เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 มิติชิงหมิง

บทที่ 11 มิติชิงหมิง

บทที่ 11 มิติชิงหมิง


หน้าซุ้มประตูทรงโค้งสีแดงชาดของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สุนัขในละแวกนั้นแทบทุกตัวมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขจรจัดหรือมีเจ้าของ ทั้งพันธุ์ใหญ่ พันธุ์กลาง และพันธุ์เล็ก ต่างพากันชูคอเห่ากรรโชกเสียงดังระงม แต่ละตัวแยกเขี้ยวขู่คำราม เผยสัญชาตญาณดุร้าย ราวกับเตรียมพร้อมเข้าสู่สมรภูมิรบ

นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย

ไม่รู้เหมือนกันแฮะ เหล่าเจ้าของสุนัขที่ตามมาต่างงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก พวกเขาพยายามดึงเชือกจูงกลับแต่ก็ไร้ผล สุนัขเหล่านี้ขัดขืนอย่างรุนแรง ทุกคนต่างคาดเดาว่าต้องมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นภายในศาลเจ้าแน่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปดู

ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จี้หลานชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเสียงเห่ากรรโชกจากด้านนอก ก่อนจะหันมามองหวังเชียนเฉินด้วยสายตาลึกล้ำ นี่นายเป็นสุนัขหรือไง ถึงได้เรียกพวกพ้องมาได้เยอะขนาดนี้ แต่แปลกนะ สุนัขธรรมดาจะไปฆ่าสามีฉันได้ยังไง

หวังเชียนเฉินไม่ได้สนใจเสียงเห่าด้านนอกแม้แต่น้อย ในใจเขามีเพียงความต้องการเดียว คือฉีกกระชากผู้หญิงตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆ เขาก้มตัวลงใช้สี่ขาแตะพื้น พุ่งทะยานเข้าใส่จี้หลานรวดเร็วดุจสายลม เผยเขี้ยวแหลมคมพร้อมขย้ำ

ปัง จี้หลานปล่อยหมัดสวนออกไปตรงๆ กระแทกเข้ากลางหน้าผากของหวังเชียนเฉินอย่างจัง ร่างของเขากระเด็นม้วนกลับหลังไปหลายตลบราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาด

ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอยู่ขอบเขตปฐพี คนที่ไร้พลังปราณอย่างนาย ไม่มีทางเป็นคู่มือฉันได้หรอกจี้หลานกล่าวพลางงอนิ้วมือทั้งสองข้าง เล็บยาวแหลมคมงอกยาวออกมาทันที เธอได้ใช้พลังจิตตรวจสอบระดับพลังของหวังเชียนเฉินเรียบร้อยแล้ว

หวังเชียนเฉินตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น ยังคงอยู่ในท่าสี่ขา ดวงตาสีแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่จี้หลาน ลำคอส่งเสียงคำรามต่ำอย่างดุร้าย เรียกหมาพวกนั้นมาก็เปล่าประโยชน์ ฉันเป็นปีศาจนะ แค่กระทืบเท้าทีเดียว พวกมันก็กลัวจนฉี่ราดแล้ว

จี้หลานหัวเราะเยาะ ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามา กรงเล็บที่คมกริบราวกับใบมีดหมายจะแทงทะลุลำคอของหวังเชียนเฉิน ในจังหวะเดียวกัน หวังเชียนเฉินก็กระโจนสวนขึ้นไป อ้าปากกัดเข้าที่แขนของจี้หลานเต็มแรง

ซี๊ด จี้หลานสูดปากด้วยความเจ็บปวด เลือดสีสดไหลอาบลงมาตามท่อนแขน ไอ้สารเลวเธอสบถลั่น สะบัดแขนเหวี่ยงร่างของหวังเชียนเฉินกระเด็นไปกระแทกกำแพงดินด้านข้างเสียงดังสนั่น จนกำแพงเกิดรอยแตกร้าว

ฟันคมจริงๆ มิน่าล่ะสามีฉันถึงตายด้วยน้ำมือแก ร่างที่แท้จริงของแกคงเป็นเสือสินะ จี้หลานเหลือบมองแขนที่เนื้อหายไปก้อนใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หวังเชียนเฉินอีกครั้ง หวังเชียนเฉินรีบพลิกตัวกลับมาตั้งหลัก เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีระลอกใหม่

ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับกองทัพม้านับหมื่นควบตะบึงดังขึ้นกะทันหัน จี้หลานหันมองออกไปด้านนอกด้วยความตกใจ ภาพที่เห็นคือฝูงสุนัขนับร้อยตัว หลากหลายสายพันธุ์ กำลังวิ่งกรูเข้ามาในลานศาลเจ้าอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ แยกเขี้ยวส่งเสียงเห่าคำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ

ไสหัวไปให้หมดจี้หลานกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง ปลดปล่อยกลิ่นอายปีศาจระดับปฐพีออกมาเป็นระลอกคลื่นเพื่อข่มขวัญ แต่ฝูงสุนัขเหล่านั้นกลับไม่หวาดกลัว พวกมันยังคงดาหน้าเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต อ้าปากกว้างหมายจะรุมทึ้งร่างของเธอ

จี้หลานประหลาดใจไม่น้อย ปกติสัตว์ทั่วไปแค่ได้กลิ่นอายของเธอก็ต้องวิ่งหนีหางจุกตูด แต่สุนัขพวกนี้กลับดูเหมือนคนบ้า แม้การจัดการพวกมันจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันจะทำให้เธอเสียเวลา และช่วงเวลานั้นอาจเพียงพอให้หวังเชียนเฉินหลบหนีไปได้

เมื่อคิดว่าต้องเสียเวลาตามล่าตัวหวังเชียนเฉินอีก ความหงุดหงิดก็พุ่งพล่าน จี้หลานลงมืออย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี ฝ่ามือสะบัดวูบ สุนัขเคราะห์ร้ายกระเด็นไปคนละทิศละทาง บ้างเลือดสาดกระจาย บ้างสิ้นใจตายคาที่ แต่ตัวที่เหลือก็ยังคงพุ่งเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า

หยุดเดี๋ยวนี้ เสียงตวาดก้องดังขึ้นขัดจังหวะการสังหารหมู่ ฝูงสุนัขชะงักกึกราวกับได้รับคำสั่ง พวกมันหยุดการโจมตีและหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนด้วยท่าสี่ขา

หวังเชียนเฉินดูออกว่าสุนัขเหล่านี้มาเพื่อช่วยเขา แต่เขาก็รู้ดีว่าพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจี้หลาน ขืนปล่อยไว้ก็รังแต่จะพาพวกมันมาตายเปล่า นึกไม่ถึงว่านายจะไม่ฉวยโอกาสหนีไป

จี้หลานหรี่ตามองหวังเชียนเฉิน ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันจะฆ่าแก หวังเชียนเฉินแยกเขี้ยวคำรามอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่จี้หลานเป็นคำรบที่สาม

ด้านหลังของเขาคือร่างไร้วิญญาณของซ่งป๋อ เพื่อนรักต้องมาตายเพราะเขา หวังเชียนเฉินจะหนีเอาตัวรอดไปได้อย่างไร ทางเลือกของเขามีเพียงสองทาง คือฆ่าจี้หลานให้ตาย หรือไม่ก็ตายตกไปตามกันเพื่อชดใช้ให้ซ่งป๋อ

ณ ด้านนอกศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เข้าไปดูกันเถอะ เหล่าเจ้าของสุนัขเริ่มร้อนใจจนนั่งไม่ติด แม้จะรู้ว่าข้างในต้องมีอันตราย แต่สุนัขเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว ต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิต พวกเขาก็ต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตา

ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนผู้สะพายดาบเหล็กสีดำทมึนไว้ด้านหลังก็ปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ

มิติชิงหมิง หลี่เชียนชิวปลดกระดิ่งสยบปีศาจที่ข้างเอวซึ่งกำลังสั่นไหวไม่หยุดออกมา ชูขึ้นระดับอกแล้วสั่นเบาๆ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่ม่านพลังที่มองไม่เห็นจะครอบคลุมพื้นที่เหนือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเอาไว้

เมื่อฝูงชนวิ่งกรูเข้าไปภายในศาลเจ้า พวกเขากลับพบแต่ความว่างเปล่า ฝูงสุนัขที่เคยเห่ากระโชกหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แน่นอนว่าพวกเขาย่อมมองไม่เห็นหวังเชียนเฉินและจี้หลานเช่นกัน

มีเพียงหลี่เชียนชิวเท่านั้น ที่ก้าวเท้าเดินผ่านม่านพลังที่มองไม่เห็น เข้าสู่สมรภูมิภายในอย่างเงียบเชียบ

จบบทที่ บทที่ 11 มิติชิงหมิง

คัดลอกลิงก์แล้ว