- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีระบบเช็คอินหน่อยเถอะครับ
- บทที่ 11 - กลโกงของฉานเจี้ยว และการลงสนามของหลัวซวน
บทที่ 11 - กลโกงของฉานเจี้ยว และการลงสนามของหลัวซวน
บทที่ 11 - กลโกงของฉานเจี้ยว และการลงสนามของหลัวซวน
บทที่ 11 - กลโกงของฉานเจี้ยว และการลงสนามของหลัวซวน
วันรุ่งขึ้น
ดวงตะวันสีแดงโผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงส่องสว่างไปทั่วปฐพี
เมื่อสามนักบุญเข้าประจำที่ การประลองระหว่างฉานเจี้ยวและเจี๋ยเจี้ยวก็เริ่มขึ้นต่อ
สีหน้าของหยวนสื่อดูเคร่งเครียด การพ่ายแพ้แปดรอบรวดเมื่อวานทำให้เขาแทบไม่เหลือที่ยืน แม้ภาพรวมจะแพ้แน่นอนแล้ว แต่เขาก็ยังหวังลึกๆ ว่าศิษย์ที่เหลือจะกู้หน้าคืนมาได้บ้าง อย่างน้อยแพ้น้อยหน่อยก็ยังดีกว่าแพ้หมดรูป
คู่ที่หนึ่งในวันนี้ ฉานเจี้ยวส่ง 'หวงหลงเจินเหริน(นักพรตมังกรเหลือง)' ลงสนาม
หวงหลงเหาะขึ้นเวที ประสานมือคารวะเหล่าศิษย์เจี๋ยเจี้ยว
"ข้าหวงหลงแห่งฉานเจี้ยว ตบะระดับจินเซียน ไม่ทราบว่าสหายท่านใดจากเจี๋ยเจี้ยวจะขึ้นมาให้คำชี้แนะ?"
ไม่นานนัก จินเซียนผู้หนึ่งจากเจี๋ยเจี้ยวก็เหาะขึ้นมา
"ข้าจะรับมือเจ้าเอง"
ทั้งสองเปิดฉากต่อสู้กันทันที
หวงหลงเจินเหรินเป็นหนึ่งในสิบสองเซียนทองคำ แม้จะได้รับฉายาว่า 'นักพรตสี่ไม่(ไร้สมบัติ ไร้ศิษย์ ไร้สมอง ไร้ชัยชนะ)' แต่ก็ไม่ได้ไร้น้ำยาเสียทีเดียว
ด้วยความที่เป็นเผ่าพันธุ์มังกร ร่างกายจึงแข็งแกร่งทนทานโดยกำเนิด... พูดง่ายๆ คือถึกทนตีนทนมือ
โฮก!
หวงหลงคืนร่างเดิมเป็นมังกรยักษ์ ไม่ใช้คาถาป้องกันใดๆ ยอมแลกหมัดรับการโจมตีของคู่ต่อสู้ตรงๆ แล้วพุ่งเข้าชาร์จ สะบัดหางฟาดเปรี้ยงเข้าให้
จินเซียนจากเจี๋ยเจี้ยวหลบไม่ทัน ถูกหางมังกรฟาดกระเด็นตกเวที ได้รับบาดเจ็บไปตามระเบียบ
รอบนี้ ฉานเจี้ยวชนะ!
เฮ!
เสียงฮือฮาดังไปทั่ว ฉานเจี้ยวส่งยอดฝีมือมาตั้งเยอะไม่ยักกะชนะ แต่หวงหลงระดับจินเซียนกลับประเดิมชัยชนะแรกให้สำนักได้
ศิษย์ฉานเจี้ยวเหมือนโดนฉีดยากระตุ้น กลับมายืดอกเชิดหน้าได้อีกครั้ง
ฝ่ายศิษย์เจี๋ยเจี้ยวกลับนิ่งเฉย แค่แพ้รอบเดียว จะตื่นเต้นอะไรนักหนา?
จ้าวพกงหมิงเบ้ปาก เอ่ยอย่างดูแคลน
"จะเบ่งอะไรกันนักกันหนา?"
หลัวซวนครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เข้าใจกลยุทธ์ ฉานเจี้ยวใช้แผน 'ม้ามืด' นั่นเอง
หากเป็นการวัดกันที่ระดับไท่อี้หรือต้าหลัว เจี๋ยเจี้ยวไม่กลัวใครหน้าไหน เพราะมียอดฝีมือเกลื่อนสำนัก แต่ในระดับจินเซียนนั้น ส่วนใหญ่เป็นศิษย์ฝ่ายนอก พวกหัวดีๆ ก็ทะลวงด่านไปหมดแล้ว เหลือแต่พวกกลางๆ
ส่วนหวงหลงเจินเหรินเป็นศิษย์สายตรง พื้นฐานย่อมแน่นกว่าศิษย์ฝ่ายนอกทั่วไป การที่ศิษย์ระดับจินเซียนของเจี๋ยเจี้ยวสู้ไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แน่นอนว่าถ้าอนุญาตให้วางค่ายกล พวกสิบเทพอัสนี(สือเทียนจวิน) แค่คนเดียวก็คงบี้หวงหลงเละคาที่
บนแท่นประทับ ท่านทงเทียนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
ทว่ารอยยิ้มของหยวนสื่อกลับดูฝืนๆ ในบรรดาสิบสองเซียนทองคำ เขาไม่ชอบหน้าหวงหลงที่สุดเพราะชาติกำเนิดที่เป็นสัตว์ แต่สุดท้ายคนที่กู้หน้าให้สำนักกลับเป็นคนที่เขาเมินเฉยมาตลอด มันช่างน่ากระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
คู่ที่สอง เหวินซูกวงฝ่าเทียนจุน(มัญชุศรี) ปะทะ ฉิวโส่วเซียน(เซียนราชสีห์)
ฉิวโส่วเซียนบำเพ็ญเพียรมาจากราชสีห์ขนเขียว เป็นหนึ่งในเจ็ดเซียนรับใช้ ฝีมือร้ายกาจหายห่วง
เพียงไม่กี่เพลงยุทธ์ เหวินซูก็ถูกไล่ต้อนจนมุม จวนเจียนจะพ่ายแพ้
ทันใดนั้น
เหวินซูร่ายคาถา โคมไฟโบราณดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ของสิ่งนี้ไม่ใช่ของสามัญ แต่เป็น 'โคมแก้วอวี้ซวี' ที่หยวนสื่อเทียนซุนใช้จุดให้แสงสว่างยามเทศนาธรรม
เหวินซูตบที่ตัวโคม เปลวเพลิงสีทองจำนวนมหาศาลก็พวยพุ่งออกมา
ไฟนรกเผาฟ้า!
ฉิวโส่วเซียนรีบใช้อิทธิฤทธิ์ต้านทาน แต่เปลวเพลิงนั้นร้อนแรงเกินต้านทาน ร่างของเขาถูกไฟคลอกจนต้องกระโดดหนีลงจากเวที
รอบที่สอง ฉานเจี้ยวชนะ!
คู่ที่สาม อวี้ติ่งเจินเหริน(นักพรตหยก) ใช้ 'ตราประทับไท่จี๋' เอาชนะหลิงหยาเซียน(เซียนช้าง)
คู่ที่สี่ ผู่เสียนเจินเหริน(สมันตภัทร) ใช้ 'กล่องหุนหยวน' เอาชนะปี้เซียว
คู่ที่ห้า ฉือหางเจินเหริน(กวนอิม) ใช้ 'ธงเหลืองซิ่งหวง' เอาชนะจินกวงเซียน
สรุปคือ ฉานเจี้ยวชนะรวดห้ารอบ แม้จะยังเทียบไม่ได้กับสถิติแปดรอบของเจี๋ยเจี้ยว แต่อย่างน้อยก็กู้ศักดิ์ศรีคืนมาได้มากโข หยวนสื่อเทียนซุนผู้เคร่งขรึมถึงกับยิ้มออก
ทว่าท่านทงเทียนกลับตบะแตก
"หยวนสื่อ!"
"เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่หรืออย่างไร? ธงซิ่งหวง โคมแก้ว ตราไท่จี๋ กล่องหุนหยวน นั่นมันของวิเศษประจำกายของเจ้าทั้งนั้น!"
"เล่นเอาของตัวเองมาให้ศิษย์ใช้เอาชนะแบบนี้ มันต่างอะไรกับโกง? ไม่อายบ้างหรือไง?"
ท่านทงเทียนดูออกทันทีว่าทำไมจู่ๆ ศิษย์ฉานเจี้ยวถึงพลิกเกมได้
เมื่อถูกจับโป๊ะได้ หยวนสื่อก็หน้าตึง แสยะยิ้มเย็นชา
"ข้ามอบสมบัติวิเศษให้ศิษย์เพื่อเป็นรางวัล มันผิดตรงไหน?"
"ทำไม? หรือว่าเจ้าทงเทียนไม่เคยให้ของวิเศษกับศิษย์?"
ท่านทงเทียนแทบจะขำทั้งน้ำตา หยวนสื่อช่างกล้าแถข้างๆ คูๆ ของวิเศษทั่วไปกับของวิเศษประจำกายนักบุญมันเหมือนกันที่ไหน?
ของในมือพวกเหวินซู ล้วนผ่านการปลุกเสกจากนักบุญ อานุภาพคนละชั้นกับของธรรมดา ไม่อย่างนั้นศิษย์เจี๋ยเจี้ยวจะแพ้ง่ายดายขนาดนี้หรือ?
การกระทำของหยวนสื่อ มันก็คือการโกงดีๆ นี่เอง
ท่านทงเทียนไม่ใช่คนแพ้แล้วพาล แต่หยวนสื่อเล่นสกปรกเพื่อชัยชนะแบบนี้ มันหน้าด้านเกินไปแล้ว
สองพี่น้องเปิดศึกฝีปากกันดุเดือดเผ็ดมัน ไฟแลบแปล๊บๆ
ท่านทงเทียนชักกระบี่ออกจากฝัก
"หยวนสื่อ คิดว่ากระบี่ข้าทื่อหรือไง?"
หยวนสื่อแสยะยิ้ม
"คิดว่าข้ากลัวหรือ?"
แรงกดดันระดับนักบุญแผ่กระจายไปทั่วทิศ ศิษย์ทั้งสองสำนักตัวสั่นงันงก ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตา การปะทะกันของระดับบิ๊กไม่ใช่เรื่องที่ปลาซิวปลาสร้อยจะเข้าไปยุ่งได้
เห็นท่าไม่ดี ไท่ซ่างจึงรีบเข้ามาห้ามทัพอีกครั้ง
หลังจากกล่อมอยู่นาน สองพี่น้องถึงยอมสงบศึก
ไท่ซ่างกล่าวเสียงเข้ม
"รอบสุดท้าย ให้วัดกันที่ฝีมือล้วนๆ น้องรอง เจ้าห้ามลำเอียงช่วยศิษย์อีก"
ความหมายชัดเจนคือ ห้ามศิษย์ฉานเจี้ยวใช้ของวิเศษของนักบุญอีกเด็ดขาด
หยวนสื่อหน้านิ่ง ไม่โต้แย้ง ซึ่งเท่ากับยอมรับโดยดุษณี
รอบสุดท้าย... ศิษย์ทั้งสองสำนักต่างมีสีหน้าจริงจัง
เมื่อครู่นักบุญเกือบจะวางมวยกัน ทำให้รอบตัดสินนี้มีความหมายยิ่งนัก
หากฉานเจี้ยวชนะ ก็จะกลายเป็นชนะหกรอบรวด แม้ผลรวมจะแพ้ แต่ก็ถือว่าตีตื้นขึ้นมาได้ หยวนสื่อก็จะกู้หน้าคืนได้บ้าง
แต่ถ้าเจี๋ยเจี้ยวชนะ ท่านทงเทียนก็จะได้ระบายแค้น และตบหน้าฉานเจี้ยวซ้ำอีกรอบ
ดังนั้น แม้ผลแพ้ชนะรวมจะขาดลอยไปแล้ว แต่รอบนี้คือเดิมพันศักดิ์ศรีของนักบุญ
ฝั่งฉานเจี้ยวเหลือเพียง 'ไท่อี้เจินเหริน' เพียงคนเดียว ย่อมต้องเป็นเขาที่ลงแข่ง
ส่วนฝั่งเจี๋ยเจี้ยว ตัวเลือกเพียบ ศิษย์เก่งๆ หลายคนยังไม่ได้ลงสนาม เช่น ปี้เซียว(แก้แค้น?) จินกูเซียน(เซียนรัดเกล้าทอง) หรือผีหลูเซียน
ท่านทงเทียนกวาดสายตาเย็นชาไปทั่วเหล่าศิษย์ ในที่สุดก็ตัดสินใจ
"หลัวซวน"
"รอบสุดท้าย เจ้าลง!"
พรึบ!
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลัวซวนเป็นจุดเดียว
หลัวซวนเหวอรับประทาน
"ห๊ะ!"
"ข้าเนี่ยนะ?"
หลัวซวนนึกไม่ถึงเลยว่า ตนเองที่กะมานั่งกินลมชมวิว จะถูกท่านอาจารย์เรียกตัวให้ลงศึกสำคัญนัดชี้ชะตาแบบนี้
ต้องรู้ก่อนว่า ไท่อี้เจินเหรินมีตบะระดับไท่อี้จินเซียนขั้นสูงสุด อีกเพียงครึ่งก้าวก็จะแตะระดับต้าหลัวจินเซียนแล้ว
ส่วนเขาเพิ่งจะอยู่แค่ระดับไท่อี้จินเซียนขั้นกลาง
แม้จะไม่เข้าใจ แต่คำสั่งอาจารย์ถือเป็นประกาศิต หลัวซวนย่อมไม่กล้าขัดขืน
เหล่าศิษย์เจี๋ยเจี้ยวเองก็งุนงงสงสัยไม่แพ้กัน
ในสายตาพวกเขา หลัวซวนเป็นรองไท่อี้เจินเหรินอยู่หลายขุม ส่งลงไปก็เหมือนเอาหมูไปขึ้นเขียง ไม่ใช่ว่าจะทำให้สำนักขายหน้าหรอกหรือ?
แม้จะไม่มีใครกล้าคัดค้านต่อหน้าท่านทงเทียน แต่หลายคนก็เริ่มมองหลัวซวนด้วยสายตาไม่เชื่อมั่น
บางคนถึงกับแอบสมน้ำหน้า
ช่วงนี้หลัวซวนโด่งดังเกินหน้าเกินตา มีคนหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย
สาเหตุมาจากความอิจฉาล้วนๆ เป็นศิษย์ฝ่ายนอกเหมือนกัน ทำไมเอ็งถึงได้ดีกว่าข้า? ทำไมอาจารย์ถึงรักเอ็ง?
ก็แค่ฟลุ๊คเท่านั้นแหละวะ ข้าลงยังจะดีกว่าเลย!
[จบแล้ว]