- หน้าแรก
- เป็นลอร์ดทั้งที แต่เก็บภาษียังไม่เป็น
- บทที่ 9 รัสเซียนรูเล็ต
บทที่ 9 รัสเซียนรูเล็ต
บทที่ 9 รัสเซียนรูเล็ต
บทที่ 9 รัสเซียนรูเล็ต
สิ้นเสียงของแคลร์ สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่แฟรงก์ เจ้าหน้าที่การคลังผู้ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย เขามองไปรอบๆ ด้วยสีหน้ามึนงง
หมายความว่ายังไงที่บอกว่าข้าเป็นคนเสนอ? ข้าไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นเลยสักคำ และไม่ใช่ท่านหรอกหรือที่สั่งให้ข้าไปจัดการเรื่องลดภาษี! ทำไมถึงโยนความผิดมาให้ข้ากันเล่า
หากไม่ใช่เพราะแฟรงก์ยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ เขาคงนึกว่าความจำของตัวเองเลอะเลือนไปแล้วแน่ๆ
แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของแคลร์ แฟรงก์ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที นางกำลังผลักภาระความขัดแย้งมาที่เขา พยายามโยนปัญหาให้เป็นการจัดการภายใน
ทว่าวิธีแก้นั้นง่ายนิดเดียว เขาแค่ปฏิเสธออกไปตอนนี้ เรื่องราวก็จะจบลง
แต่ปัญหาก็คือ เขาไม่กล้า!
นางกำลังยิ้มให้เขา และเมื่อหวนนึกถึงการตายของดีน อดีตหัวหน้าอัศวิน แฟรงก์ก็รู้สึกสังหรณ์ใจว่าหากเขาปฏิเสธ ชะตากรรมของเขาคงไม่ต่างอะไรจากดีนเป็นแน่
"เจ้าหน้าที่การคลังแฟรงก์ เรื่องมันเป็นอย่างนั้นรึ?" บารอนยูจีนถามด้วยน้ำเสียงกดดัน
เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผากของแฟรงก์ เขาชำเลืองมองบารอนยูจีนที่กำลังข่มขู่เขาและพรรคพวก จากนั้นก็หันไปมองท่านไวส์เคานต์ที่กำลังยิ้มแย้ม แฟรงก์อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น
หลังจากชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียในใจแล้ว
แฟรงก์ก็กัดฟันพูดออกไปว่า "ใช่ขอรับ ตอนที่ท่านไวส์เคานต์เพิ่งกลับมาถึงดินแดน ข้าคิดว่าการลดภาษีบางส่วนจะทำให้ชาวบ้านรู้สึกดีต่อท่านไวส์เคานต์ นับเป็นวิธีที่ดีขอรับ"
"เหอะ!" บารอนยูจีนแค่นเสียงขึ้นจมูก เขาไม่เชื่อเรื่องไร้สาระพรรค์นี้แน่นอน แฟรงก์ได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่แจกจ่ายไปแล้ว เขาไม่มีทางทำเรื่องโง่ๆ อย่างการพยายามเอาใจแคลร์แน่
ขุนนางคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าไม่พอใจ จ้องเขม็งไปที่เจ้าหน้าที่การคลังผู้ทรยศพวกเดียวกัน
"อะแฮ่ม ถึงแม้แฟรงก์จะเป็นเจ้าหน้าที่การคลังมาหลายปี แต่คนเราย่อมมีผิดพลาดกันได้ พวกเราไม่คิดว่าการลดภาษีเป็นเรื่องที่เหมาะสมนะท่านไวส์เคานต์" บารอนยูจีนเบนความสนใจออกจากแฟรงก์ทันที
"พวกท่านคิดอย่างนั้นหรือ?" แคลร์เบิกตากว้าง แสร้งทำเป็นอยากรูอยากเห็น
"ใช่ ใช่แล้ว!" ขุนนางคนอื่นๆ พยักหน้าเป็นลูกคู่
"ซี๊ด... แต่ประกาศคำสั่งของข้าถูกติดออกไปแล้ว หากจะถอนคำสั่งคืน มันจะไม่ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของข้าหรือ?"
เมื่อเห็นว่าแคลร์เริ่มลังเล บารอนยูจีนจึงรีบพูดขึ้นทันที "ท่านไวส์เคานต์ ไม่ต้องกังวล พวกเราคิดหาทางออกให้ท่านไว้แล้ว ท่านก็แค่ประกาศว่ากำลังจะจัดพิธีบรรลุนิติภาวะอายุครบ 16 ปี แต่เงินทุนไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องขึ้นภาษี"
"อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง!" แคลร์ทำท่าเหมือนเข้าใจในทันที "พวกท่านนี่ช่างคิดเผื่อข้าจริงๆ"
"มันเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว" บารอนยูจีนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"แต่ข้าก็ยังคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมอยู่ดี" แคลร์ลูบคางครุ่นคิด "ทำไมเราไม่ให้ทวยเทพเป็นผู้ตัดสินล่ะ?"
"หมายความว่ายังไง?"
ปัง!
แคลร์หยิบปืนลูกโม่กระบอกหนึ่งออกมาจากแหวนมิติแล้วกระแทกมันลงบนโต๊ะ "นี่คืออาวุธเวทมนตร์ และเป็นอาวุธที่ข้าใช้สังหารดีนเมื่อวานนี้ ต่อไปเราจะมาเล่นเกมกัน"
แม้คนอื่นๆ จะงุนงง แต่ก็ยังเอ่ยถาม "เกมอะไร?"
แคลร์เผยรอยยิ้มลึกลับ "รัสเซียนรูเล็ต!"
"รัสเซียนรูเล็ต?" คนอื่นๆ ทวนคำ
"ใช่แล้ว เดี๋ยวข้าจะสาธิตวิธีเล่นให้ดู" แคลร์หยิบกระสุนออกมาหนึ่งนัดจากแหวนมิติ บรรจุลงในรังเพลิง แล้วสะบัดข้อมือปิดลูกโม่ดัง 'คลิก'
นางเล็งปืนไปที่ชุดเกราะประดับขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าห้องรับแขก แล้วเหนี่ยวไก เสียง "ปัง" ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้องรับแขก ขุนนางทั้งหลายตกใจจนกระดึ้งตัวลอยจากโซฟาด้วยความหวาดผวา
เมื่อตั้งสติได้ พวกเขามองไปที่ชุดเกราะซึ่งถูกเล็งเมื่อครู่ มันล้มคว่ำลงเพราะแรงกระสุน และมีรูขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ตรงจุดที่ถูกยิง แม้จะเป็นของประดับตกแต่ง แต่มันทำจากเหล็กเชียวนะ!
ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง พลานุภาพรุนแรงขนาดนี้ มิน่าเล่าดีนถึงได้ตายคาที่ แฟรงก์รู้สึกโล่งใจยิ่งกว่าใคร โชคดีที่เมื่อกี้เขาไม่ได้ขัดใจท่านไวส์เคานต์ มิเช่นนั้นหากกระสุนนัดนี้เจาะเข้าที่ตัวเขา เขาไม่อยากจะจินตนาการถึงผลลัพธ์เลย
เมื่อเห็นว่าผลการข่มขวัญเป็นไปได้ด้วยดี แคลร์ก็สะบัดลูกโม่เปิดออกอีกครั้ง บรรจุกระสุนนัดใหม่เข้าไป แล้วหมุนลูกโม่โชว์อย่างรุนแรง ลูกโม่หมุนติ้วด้วยความเร็วสูง จากนั้นนางก็สะบัดข้อมือตบลูกโม่กลับเข้าที่เสียงดัง "คลิก"
"ในนี้มีช่องใส่กระสุนทั้งหมด 6 ช่อง ข้าใส่กระสุนไป 1 นัด หมายความว่ามีโอกาส 1 ใน 6 ที่จะโดน"
พูดจบ แคลร์ก็เลื่อนปืนลูกโม่ในมือไปตรงหน้าบารอนยูจีน "ทีนี้เรามาฝากดวงชะตาไว้กับทวยเทพกันเถอะ ตราบใดที่ท่านจ่อปืนที่หัวตัวเองแล้วเหนี่ยวไกโดยที่กระสุนไม่ลั่น ข้าจะยกเลิกคำสั่งลดภาษีก่อนหน้านี้ให้ทันที"
บารอนยูจีนมองปืนลูกโม่ที่แคลร์เลื่อนมาให้ ร่างกายของเขาหดถอยกลับไปติดพนักโซฟาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาฉายแววหวาดกลัว
ถึงจะบอกว่ามีโอกาสแค่ 1 ใน 6 แต่เขาที่เป็นถึงขุนนางผู้สูงศักดิ์ จะเอาชีวิตมาเสี่ยงกับการพนันพรรค์นี้ได้อย่างไร!
"โอกาส 1 ใน 6 ความน่าจะเป็นสูงมากนะ" แคลร์โน้มน้าว
"ท่านไวส์เคานต์ ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระที่บ้านยังจัดการไม่เสร็จ วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ ข้าขอตัวลา" บารอนยูจีนรีบลุกขึ้นยืน ขาของเขาสั่นเทาเล็กน้อยขณะก้าวเดิน
ขุนนางและพ่อค้าคนอื่นๆ ก็รีบลุกขึ้นตาม "ท่านไวส์เคานต์ ข้าก็นึกขึ้นได้เหมือนกันว่ามีเรื่องสำคัญที่บ้าน ต้องขอตัวลาก่อน"
คนนับสิบต่างเบียดเสียดแย่งกันเดินไปที่ประตู สถานที่แห่งนี้ไม่น่าอยู่เลยสักนิด มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
แคลร์ยังคงนั่งนิ่งไม่ลุกไปไหน ใช้น้ำเสียงเกียจคร้านเอ่ยไล่หลัง "ลาก่อนนะ~ ข้าไม่เดินไปส่งหรอกนะ~"
หลังจากขุนนางน่ารำคาญเหล่านั้นเดินออกไปจนหมด แคลร์จึงลุกขึ้นยืน เรแกนเองก็เดินเข้ามาหา
"นายน้อย ท่านมอบของสำคัญแบบนั้นให้พวกมันไปได้ยังไง? เกิดพวกมันใช้อาวุธนั่นย้อนกลับมาทำร้ายท่านล่ะขอรับ?" สีหน้าของเรแกนเต็มไปด้วยความกังวล
แคลร์หยิบปืนลูกโม่ขึ้นมาจากโต๊ะ พลิกดูรอยตำหนิที่ลูกโม่ รอยสีขาวที่นางทำเครื่องหมายไว้คือช่องที่มีกระสุนอยู่ และมันอยู่ห่างจากปากลำกล้องไปอีก 3 ช่อง หากอีกฝ่ายคิดจะใช้มันทำร้ายนาง ทันทีที่พวกมันยิงนัดแรกไม่ออก นางก็จะควักปืนลูกโม่ที่บรรจุกระสุนเต็มทุกช่องออกมาจากแหวนมิติ แล้วยิงพวกมันให้พรุนเป็นรังผึ้ง
"ไม่เป็นไรหรอก เจ้าไม่เห็นรึว่าพวกมันกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อกันหมดแล้ว พวกมันไม่กล้าแตะปืนด้วยซ้ำ" พูดจบ แคลร์ก็ขมวดคิ้ว มองไปที่โซฟาตัวที่ขุนนางเหล่านั้นเคยนั่ง แล้วใช้มือโบกไปมาตรงจมูก "เอาโซฟานั่นไปทิ้งซะ ข้าไม่รู้ว่าขุนนางคนไหนฉี่ราดเพราะความกลัว"
เรแกนมองตามไป ก็เห็นรอยเปียกชุ่มเป็นวงกว้างบนโซฟาตัวนั้นจริงๆ เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แล้วรีบสั่งสาวใช้ให้มายกมันออกไป
แคลร์เดินทอดน่องอย่างช้าๆ ขึ้นไปยังอาคารสูง โดยมีเรแกนเดินตามหลังมาติดๆ
"นายน้อย ทำไมท่านไม่ร่วมมือกับพวกเขาครับ? ฟังจากน้ำเสียงของพวกเขา ดูเหมือนพวกเขายินดีที่จะแบ่งปันความมั่งคั่งส่วนหนึ่งให้ท่านนะ"
"ทำไมข้าต้องแบ่งกับพวกมัน? นั่นมันสมบัติของข้าตั้งแต่แรก พวกมันลอบกัดกินความมั่งคั่งของข้ามาโดยตลอด ตอนนี้เจ้าของกลับมาแล้ว พวกมันยังคิดจะใช้เงินของข้าเพื่อส่งข้าออกไปอีกงั้นรึ?" แคลร์รู้สึกขบขันระคนสมเพช
เรแกนขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกว่าตนเองช่างไม่คู่ควรกับการเป็นพ่อบ้านตระกูลกริฟฟินเลย เรื่องแค่นี้ยังต้องให้นายน้อยชี้แนะถึงจะเข้าใจ
"เจ้าจำสิ่งที่ข้าเคยบอกเจ้าก่อนหน้านี้ได้ไหม?"
ดวงตาของเรแกนเป็นประกาย "ท่านหมายถึง... ใครมีเงิน ก็ไปเอาเงินจากคนนั้นงั้นหรือครับ? ท่านจะลงมือจัดการขุนนางพวกนี้หรือ?"
แต่ไม่นานเรแกนก็กลับมากังวลอีกครั้ง "แต่พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองนาฟูมานาน และเราก็เพิ่งกลับมาถึงดินแดนไวส์เคานต์ การทำเช่นนี้จะไม่วู่วามเกินไปหรือขอรับ ข้าเกรงว่าพวกมันจะส่งผลกระทบต่อแผนการของนายน้อย"
เวลานี้ แคลร์เดินมาถึงระเบียงชั้น 5 ซึ่งสามารถมองเห็นเหล่าขุนนางที่กำลังเดินออกจากคฤหาสน์ได้พอดี ขุนนางเหล่านั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นแคลร์ยืนอยู่บนตึกสูงเช่นกัน
ขุนนางด้านล่างต่างถอดหมวกและทำความเคารพแบบชนชั้นสูงให้แก่แคลร์ด้วยความนอบน้อม
"ขอให้เป็นวันที่ดีขอรับ ท่านไวส์เคานต์!"
แคลร์เองก็เท้าแขนกับระเบียง ส่งยิ้มและโบกมือให้พวกเขา
นางตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา "ไอ้พวกขยะ พวกมันไม่กล้าก่อเรื่องหรอก"