- หน้าแรก
- นักล่าอสูรกลางกรุง
- บทที่ 9 หนูในซอกหลืบ
บทที่ 9 หนูในซอกหลืบ
บทที่ 9 หนูในซอกหลืบ
เมืองลู่โจว ณ บ้านชั้นเดียวหลังเก่าสภาพทรุดโทรม ประตูหน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิท หวังเชียนเฉินนั่งคุดคู้อยู่ที่มุมห้อง เขากดรับสายโทรศัพท์จากซ่งป๋อ
ฉันบอกเขาว่านายไปดูงานต่างจังหวัด แล้วเขาก็จากไปเลย ซ่งป๋อซึ่งยืนอยู่ใต้ตึกโรงพยาบาลเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง เขาไม่ได้ทำอะไรนายใช่ไหม จากคำบอกเล่ารูปลักษณ์ภายนอกของซ่งป๋อ หวังเชียนเฉินมั่นใจว่าชายคนนั้นคือนักล่าปีศาจที่ไล่ล่าเขาเมื่อคืนอย่างแน่นอน ไม่เลย
อืม งั้นก็ดีแล้ว นายกลับไปทำงานเถอะ
เป็นไปตามที่หวังเชียนเฉินคาดการณ์ นักล่าปีศาจที่ดูดูลึกลับและน่ากลัวผู้นั้นมีจรรยาบรรณในวิชาชีพพอสมควร เขาไม่ระรานคนธรรมดามั่วซั่ว ซ่งป๋อกับพ่อของเขาจึงปลอดภัย ได้ ถ้ามีอะไรคืบหน้าฉันจะโทรบอก
ขอบใจมากนะ หวังเชียนเฉินกล่าวจากใจจริง เมื่อคืนเขาตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัวขีดสุดจนไม่กล้ากลับบ้านตัวเอง จึงต้องไปพึ่งพาซ่งป๋อ ซึ่งอีกฝ่ายก็ให้ที่พักพิงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เกรงใจอะไรกัน เราเพื่อนกันนี่หว่า ซ่งป๋อหัวเราะร่า น้ำเสียงยังคงสดใสเหมือนแสงตะวันเช่นเคย หลังจากวางสาย ซ่งป๋อก็รีบมุ่งหน้าไปยังบริษัทลู่ต๋า
ซ่งป๋อมีฐานะทางบ้านธรรมดา ไม่ได้จบมหาวิทยาลัยชื่อดัง ในบริษัทเขาจัดเป็นพนักงานประเภทคนดีที่ขยันขันแข็ง ลูกเล่นแพรวพราวไม่เป็น โอกาสเลื่อนขั้นริบหรี่ แต่ก็เป็นฟันเฟืองที่ทีมขาดไม่ได้ เปรียบเหมือนซัวเจ๋งผู้มุมานะในคณะเดินทางสู่ชมพูทวีป
เมื่อมาถึงบริษัท ซ่งป๋อแวะไปที่แผนกบุคคลเพื่อทำเรื่องลางานให้หวังเชียนเฉินก่อน จากนั้นจึงเริ่มทำงานของตัวเอง ในฐานะพนักงานขาย หน้าที่หลักของเขาคือการโทรศัพท์สอบถามลูกค้าว่าสนใจสั่งซื้อสินค้าหรือไม่ เขาถือโอกาสนี้ช่วยทำยอดให้หวังเชียนเฉินไปด้วยในตัว
ซ่งป๋อ คุณออกมาหน่อย ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ซ่งป๋อเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าเป็นเถ้าแก่เนี้ยของบริษัท
แม้ผู้จัดการจ้าวมิงเฉวียนและท่านประธานหลิวเฟิงจะหายตัวไป แต่บริษัทก็ยังต้องดำเนินกิจการต่อ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้เถ้าแก่เนี้ยคนนี้ เธอชื่อ จี้หลาน เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของหลิวเฟิง อายุราวสามสิบกว่า รูปร่างหน้าตาสะสวย รับผิดชอบงานหลังบ้านเป็นหลัก ปกติไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายในบริษัท แต่วันนี้กลับเดินตรวจตราไปทั่วตึกตั้งแต่เช้าตรู่
เมื่อเห็นจี้หลาน ซ่งป๋อก็เริ่มประหม่า แต่ก็จำใจต้องแข็งใจเดินออกไปหา ตรงมุมทางเดินของบริษัท จี้หลานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ซ่งป๋อ หวังเชียนเฉินล่ะ เขา... เขาลางานครับ ติดต่อเขาได้ไหม จี้หลานถามต่อ
เถ้าแก่เนี้ย เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ ซ่งป๋อถามอย่างระมัดระวัง
เมื่อวานเหล่าหลิวโทรมาบอกฉันว่าจะไปหาจ้าวมิงเฉวียน ฉันโทรเช็กไปทั่วถึงรู้ว่าจ้าวมิงเฉวียนไปบ้านหวังเชียนเฉิน ต่อมาเหล่าหลิวก็ตามไป แต่ตอนนี้ทั้งคู่เงียบหายไปเลย ฉันเลยอยากถามหวังเชียนเฉินว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ท่าทางของจี้หลานดูร้อนใจยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ซ่งป๋อกำลังลังเลว่าจะตอบอย่างไร จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนมาจากหน้าห้องทำงาน
เสี่ยวซ่ง มีลูกค้ามาหา ได้ครับ เดี๋ยวผมไป ซ่งป๋อหันไปขานรับ ก่อนจะหันกลับมาบอกจี้หลาน
เถ้าแก่เนี้ย ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมเคลียร์งานตรงนี้เสร็จแล้วจะรีบโทรหาหวังเชียนเฉิน ให้เขาติดต่อกลับหาคุณทันที ได้ จี้หลานพยักหน้ารับ
ซ่งป๋อเดินกลับเข้ามาในห้องทำงาน หลังจากจัดการเรื่องลูกค้าเสร็จเรียบร้อย เขาก็หลบไปที่มุมห้องแล้วกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิท
เชียน เมื่อกี้เถ้าแก่เนี้ยมาหาฉัน ซ่งป๋อกระซิบเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟัง หวังเชียนเฉินเงียบกริบไปพักใหญ่ เชียน หรือว่านายจะแจ้งตำรวจดีซ่งป๋อเสนอแนะ จะให้แจ้งยังไงหวังเชียนเฉินยิ้มขื่น
บอกตำรวจว่าประธานบริษัทกลายร่างเป็นหมูป่า แล้วฉันก็กัดคอเขาตาย จากนั้นก็มีชายวัยกลางคนที่อ้างตัวว่าเป็นนักล่าปีศาจถือดาบไล่ฆ่าฉันงั้นเหรอ โบ๋ ถ้านายตำรวจ นายจะเชื่อฉันไหมล่ะ
คราวนี้ซ่งป๋อถึงกับพูดไม่ออก อันที่จริงเมื่อคืนตอนที่หวังเชียนเฉินเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แวบแรกซ่งป๋อก็ไม่เชื่อเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะสนิทกันมาก เขาคงจับเพื่อนส่งโรงพยาบาลบ้าไปแล้ว
แล้วเรื่องเถ้าแก่เนี้ยจะเอายังไง เธอยังรอคำตอบจากฉันอยู่ ซ่งป๋อถามต่อนายรู้ไหมว่าเมื่อกี้ฉันคิดอะไรอยู่
หวังเชียนเฉินลังเลครู่หนึ่งก่อนพูดเสียงเครียด ในเมื่อท่านประธานเป็นปีศาจ เถ้าแก่เนี้ยจะเป็นปีศาจด้วยไหม ไม่งั้นสองคนนี้จะอยู่กินกันได้ยังไง ทั้งผัวทั้งเมียเป็นปีศาจทั้งคู่เลยเหรอ ซ่งป๋อทำหน้าตื่นตระหนก ก็แค่เดาน่ะ
หวังเชียนเฉินถอนหายใจยาวก่อนพูดต่อบริษัทนี้อยู่ต่อไม่ได้แล้ว... ไม่สิ เมืองนี้ก็อยู่ไม่ได้แล้วเหมือนกัน ฉันจะพาพ่อหนีไปจากที่นี่ ซ่งป๋อ นายจะไปด้วยกันไหม
ไป! นายพูดมาขนาดนี้ ฉันก็เริ่มกลัวแล้วเหมือนกัน
ซ่งป๋อขวัญเสียไปแล้ว เขาแทบรอไม่ไหวที่จะหนีไปให้พ้นจากที่นี่
ตกลง งั้นเราไปพร้อมกัน อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง แล้วค่อยไปรับพ่อฉันที่โรงพยาบาล จากนั้นค่อยไปหางานทำที่เมืองอื่น
หวังเชียนเฉินวางแผนอย่างรวดเร็ว หากกำหนดจุดสามจุดคือบ้านพักซ่งป๋อ บริษัทลู่ต๋า และโรงพยาบาล ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลู่โจวจะตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางพอดี การนัดเจอที่นั่นจึงสะดวกที่สุด
ตกลง ซ่งป๋อรับคำอย่างหนักแน่น หลังจากวางสาย ซ่งป๋อก็ย่องไปที่หน้าประตูห้องทำงาน เมื่อไม่เห็นวี่แววของจี้หลานแล้ว เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่เขาหารู้ไม่ว่า ตรงมุมห้องข้างตู้กดน้ำ มีหนูตัวเล็กสีเทาขาวซ่อนตัวอยู่ ดวงตาคู่เล็กของมันกลอกกลิ้งไปมา จ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและชิงชัง