- หน้าแรก
- พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนรกร้าง
- บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก
บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก
บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก
บทที่ 8 คนชั้นต่ำดั่งหญ้าแพรก
หัวหน้าหน่วยทหารรับจ้างมองชายวัยกลางคนที่หมอบอยู่บนพื้นในสภาพที่แทบไม่เหลือเค้ามนุษย์ด้วยสายตาเย็นชา "แกเป็นตัวอะไร! มีสิทธิ์อะไรมาพิสูจน์ให้มัน?"
"คืนนี้หนิงเจ๋อกับหลินสวินอยู่ดูแลผมที่บ้านตลอด! เพิ่งจะกลับไปเมื่อกี้เอง ผมกับลูกชายยืนยันได้!" ชายคนนั้นมองสบตาหัวหน้าหน่วยอย่างจริงจัง "ผมชื่อโจวซวี่! สิ่งที่พูดไปเป็นความจริงทั้งหมด! ถ้ามีคำโกหกแม้แต่คำเดียว พวกท่านจะเผาผมให้ตายก็ได้!"
"ผู้กอง! อย่าไปฟังมันพล่าม หนิงเจ๋อไม่ได้อยู่บ้านแน่ ๆ !" หูจื้อต๋าเถียงสุดตัว
"หูจื้อต๋ามันโกหก! มันมีเรื่องกับหนิงเจ๋อ! มันแค่จะยืมมือพวกท่านฆ่าคน!" เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องไหนสักแห่งอีกครั้ง
"ปึ้ง! ปึ้ง!"
โจวซวี่หมอบลงกับพื้นแล้วเอาหัวโขกดินไม่หยุด "ผู้กอง! ผมไม่กล้าโกหกพวกท่านจริง ๆ ! ปกติหนิงเจ๋อคอยดูแลผมมาตลอด เรื่องนี้หลายคนเป็นพยานให้ได้! พวกเขาเป็นคนดีจริง ๆ ! ถ้าท่านหลงเชื่อคำลวงของหูจื้อต๋าแล้วหนิงเจ๋อต้องตาย ผมก็คงไม่มีทางรอดเหมือนกัน! ผมรู้ว่าพวกท่านไม่สนใจความเป็นความตายของผมหรอก แต่พวกท่านจะยอมโดนคนพรรค์นี้หลอกใช้ไม่ได้นะ!"
"ที่มันพูดเป็นความจริงเหรอ?" หัวหน้าหน่วยหันไปจ้องหูจื้อต๋า
"ผู้กอง! พวกมันรวมหัวกันหลอกท่าน! ผมเห็นกับตาว่าหนิงเจ๋อกับหลินสวินเดินออกจากสวนไป! ผมเห็นพวกมันไปจริง ๆ นะ!" หูจื้อต๋าตะโกนด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน
"มันโกหก..." ในตอนนั้นเอง เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกมาจากด้านหลัง
"แกเป็นใคร?" หัวหน้าหน่วยหันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องด้านหลัง เธออายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี แต่งตัวดูดีกว่าผู้อพยพคนอื่นเล็กน้อย และใบหน้าก็ค่อนข้างสะอาด
"ฉันเป็นเพื่อนบ้านของหนิงเจ๋อ เมื่อกี้ฉันเห็นเขาเดินเข้าบ้านพี่โจวซวี่ไปจริง ๆ แถมยังเห็นเขาไปถ่ายท้องเรี่ยราดด้วย! เมื่อชั่วโมงก่อนตอนเขาไปถ่ายหนักอยู่ที่ท้ายซอย ฉันก็เห็นเขา!" เด็กสาวชี้ไปยังซอยข้าง ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
"เจ้าอี้! แกหุบปากไปเลยนะ!" หูจื้อต๋าแผดเสียงด่าเด็กสาว ก่อนจะหันมาหาหัวหน้าหน่วยด้วยท่าทางหอบเหนื่อย "ผู้กอง! ท่านเชื่อมันไม่ได้นะ! นังนี่มันก็แค่โสเภณีที่พูดจาเชื่อถือไม่ได้!"
"ไปดูซิ!" หัวหน้าหน่วยปรายตามองหูจื้อต๋าแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดนิ้วสั่งลูกน้อง
ทหารรับจ้างคนหนึ่งวิ่งหายเข้าไปในซอย และกลับมารายงานอย่างรวดเร็ว "หัวหน้า! ในซอยมีกองอุจจาระอยู่จริงครับ ไม่มีความร้อนแล้วแต่ยังดูสดใหม่อยู่!"
หูจื้อต๋าได้ยินดังนั้น แขนขาก็เริ่มสั่นเทา
"ผู้กอง ผมมีเรื่องบาดหมางกับไอ้หมอนี่! มันแค่จะยืมมือพวกท่านกำจัดผมเท่านั้น! ผมไม่รู้ว่าหูจื้อต๋าไปหลอกอะไรท่านไว้ แต่ผมเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ๆ !" เมื่อเห็นท่าทางของหูจื้อต๋า หนิงเจ๋อก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีหลักฐานมัดตัวเขาแน่ บางทีหูจื้อต๋าเองก็แค่เดาว่าเขาออกไปล่าสัตว์แล้วหาเรื่องใส่ความเพื่อกำจัดเขาเท่านั้น
"แกรู้ไหมว่าการทำให้ฉันเสียเวลามันจะมีจุดจบยังไง?" หัวหน้าหน่วยขยับไหล่พลางวางมือลงบนด้ามปืนพกหลายลำกล้องที่เอว แล้วถามหูจื้อต๋าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ผู้กอง! ฟังผมก่อน! ไอ้หมอนี่มันเป็นฆาตกร! มันฆ่าลูกชายผม! ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะ! มัน..." หูจื้อต๋ามองเห็นแววตาเหี้ยมเกรียมลอดผ่านหน้ากากกันพิษของหัวหน้าหน่วย เขารีบคุกเข่าเตรียมจะอธิบายต่อ
"ปัง!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงพูด เสียงปืนก็ดังสนั่น ศีรษะของหูจื้อต๋าระเบิดออก เลือดสาดกระจายเต็มกำแพง
"ถอนกำลัง! ไปตรวจค้นย่านอื่นต่อ!" หัวหน้าหน่วยสั่งลูกน้องก่อนจะหันมามองหนิงเจ๋อและหลินสวิน "พวกแกสองคน จัดการศพมันด้วย!"
ทหารรับจ้างมาเร็วเคลมเร็ว เพียงครู่เดียวในสวนก็เหลือเพียงศพของหูจื้อต๋าและกองเลือดที่เจิ่งนอง
"ฟู่!"
เมื่อพวกทหารไปแล้ว หนิงเจ๋อที่รอดตายหวุดหวิดก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เขาพบว่าโจวซวี่หายกลับเข้าไปข้างในตอนไหนไม่รู้ จึงหันไปมองเจ้าอี้ "ขอบใจนะ"
"ขอบใจเรื่องอะไร? ขอบใจที่ฉันช่วยชีวิตแก หรือขอบใจที่ฉันปีนหน้าต่างหลังบ้านไปเก็บขี้มาวางไว้ในซอยให้?" เจ้าอี้พิงกรอบประตูมองหนิงเจ๋อ แม้เธอจะอายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่กลับมีเสน่ห์ที่ต่างจากเด็กทั่วไป แววตาของเธอไม่มีความใสซื่อตามวัย แต่กลับเต็มไปด้วยความกร้านโลกและเป็นผู้ใหญ่เกินตัว
สิ่งที่หูจื้อต๋าพูดก่อนหน้านี้ไม่ผิด เจ้าอี้ไม่ใช่ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว แต่อาชีพพิเศษนี้ก็ทำให้ชีวิตของเธอดีกว่าผู้อพยพคนอื่นเล็กน้อย แม้โลกจะลำบากเพียงใด ก็ยังมีคนยอมเจียดอาหารและน้ำดื่มเพื่อตอบสนองตัณหาเบื้องล่างเสมอ
"ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ" หนิงเจ๋อยิ้ม "วันหน้าถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอกฉันได้นะ"
"ฉันรู้ว่าแกเป็นคนกตัญญู ในเมื่ออยากจะตอบแทนฉัน งั้นก็มาเป็นผู้ชายของฉันซะ!" เจ้าอี้หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบอย่างชำนาญ
"เราสองคนไม่เหมาะกันหรอก ฉันเห็นแกเป็นเหมือนน้องสาวมาตลอด" หนิงเจ๋อรู้ดีว่าเจ้าอี้คิดยังไงกับเขา และเขาก็รู้ว่าเธอช่วยเขาไว้มาก แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เขาไม่เคยมีความคิดเกินเลย
"ทำไมล่ะ? เพราะแกยังลืมฉินเสี่ยวอวี๋ไม่ได้? หรือเพราะแกคิดว่าฉันสกปรก?" เจ้าอี้ดูเหมือนจะชินกับคำตอบนี้แล้ว แต่แววตาก็ยังฉายความผิดหวังลึก ๆ ออกมา
"ฉันไม่เคยรังเกียจแก บนโลกใบนี้ คนสะอาดน่ะอยู่ไม่รอดหรอก" หนิงเจ๋อส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง
"อย่ามาหลอกกันเลย! แกคิดว่าฉันไม่คู่ควรกับแก! แล้วแกคู่ควรกับฉินเสี่ยวอวี๋นักเหรอ?! อย่าลืมนะ! ยัยนั่นกลายเป็นคนเมืองไปแล้ว! ส่วนพวกเราน่ะมันก็แค่คนชั้นต่ำ! ไพร่สถุน!" เจ้าอี้กระชากม่านปิดลงด้วยความโมโห
"พี่ ไม่เป็นไรนะ?" หลินสวินเห็นหนิงเจ๋อเงียบไปจึงปลอบว่า "อย่าไปถือสาเลย พี่เสี่ยวอวี๋ดีกว่าผู้หญิงไม่สะอาดแบบนั่นตั้งเยอะ!"
"อย่าพูดแบบนั้น" หนิงเจ๋อถอนหายใจ "สำหรับเด็กผู้หญิงอย่างเจ้าอี้ที่ต้องเอาตัวรอดบนดินแดนรกร้างตั้งแต่อายุสิบสอง เธอทำอะไรก็ไม่น่าอายทั้งนั้นแหละ ในยุคสมัยที่บ้านเมืองย่อยยับขนาดนี้ แค่มีชีวิตรอดต่อไปได้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว"
"พี่ สิ่งที่พี่พูดมามันก็มีเหตุผลนะ แต่ตอนนี้พี่ยังล่อนจามอยู่นะพี่!" หลินสวินมองหนิงเจ๋อที่ตัวเปลือยเปล่าแล้วเตือนสติ
"...เออว่ะ!" หนิงเจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอามือกุมเป้าแล้วรีบวิ่งหนีไป
...
หนิงเจ๋อกับหลินสวินจัดการศพของหูจื้อต๋าเสร็จก็กลับเข้าไปในเรือนแถว เขาเดินไปหยุดตรงหน้าเพิงพักที่ซอมซ่อที่สุดแล้วเลิกม่านขึ้น
"ใคร?!" เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังมาจากข้างใน
"พี่โจว ผมเอง!" หนิงเจ๋อขานตอบก่อนจะมุดเข้าไปในเพิงที่มีกลิ่นเหม็นตลบอบอวล แสงจันทร์ลอดผ่านรอยแตกบนหลังคาลงมาอาบไล้ร่างของโจวซวี่ ข้าง ๆ เขามีเด็กชายผอมแห้งคนหนึ่งที่หลับปุ๋ยไปแล้ว
"เสี่ยวเจ๋อ? แกมาได้ไง! บ้านพี่เหม็นมาก ไป คุยกันข้างนอกเถอะ!" โจวซวี่เห็นว่าเป็นหนิงเจ๋อก็ฝืนยิ้มอย่างกระดากอาย
"ไม่เป็นไร คุยที่นี่แหละ!" หนิงเจ๋อโบกมือพลางมองดูพ่อลูกคู่นี้ "วันนี้พี่สะใภ้เข้ากะดึกเหรอ?"
"เปล่า... เธอไปนอนกับคนอื่น... แกก็รู้ ลำพังแค่เงินเดือนโรงงานของเธอเลี้ยงคนทั้งบ้านไม่ไหวหรอก... พี่บอกให้เธอพาลูกหนีไปแต่งงานใหม่ซะ แต่เธอห่วงว่าพี่จะไม่มีคนดูแล เลยไม่ยอมไปไหน ยืนกรานจะเฝ้าคอกสุนัขหลังนี้อยู่กับพี่!" โจวซวี่ก้มหน้า เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงยุง แม้อาชีพขายบริการจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในเขตผู้อพยพ แต่มันก็เป็นเรื่องน่าอายสำหรับคนเป็นสามี
แม้ในยุคสมัยนี้ ศักดิ์ศรีจะไม่มีค่าแม้แต่แดงเดียวก็ตาม