ทหารรับจ้างคนหนึ่งวิ่งหายเข้าไปในซอย และกลับมารายงานอย่างรวดเร็ว "หัวหน้า! ในซอยมีกองอุจจาระอยู่จริงครับ ไม่มีความร้อนแล้วแต่ยังดูสดใหม่อยู่!"

หูจื้อต๋าได้ยินดังนั้น แขนขาก็เริ่มสั่นเทา

"ผู้กอง ผมมีเรื่องบาดหมางกับไอ้หมอนี่! มันแค่จะยืมมือพวกท่านกำจัดผมเท่านั้น! ผมไม่รู้ว่าหูจื้อต๋าไปหลอกอะไรท่านไว้ แต่ผมเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ๆ !" เมื่อเห็นท่าทางของหูจื้อต๋า หนิงเจ๋อก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีหลักฐานมัดตัวเขาแน่ บางทีหูจื้อต๋าเองก็แค่เดาว่าเขาออกไปล่าสัตว์แล้วหาเรื่องใส่ความเพื่อกำจัดเขาเท่านั้น

"แกรู้ไหมว่าการทำให้ฉันเสียเวลามันจะมีจุดจบยังไง?" หัวหน้าหน่วยขยับไหล่พลางวางมือลงบนด้ามปืนพกหลายลำกล้องที่เอว แล้วถามหูจื้อต๋าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ผู้กอง! ฟังผมก่อน! ไอ้หมอนี่มันเป็นฆาตกร! มันฆ่าลูกชายผม! ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะ! มัน..." หูจื้อต๋ามองเห็นแววตาเหี้ยมเกรียมลอดผ่านหน้ากากกันพิษของหัวหน้าหน่วย เขารีบคุกเข่าเตรียมจะอธิบายต่อ

"ปัง!"

ยังไม่ทันสิ้นเสียงพูด เสียงปืนก็ดังสนั่น ศีรษะของหูจื้อต๋าระเบิดออก เลือดสาดกระจายเต็มกำแพง

"ถอนกำลัง! ไปตรวจค้นย่านอื่นต่อ!" หัวหน้าหน่วยสั่งลูกน้องก่อนจะหันมามองหนิงเจ๋อและหลินสวิน "พวกแกสองคน จัดการศพมันด้วย!"

ทหารรับจ้างมาเร็วเคลมเร็ว เพียงครู่เดียวในสวนก็เหลือเพียงศพของหูจื้อต๋าและกองเลือดที่เจิ่งนอง

"ฟู่!"

เมื่อพวกทหารไปแล้ว หนิงเจ๋อที่รอดตายหวุดหวิดก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เขาพบว่าโจวซวี่หายกลับเข้าไปข้างในตอนไหนไม่รู้ จึงหันไปมองเจ้าอี้ "ขอบใจนะ"

"ขอบใจเรื่องอะไร? ขอบใจที่ฉันช่วยชีวิตแก หรือขอบใจที่ฉันปีนหน้าต่างหลังบ้านไปเก็บขี้มาวางไว้ในซอยให้?" เจ้าอี้พิงกรอบประตูมองหนิงเจ๋อ แม้เธอจะอายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่กลับมีเสน่ห์ที่ต่างจากเด็กทั่วไป แววตาของเธอไม่มีความใสซื่อตามวัย แต่กลับเต็มไปด้วยความกร้านโลกและเป็นผู้ใหญ่เกินตัว

สิ่งที่หูจื้อต๋าพูดก่อนหน้านี้ไม่ผิด เจ้าอี้ไม่ใช่ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว แต่อาชีพพิเศษนี้ก็ทำให้ชีวิตของเธอดีกว่าผู้อพยพคนอื่นเล็กน้อย แม้โลกจะลำบากเพียงใด ก็ยังมีคนยอมเจียดอาหารและน้ำดื่มเพื่อตอบสนองตัณหาเบื้องล่างเสมอ

"ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ" หนิงเจ๋อยิ้ม "วันหน้าถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอกฉันได้นะ"

"ฉันรู้ว่าแกเป็นคนกตัญญู ในเมื่ออยากจะตอบแทนฉัน งั้นก็มาเป็นผู้ชายของฉันซะ!" เจ้าอี้หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบอย่างชำนาญ

"เราสองคนไม่เหมาะกันหรอก ฉันเห็นแกเป็นเหมือนน้องสาวมาตลอด" หนิงเจ๋อรู้ดีว่าเจ้าอี้คิดยังไงกับเขา และเขาก็รู้ว่าเธอช่วยเขาไว้มาก แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เขาไม่เคยมีความคิดเกินเลย

"ทำไมล่ะ? เพราะแกยังลืมฉินเสี่ยวอวี๋ไม่ได้? หรือเพราะแกคิดว่าฉันสกปรก?" เจ้าอี้ดูเหมือนจะชินกับคำตอบนี้แล้ว แต่แววตาก็ยังฉายความผิดหวังลึก ๆ ออกมา

"ฉันไม่เคยรังเกียจแก บนโลกใบนี้ คนสะอาดน่ะอยู่ไม่รอดหรอก" หนิงเจ๋อส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง

"อย่ามาหลอกกันเลย! แกคิดว่าฉันไม่คู่ควรกับแก! แล้วแกคู่ควรกับฉินเสี่ยวอวี๋นักเหรอ?! อย่าลืมนะ! ยัยนั่นกลายเป็นคนเมืองไปแล้ว! ส่วนพวกเราน่ะมันก็แค่คนชั้นต่ำ! ไพร่สถุน!" เจ้าอี้กระชากม่านปิดลงด้วยความโมโห

"พี่ ไม่เป็นไรนะ?" หลินสวินเห็นหนิงเจ๋อเงียบไปจึงปลอบว่า "อย่าไปถือสาเลย พี่เสี่ยวอวี๋ดีกว่าผู้หญิงไม่สะอาดแบบนั่นตั้งเยอะ!"

"อย่าพูดแบบนั้น" หนิงเจ๋อถอนหายใจ "สำหรับเด็กผู้หญิงอย่างเจ้าอี้ที่ต้องเอาตัวรอดบนดินแดนรกร้างตั้งแต่อายุสิบสอง เธอทำอะไรก็ไม่น่าอายทั้งนั้นแหละ ในยุคสมัยที่บ้านเมืองย่อยยับขนาดนี้ แค่มีชีวิตรอดต่อไปได้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว"

"พี่ สิ่งที่พี่พูดมามันก็มีเหตุผลนะ แต่ตอนนี้พี่ยังล่อนจามอยู่นะพี่!" หลินสวินมองหนิงเจ๋อที่ตัวเปลือยเปล่าแล้วเตือนสติ

"...เออว่ะ!" หนิงเจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอามือกุมเป้าแล้วรีบวิ่งหนีไป

...

หนิงเจ๋อกับหลินสวินจัดการศพของหูจื้อต๋าเสร็จก็กลับเข้าไปในเรือนแถว เขาเดินไปหยุดตรงหน้าเพิงพักที่ซอมซ่อที่สุดแล้วเลิกม่านขึ้น

"ใคร?!" เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังมาจากข้างใน

"พี่โจว ผมเอง!" หนิงเจ๋อขานตอบก่อนจะมุดเข้าไปในเพิงที่มีกลิ่นเหม็นตลบอบอวล แสงจันทร์ลอดผ่านรอยแตกบนหลังคาลงมาอาบไล้ร่างของโจวซวี่ ข้าง ๆ เขามีเด็กชายผอมแห้งคนหนึ่งที่หลับปุ๋ยไปแล้ว

"เสี่ยวเจ๋อ? แกมาได้ไง! บ้านพี่เหม็นมาก ไป คุยกันข้างนอกเถอะ!" โจวซวี่เห็นว่าเป็นหนิงเจ๋อก็ฝืนยิ้มอย่างกระดากอาย

"ไม่เป็นไร คุยที่นี่แหละ!" หนิงเจ๋อโบกมือพลางมองดูพ่อลูกคู่นี้ "วันนี้พี่สะใภ้เข้ากะดึกเหรอ?"

"เปล่า... เธอไปนอนกับคนอื่น... แกก็รู้ ลำพังแค่เงินเดือนโรงงานของเธอเลี้ยงคนทั้งบ้านไม่ไหวหรอก... พี่บอกให้เธอพาลูกหนีไปแต่งงานใหม่ซะ แต่เธอห่วงว่าพี่จะไม่มีคนดูแล เลยไม่ยอมไปไหน ยืนกรานจะเฝ้าคอกสุนัขหลังนี้อยู่กับพี่!" โจวซวี่ก้มหน้า เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงยุง แม้อาชีพขายบริการจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในเขตผู้อพยพ แต่มันก็เป็นเรื่องน่าอายสำหรับคนเป็นสามี

แม้ในยุคสมัยนี้ ศักดิ์ศรีจะไม่มีค่าแม้แต่แดงเดียวก็ตาม

จบบทที่ บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก

คัดลอกลิงก์แล้ว