เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 จักรพรรดิสำแดงเดชสะท้านทั่วแดนร้างตะวันออก

บทที่ 32 จักรพรรดิสำแดงเดชสะท้านทั่วแดนร้างตะวันออก

บทที่ 32 จักรพรรดิสำแดงเดชสะท้านทั่วแดนร้างตะวันออก


ภายในตำหนักไร้ความหวังนั้น เหล่ามนุษย์ถูกจับไว้เป็นทาสรับใช้ของเผ่าพันธุ์ฺปีศาจอสรพิษเพื่อขุดเหมืองโบราณให้แก่พวกมัน

มนุษย์จำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมาณอย่างสาหัส แต่เพราะว่าพวกมันนั้นเป็นเผ่าพันธุ์เก่าแก่ จึงทำให้พวกมันนั้นทรงอำนาจ และแม้เหล่ามนุษย์จะโกรธแค้น แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้

แต่ในตอนนี้ ยามที่กายาจักรพรรดิปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งโดยที่ไม่มีการบอกกล่าว

เพียงแค่กระดิกนิ้ว “เนื้อร้าย” ที่คอยคุกคามเผ่าพันธุ์มนุษย์ในแดนร้างตะวันออกก็ถูกลบหายไปจากผืนฟ้านี้ไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ

หลังจากทำลายตำหนักไร้ความหวังเพียงการกระดิกนิ้ว กายาจักรพรรดิก็ไม่หยุดนิ่งและออกเดินทางอีกครั้ง

เขาไม่ค่อยมีเวลามากนัก ดังนั้นเขาจึงต้องทำทุกอย่างให้มากที่สุดในช่วงเวลาสั้นๆ

เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขาจะพยายามอย่างเต็มที่

เขาเคลื่อนที่ ดวงตาลุกโชน พร้อมจิตวิญญาณการต่อสู้ที่พวยพุ่ง เขาเคลื่อนไปท่ามกลางผืนฟ้าและผืนดินอันกว้างใหญ่ สยบหุบเขา สายธาร ตะวันและจันทรา

แดนร้างตะวันออกนั้นกว้างใหญ่ไพศาลอย่างไร้ที่สิ้น แม้จอมยุทธธรรมดาจะใช้เวลาชั่วชีวิตก็มิสามารถเดินทางข้ามแดนร้างตะวันออกนี้ได้ หากไม่ได้ค่ายกลสำหรับการเคลื่อนย้ายกว่าหลายพันล้านลี้

แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้ากายาจักรพรรดิแล้ว อุปสรรค์นี้เรียบรื่นราวกับไม่มี

เขาก้าวออกไป ตะวันจันทราพลิกหวน หุบเขาผืนน้ำหายวับไป และได้ห่างหายออกไปกว่าหลายหมื่นลี้

แดนร้างตะวันออก ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์จระเข้มังกร

แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แห่งนี้รายล้อมไปด้วยหุบเขา ต้นไม้ใหญ่โบราณที่เขียวชอุ่ม ผืนป่าเปี่ยมไปด้วยสมุนไพรเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ และพลังแห่งฟ้าดินนั้นมากล้น เรียกได้ว่าเป็นแดนสมบัติอย่างแท้จริง

จระเข้มังกรนั้นเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์หมื่นเซียนและว่ากันว่ามีสายเลือดของมังกรที่แท้จริงไหลเวียนอยู่ในร่างของมัน

เผ่าพันธุ์นี้นั้นทรงอำนาจยิ่ง และมีจักรพรรดิโบราณและราชันบรรพบุรุษหลายตนที่ยังคงอยู่ในตระกูล และพวกมันก็เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ราชัน

เผ่าพันธุ์นี้นั้นทรงอำนาจมาก และภายในแดนร้างตะวันออกนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าต่อกร

แดนศักดิ์สิทธิ์นี้เองก็ยังเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับสิ่งมีชีวิตในแดนร้างตะวันออกอีกด้วย ไม่มีเผ่าพันธุ์อื่นนอกจากเผ่าพันธุ์จระเข้มังกรที่อยู่ที่นี่

แต่วันนี้ต่างออกไป

กายาจักรพรรดิได้เหยียบย่ำเข้าไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ของจระเข้มังกรและเดินก้าวเข้าไปในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ เผ่าจระเข้มังกรที่ปกตินั้นหยิ่งยโสและทำตัวยิ่งใหญ่ไม่กล้าที่จะหยุดชายผู้นี้แม้แต่น้อย

และจระเข้มังกรส่วนใหญ่ต่างคุกเข่าลงตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น ไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อย

กระทั่งเหล่าบรรพบุรษของเผ่าพันธุ์ก็หลบซ่อนอยู่ในวิหารของพวกมันพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา!

“นานแสนนานมาแล้ว เมื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ครองพิภพ เผ่าพันธุ์เราต่างอยู่ร่วมกับเผ่าพันธุ์อื่นอย่างสันติ มิได้กดขี่ข่มเหงเผ่าพันธุ์อื่นใด”

กายาจักรพรรดิเดินเข้าไปในแดนศักดิ์สิทธิ์ของจระเข้มังกร มองไปยังวิหารโบราณที่งดงามภายในส่วนลึกของดินแดนแห่งนี้ และกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง

มันเป็นเพียงคำพูดเบาๆ แต่กลับได้ยินไปทั่วทั้งวิหารโบราณ และทำให้เหล่าบรรพบุรุษของจระเข้มังกรที่สั่นสะท้านอยู่ต้องคุกเข่าลงก้มกราบไปยังทิศทางที่กายาจักรพรรดิยืนอยู่!

หากภาพนี้ถูกกระจายออกไป เกรงว่าทั้งโลกคงต้องตกตะลึง!

ราชันบรรพบุรุษของตระกูลโบราณเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่านับถือขนาดไหนกัน?

ภายในดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ คำว่าราชันบรรพบุรุษนั้นมีความหมายเช่นเดียวกับผู้ปกครอง

พวกมันเดินทางไปทั่วทั้งโลก และไม่มีผู้ใดกล้าหยุดยั้ง!

เพราะสุดท้ายแล้ว พวกมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังยิ่ง

แต่ในตอนนี้มันกลับก้มกราบชายผู้หนึ่ง ไม่มีร่องรอยของศักดิ์ศรีหลงเหลืออยู่แม้เพียงนิด

“ท่านสิ่งมีชีวิตสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ จากนี้เผ่าพันธุ์ของเราจะอยู่ร่วมกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างสันติ”

ราชันบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์จรเข้ ก้มกราบครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเหล่าราชันบรรพบุรุษเงยหน้าขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว มันก็พบว่ากระแสพลังอันมหาศาลสะท้านทั่วทั้งเก้าสวรรค์สิบโลกาได้หายไปแล้ว ร่างที่ทำให้มันต้องสั่นสะท้านไม่อยู่อีกต่อไป

กายาจักรพรรดิได้จากไปแล้ว เขาได้ออกเดินทางไปยังที่อื่น

หลังจากผ่านไปนาน เหล่าบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์จระเข้มังกรถึงกล้าจะเข้ามารวมตัวกัน บนใบหน้าของพวกมันมีร่องรอยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

“น่ากลัวเหลือเกิน ตอนที่ข้าเผชิญหน้ากับเขา ราวกับว่าข้ากำลังอยู่เบื้องหน้าจอมจักรพรรดิโบราณตัวจริง!”

ราชันบรรพบุรษตนหนึ่งกล่าวออกมา เสียงของมันยังคงสั่นสะท้าน

เมื่อครู่ที่กายาจักรพรรดิเข้ามานั้น มันรู้สึกเพียงความอ่อนแอราวกับมดที่เผชิญหน้ากับมังกร ไม่คิดกล้าที่จะต่อต้านแม้เพียงน้อย

“เผ่าพันธุ์มนุษย์มีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”

ราชันบรรพบุรุษอีกตนกล่าวออกมา เสียงของมันเปี่ยมไปด้วยความตกใจและสงสัย

“ข้าไม่รู้ และข้าไม่คิดจะรู้! สั่งออกไป นับจากวันนี้เป็นต้นไป เผ่าพันธุ์จระเข้มังกรจะปิดภูเขาและห้ามผู้ใดออกติดต่อกับโลกภายนอกโดยเด็ดขาด”

“ในวันนี้ การถือกำเนิดของตัวตนอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายต่อแดนร้างตะวันออกอย่างมหาศาล ก่อนลมพายุจะสิ้น เราต้องระมัดระวัง!”

ราชันบรรพบุรุษกล่าวออกมาด้วยความระมัดระวัง

ในวันนี้ ผู้ที่อยู่เหนือสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว

ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อแดนร้างตะวันออก แต่ทั่วทั้งโลกด้วยเช่นกัน

ก่อนทุกอย่างจะสงบลง เผ่าพันธุ์จระเข้มังกรจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ไม่เช่นนั้นมันอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันสิ้นใจไปเมื่อไร!

…………

กายาจักรพรรดิออกเดินทางจากเผ่าจระเข้มังกรและมุ่งหน้าต่อไป

เขาเดินทางไปยังตระกูลราชันของเผ่าพันธุ์โบราณอีกหลายเผ่าพันธุ์

เผ่าพันธุ์โบราณเหล่านี้ที่เคยครองโลกและกู่ร้องไปทั่วฟ้าดินต่างเงียบสงัด ไม่มีตระกูลใดกล้าออกมาท้าทายกับกายาจักรพรรดิแม้แต่น้อย

กายาจักรพรรดิไม่พูดอะไร เขาเดินไปอย่างสบายๆ ในที่อยู่ของตระกูลราชันของเผ่าพันธุ์โบราณ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าหยุดเขาเพียงนิด

นี่เป็นการข่มโดยไร้คำพูด

เขาเดินทางจนสุดเส้นทาง ท่องผ่านแดนร้างตะวันออกจนหมดสิ้น มองดูทิวเขา สายน้ำ ตะวันและจันทรา มองดูภาพของพิภพได้ไกลไร้สิ้นสุด

ไม่มีใครกล้าห้าม ไม่มีที่ใดเป็นไปไม่ได้

ฟ้าดินไร้ขอบเขตต่อชายผู้นี้

ในวันนี้ แดนรกร้างตะวันออกต้องสั่นสะท้าน สิ่งมีชีวิตนับร้อยเผ่าพันธุ์ต้องหวั่นเกรง คารวะสดุดีไปยังทิศที่กายาจักรพรรดิยืนอยู่

และในท้ายที่สุด กายาจักรพรรดิก็ไปยังแดนของเผ่าปีศาจอสรพิษ

เขาไมไ่ด้เข้าไป แต่หยุดยืนอยู่หน้าแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปีศาจอสรพิษ มองดูเป็นเวลานาน

ในสายตาของเขา เป็นภาพของจักรวาลที่บิดเบี้ยว โลกอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นและดับไป ภาพอันน่าสะพรึงที่ปรากฏขึ้นในโลกทั้งใบ

แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ขยับตัว และเมื่อเขาชี้นิ้วออกไป พลังอันทรงอำนาจก็ได้เปลี่ยนให้กว่าครึ่งของแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปีศาจอสรพิษให้กลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน

ต่อหน้าดรรชนีของเขา เผ่าปีศาจอสรพิษไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย พวกมันแทบทั้งหมดไม่ตายก็บาดเจ็บสาหัส

ถึงกระนั้นแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปีศาจมังกรก็เงียบสงัด ไม่มีปีศาจมังกรตนใดกล้าเอ่ยคำใดๆ ออกมา

“ครึ่งหนึ่งถือเป็นการเมตตา ที่เหลือจักถูกสงวนไว้เพื่อฝึกฝนเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอนาคต”

กายาจักรพรรดิกระซิบกับตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินและจากไป

เขารู้สถานะในปัจจุบันของเผ่าพันธุ์มนุษย์ดี การทำลายล้างเผ่าปีศาจอสรพิษไม่ช่วยส่งผลใดๆ แม้แต่น้อย กลับกัน มันจะทำให้เผ่าพันธุ์อื่นโกรธแค้นเผ่าพันธุ์มนุษย์มากกว่าเดิม

เพียงเมื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ใช้ความสามารถของตนเพื่อเติบโตจนแข็งแกร่งได้เหนือกว่าหมื่นเผ่าพันธุ์เท่านั้น ถึงจะมีพลังที่มากพอจะปกป้องตนเองและอันตรายใดๆ

กายาจักรพรรดิได้จากไป และในคราวนี้ เขาได้หลอมรวมเข้ากับกระแสพลังฟ้าดินและไม่ได้ไปขัดขวางเผ่าพันธุ์โบราณใดๆ

เขาผู้อยู่ท่ามกลางแดนอันกว้างใหญ่ มองดูภาพภูเขาและแม่น้ำที่คุ้นตา ทุกสิ่งนั้นดูแปรปรวน

ร่างของเขาเปล่งประกาย ก่อนจะค่อยๆ สลายกลายเป็นประกายแสง กระจายออกไปไปท่ามกลางฟ้าดิน

“เกิดในที่แห่งนี้ เติบโตในที่แห่งนี้ และถูกฝังไว้ในที่แห่งนี้”

“หลังจากผ่านไปล้านปี ข้าสามารถกลับมาได้อีกครั้ง กลับมามองดูโลกนี้อีกคราหนึ่งและทำเพื่อผู้คนของข้าให้ดีที่สุด”

“ข้าทำทุกสิ่งเท่าที่ข้าทำได้แล้ว ข้าไม่หลงเหลือบ่วงใดๆ อีกต่อไป”

เสียงของกายาจักรพรรดินั้นนิ่งสงบ มีประกายความโล่งใจและความเศร้าอยู่บนใบหน้า

เขาก้าวเดินต่อไป พร้อมกับร่างกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประกายแสงกระจายออกไป

ในท้ายที่สุด กายาจักรพรรดิก็สลายหายไป

เหลือเพียงเศษเกราะเปื้อนเลือดที่ยังคงอยู่

มันค่อยๆ ร่วงลงมาจากฟ้า ร่วงหล่นลงมายังผืนดินอันกว้างใหญ่…

จบบทที่ บทที่ 32 จักรพรรดิสำแดงเดชสะท้านทั่วแดนร้างตะวันออก

คัดลอกลิงก์แล้ว