เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.17 - ยืนเหนือสายลม

Ep.17 - ยืนเหนือสายลม

Ep.17 - ยืนเหนือสายลม


กำลังโหลดไฟล์

Ep.17 - ยืนเหนือสายลม

เงิน 10 ล้านของเหล่าจ้าวถูกส่งมาอย่างรวดเร็ว

เผิงต้าไห่นับเลขศูนย์เจ็ดตัวซ้ำๆ แม้จะถูกทุกครั้ง แต่ก็ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่จะเป็นจำนวนจริง!

“เฮ้ๆ นายใช่คนจนคนเดียวที่เป็นรูมเมทกับฉันมาสี่ปีเต็มจริงๆน่ะหรอ? รีบอธิบายเรื่องนี้มาเลยนะ ลับหลังฉัน นายแอบไปนอนกกแม่เลี้ยงมาใช่ไหม!”

“เออใช่” ฮังอวี่ตอบอย่างไม่พอใจว่า “เธอเป็นแม่เลี้ยงตัวสูงยาว ตรงน่องมีแต่ขนหน้าแข้ง เป็นคนรวยมากแถมยังกางโล่พลังงานได้ด้วย นายอยากให้ฉันช่วยแนะนำไหม?”

“ถุย! ไม่ล่ะเกรงใจ ชายอ้วนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องเปลืองตัวเพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่จะไปด้วยความสามารถของตัวเอง!”

“ฮี่ฮี่ แต่หุ่นอย่างนาย กว่าจะปีนป่ายไปถึงจุดสูงสุดคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”

เงินของฮังอวี่มาจากไหน เอาจริงๆ เผิงต้าไห่ไม่ได้สนใจเลย เขามัวแต่กังวลกับเรื่องอื่น “ด้วยเงินจำนวนนี้ มันมากพอที่จะเริ่มธุรกิจของพวกเรา ยังไงก็ตาม สหายต้องคำนวณให้ดี อันดับแรกเลยควรระบุส่วนแบ่งให้ชัดเจนก่อน”

ฮังอวี่กล่าว “ไม่ต้องเสียเวลาคำนวณหรอก นายสี่ ฉันหก ตกลงตามนี้นะ”

“นายพูดอะไร!?” เผิงต้าไห่ตกใจมาก “แบ่งกำไรสี่ส่วนกับหกส่วน!?”

ฮังอวี่ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “นายคงไม่คิดว่ามันน้อยเกินไปใช่ไหม?”

อ้วนต้าไห่ส่ายหัวแรงๆ “ไม่ใช่น้อยไป แต่มากไปต่างหาก ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก!”

ฮังอวี่ลงทุนมากถึง 5 ล้าน แต่กลับมอบหุ้นให้เผิงต้าไห่  40% แล้วแบบนี้เขาจะลงเงินเป็นหลายล้านไปเพื่ออะไร?

เผิงต้าไห่ไม่ใช่คนสารเลว แม้ปกติอาจชอบเอาเปรียบเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาสำคัญ เขาจะไม่มีวันทำให้สหายต้องเสียเปรียบ และนี่เองคือเหตุผลที่ฮังอวี่เลือกมาขอความร่วมมือจากเขา

ตอนนี้มุมมองเรื่องเงินของอ้วนต้าไห่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในข้ามคืน เงินจำนวน 5 ล้านในมุมมองของครอบครัวธรรมดา ถือเป็นเงินจำนวนมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไม่ใช่ว่าฉันจะยกให้นายฟรีๆซักหน่อย!” ฮังอวี่กล่าว “ช่วงนี้ฉันวุ่นอยู่กับหลายๆอย่าง และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าฉันไม่สามารถทุ่มเทกับธุรกิจนี้ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นนายต้องรับหน้าที่เถ้าแก่ใหญ่ในอนาคต คอยรับผิดชอบทุกอย่าง เข้าใจใช่ไหม?”

“ถึงอย่างงั้นก็เถอะ 40% ยังมากไปอยู่ดี”

“ไอ้เชี่ยนี่ นายกลายเป็นคนมีคุณธรรมแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่? คิดว่าฉันหน้าเหมือนคนที่ยอมให้ถูกเอาเปรียบหรอ?” ฮังอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงห้ามปฏิเสธ “ตกลงตามนี้นะ ถ้านายยังดื้อด้านไม่ยอมทำ ก็ไสหัวไปซะ!”

ถึงแม้จะพูดแบบนี้ แต่สกิลติดตัวของเจ้าอ้วนต้าไห่คือสุดยอดของการทำอาหาร แค่ข้อนี้ข้อเดียวก็ถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วที่จะลงทุนกับฮังอวี่

อ้วนต้าไห้กับฮังอวี่เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี แล้วเขาจะไม่รู้นิสัยของฮังอวี่ได้อย่างไร? คราวนี้ปฏิเสธอีกไม่ได้แล้ว!

“เอาก็เอา! ฉันตกลง!”  เผิงต้าไห่ผายมือยอมแพ้ ก่อนที่จะเปลี่ยนอารมณ์ ใบหน้าเขาเวลานี้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้ เอ่ยถามว่า “งั้นฉันควรจะทำอะไรต่อ?”

“ฉันหิวแล้ว หาอะไรกินกันก่อน แล้วพวกเราค่อยหารือกัน”

“โอเค ถ้าเรื่องนั้นไว้ใจฉันได้เลย” เผิงต้าไห่เมื่อได้ลองทำอาหารครั้งแรก เขาก็อยากจะทำมันอีกเรื่อยๆ

เทคนิคการทำอาหารแตกแขนงไปได้หลากหลายวิธี สามารถทอด , นึ่ง , ต้ม หรือย่างก็ได้

ขั้นตอนการปรุงก็เหมือนกับการทำอาหารในโลกมนุษย์ เพียงแต่หากใช้วัตถุดิบจากโลกวิญญาณมันจะช่วยให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก

ทั้งคู่เปิดกระป๋องเบียร์เย็นๆ ยกซดเข้าปากอย่างชื่นใจ

สถานะอ่อนแอของฮังอวี่ถูกลบหายไปอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าทั้งร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลัง ความรู้สึกนี้เหมือนเสือโคร่งที่เพิ่งกลืนไวอากร้าไป 20 เม็ด

ข้อมูลที่ผู้ช่วยโลกวิญญาณแสดงออกมา บ่งบอกว่าแต้มวิญญาณในร่างกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ในโลกจริงการฆ่ามอนสเตอร์จะไม่ได้รับค่าประสบการณ์ แต่วัตถุดิบจากโลกวิญญาณ จะมีพลังวิญญาณแฝงอยู่!

พลังงานวิญญาณเหล่านี้ เมื่อผ่านกระบวนการปรุงอาหาร พลังงานส่วนหนึ่งของมันสามารถแปลงเป็นแต้มวิญญาณได้ ส่งผลให้หลังรับประทานจะได้รับแต้มวิญญาณ

นี่คือหนึ่งในความล้ำค่าของอาหารจากโลกวิญญาณที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ฮังอวี่อธิบายแผนอย่างละเอียดระหว่างรับประทานอาหารเย็น

“มีปรมาจารย์ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ตราบใดที่เจ้ายืนอยู่เหนือสายลม ต่อให้เป็นหมูก็สามารถบินได้”

“ตอนนี้ทุกคนมีเลเวลแค่ 1 เท่านั้น ถึงแม้ความอยากอาหารจะเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ยังสามารถใช้อาหารธรรมดาประทังชีวิตต่อไปได้ หรือความหมายก็คือ พวกเขายังไม่รับรู้ถึงความสำคัญของอาหารจากโลกวิญญาณในตอนนี้”

“เนื่องจากยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของอาหารจากโลกวิญญาณ ดังนั้นไก่ภูเขาและกระต่ายที่วิ่งพล่านอยู่ทั่วเมืองเลยยังไม่ได้รับความสนใจ นอกจากนี้พวกที่ได้รับสกิลทำอาหารกับรวบรวมวัตถุดิบก็ยังไม่ได้เอาจริงเช่นกัน”

“และนั่นคือโอกาสของเรา!”

เผิงต้าไห่แม้ดูงี่เง่า แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาฉลาดมาก เจ้าตัวเข้าใจทันทีว่าตอนนี้ต้องทำอะไรต่อไป ... นั่นคือรีบรวบรวมวัตถุดิบให้ได้มากที่สุด!

และแค่ฮังอวี่กับเผิงต้าไห่ยังไม่พอ พวกเขาต้องหาคนมาเพิ่ม! รีบใช้เงิน 5 ล้านให้คุ้มค่าโดยเร็วที่สุด!

อาทิเช่นเช่าโกดังเพิ่ม , ซื้ออุปกรณ์ , รับสมัครพนักงานที่มีความสามารถ

ในระหว่างที่คนอื่นยังไม่ทันตั้งตัว เขาจะใช้โอกาสจากข้อได้เปรียบด้านข้อมูลนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด! สร้างกำไรมหาศาล!

“ลงมือกันเถอะ!” สีหน้าของเผิงต้าไห่แดงก่ำ เลือดในกายเขากำลังเดือดพล่าน กระดกเบียร์หมดกระป๋องในอึกเดียว

“ถ้าใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ และวางรากฐานดีๆ ไม่แน่ว่าอาจแซงทางโค้งทุกคนได้ก็ได้ สามารถก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองเจียงเฉิง ถึงเวลานั้นเงินจะไหลเข้ากระเป๋าเป็นเทน้ำเทท่า!”

ฮังอวี่ตอบแบบไม่ปฏิเสธว่า “ถึงโอกาสในอนาคตของพวกเราจะยิ่งใหญ่มาก แต่ก็เป็นเรื่องท้าทายมากเช่นกัน ข้อได้เปรียบหลักของเราคือข้อมูลกับความรู้ แต่อย่าได้ประมาทไป!”

“นายต้องจำไว้ให้ดี โลกใบนี้มีผู้คนมากมาย ยังมีคนที่ฉลาดกว่าพวกเรา , มีความทะเยอทะยานกว่าพวกเรา , มีความสามารถกว่าพวกเรา , มีภูมิหลังกว่าพวกเรา ฉันขอแนะนำให้นายรับสมัครคนงานในแวดวงเพื่อนหรือกลุ่มศิษย์เก่าให้ได้มากที่สุดในช่วงแรก ตรวจสอบรากเหง้าของทุกคน ให้มั่นใจว่าพวกเขาเชื่อถือได้ ต้องรอบคอบเข้าไว้!”

“เฮ้ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” เผิงต้าไห่ตบอกอย่างมั่นใจ “ฉันมีคนที่เลือกไว้ในใจแล้ว!”

ฮังอวี่บอกทุกสิ่งที่จำเป็นเสร็จก็กลับไปยังอพาร์ตเมนต์เพื่อพักผ่อน

เขาเอนตัวลงบนเตียงและหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเน็ตเพื่อไถดูข่าวสารและกระทู้ต่างๆ

วันนี้คือวันแรกของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดความวุ่นวายไปทั่ว ตัวอย่างเช่น การจราจรหลักอย่างรถไฟความเร็วสูงและเครื่องบินหยุดการทำงาน

แม้แต่ทางหลวงก็ถูกปิด สิ่งเหล่านี้นำไปสู่อัมพาตอย่างเต็มรูปแบบของการคมนาคม ในเมืองใหญ่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในวันเดียว

บางส่วนก็เกิดจากฝีมือของมอนสเตอร์ในโลกวิญญาณ บางส่วนก็เกิดจากเหตุร้ายที่มนุษย์สร้างขึ้น

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ตอนนี้ทุกคนกำลังจิตใจสับสน เกิดการปล้นซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อแย่งชิงอาหารในทุกหย่อมหญ้า อย่างไรก็ตาม อย่าได้ประเมินประสิทธิภาพและการรับมือของรัฐบาลจีนต่ำไป

ทางการประกาศภาวะฉุกเฉิน ใครก็ตามที่ก่อเหตุร้ายแก่สังคม ผู้ที่เป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น จะถูกสังหารกลางถนนทันที

ดังคำที่กล่าวว่า “ในยามทุกข์ จงอย่าได้ก่อเกิดความวุ่นวาย มิฉะนั้นจะได้รับโทษอย่างสาสม!”

เมื่อข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ตามพาดหัวข่าวสำคัญ , สถานีโทรทัศน์ และวิทยุ มันได้ผลทันตาเห็น การก่อเหตุร้ายลดลงไม่น้อย สามารถเรียกสติไอ้พวกที่พึ่งได้พลังวิเศษมาใหม่ๆแล้วห้าวได้อย่างอยู่หมัด

อย่างไรก็ตาม การมัดแข้งมัดขาผู้คนเช่นนี้ เกรงว่าคงทำได้แค่ในช่วงแรกเท่านั้น

อย่างจางเสี่ยวเฉียงสามารถยิงลูกไฟได้ แค่ตอนแรกพลังของมันก็รุนแรงมากพอแล้ว เพียงถูกจำกัดด้วยระยะเวลาคูลดาวน์และค่าพลังจิตที่ยังน้อยเท่านั้น เขาไม่จำเป็นต้องพกปืนก็สามารถสู้กับคนอื่นๆได้

ซึ่งคนเราไม่ได้เป็นไก่อ่อนตลอดไป  เมื่อทุกคนได้รับพลังวิเศษ และอุปกรณ์อื่นๆจากโลกวิญญาณ ถึงเวลาเมื่อขวานด้ามเดียวสามารถสู้กับเรือรบได้เมื่อไหร่ ตอนนั้นทางกองทัพคงไม่สามารถคุมผู้คนได้อีกต่อไป

กระทู้ท้องถิ่นในเมืองเจียงเฉิงกำลังเดือดพล่าน เกิดการคาดเดาเกี่ยวกับโลกวิญญาณ เริ่มมีคนหาเหตุผลที่มันเกิดขึ้น บ้างก็เริ่มวางกลยุทธ์รับมือ เต็มหน้าจอไปหมด

มีกระทู้มากมายเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโลกวิญญาณ ซึ่งรวมไปถึงมอนสเตอร์ต่างๆที่ผู้คนพบเจอ ไม่ก็โชคหล่นทับที่ได้รับมาระหว่างการผจญภัย เริ่มมีข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติดีๆจากโลกวิญญาณ

แน่นอน กระทู้ฮอตฮิตที่สุดคือเรื่องเกี่ยวกับสกิลติดตัว บางคนสามารถเดินทะลุกำแพงได้  บางคนสามารถกระโดดทีเดียวขึ้นไปถึงชั้นสี่ของตึก บางคนสามารถยกรถด้วยมือเดียวบางคนสามารถหยุดเลื่อยไฟฟ้าด้วยมือเปล่า

พลังวิเศษอันหลากหลายปรากฏขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด จนหัวข้อสนทนาในตอนนี้อย่างกับเวลาพวกอาม่าคุยกัน ต่างฝ่ายต่างสอบถามว่าลูกหลานของอีกฝ่ายมีสกิลอะไร และโอ้อวดว่าญาติพี่น้องของตนได้รับสกิลที่ยอดเยี่ยมเพียงใดมา

บรรดาผู้ที่ไม่ได้รับ ‘สกิลดีๆ’ ย่อมเกิดความผิดหวังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ผู้ได้รับ ‘สกิลดีๆ’ กลายเป็นที่ถูกกล่าวขวัญถึง

ฮังอวี่เปิดแอพแชท และพบว่าคนในกลุ่มกำลังพูดคุยกันอย่างร้อนแรง แต่มีข้อความหนึ่งดึงดูดความสนใจเขา

เฉารุ่ย ประธานรุ่นของมหาวิทยาลัย : ประกาศสำคัญ ถึงสมาชิกทุกคน : อาจารย์ซูกำลังก่อตั้งบริษัทใหม่ ยินดีต้อนรับนักศึกษาทุกคน เพื่อนๆไม่สนใจจะลองสมัครดูหน่อยหรอ?

“อาจารย์ซูคนไหน?”

“ไร้สาระน่า! แน่นอนว่าต้องเป็นเทพธิดาซูอยู่แล้ว! (อีโมจิหลงรัก , น้ำลายไหล)”

“ว้าว! เทพธิดาซู! สมัคร! ฉันขอสมัครด้วยคน! ฉันอยากอยู่ข้างๆอาจารย์ซู! (อีโมจิหลงรัก)”

“ถ้าฉันได้เจออาจารย์ซูทุกวัน ต่อให้ไม่ได้เงินเดือนฉันก็ยินดี!”

“อ๊าาา โคตรเสียใจเลยที่ฉันไม่ได้อยู่ในเมืองเจียงเฉิง!”

เหล่าสัตว์ป่าหื่นกระหายในแชท ราวกับได้รับยาโด๊ปพร้อมกัน พิมข้อความเด้งรัวๆ

จบบทที่ Ep.17 - ยืนเหนือสายลม

คัดลอกลิงก์แล้ว