เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.18 - โลกวิญญาณเปิดอีกครั้ง

Ep.18 - โลกวิญญาณเปิดอีกครั้ง

Ep.18 - โลกวิญญาณเปิดอีกครั้ง


กำลังโหลดไฟล์

Ep.18 - โลกวิญญาณเปิดอีกครั้ง

อาจารย์ซูเป็นคนแบบไหนน่ะหรอ?

ดูจากปฏิกิริยาของฝูงสัตว์หื่นกระหายพวกนี้ก็น่าจะพอเดาได้คร่าวๆแล้วกระมัง

ซูหยุนปิงคือสาวงามแสนจะเย็นชาแต่ร่ำรวยอย่างแท้จริง เธอมีหุ่นดินระเบิด รูปร่างหน้าตาเรียกได้ว่าแทบจะสมบูรณ์แบบ เป็นอาหารตาชั้นดีสำหรับหนุ่มๆที่เดินผ่าน

แม้ในความเป็นจริงอายุของเธอใกล้จะขึ้นเลข 3 แล้ว แต่ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องการแต่งงานเลย

เธอเคยถูกนักศึกษาแอบถ่ายตอนสอนในห้องเรียนแล้วเอารูปนั้นไปโพสลงเน็ต ผลคือกลายเป็นที่นิยมบนโลกออนไลน์ เรื่องของเธอติดท็อปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ได้รับการยอมรับจากชาวเน็ตว่าเป็นครูที่สวยที่สุดในประเทศจีน

ฮังอวี่เองก็เคยเห็นรูปของเธอในเน็ต เรียกได้ว่าเป็นสาวงามที่คู่ควรกับฉายา  ‘เทพธิดาของเหล่าผู้คลั่งไคล้’ และ ‘ยาชูกำลังชั้นดีของผองเพื่อนชาย’

อาจารย์ซูมีชื่อเสียงมากในมหาวิทยาลัยเจียงต้า แม้แต่ดาวมหาลัยจากหลายชั้นปีก็ยังถูกรัศมีของเธอบดบังจนหมอง

ดังนั้นเหล่าสัตว์ป่าหื่นกระหายจึงพากันยกย่องเธอว่าเป็นเทพธิดาอันดับหนึ่งของเจียงต้า และไม่ว่าสาวงามเช่นเธอจะทำอะไร ก็มักดึงดูดสายตาของผู้คน

“น่าสนใจดีนี่ ถึงฉันจะไม่เคยเข้าเรียนในวิชาของอาจารย์ซู และไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าอาจารย์ซูเป็นคนแบบไหน”

“แต่ตอนนี้ จากข้อมูลประกาศรับสมัครงาน สถานะของอาจารย์ซูค่อนข้างชัดเจนแล้ว”

“เธอน่าจะเป็นคนประเภทเดียวกับเหล่าจ้าว ที่พยายามสร้างกองกำลังของตัวเองเพื่อรับมือสถานการณ์ในอนาคต คนที่สามารถตัดสินใจก้าวเดินก่อนคนอื่นได้เร็วขนาดนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา”

ฮังอวี่แอบระวัง ครูคนสวยอาจไม่ใช่แค่แจกันที่เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่อาจเป็นผู้หญิงฉลาดที่ทะเยอทะยาน มีแรงผลักดัน และมองการณ์ไกล

ความโกลาหลกำลังมาเยือน ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่เลือกยอมแพ้ จะมีสักกี่คนที่อาจหาญ ลุกขึ้นต่อต้านโชคชะตาเช่นจ้าวหมิงและซูหยุนปิง

แต่ใครจะสน?

นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน! ขอแค่ทำในส่วนของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว!

พรุ่งนี้ยังมีงานยุ่งอีกมาก ขอปิดไฟแล้วหลับพักผ่อนก่อนแล้วกัน!

ฮังอวี่โยนมือถือทิ้งข้างตัว ตั้งแต่เข้าสู่โลกวิญญาณ มือถือก็ได้รับความสามารถในการชาร์จแบตด้วยพลังงานวิญญาณแล้ว มันสามารถดูดซับอณูวิญญาณเล็กๆน้อยๆที่ล่องลอยอยู่ในอากาศได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จแบตอีกต่อไป

สองวันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

ฮังอวี่ออกล่ากระต่ายกับไก่ภูเขาทั้งวันทั้งคืนเพื่อรวบรวมวัตถุดิบ ด้านเผิงต้าไห่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้ออุปกรณ์และรับสมัครพนักงานใหม่

เวลานี้ทั้งสองมีวัตถุดิบที่เก็บสำรองไว้กว่า 1,500 ชุด , วัตถุดิบที่พร้อมเสิร์ฟกว่า 200 ชุด และวัตถุดิบที่ปรุงเสร็จแล้วกว่า 100 ชุด

ทว่าเวลานี้จำเป็นต้องหยุดงานในมือ เพราะคืนนี้จะเป็นครั้งที่สองที่ประตูสู่โลกวิญญาณถูกเปิดออก

“เจ้าอ้วนต้าไห่ อย่าขี้ขลาดไปหน่อยเลย! นายต้องคว้าโอกาสนี้ไว้!” ฮังอวี่พยายามเกลี้ยกล่อมเผิงต้าไห่ “ถ้านายไม่แข็งแกร่งขึ้น ในอนาคตมีแต่จะกลายเป็นเหยื่อที่ถูกคัดออกเท่านั้น!”

เผิงต้าไห่ประหม่ามาก เขากล่าวด้วยสีหน้าหดหู่ว่า “ทำไมในโลกวิญญาณถึงต้องสุ่มที่เกิดด้วย แบบนี้เมื่อไหร่ฉันจะหานายเจอ แล้วจะให้พาไปอัพเลเวลได้ยังไง”

“ถ้าพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ก็รวมกลุ่มกับคนอื่นๆไปก่อน!” ฮังอวี่เหลือบมองนาฬิกา “ไม่ต้องพูดแล้ว ถึงเวลาแล้ว พวกเรารีบไปเถอะ”

นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ประตูสู่โลกวิญญาณถูกเปิดออกอีกครั้ง!

ฮังอวี่จิ้มไอค่อนเกมบนมือถือ กระแสวังวนถูกปล่อยออกมาจากหน้าจอ กลืนร่างเขาในพริบตา พาเขาหายวับไปจากที่เดิม

...

เมื่อสติของฮังอวี่ฟื้นกลับมา เขาปรากฏตัวขึ้นในสถานที่สุดท้ายตอนออกจากโลกวิญญาณในครั้งก่อน

และแทบจะในเวลาเดียวกันกับที่ฮังอวี่ปรากฏตัว กระแสวังวนอีกสามสายก็ปรากฏขึ้นข้างกายเขา พร้อมร่างสามร่างถูกส่งออกมาจากข้างใน

คนแรกคือเจียงหนาน สาวสวยจากมหาวิทยาลัยเหยียนต้า

คนต่อมาคือจ้าวหมิง ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากเซินเจิ้น

สุดท้ายเป็นจางเสี่ยวเฉียงที่ยังคงย้อมผมทอง

เมื่อมาถึง เจียงหนานร้องตะโกนด้วยความดีใจ “สวัสดีพี่มหาเทพ! พวกเราเจอกันอีกแล้ว ยอดไปเลย!”

เสี่ยวเฉียงตะโกนต่อด้วยท่าทางเกินจริง “ลูกพี่! ผมคิดถึงพี่มากเลย!”

เหล่าจ้าวสุขุมที่สุด เขาเพียงยิ้มและพยักหน้าให้

ฮังอวี่มีบุคลิกเป็นคนประเภทสนิทกับคนอื่นค่อนข้างช้า เขาจะไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าเต็มร้อย แต่ถ้าใครที่สนิทด้วยแล้วจะเป็นกันเองมาก

ก็เหมือนกับเผิงต้าไห่ที่คบกันมาสี่ปี  เขาสามารถพูดเปิดอกกันได้อย่างไม่ลังเล

สำหรับสามคนตรงหน้า เนื่องจากพึ่งรู้จักกันแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เลยยังไม่สามารถคบหากันแบบให้ความร่วมมือโดยสนิทใจได้

ฮังอวี่จึงยังคงปฏิบัติตัวต่อพวกเขาเหมือนกับว่ายังไม่ไว้ใจเต็มที่ ดังนั้นเมื่อเจอหน้ากัน เลยไม่แสดงออกว่าดีใจหรือเย็นชาจนเกินไป

ทว่าทัศนคติที่แสดงออกมาเช่นนี้ ในสายตาของเจียงหนานน้อยและเสี่ยวเฉียง มันกลับดูเป็นสไตล์ของผู้สูงส่ง พวกเขาไม่ถือสาหรือรังเกียจเลย

เจียงหนานอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พี่มหาเทพ เมื่อวานฉันบังเอิญเห็นวิดีโอของพี่ในเน็ต มีความจำเป็นอะไรถึงได้ไล่ฆ่าไก่ภูเขาจำนวนมากขนาดนั้น?”

“รอเธอกลับโลกจริงในครั้งหน้าก็จะรู้เอง ว่าฉันทำแบบนั้นไปทำไม” ฮังอวี่ไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ  ว่าจบก็หันไปมองเจียงหนาน “นอกจากนี้ ฉันค่อนข้างต้องการความเป็นส่วนตัวพอสมควร ถ้าเป็นไปได้ อย่าเปิดเผยข้อมูลใดๆที่เกี่ยวข้องกับฉันในโลกจริง”

ฮังอวี่ไม่คิดว่าวิดีโอของเขาจะถูกอัพโหลดลงในเน็ต ซึ่งนั่นไม่ค่อยเป็นผลดีเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เวลาทำอะไรต้องทำเงียบๆหน่อยแล้ว

เจียงหนานสาบาน “วางใจเถอะ พี่ไม่ต้องกังวล ฉันจะไม่เปิดเผยข้อมูลของมหาเทพเด็ดขาด!”

จางเสี่ยวเฉียงและจ้าวหมิงก็บอกว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลของเขาเช่นกัน

ฮังอวี่รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เขารู้ดีว่าในโลกจริงตัวตนของเขายังคงอ่อนแอ มันอาจเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นหากได้รับความสนใจจากกองกำลังหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ฮังอวี่มอบหินคริสตัลขาวให้จ้าวหมิงตามที่ตกลงกันไว้ เวลานี้เขาเหลือหินคริสตัลขาวแค่สองก้อน และเทาอีกหนึ่งก้อนเท่านั้น

เรียกได้ว่ากระเป๋าเกือบแห้ง อ๊าาา!

ทุกคนพูดคุยกันถึงเรื่องของตัวเองในช่วงสามวันที่ผ่านมา

จางเสี่ยวเฉียงกล่าวว่า “ลูกพี่ ผมตกลงเข้าร่วมบริษัทกับประธานจ้าวแล้ว”

ฮังอวี่ประหลาดใจกับเรื่องนี้ “ไม่ใช่ว่านายกับเขาอยู่คนละเมืองกันหรอกหรอ?”

“เสี่ยวเฉียงอยู่ห่างจากเมืองเซินเจิ้นประมาณ 500 ไมล์” จ้าวหมิงอธิบาย “ฉันเลยส่งรถสามคันพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสิบคนไปรับเขาแล้วพามาที่เมืองเซินเจิ้น ถึงระหว่างทางจะเจอปัญหาเล็กน้อย แต่โชคดีที่ไม่เกิดอันตรายขึ้น”

จากข้อมูลที่จ้าวหมิงเล่าให้ฟัง พลังรบของมอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวในเขตชานเมือง ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าในเมืองมาก

และนี่เองคือเหตุผลที่รถไฟความเร็วสูง , เครื่องบิน , เรือ และแม้กระทั่งทางหลวงหยุดให้บริการ

และหากเวลาผ่านไป มอนสเตอร์ก็จะยิ่งดุร้ายขึ้นเรื่อยๆ

หากช่วงเวลาที่อยู่ในโลกวิญญาณ คุณไม่ทำตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เกรงว่าต่อไปคงใช้ชีวิตอยู่ยาก

“พวกเราน่าจะอยู่ในโลกวิญญาณได้ประมาณ 10 ชั่วโมง” ฮังอวี่เงยหน้ามองท้องฟ้า

“ดังนั้นต้องใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

จางเสี่ยวเฉียงรีบถามว่า “คราวนี้พวกเราจะไปฆ่ามอนสเตอร์ที่ไหนกัน?”

“พวกนายตามฉันมา”

ทั้งสี่ไม่คิดอยู่เฉย เริ่มออกเดินทางทันที

ฮังอวี่พอจะรู้จักสถานที่ใกล้ๆ ที่เหมาะสำหรับการล่ามอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวล

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ของที่ดรอปจากที่นี่ มันเป็นสิ่งที่ฮังอวี่ต้องการอย่างเร่งด่วน

ระหว่างทาง พวกเขาได้พบกับมอนสเตอร์จำนวนมาก แต่ทั้งหมดเป็นมอนสเตอร์ระดับสามัญเลเวล 1

ด้วยอุปกรณ์และพลังรบของทั้งสี่ การสังหารมอนสเตอร์ระดับสามัญเลเวล 1  ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรเลย

หลังจากเดินมาประมาณหนึ่งชั่วโมง พวกเขาก็สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผืนป่าได้อย่างชัดเจน

พืชพรรณรอบด้านน้อยลง ต้นไม้ส่วนใหญ่กลายเป็นไม้แห้งตาย บรรยากาศกลายเป็นหดหู่และน่าขนลุก

เจียงหนานอุทานขึ้นมา “ตรงนั้น! ฉันเห็นแผ่นศิลาโลกวิญญาณอยู่ตรงนั้น!”

คนอื่นๆมองตามทิศทางที่เจียงหนานชี้ไป และพบว่าเบื้องหน้ามีแผ่นศิลาโลกวิญญาณตั้งตระหง่านอยู่จริงๆ

ทว่าแผ่นศิลานี้มีความสูงแค่คนหนึ่งคนเท่านั้น บนผิวศิลาถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์แห้ง

เมื่อทุกคนเพ่งความสนใจไปยังแผ่นศิลานี้ ข้อมูลสายหนึ่งก็ถูกส่งผ่านเข้ามายังสมองอย่างรวดเร็วราวกับกระแสไฟฟ้า--

-- ‘แดนฝังกระดูกก็อบลิน!’

จบบทที่ Ep.18 - โลกวิญญาณเปิดอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว