- หน้าแรก
- ทฤษฎีใหม่ ผู้หลบหนีความตาย
- บทที่ 8: เหยื่อและผู้ล่า
บทที่ 8: เหยื่อและผู้ล่า
บทที่ 8: เหยื่อและผู้ล่า
อ๊ากกกกกกก!!!
ไพรม์อยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ เพียงชั่วครู่ก่อนที่เขาจะตาย ขณะที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนตัวแรบบ์ฮอร์น เขาภูมิใจในตัวเองมาก สภาพแวดล้อมของ เอลิเซียม นั้นไร้ความปรานี แต่ด้วยการทำงานหนัก ความทุ่มเท การวางแผน และความพยายาม เขาได้พัฒนาขึ้น นั่นคือความรู้สึกที่เขามีตอนที่สกิลเลื่อนระดับ ตอนที่เขาแตะตัวแรบบ์ฮอร์นได้ในที่สุด—และบรรลุเป้าหมาย
ไพรม์สงบสติอารมณ์และไตร่ตรองสถานการณ์ของตน ในโลกใบใหม่นี้ เขาตัวคนเดียว สำหรับมนุษย์แล้ว นี่เป็นเรื่องยากลำบาก มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เรื่องนี้เห็นได้ชัดที่สุดในคนประเภทชอบเข้าสังคม (Extrovert) จริงอยู่ว่าคนเก็บตัว (Introvert) ส่วนใหญ่—อย่างไพรม์—รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่คนเดียวในบ้าน แต่พวกเขาก็ยังมีความสุขที่ได้ไปเยี่ยมเพื่อนบ้าง โทรหาพ่อแม่ หรือหาใครสักคนมาใช้ชีวิตร่วมกัน
แต่ที่นี่ ไพรม์โดดเดี่ยว เขาตระหนักดีว่าเขาเลือกเส้นทางแห่งราชันด้วยตัวเอง แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าถูกมนุษยชาติทอดทิ้ง ชายหญิงผู้ยอดเยี่ยมมีตั้งมากมาย ทำไมพวกเขาถึงยังไม่เข้ามาใน เอลิเซียม? ลึกๆ แล้วไพรม์รู้คำตอบดี: ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับมนุษย์
แม้จะฟังดูไร้สาระหรือไร้เหตุผล แต่ไพรม์รู้สึกเหมือนถูกเพื่อนมนุษย์ทิ้ง ยิ่งกว่าความเจ็บปวด ยิ่งกว่าความกระหาย ยิ่งกว่าความกลัว คือความเหงาที่กัดกินใจเขา
"ฉันจะได้เจอคนที่รักอีกไหมนะ? ฉันเลือกเส้นทางแห่งราชันเพื่อที่จะแข็งแกร่งที่สุด เพื่อปกป้องครอบครัว และเพื่ออิสรภาพ แต่ตอนนี้ สิ่งที่ได้รับมีเพียงความตายและความทุกข์ระทม..."
ไพรม์สูดหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ชีวิตบางครั้งก็โหดร้าย และเขาไม่ค่อยมีเรื่องให้ยินดีนัก แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ตอนนี้ ฉันยอมตายดีกว่าถูกไอ้กระต่ายเวรนั่นฆ่าอีกรอบ
คนบางคนอาจแตกสลายเพราะชีวิตและความยากลำบาก แต่ไม่ใช่ไพรม์ ความอยุติธรรมที่ได้รับทำให้เขาเดือดดาล เขาเปลี่ยนความโกรธนั้นให้เป็นพลังงาน
"ฉันจะใช้พลังงานนี้ทำลายทุกสิ่งที่ขวางกั้นระหว่างฉันกับอิสรภาพ"
เมื่อจิตใจแจ่มใสและขวัญกำลังใจกลับคืนมา ไพรม์ก็ประเมินสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น โลกใบใหม่นี้กัดไม่ปล่อย หากไม่กระชากความสำเร็จมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี ก็จะไม่มีชัยชนะใดถูกหยิบยื่นให้ เขาเข้าใจแล้ว เจ้าแรบบ์ฮอร์นและรูปลักษณ์อันน่ารักของมันได้สอนบทเรียนที่เขาตั้งใจจะจารึกไว้ในสมองด้วยอักษรเพลิง
"ฉันไม่มีสิทธิ์จะประมาทผู้อาศัยอื่นในโลกนี้ ฉันคงตายไปตั้งแต่ไม่กี่วินาทีแรกแล้วถ้าไม่ใช่เพราะความเป็นอมตะ เพื่อที่จะกลับไปหาคนที่รัก เพื่อทวงคืนชีวิตและอิสรภาพ ฉันต้องแข็งแกร่งขึ้น"
แน่นอนว่าไพรม์เคยคิดแบบนี้มาก่อน แต่มีความแตกต่างระหว่างการตายเพราะถูกเอเลี่ยนทำลายล้างหรือถูกเผาทั้งเป็นท่ามกลางฝูงมด กับการตายด้วยน้ำมือของ กระต่าย เขาอยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร และการโชคดีที่ได้ครอบครองล็อก-อะ-ริธึมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนั้น
ไพรม์ตัวสั่นเล็กน้อย การนึกถึงความตายทำให้เขาหวนคิดถึงช่วงเวลาก่อนหน้านั้น
แวบแรก เขานึกอยากด่าตัวเอง เขาไม่ได้ฉุกคิดเรื่องดูดซับพลังงานจลน์จากการโจมตีของแรบบ์ฮอร์นเลย เขารู้สึกว่าเขามีโอกาส การโจมตีนั้นชัดเจนว่าไม่ได้เป็นแค่วัตถุพุ่งชนทั้งหมด แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกัน เขาอาจจะรอดมาได้ถ้าดูดซับพลังงานจลน์จากการโจมตีนั้นมาบางส่วน
แต่สิ่งที่ทำให้ไพรม์ชะงักจริงๆ คือความรู้สึกเย็นวาบในหัว การโจมตีนั้นทะลุหน้าผากและทำลายสมองของเขา แม้สมองจะถูกทำลาย แต่เขาก็ยังรอดชีวิตอยู่ชั่วขณะหนึ่ง พลังการฟื้นคืนชีพของเขานั้นสะดวกก็จริง แต่การรอดชีวิตและยังมีความรู้สึกนึกคิดหลังจากสมองเละไปแล้ว คือสิ่งที่ไพรม์เรียกว่า ปาฏิหาริย์
"ฉันอยู่ในโลกใหม่แล้ว ฉันต้องตระหนักเรื่องนี้และเปิดใจ ฟิสิกส์และกฎพื้นฐานยังคล้ายเดิม แต่กระต่ายที่นี่ฆ่าฉันได้ ทุกสิ่งมีอันตรายแฝงอยู่ แต่ทุกความฝันก็เป็นจริงได้เพื่อแลกกับ..."
ไพรม์เตือนสติตัวเอง การจมอยู่ในความคิดที่นี่เท่ากับเชื้อเชิญความตาย เขาเพ่งสมาธิและสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่ได้จากความตายครั้งนี้
พรสวรรค์ [ผู้หลบหนีความตาย (He who eludes Death)] นำคุณกลับมามีชีวิตอีกครั้ง วันละหนึ่งครั้ง
จำนวนการตาย: 5
ตรวจพบการผสานพลังกับพรสวรรค์ [มนุษย์ผู้ปรับตัว (Humans adapt)] ร่างกายของคุณถูกสร้างใหม่และจะทนทานต่อสิ่งที่ฆ่ามันได้มากขึ้น:
ความทนทาน (CONST) +8
การรับรู้ (PERC) +4
พละกำลัง (STR) +2
[ผู้ถูกสัมผัสโดยอีเธอร์ (Touched by aether)] - เวลาในการปรับตัว: 11 วัน (จากเดิม 14 วัน)
เลเวลอัป: [ศิลปะการเคลื่อนไหว] เลเวล 4
ความว่องไว (AGI) +1
การรับรู้ (PERC) +1
ความชำนาญ (DEXT) +1
คุณได้รับสกิล: [ความต้านทานการเจาะทะลวง (Perforation Resistance)]
[ความต้านทานการเจาะทะลวง] - นิ้วจิ้มทะลุเนย และเหล็กแทงทะลุนิ้ว คุณต่อสู้กับเหล็กมากกว่าต่อสู้กับเนย ตอนนี้เหล็กจะแทงคุณเข้ายากขึ้น การจัดเรียงโมเลกุลในร่างกายของคุณถูกปรับปรุงให้ป้องกันการถูกแทงได้ดีขึ้น
จะไม่มีการเล่นมุกเรื่องการสอดใส่อะไรทั้งนั้น พอได้แล้ว
ความทนทาน (CONST) +1
เลเวลอัป: [ความต้านทานการเจาะทะลวง] เลเวล 2
ความทนทาน (CONST) +1
ฉายา [ผู้ไร้สมอง (Brainless) - ระดับทองแดง] ปรากฏขึ้น คุณมองเห็นความเป็นไปได้ในการวิวัฒนาการ
[ผู้หลบหนีความตาย] ประจุ: 0. รีชาร์จในอีก 10 ชั่วโมง ที่เวลา 0.00 น.
เควสต์ใหม่: การแก้แค้น
ถูกฆ่าโดย... กระต่าย... ถึงมันจะมีเขาก็เถอะ แต่อัตตาของคุณฟกช้ำไปหมดแล้ว กู้ศักดิ์ศรีคืนมาซะ
ตามหาแรบบ์ฮอร์น ฆ่ามัน
รางวัล: [ความต้านทานพิษ], ศักยภาพ +10
ความยาก: ต่ำมาก
เวลาสูงสุด: 1 วัน
"ตอนนี้ฉันอยู่ห่างจากที่หลบภัย ไม่มีชีวิตสำรองเพราะสกิลไม่สะสมจำนวนชีวิต และฉันก็คลาดกับเจ้าแรบบ์ฮอร์นนั่น... งั้นลองสำรวจรอบๆ เพื่อหาโพรงของมันหน่อยแล้วกัน ส่วนที่เหลือ... ค่อยว่ากันพรุ่งนี้"
ไพรม์มองไปรอบๆ ลานโล่งเล็กๆ ขณะลุกขึ้นยืน เจ้าแรบบ์ฮอร์นหายตัวไปแล้ว แต่ถ้าให้เดาตำแหน่งทางเข้าโพรง เขาต้องลองคิดในมุมของกระต่าย มันวิ่งหนีไปทางทิศหนึ่ง ดังนั้นไพรม์จึงพอมีเบาะแสว่ารังของมันอยู่ทางไหน กระต่ายอาจจะฉลาดพอที่จะไม่วิ่งตรงเข้ารู แต่ไพรม์สงสัยว่ามันคงไม่ฉลาดขนาดนั้น
ถ้าเจ้าแรบบ์ฮอร์นตัวนี้มีนิสัยเหมือนกระต่ายอย่างที่ไพรม์คิด โพรงของมันต้องเข้าถึงแหล่งอาหารได้ง่าย กระต่ายชอบพื้นที่ลาดเอียงและดินร่วนแห้งเพื่อให้ขุดง่าย ฉันต้องมองหาเนินดินหรือทางลาดที่มีดินโล่งเตียน และแน่นอนว่าต้องอยู่ขอบลานโล่งเพื่อให้มองเห็นทัศนียภาพได้ดี
ไม่กี่นาทีต่อมา ขณะที่ย่อตัวลงในพุ่มไม้ กวาดตามองพื้นดิน—และท้องฟ้า—เพื่อหาโพรงหรือภัยคุกคาม ไพรม์ก็ได้ยินเสียง มันไม่ใช่เสียงใบไม้เสียดสี ไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดในระยะไกล—ซึ่งมักทำให้ไพรม์สะดุ้งได้เสมอ—และไม่ใช่เสียงนกร้อง มันคือเสียงคำรามต่ำๆ
ไพรม์ตัวแข็งทื่อ อาร์โนลด์เคยสอนเขาว่าการเผชิญหน้าอาจจบลงด้วยความรุนแรง ยิ่งแย่ไปกว่านั้น ตอนนี้เขาไม่มีชีวิตสำรองเหลือแล้ว แต่เสียงคำรามดูเหมือนจะบ่งบอกถึงการต่อสู้ และศัตรูคงกำลังยุ่งเกินกว่าจะสังเกตเห็นเขา
"รู้เขารู้เรา" ไพรม์ยกคำกล่าวมาอ้าง "ถ้าซุนวูดังขนาดนั้น เขาต้องพูดถูกสิ จริงไหม? ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งที่มีศักยภาพพวกนี้ จะให้หลบๆ ซ่อนๆ ไปตลอดชีวิตก็คงไม่ได้..."
ด้วยความระมัดระวัง ไพรม์เดินตรงไปยังต้นเสียง เขาหวังว่านี่จะไม่ใช่ความผิดพลาดครั้งสุดท้าย แต่เขาไม่อาจใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวเพียงอย่างเดียว แม้จะพ่ายแพ้ แต่เขาไม่ใช่ กระต่าย ที่จะวิ่งหนีทุกอันตราย ห่างออกไปไม่กี่ฟุตคือลานโล่งแห่งใหม่ที่กว้างกว่าเดิม ตรงกลางลาน มีชุดเกราะรูปทรงล้ำยุคกำลังฝึกซ้อมอยู่กับหอก เงียบเชียบ เขาเฝ้าดูการฝึก ไม่สิ การต่อสู้ แรบบ์ฮอร์นสีน้ำตาลตัวหนึ่งกำลังพยายามหนี หลบหลีกการโจมตีของชุดเกราะนั้น ไพรม์อยากรู้ข้อมูลของนักรบผู้นั้นก่อนจะหนีไป
[ตรวจสอบ]
[แชมเปี้ยนฮอปไลต์ (Hoplite Champion)] - ฮอปไลต์คือเผ่าพันธุ์ที่รุนแรงอย่างยิ่งและมีวัฒนธรรมกระหายสงคราม หลังจากครองดาวเคราะห์ของตนได้ พวกเขาก็แบ่งแยกกลุ่มกันเองเพื่อทำสงครามต่ออย่างสมัครใจ ภาคภูมิ กล้าหาญ ชาญฉลาด และเปี่ยมพรสวรรค์ ทหารจะถูกคัดเลือกตั้งแต่เด็ก และมีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่รอดจากการฝึกฝน ประชากรที่เหลือมีส่วนร่วมในการทำสงครามโดยการศึกษาและหาทางปรับปรุงนักรบของตน การตัดต่อพันธุกรรม ยูเจนิคส์ (สุขศึกษาพันธุศาสตร์) การสร้างอาวุธและชุดเกราะ การควบคุมจิตใจ การดัดแปลงไซเบอร์เนติกส์... จริยธรรมทางชีวภาพไม่มีที่ว่างในโลกของพวกเขา แชมเปี้ยนของพวกเขายืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว
คนบ้าอีกแล้ว ไพรม์ไม่คิดจะอยู่ที่นั่นนานกว่านี้ เขารู้ว่าสักวันเขาคงได้เจอใครสักคนที่การทูตมีความหมายมากกว่าการแข่งกันว่าหอกใครใหญ่กว่า แต่สำหรับตอนนี้ ดูเหมือนเขาจะดึงดูดแต่พวกโรคจิต อยากเจอเอลฟ์สาวสวยสง่ากับแวมไพร์ที่แพ้เลือดมนุษย์ใจจะขาดแล้วเนี่ย...
หัวใจของเขาเต้นแรง แต่สายตายังคงจดจ่อ เขาเริ่มขยับตัวลุกขึ้น เห็นโพรงอยู่ฝั่งตรงข้ามของลานโล่ง เขาค่อยกลับมาใหม่พรุ่งนี้
ทันใดนั้น แรบบ์ฮอร์นก็ใช้สกิลของมัน เขาของมันสั่นไหว และลำแสงรูปกรวยโปร่งแสงก็พุ่งเข้าใส่แชมเปี้ยน ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนมองไม่ทัน เขาตวัดหอกเพื่อสกัดการโจมตี ลำแสงนั้นแตกสลาย แรบบ์ฮอร์นนอนนิ่ง ดูเหมือนจะหมดแรงจากการโจมตีไม้ตายที่ผลาญพลังงานไปมหาศาล
แชมเปี้ยนก้าวไปข้างหน้าและแทงสัตว์ร้ายด้วยหอก ไพรม์ฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนี ตอนแรกเขาถอยช้าๆ แล้วหลังจากผ่านไปไม่กี่เมตร เขาก็เริ่มออกตัววิ่ง ทุกอย่างบอกเขาว่าการเผชิญหน้าจะไม่จบลงด้วยดีสำหรับเขา และในตอนนี้ เมื่อไม่มีวิธีสื่อสาร เขาก็ไม่มีอะไรจะได้จากการเข้าไปหาแชมเปี้ยนผู้นั้น
หลังจากวิ่งมาได้ไม่กี่นาที และในขณะที่กำลังเพ่งสมาธิไปที่การวิ่งและสกิลการเคลื่อนที่ เขาก็สังหรณ์ใจ ฉันกำลังถูกตามล่าหรือเปล่า?
โดยไม่ตื่นตระหนก เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงเป็นเจ้าฮอปไลต์ เกราะนั่นน่าจะทำให้มันช้าลง แต่ด้วยความซวยของฉัน คงเป็นมันนั่นแหละ มันคงตรวจจับฉันได้ก่อนหน้านี้และกำลังสะกดรอยตามมาเพื่อตามไปที่ที่ซ่อน ถ้าฉันเข้าทางลับ ฉันน่าจะสลัดมันหลุด...
ไพรม์ยังคงวิ่งต่อ แต่ความคิดที่วอกแวกทำให้เขาไม่สามารถเพ่งสมาธิกับสกิล [ศิลปะการเคลื่อนไหว] ได้เต็มที่ เขาเดินสะดุดรากไม้ห่างออกไปไม่กี่ฟุต ก่อนจะตั้งหลักวิ่งต่อ
เขาวิ่งไปได้ไม่ถึงสามก้าว ก็ถูกกระแทกลงไปกองกับพื้น สกิลของเขาทำงานทันเวลาพอดีเกือบจะเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ดวงตาพร่ามัวไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนและเห็นหอกของแชมเปี้ยนปักคาต้นไม้อยู่ตรงหน้า ภายใต้คมหอกนั้นคือแขนซ้ายของเขา มันถูกกระชากจนขาดสะบั้นแล้วลากติดไปกับหอก
"เอียส เกก้า ปอนนิ..."
เสียงทุ้มลึกดังมาจากด้านหลัง ไพรม์หันกลับไป แชมเปี้ยนยืนอยู่ตรงนั้น ห่างออกไปไม่กี่ฟุต ออร่าอัน แหลมคม แผ่ออกมาจากตัวเขา เขาดูเหมือนอัศวินจาก Dark Souls ผสมข้ามสายพันธุ์กับคนเหล็ก Terminator ไพรม์รู้ว่าเขาไม่มีโอกาสชนะในการต่อสู้ แม้ค่าสถานะจะเพิ่มขึ้นสามเท่า เขาก็ไม่อยากเสี่ยงดวง นักรบผู้นั้นขว้างหอกหนักๆ เหมือนพุ่งแหลนด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว
เขาไม่มีชีวิตสำรองและกำลังหวาดกลัว ฉันต้องหนี ใช้สกิล [ควบคุมพลังจลน์] ให้ดี น่าจะช่วยเร่งความเร็วให้หนีกลับที่หลบภัยได้ ไพรม์ไม่มีทางเลือกมากนัก แต่เขารู้ว่าสู้ไม่ได้และเจรจาก็ไม่ได้ เจ้าฮอปไลต์มีระยะโจมตี พละกำลัง และที่สำคัญที่สุดคือประสบการณ์ที่เหนือกว่า ไพรม์แพ้กระต่ายมีเขา แต่แชมเปี้ยนจับมันกินเป็นอาหารเที่ยง
ไพรม์มองข้ามไหล่นักรบฮอปไลต์ไป แล้วตะโกนลั่น "ข้างหลังแก! ระวัง ตัวตลก!"
โดยไม่รอรีแอคชั่น เขาเผ่นแน่บไปทางที่หลบภัยทันที
ผ่านไปไม่กี่เมตร ไพรม์รู้สึกได้ว่าแชมเปี้ยนกำลังไล่ตามมา ชายหนุ่มวิ่งเหมือนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เขารู้สึกเลือนรางว่าเหยียบโดนหนามและเศษไม้คมๆ เท้าของเขาคงเลือดโชก แต่อะดรีนาลีนและความกลัวมอบปีกให้เขา
ขณะที่พุ่งตัวหนีเร็วกว่าแรบบ์ฮอร์น รากไม้เจ้ากรรมก็ขัดขาไพรม์ ขณะล้มลง เขารู้ตัวว่ายังคงรวบรวมสมาธิกับ [ศิลปะการเคลื่อนไหว] ไม่ได้ เขาเสียเลือดมากและความคิดเริ่มไม่ปะติดปะต่อ ไพรม์รู้ว่าความกลัวตายกำลังขัดขวางไม่ให้เขาเพ่งสมาธิและเพิ่มโอกาสรอด เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนและเร่งความเร็วด้วย [ควบคุมพลังจลน์]
โฟกัส! คิดถึงเท้าและจังหวะก้าว หลบต้นไม้ไปทางซ้าย กระโดดข้ามกิ่งไม้ สไลด์ลอดใต้ต้นไม้ตาย ทางขวา หลังต้นไม้นั้น เพื่อกันไม่ให้มันเอาหอกเสียบแก
ทีละน้อย ไพรม์เริ่มจับจุดได้ เขารู้สึกว่าสกิลและสภาพจิตใจเริ่มสอดประสานกัน
บ่อน้ำ? ไม่มีเวลาอ้อมแล้ว กระโดด! [ควบคุมพลังจลน์], [ควบคุมพลังจลน์], [ควบคุมพลังจลน์]!
ไพรม์เหาะเหินเดินอากาศ ในการกระโดดครั้งเดียว เขาข้ามพ้นผืนน้ำ การกระโดดไกลราวๆ ยี่สิบเมตรพาเขาข้ามอุปสรรคไปได้ เขาเปิดใช้ [ควบคุมพลังจลน์] ในช่วงท้ายของการกระโดดเพื่อชะลอความเร็วกลางอากาศ แล้วลงพื้นด้วยการม้วนตัวเพื่อผ่อนแรงกระแทก ถ้ามีเวลา ไพรม์คงภูมิใจกับความสำเร็จนี้มาก ความตายมอบปีกให้คุณ...
เลเวลอัป: [ศิลปะการเคลื่อนไหว] เลเวล 5
ความว่องไว (AGI) +1
การรับรู้ (PERC) +1
ความชำนาญ (DEXT) +1
เลเวลอัป: [ควบคุมพลังจลน์] เลเวล 2
ความเฉียบไว (VIVA) +2
ความชำนาญ (DEXT) +3
เมตา (โฟกัส) +4
"การตีลังกาก็มีประโยชน์เหมือนกันแฮะ..."
ไพรม์ลุกขึ้นและวิ่งเข้าป่า วินาทีต่อมา ต้นไม้ด้านหลังเขาก็ระเบิดออก หอกพุ่งทะลุผ่านมันมา แชมเปี้ยนเก็บหอกของมันกลับมาแล้ว และไพรม์พยายามอย่างหนักที่จะไม่อยู่ในวิถีการยิงของนักรบ
ขณะที่ดวงอาทิตย์ยังลอยเด่นอยู่กลางฟ้า ไพรม์เริ่มจำภูมิประเทศได้ ยิ่งใกล้ประตูมิติ พืชพรรณก็... เป็นมิตรมากขึ้น เกือบถึงแล้ว! ทุกวินาทีพาเขาเข้าใกล้ที่หลบภัย และเขารู้ว่าเขาสามารถเข้าทางต้นไม้ต้นไหนก็ได้ในรัศมีร้อยเมตร นี่เป็นเวลาที่เหมาะเจาะที่สุดที่จะใช้ทางลับ
ทางลับ
พืชทุกต้นเชื่อมโยงกันภายในเครือข่ายขนาดยักษ์ คุณสามารถเปิดประตูมิติสู่ล็อก-อะ-ริธึมจากต้นไม้ต้นใดก็ได้ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร
อีกไม่กี่วินาที ฉันก็จะปลอดภัย!
เขารู้สึกได้ว่าแชมเปี้ยนใกล้เข้ามา แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากวิ่งและภาวนา การซ่อนตัวจากคู่ต่อสู้โดยพยายามสลัดให้หลุดในพงหญ้านั้นเป็นไปไม่ได้ เลือดไหลออกจากตอแขนของเขามากเกินไป และเท้าของเขาก็ทิ้งรอยไว้ชัดเจนขนาดที่คนตาบอดยังตามเจอ ไพรม์รู้ว่าตำแหน่งของล็อก-อะ-ริธึมจะถูกเปิดเผย แต่เขาไม่มีทางเลือก
นั่นไง! ผู้หลบหนีจำต้นไม้ที่มีลักษณะคดโค้งห่างจากฐานของเขาประมาณสองร้อยเมตรได้ เขาอยู่ใกล้เป้าหมายมาก ดีใจจนเกือบจะตอบสนองไม่ทัน ลางสังหรณ์บางอย่างที่เกิดจากความคุ้นเคยกับความตาย เตือนเขาถึงอันตรายถึงชีวิต [ควบคุมพลังจลน์]! ไพรม์ใช้ประจุพลังที่ขโมยมาจากการโจมตีครั้งแรกของนักรบเพื่อเหวี่ยงตัวเองไปด้านข้าง เขากระแทกเข้ากับพุ่มไม้และทับมันหักในการล้ม หอกพุ่งหวีดหวิวผ่านหูไปแม้เขาจะตอบสนองทันที หากไม่รู้ตัว เขาคงตายไปแล้ว
ชายผู้บาดเจ็บยันตัวขึ้นอย่างยากลำบากพร้อมเสียงครางด้วยความเจ็บปวด การเสียเลือด การวิ่งอย่างบ้าคลั่ง และความรุนแรงจากการกระแทกเมื่อครู่ทำให้เขาหมดแรง อะดรีนาลีนที่เคยหลั่งไหลเหือดแห้งไปแล้ว ด้วยความพยายามของจิตใจอันมหาศาล ไพรม์ลุกขึ้นยืน เขาอยากมีชีวิต แชมเปี้ยนฮอปไลต์กำลังเดินเข้ามาเงียบๆ มันยังไม่ไปเก็บหอก มั่นใจในชัยชนะของตน
ไพรม์หันหลังและเดินกะเผลกไปทางล็อก-อะ-ริธึม 180 เมตร แชมเปี้ยนยังคงกระชับพื้นที่เข้ามา 150 เมตร ไพรม์คิดว่าเขารู้สึกได้ถึงลมหายใจของมันที่รดต้นคอ ถ้าลมหายใจสามารถทะลุชุดเกราะออกมาได้น่ะนะ 130 เมตร นักรบแซงหน้าไพรม์ไปแล้วและยืนขวางทางอยู่ ระหว่างเขากับฐาน ระหว่างเขากับชีวิต
ไพรม์ลืมตาขึ้นอย่างท้าทายและเดินอ้อมนักรบ เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงมันหัวเราะ
"อาธัต อุจุก อุจก"
110 เมตร ไพรม์รู้สึกว่าไหล่ขวาถูกคว้า แชมเปี้ยนยกเขาขึ้นเหมือนลูกแมวและจับหันมาเผชิญหน้า เกราะของมันปิดมิดชิด และไพรม์มองไม่เห็นแม้แต่ดวงตาของฮอปไลต์ ในทางหนึ่ง มันก็ช่วยเขาได้ ความตายไม่มีใบหน้า ความตายไม่มีแม้แต่ความเกลียดชัง นักรบมองเขาเป็นเพียงคู่ต่อสู้ที่พ่ายแพ้ ไม่มีความโหดร้ายในท่าที มีเพียงการกระทำตามหน้าที่ และเหยื่อของมันจะต้องตาย
หลังจากความเงียบชั่วอึดใจ ไพรม์ถ่มน้ำลายใส่หน้ากากของฮอปไลต์ การกระทำนี้เป็นภาษาสากล และเขาจะไม่ร้องขอชีวิต เขารู้ว่าเปล่าประโยชน์ ฮอปไลต์คือนักฆ่า ออร่าสังหารก่อตัวขึ้นรอบฮอปไลต์ และไพรม์รู้สึกถึงลูกเตะมหึมากระแทกเข้าที่หน้าอก [ควบคุมพลังจลน์]!
ต้นไม้ต้นหนึ่งหยุดการไถลของไพรม์ เขารู้สึกเจ็บแปลบที่ซี่โครงขณะดูดซับแรงกระแทกบางส่วน ด้วยความมึนงง เขาคลานออกห่างจากต้นไม้ได้สองเมตร นักรบก็ตามมาถึงตัวแล้ว ไพรม์พลิกตัวนอนหงายกับพื้น และยันตัวลุกนั่งให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะที่นักรบจ้องมองลงมา
ด้วยร่างกายที่บาดเจ็บและชุ่มโชกไปด้วยเลือด ไพรม์ยื่นมือข้างเดียวที่เหลือออกไปหาแชมเปี้ยน ขณะที่ศัตรูโน้มตัวลงมาเพื่อปลิดชีพ มือของพวกเขาสัมผัสกัน และไพรม์ก็ยิ้ม ต้นไม้ด้านหลังนักรบเกราะสะท้อนแสงแวววาวเล็กน้อย
"ลาก่อนไอ้เวรตะไล [ควบคุมพลังจลน์]!"
สถานะ: (ค่าเฉลี่ยสำหรับเพศชาย Homo sapiens ก่อนการบูรณาการ: กายภาพ 10 / จิตใจ 10 / เมตา 0)
กายภาพ:
พละกำลัง (Strength) 26
ความทนทาน (Constitution) 45
ความว่องไว (Agility) 38
พลังชีวิต (Vitality) 53
การรับรู้ (Perception) 33
จิตใจ:
ความเฉียบไว (Vivacity) 64
ความชำนาญ (Dexterity) 26
ความจำ (Memory) 29
พลังใจ (Willpower) 44
เสน่ห์ (Charisma) 36
เมตา:
ความเข้ากันได้กับเมตา (Meta-affinity) 8
โฟกัสเมตา (Meta-focus) 8
ศักยภาพ (Potential): 53