- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีระบบเช็คอินหน่อยเถอะครับ
- บทที่ 10 - ความพ่ายแพ้ต่อเนื่องของฉานเจี้ยว และเพลิงอัคคีหนานหมิง
บทที่ 10 - ความพ่ายแพ้ต่อเนื่องของฉานเจี้ยว และเพลิงอัคคีหนานหมิง
บทที่ 10 - ความพ่ายแพ้ต่อเนื่องของฉานเจี้ยว และเพลิงอัคคีหนานหมิง
บทที่ 10 - ความพ่ายแพ้ต่อเนื่องของฉานเจี้ยว และเพลิงอัคคีหนานหมิง
เมื่อเห็นกว่างเฉิงจื่อศิษย์รักพ่ายแพ้อย่างหมดรูป สีหน้าของหยวนสื่อเทียนซุนก็บิดเบี้ยวดูไม่ได้ ในขณะที่ท่านทงเทียนกลับยิ้มระรื่นด้วยความสะใจ
หยวนสื่อแค่นเสียงในลำคอ
"ก็แค่ยกแรก ยังตัดสินแพ้ชนะไม่ได้หรอก"
ไท่ซ่างเหล่าจวินกลัวว่าน้องชายทั้งสองจะเปิดศึกน้ำลายกันอีก จึงรีบไกล่เกลี่ย
"งานชุมนุมสามสำนักจัดขึ้นเพื่อให้ศิษย์ได้แลกเปลี่ยนวิชา กระชับมิตรไมตรี สามตระกูลชิงเป็นหนึ่งเดียวกัน ไยต้องจริงจังกับการแพ้ชนะถึงเพียงนี้?"
หยวนสื่อและทงเทียนต่างนิ่งเงียบ ทว่าสายตาที่จ้องมองกันกลับเชือดเฉือน จนแทบจะเกิดประกายไฟ เห็นได้ชัดว่าคำพูดของพี่ใหญ่ไม่ได้เข้าหูพวกเขาเลยสักนิด
ไท่ซ่างถอนหายใจเฮือกใหญ่
เหนื่อยใจจริงหนอ!
บนเวทีการประลอง การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
คู่ที่สอง ชื่อจิงจื่อ ปะทะ จินหลิงเซิ่งหมู่
ชื่อจิงจื่อมีตบะระดับต้าหลัวจินเซียนขั้นต้น ไม่อาจเทียบชั้นกับจินหลิงเซิ่งหมู่ที่อยู่ในระดับต้าหลัวจินเซียนขั้นปลายได้ เพียงไม่กี่สิบเพลงยุทธ์ เขาก็ถูกซัดกระเด็นตกเวที
ยกที่สอง สำนักเจี๋ยเจี้ยวชนะ!
คู่ที่สาม อวิ๋นจงจื่อ ปะทะ กุยหลิงเซิ่งหมู่... อวิ๋นจงจื่อพ่าย!
คู่ที่สี่ เทพดาวใต้(หนานจี๋เซียน) ปะทะ อู๋ตางเซิ่งหมู่... เทพดาวใต้พ่าย!
คู่ที่ห้า ชิงซวีเต้าเต๋อเจินจวิน ปะทะ อูอวิ๋นเซียน(เซียนเมฆดำ) หัวหน้าเจ็ดเซียนรับใช้... ผลคือชิงซวีเต้าเต๋อเจินจวินพ่ายแพ้ยับเยิน
ห้ายกติดต่อกัน สำนักฉานเจี้ยวไม่ชนะแม้แต่ตาเดียว
ท่านทงเทียนดีใจจนเนื้อเต้น ปรบมือหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังกึกก้องไปไกลร้อยลี้ ราวกับกลัวหยวนสื่อจะไม่ได้ยิน
ฟังเสียงหัวเราะบาดหูนั้นแล้ว ใบหน้าของหยวนสื่อก็ดำคล้ำราวกับก้นหม้อ เขาไม่คาดคิดเลยว่าศิษย์ที่ตนภาคภูมิใจจะไร้น้ำยาถึงเพียงนี้ แข่งห้ารอบ แพ้รวดห้ารอบ
หยวนสื่อรู้สึกแสบหน้ายิบๆ เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ ทั้งโกรธทั้งอาย!
การประลองยังคงดำเนินต่อไป ฝั่งฉานเจี้ยวหน้าตาบอกบุญไม่รับ โกรธจนควันออกหู ส่วนฝั่งเจี๋ยเจี้ยวลิงโลดดีใจราวกับมีงานฉลอง
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังห้ำหั่นกัน ทั้งสงครามน้ำลายข้างเวทีและหมัดมวยบนเวที หลัวซวนกลับไม่มีความคิดจะเข้าไปผสมโรง เขาถอยฉากออกมาเงียบๆ หลบไปอยู่ด้านหลังฝูงชน ห่างไกลจากความวุ่นวาย
ที่นี่คือวังหยก สถานที่ระดับเดียวกับวังปี้โหยว ย่อมต้องเข้าเงื่อนไขการเช็คอินของระบบ หลัวซวนไม่มีทางพลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้
"ระบบ เช็คอิน!"
[ติ๊ง!]
[เช็คอิน ณ วังหยกสำเร็จ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับรางวัล เพลิงอัคคีหนานหมิง!]
บนเวที
คู่ที่หก จวีหลิวซุน ปะทะ จ้าวพกงหมิง... พ่าย!
คู่ที่เจ็ด หลิงเป่าต้าฝ่าซือ ปะทะ อวิ๋นเซียว... พ่าย!
คู่ที่แปด เต้าหางเทียนซุน ปะทะ ฉยงเซียว... พ่าย!
สำนักฉานเจี้ยวส่งศิษย์มาสิบสี่คน ตอนนี้แพ้ไปแล้วแปดคนรวด นั่นหมายความว่าต่อให้ชนะอีกหกรอบที่เหลือ ก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้แล้ว
ท่านทงเทียนยิ้มเยาะ
"หยวนสื่อ"
"เจ้าเคยบอกว่าศิษย์ข้ายากจะบรรลุมรรคผล แต่ดูจากสภาพตอนนี้ ศิษย์ฉานเจี้ยวของเจ้าก็งั้นๆ แหละ"
หยวนสื่อโกรธจนหน้าเขียว
ขายหน้า ขายหน้าที่สุด!
แปดรอบรวด! ฉานเจี้ยวไม่ชนะสักรอบ นี่เท่ากับเป็นการตบหน้าเขาฉาดใหญ่ว่าฉานเจี้ยวสู้เจี๋ยเจี้ยวไม่ได้ มรรควิถีของเขาหยวนสื่อด้อยกว่าทงเทียน
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา แต่เดิมพันด้วยเกียรติยศแห่งมรรควิถีของนักบุญ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จึงทำให้หยวนสื่อเดือดดาลถึงขีดสุด
แม้จะรู้ว่าแพ้แน่แล้ว แต่คนเย่อหยิ่งอย่างหยวนสื่อมีหรือจะยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี นั่นเท่ากับยอมรับว่าเขาด้อยกว่าทงเทียน จึงได้แต่แถไถกู้หน้าไปว่า
"การประลองยังไม่จบ อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไปนัก"
"พี่ใหญ่ วันนี้ฟ้ามืดแล้ว หกรอบที่เหลือค่อยมาต่อกันพรุ่งนี้เถอะ"
ไท่ซ่างแหงนมองฟ้า ก็เห็นว่ามืดค่ำแล้วจริงๆ
อันที่จริงสำหรับเซียนระดับพวกเขา กลางวันกลางคืนไม่มีความหมาย แต่ไท่ซ่างกลัวว่าขืนแข่งต่อแล้วแพ้อีก หยวนสื่ออาจจะกระอักเลือดตายคาที่ได้ พักสักคืน ให้หยวนสื่อได้ทำใจ พรุ่งนี้ถ้าแพ้อีกก็คงไม่โกรธมาก... มั้ง?
ไท่ซ่างพยักหน้า
"ดี!"
หยวนสื่อคารวะไท่ซ่างทีหนึ่ง แล้วสะบัดก้นเดินหนีไป ไม่แม้แต่จะปรายตามองทงเทียน เหล่าศิษย์ฉานเจี้ยวต่างเดินคอตกตามหลังอาจารย์ไปราวกับขบวนแห่ศพ
ท่านทงเทียนเบ้ปาก
"ปากแข็ง!"
ยามราตรี
เหล่าศิษย์เจี๋ยเจี้ยวนั่งล้อมวงคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่กลางลานหน้าวังหยก
ปี้เซียวบ่นกระปอดกระแปด
"คนสำนักฉานเจี้ยวช่างไร้มารยาท แม้แต่ที่พักสักห้องก็ไม่จัดเตรียมให้ ปล่อยให้พวกเรามานั่งตากน้ำค้างอยู่กลางลานแบบนี้ รับแขกประสาอะไรกัน?"
จ้าวพกงหมิงหัวเราะร่า
"พวกหนูท่อฉานเจี้ยว ภายนอกดูเคร่งครัดธรรมเนียม แต่เนื้อแท้ใจแคบยิ่งกว่ารูเข็ม"
"กลางวันถูกพวกเราสั่งสอนจนหน้าแหก เลยแค้นฝังหุ่น แกล้งปล่อยปละละเลยเพื่อเอาคืน นิสัยเด็กน้อยสิ้นดี!"
ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ
ทันใดนั้น จ้าวพกงหมิงก็มองซ้ายมองขวา ถามด้วยความสงสัย
"แล้วศิษย์น้องหลัวซวนหายไปไหน?"
อวิ๋นเซียวตอบ
"เมื่อครู่ข้าเจอศิษย์น้อง เขาบอกว่าจะออกไปชมจันทร์"
จ้าวพกงหมิงเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดสนิท อย่าว่าแต่ดวงจันทร์เลย ดาวสักดวงยังไม่มี เขาได้แต่เกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงง
ณ มุมอับตาคนในวังหยก
หลัวซวนปลีกตัวออกมาเพื่อรับของรางวัล กลางวันคนพลุกพล่านเกินไป เพลิงอัคคีหนานหมิงเป็นสุดยอดเปลวไฟระดับท็อปของหงฮวง หากเรียกออกมาสุ่มสี่สุ่มห้า กลิ่นอายคงไปเตะจมูกนักบุญเข้า
ดังนั้นเขาจึงต้องแอบมาหลบมุมเช่นนี้
"ระบบ รับรางวัล!"
สิ้นคำสั่ง กองเพลิงกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ความร้อนแรงของมันทำให้แม้แต่ผู้ใช้อัคคีอย่างหลัวซวนยังรู้สึกแสบผิว
ความรู้สึกร้อนรุ่มแบบนี้ ตั้งแต่ข้ามมิติมาเขายังไม่เคยสัมผัสมาก่อน
[เพลิงอัคคีหนานหมิง : สุดยอดเพลิงวิเศษแห่งหงฮวง เพลิงประจำกายเผ่าหงส์เพลิง ร้อนแรงไร้เทียมทาน มีอานุภาพเผาฟ้าต้มสมุทร ทั้งยังแฝงพลังแห่งชีวิตอันเข้มข้น สามารถช่วยให้ผู้บาดเจ็บสาหัสฟื้นคืนชีพดุจนกฟีนิกซ์นิพพาน]
"สมกับเป็นเพลิงอัคคีหนานหมิง!"
หลัวซวนตื่นเต้นจนเนื้อเต้น สำหรับผู้ฝึกวิชาสายอัคคี การได้เจอไฟระดับเทพเช่นนี้ก็เหมือนคนตะกละเจอโต๊ะจีนฮ่องเต้ ยากจะหักห้ามใจไหว
หลัวซวนชี้นิ้วไปที่กองเพลิง เปลวไฟเปลี่ยนรูปร่างเป็นนกหงส์เพลิงตัวน้อย พุ่งหายวับเข้าไปในร่างของเขา
เขานั่งขัดสมาธิ เริ่มทำการหลอมรวมเพลิงอัคคีหนานหมิง
หลัวซวนไม่ได้เกิดในเผ่าหงส์เพลิง จึงไม่สามารถควบคุมไฟชนิดนี้ได้โดยกำเนิด ต้องทำการหลอมรวมให้กลายเป็น 'เพลิงสัจจะ(เจินหั่ว)' ประจำกายเสียก่อน
เมื่อกลายเป็นเพลิงสัจจะแล้ว เว้นแต่หลัวซวนจะตายตกไป ก็ไม่มีใครสามารถแย่งชิงมันไปได้
ภายในร่างหลัวซวน มีเปลวไฟสองชนิดดำรงอยู่ร่วมกัน หนึ่งคือเพลิงสัจจะดั้งเดิมของเขา อีกหนึ่งคือเพลิงอัคคีหนานหมิง
เพลิงเดิมเป็นเพียงไฟวิเศษธรรมดา เทียบกับเพลิงอัคคีหนานหมิงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เวลานี้ หลัวซวนสวมบทชายโฉดผู้ได้ใหม่ลืมเก่า ทอดทิ้งเพลิงคู่กายที่อยู่กันมานานอย่างไม่ไยดี แล้วหันไปซบอกของใหม่อย่างหน้าตาเฉย
เพียงแค่คิด เพลิงอัคคีหนานหมิงก็โถมเข้ากลืนกินเพลิงเดิมจนหมดสิ้น กลายมาเป็นเพลิงสัจจะชนิดใหม่ของเขาอย่างสมบูรณ์
ผ่านไปเนิ่นนาน หลัวซวนลืมตาขึ้น
สัญลักษณ์เปลวเพลิงสีแดงชาดปรากฏขึ้นกลางหน้าผาก ขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาดูมีเสน่ห์ลึกลับเย้ายวนยิ่งขึ้น
เขาดีดนิ้วเปาะ เพลิงอัคคีหนานหมิงก็ลุกพรึบขึ้นรอบกาย ควบคุมได้ดั่งใจนึก
"ทำลาย!"
ลูกไฟลูกเล็กๆ พุ่งออกจากปลายนิ้ว
ตูม!
เสียงระเบิดกึกก้อง พื้นดินยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกหลายพันเมตร ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้นไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือหินผา ล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลัวซวนตกตะลึง
เมื่อครู่เขาแค่ยิงลูกไฟธรรมดาๆ พื้นฐานที่สุด แต่อานุภาพกลับรุนแรงถึงเพียงนี้
สมคำร่ำลือว่าเป็นสุดยอดเพลิงวิเศษแห่งหงฮวงจริงๆ
[จบแล้ว]