เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - ฤทธานุภาพไข่มุกมังกรไฟ

บทที่ 44 - ฤทธานุภาพไข่มุกมังกรไฟ

บทที่ 44 - ฤทธานุภาพไข่มุกมังกรไฟ


บทที่ 44 - ฤทธานุภาพไข่มุกมังกรไฟ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ในสนามต่อสู้ ลู่ อี้ฟานเห็นจิ้งจอกเก้าหางถอยร่น โอกาสดีเช่นนี้มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือ เขาพุ่งทะยานออกไปในพริบตา กระบี่เหล็กส่งเสียงคำรามกึกก้อง ปีศาจจิ้งจอกขมวดคิ้ว ใบหน้าที่เดิมทีซีดขาวดูเหมือนจะแดงระเรื่อขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

เมื่อเห็นลู่ อี้ฟานพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางราตรีที่มืดมิดและลมพายุที่โหมกระหน่ำ คิ้วเรียวงามบนใบหน้าอันเย้ายวนของนางขมวดเข้าหากัน นางแค่นเสียงเบาๆ สะบัดแขนเสื้อ นิ้วมือเรียวยาวดุจหยกแดงยืดหดเกร็งงอราวกับกรงเล็บ วาดผ่านอากาศต้านรับการโจมตี

"ย้าก!"

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดุจภูผาถล่มดังขึ้นอย่างกะทันหัน ราวกับเข็มแหลมนับพันเล่มทิ่มแทงแก้วหูของทุกคน

ในป่าที่มืดมิด จู่ๆ ก็มีวิญญาณร้ายนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่าพวกมันทะลักออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังปีศาจสาวตนนั้น เสียงโหยหวนดังระงม ใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ พวกมันถาโถมเข้าใส่ลู่ อี้ฟานราวกับคลื่นยักษ์

เพียงชั่วพริบตา ร่างของลู่ อี้ฟานก็ถูกกลืนหายไปในฝูงปีศาจเหล่านั้น

ทุกคนหน้าถอดสี แต่เพียงอึดใจต่อมา ก็เห็นลู่ อี้ฟานทะลวงฝ่าวงล้อมออกมา มนุษย์และกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่ง แสงสีเหลืองนวลจากกระบี่เหล็กสาดส่องไปที่ใด นอกจากปีศาจที่มีตบะแก่กล้าตัวใหญ่บางตัวที่พอจะต้านทานได้บ้าง พวกปีศาจเล็กปีศาจน้อยต่างไม่กล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้แม้แต่ครึ่งก้าว

ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนตกตะลึงพรึงเพริด แต่ตัวลู่ อี้ฟานที่กำลังทุ่มเทกำลังภายในต่อสู้อยู่นั้น ในใจกลับรู้สึกขมขื่นยิ่งนัก กระบี่โบราณซวนหยวนเล่มนี้เป็นวัตถุที่มีไอความตายรุนแรงที่สุดในใต้หล้า หล่อหลอมขึ้นจากวิญญาณอาฆาต ดูจากอาการหวาดกลัวของเหล่าปีศาจที่มีต่อกระบี่เล่มนี้แล้ว เกรงว่าคำพูดของมารจันทราในวันนั้น คงจะเป็นเรื่องจริงเสียส่วนใหญ่

ปีศาจจิ้งจอกเห็นสมุนปีศาจมากมายก่ายกองยังไม่อาจหยุดยั้งลู่ อี้ฟานได้ ใบหน้าก็ยิ่งซีดเผือดลง ในจังหวะนั้นเอง จู้สือที่อยู่ห่างออกไปก็คำรามลั่น แสงกระบองสว่างวาบดูน่าเกรงขามดั่งเทพเจ้า เขากลายร่างเป็นดั่งท้าวจตุโลกบาลตาโตถลน กระโดดลอยตัวขึ้นสูง แล้วปักกระบอง 'เทียนซา' ลงสู่พื้นดินอย่างแรงอีกครั้ง

"ตูม!"

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แสงสีทองเจิดจ้าบาดตา พื้นดินรอบบริเวณยุบตัวลงไปกว้างกว่าเดิมนับสิบวา แสงสีทองที่พวยพุ่งออกมาดูน่าสะพรึงกลัว สายฟ้าแลบแปลบปลาบ

เสียงโหยหวนดังระงม เหล่าปีศาจที่รุมล้อมจู้สืออยู่กว่าครึ่งถูกพลังทำลายล้างจนสลายกลายเป็นจุน ส่วนที่เหลือต่างตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ แตกฮือหนีตายกันจ้าละหวั่น

จู้สือทิ้งตัวลงสู่พื้น ร่างกายกำยำเมื่อยืนหยัดมั่นคงก็หอบหายใจถี่ เห็นได้ชัดว่าการใช้วิชารุนแรงขนาดนี้กินแรงเขาไปไม่น้อย แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจหินผา เพียงครู่เดียวเขาก็ปรับลมหายใจได้ แม้จะยังหอบอยู่บ้าง แต่เขาก็กวาดตามองรอบๆ แล้วเดินตรงเข้าไปสมทบลู่ อี้ฟาน

ปีศาจจิ้งจอกชำเลืองเห็นจู้สือเดินเข้ามา และเห็นลู่ อี้ฟานอยู่ไม่ไกล นางกระทืบเท้าเตรียมจะใช้วิชาหลบหนี

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง แสงสีแดงวาบขึ้นในความมืด ดอกไม้สีแดงนับไม่ถ้วนโปรยปรายลงมาพร้อมกับเสียงลมกรรโชกแรง ปีศาจจิ้งจอกตกใจจนไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า จำต้องหยุดเท้าลง

เมื่อเพ่งมอง ก็เห็นเป็นหญิงสาวชุดชมพูที่ยืนดูอยู่เมื่อครู่ บัดนี้ได้เข้ามาปิดทางหนีของนางไว้แล้ว กลีบดอกไม้ปลิวว่อนดุจหิมะโปรย ค่อยๆ รวมตัวกันหมุนวนรอบกายหญิงสาวผู้นั้น ท่ามกลางแสงจันทร์เย็นยะเยือก มันควบแน่นกลับกลายเป็นดอกไม้สีแดงดอกเล็กๆ ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูดอกหนึ่ง วางอยู่บนปลายนิ้วเรียวงามของนาง

ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น นางหันกลับไปมอง ก็เห็นจู้สือและลู่ อี้ฟานตามมาทันแล้ว ทั้งสามยืนล้อมนางไว้เป็นรูปสามเหลี่ยม ปิดตายทุกทางหนี

สมุนปีศาจตัวเล็กตัวน้อยหายหัวไปหมดแล้ว เหลือเพียงนางยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางวงล้อมของมนุษย์เหล่านั้น

นางเผยอปากเล็กน้อย ราวกับมีความในใจที่น่าเสียดายบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ ใบหน้าอันเย้ายวนของนางก็ยังคงความงดงามไร้ที่ติ ไม่ได้ลดทอนลงแม้แต่น้อย

นางมองเมิ่ง อวิ๋น แล้วหันไปมองจู้สือ แต่ท้ายที่สุด นางกลับหยุดสายตาอันอ่อนโยนดุจสายน้ำไว้ที่ลู่ อี้ฟาน

ลู่ อี้ฟานตั้งท่าระวังตัวเต็มที่

แต่นางกลับไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาว่า "พ่อหนุ่มน้อย เจ้าเห็นสิ่งใดในบ่อน้ำโบราณนั้นหรือ บอกข้าได้หรือไม่"

ทุกคนต่างงุนงง ไม่นึกว่าปีศาจจิ้งจอกจะมาไม้ไหน เหตุใดจึงได้สนใจสิ่งที่ลู่ อี้ฟานเห็นในบ่อน้ำนักหนา ลู่ อี้ฟานยังไม่ทันตอบ จู้สือก็ตะโกนเตือนเสียงดัง "น้องลู่! อย่าไปหลงกลนังปีศาจนั่นนะ!"

ลู่ อี้ฟานพยักหน้า นิ่งเงียบไม่ตอบคำ มือขวากระชับกระบี่แน่น เตรียมพร้อมจะบุกเข้าไปอีกครั้ง

ปีศาจจิ้งจอกมองเขา แล้วถอนหายใจเบาๆ

หัวใจของลู่ อี้ฟานสั่นไหววูบหนึ่ง

แสงจันทร์สาดส่องลงมาอย่างนุ่มนวล

หญิงสาวก้มหน้ามองเงาตัวเอง ขนตายาวงอนบดบังดวงตาอันเย้ายวน แววตาดุจสายน้ำนั้นไหวระริก

จากนั้น นางก็เงยหน้าขึ้น ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ค่อยๆ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา

ทุกคนจ้องมองเขม็ง

มันเป็นวัตถุขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือ รูปทรงกลมเกลี้ยง ดูนวลตาและงดงาม ผิวสัมผัสละเอียดลออ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของวิเศษ เมื่อเพ่งมองให้ชัด ก็พบว่ามันคือลูกแก้วสีแดงเข้ม ภายในดูเหมือนจะมีลวดลายสัตว์บางอย่างสลักอยู่ แต่ด้วยแสงสลัวทำให้มองเห็นไม่ชัดนัก

หลี่ อี้โต้วยืนตะลึงงัน ตะลึงจนตาค้าง เสี่ยวลู่รู้สึกได้ว่าปู่ของนางไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน ยืนแข็งทื่อเป็นขอนไม้

นางเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ จึงกระตุกแขนเสื้อปู่เบาๆ "ท่านปู่ ท่านเป็นอะไรไป"

"เป็นไปได้ยังไง! เป็นไปได้ยังไง!" หลี่ อี้โต้วพึมพำ สายตาจับจ้องไปที่ลูกแก้วในมือปีศาจจิ้งจอกราวกับถูกสะกด น้ำเสียงสั่นเครือ "นั่นมัน... นั่นมันสมบัติวิเศษประจำวังทวนพิภพ 'ไข่มุกมังกรไฟ' ชัดๆ! ของวิเศษชิ้นนี้เป็นสุดยอดอาวุธที่มีพลังหยินหยางสูงสุดในโลก เป็นอาวุธปราบมารที่วังทวนพิภพหวงแหนยิ่งนัก ไฉน... ไฉนวันนี้ถึงมาอยู่ในมือของปีศาจจิ้งจอกตนนี้ได้?"

เสี่ยวลู่อึ้งไปนิดหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะมองลูกแก้วนั้นอีกครั้ง "ไอ้ลูกแก้วโทรมๆ นั่นน่ะหรือที่ว่าร้ายกาจ?"

หลี่ อี้โต้วถอนหายใจยาว เอ่ยเสียงเหม่อลอย "โลกนี้มันวิปริตไปแล้วจริงๆ ฝ่ายธรรมะถือของอัปมงคลไอสังหารรุนแรง ส่วนปีศาจร้ายกลับถือครองสุดยอดศาสตราปราบมาร!"

"เชอะ! ข้าก็นึกว่าท่านรำพึงรำพันเรื่องอะไร!" เสี่ยวลู่เบ้ปาก

หลี่ อี้โต้วหันมาดุ "เจ้าว่าไงนะ"

เสี่ยวลู่สวนกลับ "คำพูดคร่ำครึแบบนั้น ท่านพูดออกมาไม่อายปากบ้างหรือไง ยุคสมัยนี้มันปีไหนแล้ว ยังจะมาแบ่งแยกฝ่ายธรรมะฝ่ายอธรรมอะไรกันอีก ปู่เลอะเลือนไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย"

หลี่ อี้โต้วอ้าปากค้าง เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ในสนามต่อสู้ ทุกคนต่างขมวดคิ้ว เห็นปีศาจจิ้งจอกหยิบของสิ่งนั้นออกมาในวงล้อม คาดว่าคงคิดจะสู้ตายแบบหมาจนตรอก จึงพากันระวังตัวแจ มีเพียงจู้สือที่คำรามลั่น ฟาดกระบองเทียนซาฝ่าอากาศพุ่งเข้าไป ลู่ อี้ฟานตะโกน "ระวัง!" ยังไม่ทันขาดคำ ก็เห็นปีศาจจิ้งจอกใช้ดวงตาเรียวรีอันเย้ายวนมองร่างยักษ์ของจู้สือที่พุ่งเข้ามา นางใช้มือประคองลูกแก้วนั้นขึ้นมาตรงหน้า

ลูกแก้วเปล่งแสงเจิดจ้า ราวกับจะสะท้อนความงามบนใบหน้าของนางให้เด่นชัดขึ้น

แสงจันทร์เย็นยะเยือกสาดกระทบไข่มุกมังกรไฟ ไม่รู้ทำไม ลวดลายสัตว์ที่สลักอยู่บนนั้นจู่ๆ ก็ดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมา ราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนจริงๆ

จู้สือลอยตัวอยู่กลางอากาศ กระบองเทียนซาฟาดฟันลงมา ปากตะโกนก้อง "นังปีศาจ! ตายซะเถอะ!"

ในวินาทีนั้นเอง ไข่มุกมังกรไฟก็ระเบิดแสงสว่างจ้า เปลวเพลิงสีแดงเข้มพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เพียงพริบตาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเกือบโปร่งใส ราวกับว่าไข่มุกมังกรไฟได้ตื่นจากการหลับใหล

รอบกายไข่มุกมังกรไฟ บัดนี้กลายเป็นทะเลเพลิงที่ลุกโชน!

โดยมีหญิงสาวผู้นั้นเป็นศูนย์กลาง คลื่นความร้อนที่มองไม่เห็นระเบิดออกรอบทิศทาง ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีสามวารอบตัวนางไหม้เกรียมเป็นสีเหลืองแห้งกรอบในพริบตา เว้นแต่พื้นที่ใต้เท้านางเพียงไม่กี่คืบเท่านั้น แปลกตรงที่ไม่มีประกายไฟให้เห็นแม้แต่น้อย แต่มันกลับเผาผลาญทุกสิ่งจนวอดวาย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 44 - ฤทธานุภาพไข่มุกมังกรไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว