เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.19 - เจียงหนานแสร้งทำเป็นเก่ง

Ep.19 - เจียงหนานแสร้งทำเป็นเก่ง

Ep.19 - เจียงหนานแสร้งทำเป็นเก่ง


กำลังโหลดไฟล์

Ep.19 - เจียงหนานแสร้งทำเป็นเก่ง

ป้ายบอกทาง

นี่คือหนึ่งในแผ่นศิลาโลกวิญญาณที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด หน้าที่หลักของมันคือบอกชื่อสถานที่และเขียนอธิบายสั้นๆ

ต้นไม้บริเวณด้านหน้าหักโค่นลง ทับกันเป็นรูปกากบาท มีเถาวัลย์แห้งเลื้อยพันพวกมันไว้  มองไปมองมาคล้ายป้ายหลุมฝังศพ

พืชพรรณโดยรอบขึ้นน้อยมาก ถึงมีก็แห้งตาย บางต้นก็มีอีกาเกาะอยู่ ส่งเสียงร้องก๊า ก๊า เหมือนลางร้าย

และมองเพ่งมองดูชัดๆ จะพบว่ามีกระดูกสีขาวจำนวนมากกองอยู่บนพื้นดิน คล้ายศพในสุสานนี้ถูกขุดขึ้นมา บรรยากาศมืดมนน่าขนลุก

“ที่นี่คือสุสานงั้นหรอ” จางเสี่ยวเฉียงรู้สึกกลัวเล็กน้อย

“สถานที่แบบนี้ไม่เป็นมงคลเอาซะเลย”

“สุสานบ้านนายสิ! นี่นายไม่มีสมองรึไง สิ่งมีชีวิตในโลกวิญญาณจะต้องการสุสานไปทำไม? เก็บสุสานนั่นไว้ฝังศพนายเองเถอะ! ที่นี่มันไม่มีอะไรมากไปกว่าอาณาเขตหนึ่งของมอนสเตอร์” ฮังอวี่พูดแล้วลดเสียงลง “ยังไงก็ตาม มอนสเตอร์ที่นี่ค่อนข้างอันตราย ทุกคนระวังตัวด้วย”

จางเสี่ยวเฉียงตกใจกลัวจนตัวสั่น “ฉันกลัวผีสุดๆมาตั้งแต่เด็กแล้ว”

จ้าวหมิงจมดิ่งสู่ห้วงความคิดอย่างเงียบๆ

ฮังอวี่จงใจพามาที่นี่ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่ามีสถานที่แห่งนี้ นี่มันน่าแปลกมาก ความสามารถจริงๆของสกิลติดตัวเขาคืออะไรกันแน่?

ไม่ว่าในใจของแต่ละคนกำลังคิดอะไรอยู่  แต่ทั้งสี่ก็ค่อยๆก้าวเข้าไปในอาณาเขตนี้

พวกเขามีประสบการณ์เคยสู้มาก่อน ไม่ใช่มือใหม่ที่พึ่งเข้าสู่โลกวิญญาณอีกต่อไป

แม้จะหวาดกลัวในสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่ถ้ามีฮังอวี่อยู่ข้างๆ พวกเขาย่อมกล้าที่จะบุกเข้าไป

เจียงหนานมองไปรอบๆ ขณะเดียวกันก็ยื่นหน้าไม้ไว้ข้างหน้า พร้อมยิงตลอดเวลา แม้บรรยากาศชวนขนลุกนี้จะทำให้เธอใจสั่น แต่เธอบอกตัวเอง ว่ายังไงก็ห้ามแสดงท่าทีขี้ขลาดเหมือนกับจางเสี่ยวเฉียงโดยเด็ดขาด ต้องสร้างความประทับใจดีๆกับพี่มหาเทพให้จงได้

มิฉะนั้น จะเกิดอะไรขึ้นหากพี่มหาเทพเห็นว่าเธอเป็นตัวถ่วง แล้วไม่พาไปด้วยกันกับเขาในครั้งหน้า?

เธอไม่มีความกล้าที่จะออกล่ามอนสเตอร์คนเดียวหรอกนะ!

“ฮึ่ม! เสี่ยวเฉียง นายเป็นผู้ชายแท้ๆจะกลัวอะไรนักหนา ดูฉันนี่ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย!”

เจียงหนานจงใจยืดอกของเธอ วางตัวกล้าหาญ “วิวที่นี่โล่งกว่าในป่าเยอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกลอบโจมตี ส่วนกระดูกผุๆบนพื้นพวกนี้ ก็แค่คิดว่ามันไม่มีอยู่จริง กัดใครไม่ได้ ก็พอแล้วไหม?”

สิ้นเสียง เจียงหนานก็ยกขาเรียวยาวของเธอขึ้น แล้วเตะหัวกะโหลกด้านหน้า

สามารถกล่าวได้เลย ว่าในฐานะผู้หญิง การกระทำเช่นนี้ นับว่ากล้าหาญมาก

เจียงหนานแค่ต้องการแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าหน้ามหาเทพ แต่สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดก็บังเกิดขึ้น!

หัวกะโหลกที่ถูกเธอเตะ เบ้าตาสองรูของมันที่เคยว่างเปล่า เวลานี้ปรากฏไฟสีฟ้าจางๆลุกพรึบขึ้น

ตัวมันราวกับติดสปริง เด้งขึ้นจากพื้น งับลงบนข้อเท้าเนียนขาวละเอียดละออแบบไม่ให้ทันตั้งตัว

“กะ กะ กรี๊ดดดด!” เจียงหนานตกใจจนขนลุกชันไปทั้งร่าง

“ช่วยด้วย! ฉันถูกกัด!” นักศึกษาสาวลืมวางตัวอีกต่อไป เธอส่งเสียงร้องดังจนจ้าวหมิง จางเสี่ยวเฉียง และฮังอวี่สะดุ้งโหยง

ในเวลาเดียวกัน เศษกระดูกผุๆที่นอนกองกระจัดกระจายไปทั่วพื้นดินเริ่มสั่นไหว ราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วงบางอย่าง พวกมันค่อยๆลอยมารวมตัวกัน กลายเป็นโครงกระดูกไร้หัว

นั่นเพราะหัวกะโหลกของมันกำลังกัดอยู่บนข้อเท้าของเจียงหนาน หลังจากเรียกเลือดและฉีกเนื้อเธอได้ชิ้นหนึ่ง มันก็ลอยถอยออกมา และตกลงบนคอของร่างโครงกระดูกพอดิบพอดี

มอนสเตอร์โครงกระดูกในสภาพสมบูรณ์ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!

เจียงหนานล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

จางเสี่ยวเฉียงหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

คราวนี้แม้แต่จ้าวหมิงก็ยังอึ้งไม่ทันตอบสนอง

มอนสเตอร์โครงกระดูกตัวนี้มันเหมือนกับโครงกระดูกมนุษย์มาก เพียงแต่มีความสูงแค่ 1.5 เมตรเท่านั้น มันดึงซี่โครงแหลมออกมา และแทงไปทางเจียงหนาน

เคร้ง!

ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ

ฮังอวี่เหวี่ยงดาบสั้นออกไปเพื่อป้องกันมีดกระดูกของมอนสเตอร์โครงกระดูก

ใครจะไปคิด ว่าโครงกระดูกผอมบางจะดุร้ายขนาดนี้ มันไม่รอช้า เปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีทันที  หันมาแทงฟุบ ฟุบบ ฟุบบบ ใส่ฮังอวี่อย่างรวดเร็ว

ฮังอวี่หลบหลีกการโจมตีอันตรายได้อย่างหวุดหวิด พร้อมตวัดดาบสั้นลงบนไหล่ขวาของมัน ปลดอาวุธศัตรูทันที

จากนั้นหมุนตัวพร้อมใช้แรงเหวี่ยงฟันตัดเข้าที่กระดูกขาซ้าย โจมตีมันให้เสียการทรงตัวแล้วล้มลงกับพื้น สุดท้ายกระโดดขึ้นคร่อมและสับลงมาอย่างแรง ตัดเข้ากลางกะโหลกของมัน

ดาบสั้นแห่งป่าเป็นอาวุธสีขาว อำนาจของมันมิอาจดูแคลน กะโหลกที่แข็งแรงทนทานของมอนสเตอร์โครงกระดูกถูกตัดออกทันที  ดาบเดียวผ่าแยกเป็นครึ่งซีก

ด้วยคมดาบบวกกับพละกำลัง ทำให้สามารถตัดลึกลงมาได้อีก จนสุดท้ายใบดาบหยุดลงตรงส่วนกระดูกสันหลังช่วงหลังคอ

มอนสเตอร์โครงกระดูกกระตุกอย่างแรงสองสามครั้ง ในที่สุดก็หมดแรงและแตกสลายไป

เจียงหนานยังคงตกใจมาก ใบหน้าของเธอหวาดกลัวจนซีดเผือด

“นี่ ...  นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกัน?”

ฮังอวี่ดูดซับแต้มวิญญาณที่ปล่อยออกมาจากมอนสเตอร์โครงกระดูก ก่อนหยิบหินคริสตัลเทาที่ตกอยู่ข้างมันขึ้นมา

“นี่คือมอนสเตอร์เลเวล 2 ‘โครงกระดูกทหารก็อบลิน’ พวกมันแข็งแกร่งกว่าก็อบลินทั่วไปที่พวกเราเคยเจอก่อนหน้านี้ แต่ด้วยอุปกรณ์และความสามารถที่พวกเรามีในตอนนี้ ถือว่าเพียงพอที่จะรับมือกับมัน”

ขณะนี้ แผลตรงขาของเจียงหนานเริ่มสมานตัวแล้ว หลังจากเธอหายดี ก็อับอายจนแทบอยากหาปี๊บมาคลุมหัว

ให้ตายเถอะ! ไม่ใช่แค่ล้มเหลวในการแสดงความแข็งแกร่ง แต่ยังเสียหน้าต่อหน้าพี่มหาเทพอีก!

“โครงกระดูกทหารก็อบลินโจมตีเร็วมาก ถ้าพวกมันยังไม่ตื่นและกระจัดกระจายอยู่บนพื้นจะแยกแยะได้ยากมาก ต้องระวังไม่ให้ถูกลอบโจมตี” ฮังอวี่ไม่ได้ตำหนิคนอื่นว่าตอบสนองช้า เพราะการเจอมอนสเตอร์ครั้งแรกก็จะประมาณนี้

เขาหยิบม้วนคัมภีร์ออกมาจากกระเป๋า

“เอาล่ะ พวกเรามาลงชื่อทำสัญญาทีมกัน จะได้เริ่มล่าพวกมอนสเตอร์อย่างเป็นทางการซักที”

รอบนอกของแดนฝังกระดูกก็อบลินไม่ได้ใหญ่โตมาก มีอาณาเขตประมาณ 150 ตารางเมตร  ถ้าให้คนธรรมดาวนกลับไปกลับมาจนครบทุกจุด น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเห็นจะได้

มอนสเตอร์ที่นี่กระจายอยู่ระหว่างเลเวล 2-4  ซึ่งการที่เลเวลของมอนสเตอร์สูง ก็เท่ากับว่าพวกมันมีแต้มวิญญาณสูงเช่นกัน

แน่นอน ถ้าแค่เฉพาะเรื่องแต้มวิญญาณ ฮังอวี่ไม่จำเป็นต้องพาพวกเขามาที่นี่ ในความทรงจำของเขา ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกล แต่ปลอดภัยกว่าที่นี่มาก แล้วอีกอย่างการเก็บเกี่ยวแต้มวิญญาณอาจจะมากกว่าที่นี่ซะอีก

ถ้างั้นทำไมฮังอวี่ถึงพาทุกคนมาที่นี่ล่ะ?

นั่นเพราะที่นี่มีโอกาสพบกับมอนสเตอร์ชั้นยอดหลายตัวน่ะสิ!  และของที่ดรอปจากมอนสเตอร์ชั้นยอด มักเป็นของดี

ในตอนนี้การฆ่ามอนสเตอร์ชั้นยอดเพียงลำพังยังเป็นเรื่องยากเกินไป

ฮังอวี่ไม่กล้าเสี่ยง เลยทำได้เพียงร่วมมือกับทั้งสามคนอีกครั้งเท่านั้น

เมื่อมีสัญญาร่วมทีม ทั้งสี่คนสามารถแบ่งปันแต้มวิญญาณได้อย่างเท่าเทียมกัน

ภายใต้การนำทัพของฮังอวี่ พวกเขาเริ่มกวาดล้างมอนสเตอร์บริเวณขอบๆรอบนอกของแดนฝังกระดูก

โครงกระดูกทหารก็อบลิน มีความเร็วในการโจมตีสูง และพลังโจมตีของพวกมันไม่อ่อนแอเลย ทว่าเลือดของพวกมันน้อยและเปราะบางมาก

ตราบใดที่ไม่ดึงดูดพวกมันเข้ามาทีเดียวครั้งละมากๆ โดยพื้นฐานแล้วแทบไม่อาจสร้างภัยคุกคามแก่ทั้งสี่คนได้

“ลูกพี่ ... ประธานจ้าว ผม ... ผมเลเวลอัพแล้ว!”

เมื่อโครงกระดูกทหารก็อบลินตัวที่สี่ถูกฆ่า จางเสี่ยวเฉียงก็ร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

เขาคือคนที่สองในทีมที่สามารถอัพเลเวลได้ ไม่เพียงแต่ค่าพลังชีวิตและพลังจิตเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่พลังโจมตีของสกิลก็เพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมากเช่นกัน

ฮังอวี่พยักหน้าว่าดีใจด้วย แล้วเอ่ยว่า “พวกเราลุยต่อ”

ตราบใดที่วันนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด เหล่าจ้าวกับเจียงหนานก็น่าจะสามารถอัพเลเวลขึ้นเป็น 2 ได้เช่นกัน

จ้าวหมิงและเจียงหนานต่างรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา

ระหว่างที่ทั้งสี่กำลังเพ่งสมาธิสังเกตโครงกระดูกบนพื้นอยู่ ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงๆหนึ่ง

มันคือเสียงหอนที่เหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน

เมื่อมองไปตามทิศทางเสียง เห็นแค่เพียงร่างสูงใหญ่สีเขียวคล้ำกำลังเดินมาทางนี้ แม้บอกว่าสูงใหญ่ แต่อันที่จริงมันสูงแค่ 1.6 เมตรเท่านั้น

ทว่าที่ทำให้ทั้งสามตกใจ ก็คือร่างกายกึ่งเน่าเปื่อยและท่าทางดุร้ายของมัน

ฮังอวี่รีบพูดว่า “นั่นคือมอนสเตอร์เลเวล 3 ‘ก็อบลินซอมบี้!’ มันแข็งแกร่งกว่า โครงกระดูกทหารก็อบลินมาก เหล่าจ้าวรีบขึ้นไปข้างหน้าเร็ว”

มอนสเตอร์เลเวล 3 แข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์เลเวล 2 มาก

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันของทีมนี้ การฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 3 ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่โชคดีที่จ้าวหมิงมีพลังป้องกันสูง นอกจากนี้ยังมีเจียงหนานคอยสนับสนุนด้านการฟื้นพลังชีวิต

ขณะที่ก็อบลินซอมบี้แม้มีพลังป้องกันทางกายภาพและเลือดเยอะ แต่ความเร็วและพลังโจมตีเมื่อเทียบกับมอนสเตอร์เลเวล 3 ตัวอื่นๆแล้ว มันอยู่ในระดับกลางค่อนไปล่างเท่านั้น

จางเสี่ยวเฉียงซัดลูกไฟทีเดียวระเบิดพลังชีวิตของก็อบลินซอมบี้หายไปมากกว่าครึ่ง

จ้าวหมิงยกโล่ขึ้น หยุดการโจมตีได้หลายครั้ง

สุดท้าย ภายใต้การโจมตีของฮังอวี่และเจียงหนาน ก็อบลินซอมบี้ก็ล้มลง

เจียงหนานตรวจสอบสถานะของเธอแล้วอุทานขึ้นมาว่า “ซอมบี้ตัวนี้ให้แต้มวิญญาณเยอะจัง!”

“นั่นเป็นเรื่องปกติ แต้มวิญญาณที่เกิดจากมอนสเตอร์เลเวล 3 จะมีคุณภาพสูงสำหรับเธอที่มีเลเวล 1 เพราะฉะนั้นเลยเหมือนได้รับโบนัสแต้มวิญญาณเพิ่มไปอีก”

ฮังอวี่ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พาสมาชิกทีมทั้งสามเก็บกวาดรอบนอกของแดนฝังกระดูก

ที่ล่าได้ส่วนใหญ่ก็เป็น โครงกระดูกทหารก็อบลิน และสามารถฆ่าซอมบี้ก็อบลินได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่กล้าเดินลึกเข้าไปกว่านี้

ในทางกลับกัน จ้าวหมิงสังเกตเห็นแล้ว ว่าฮังอวี่เหมือนกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

แสดงว่าการที่เขาพาทุกคนมาที่นี่ ต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงแน่ๆ

จบบทที่ Ep.19 - เจียงหนานแสร้งทำเป็นเก่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว