- หน้าแรก
- จอมขมังเวทย์ต่างโลก
- บทที่ 2 การฝึกฝนเพื่อความอยู่รอด
บทที่ 2 การฝึกฝนเพื่อความอยู่รอด
บทที่ 2 การฝึกฝนเพื่อความอยู่รอด
“วิ่ง! วิ่งต่อไปเหมือนมีหมานรกกำลังไล่กวดพวกแกอยู่! ลูกชายข้าต้องไม่มีใครก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้โดยมีค่าความทนทาน ต่ำกว่าสามสิบ!”
นิคฝืนซอยเท้า บังคับให้ปอดทำงานต่อไปทั้งที่ใจจริงอยากจะยอมแพ้แล้วลงไปนอนแผ่หราบนพื้นหญ้าเสียเดี๋ยวนี้
ชีวิตเก่าของเขาหมดไปกับการรักษาภาพลักษณ์คนธรรมดาควบคู่ไปกับการศึกษาศาสตร์ลึกลับ แต่นั่นมันเป็นการออกแรงสมองล้วนๆ เขาดูแลสุขภาพแค่พอให้ไม่ป่วย แต่การใช้แรงงานหนักหนาสาหัสแบบนี้เป็นเรื่องแปลกใหม่โดยสิ้นเชิงสำหรับ นิโคลัส โครว์ลีย์ แห่งซาเลม
“ครับผม!” คำตอบหลุดออกมาจากปากแทนคำบ่น นิคไม่ได้โง่พอที่จะเถียงแม่ผู้เป็นนักผจญภัยระดับ C โดยเฉพาะเมื่อเธอเป็นคนเดียวในละแวกนี้ที่ยอมสอนพื้นฐานเวทมนตร์ของโลกนี้ให้เขา
“ฉันแซงทางซ้ายนะ!” เดวอนตะโกนขณะวิ่งน็อครอบเขาอีกครั้ง นิคกัดฟันกรอด ความหงุดหงิดแบบเด็กๆ ผลักดันให้เขาวิ่งต่อไป ยิ่งกว่าความปรารถนาที่จะมีร่างกายแข็งแกร่งเสียอีก
การทรมานสังขารนี้ดำเนินต่อไปอีกสิบห้านาทีเต็ม จนกระทั่งแม่สั่งให้พอในที่สุด “เอาล่ะ ผ่อนแรงลง แต่อย่าหยุด! หายใจทางจมูกต่อไปแล้วขยายกะบังลมอย่างที่แม่สอน!”
นิคพยายามทำตามคำสั่งอย่างดีที่สุด แม้เขาจะไม่สามารถควบคุมจังหวะการหายใจทั้งหมดตามที่เธอสอนได้ ข้อเสียเปรียบของการเป็นคลาสสายเวทมนตร์แทนที่จะเป็นสายต่อสู้เหมือนพี่ชายทำให้เขาหงุดหงิดอยู่เรื่อย แต่เขาไม่ยอมให้มันมาถ่วงความเจริญ
ฉันจะต้องเรียนสกิลติดตัว (Passive Skill) นั้นให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม โบนัสประสิทธิภาพการใช้มานาในทุกระดับความชำนาญมันคุ้มค่าเกินกว่าจะปล่อยผ่าน ต่อให้ไม่มีเรื่องการฟื้นฟูค่าความเหนื่อยล้าก็เถอะ
“เอาล่ะ ทำได้ดีมาก เดวอน ลูกควรเลิกสนใจเรื่องวิ่งแซงน้อง แล้วหันมาสนใจเรื่องการรักษาจังหวะให้มากกว่านี้ ลูกไม่มีทางพัฒนา ‘ย่างก้าวสะกดรอย’ ให้เกินระดับเริ่มต้นได้หรอกถ้าไม่แก้เรื่องสมาธิ ส่วนนิโคลัส คิดให้น้อยลงแล้วทำให้มากขึ้น แม่เข้าใจว่าลูกลำบากกว่าเพราะไม่มีสเตตัสช่วยเหมือนคลาสที่เข้ากันได้ แต่แม่รู้จักจอมเวทเป็นโหลที่ฝึกฝนย่างก้าวสะกดรอยจนเชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จ อย่าให้คลาสมาเป็นข้ออ้างฉุดรั้งตัวลูก”
เอเลน่า โครว์ลีย์ อาจเป็นครูฝึกที่โหดหิน แต่เธอรู้จริงและออกแบบตารางฝึกให้เหมาะกับลูกแต่ละคน “ความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดที่นักผจญภัยทำ คือการคิดว่าตัวเองต้องยึดติดอยู่กับแค่บทบาทหน้าที่ของคลาสตัวเอง ไม่มีใครคาดหวังให้จอมเวทวิ่งแซงมอนสเตอร์ได้ ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ลูกต้องแข็งแกร่งพอที่จะทำมัน! การมีชีวิตรอดไปจนถึงวันพรุ่งนี้คือคติประจำใจของเรา!”
เมื่อจบการเทศนา เธอจึงปล่อยให้พวกเขาไปอาบน้ำโดยใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่เพิ่งติดตั้งใหม่ การที่สิ่งเล็กน้อยแค่นี้ถือเป็นความหรูหราในโลกนี้ยังคงทำให้นิคชะงักอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณพ่อที่ยอมทุ่มเงินซื้อไอเทมเวทมนตร์ชิ้นนี้มา เขาต้องทนทุกข์กับการฝึกร่างกายอันโหดร้ายมาแล้ว ถ้าต้องมาอาบน้ำเย็นอีก คงเป็นการทดสอบความอดทนที่มากเกินไป
ไม่นานเขาก็กลับมาสะอาดสะอ้านและรู้สึกเหมือนเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง—หรืออย่างน้อยก็เหมือนมนุษย์ เพราะโลกใหม่นี้มีเผ่าพันธุ์อื่นอีกมากมาย และไม่ใช่แค่พวกสัตว์ในตำนานที่เขาเคยอ่านในชีวิตเก่า แต่เป็นเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาที่มีตัวตนจริงๆ แยกย่อยไปจากมนุษย์
“เสร็จหรือยัง? ให้ตายสิ นายทำอะไรชักช้าตลอดเลย!” เดวอนตะโกน วิ่งสวนเขาเพื่อกลับไปที่บ้าน ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับฝึกภาคต่อไป
ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าพี่มันไปเอาเรี่ยวแรงความกระตือรือร้นมาจากไหน วิ่งอีกแล้วงั้นเหรอหลังจากที่โดนบังคับให้ทำทั้งหมดนั่น? ไม่เอาด้วยหรอก ขอบใจ ฉันเป็นคนมีสติสัมปชัญญะและมีเหตุผลที่มีความทรงจำอีกชาติภพอยู่ในหัว ไม่มีทางที่ใครจะเห็นฉันออกกำลังกายมากเกินความจำเป็นเด็ดขาด
นิคหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง แล้วเดินตามหลังพี่ชายกลับไปที่บ้าน
อ่างอาบน้ำในร่มคงจะดีไม่น้อย แต่ฉันคงหวังให้มีทุกอย่างไม่ได้ อย่างน้อยสถานะการเงินที่บ้านก็ดูจะไม่ฝืดเคืองนักถ้าพ่อซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาได้ เราอาจจะอัปเกรดบ้านได้อีกในสองสามปีข้างหน้าถ้าไม่มีเหตุฉุกเฉินอะไร
ภายในบ้านหลังใหม่ของเขาตกแต่งในแบบที่เขาเรียกว่า 'ยุคกลางแสนอบอุ่น' มีเตาผิงไฟประทุเพื่อไล่ความหนาวเย็นของต้นฤดูใบไม้ผลิ เก้าอี้นวมบุด้วยขนแกะและหุ้มหนังธันเดอร์ฮูฟ และการตกแต่งภายในด้วยไม้ สิ่งเดียวที่ขาดไปคือโกโก้ร้อนสักแก้วและหนังสือเก่าๆ เกี่ยวกับรูปแบบเวทมนตร์ที่สูญหาย แล้วเขาคงได้ขึ้นสวรรค์
“ดี ตอนนี้ลูกทั้งสองคนมากันครบแล้ว เรามาเริ่มกันเลย นั่งลงแล้วกินซุปซะ แม่จะสอนไปเรื่อยๆ ระหว่างที่พวกลูกกิน” เอเลน่าพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ผายมือไปทางชามซุปสองใบที่ตักไว้เต็มเปี่ยมและเก้าอี้ประจำที่
นิคนั่งลง คว้าช้อนแล้วตักซุปหัวผักกาดใส่เนื้อธันเดอร์ฮูฟรสเลิศเข้าปาก เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไป พวกเขาก็สามารถนำเสบียงเนื้อตากแห้งที่เหลืออยู่ออกมาใช้ได้เสียที ทำให้มื้ออาหารมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าอาหารตามฤดูกาลปกติ
“คราวที่แล้ว เราทบทวนพื้นฐานของ ทักษะ (Skills) และ เวทมนตร์ (Spells) และความแตกต่างของพวกมันกับ คุณลักษณะ (Traits) มีใครสรุปสั้นๆ ให้แม่ฟังได้ไหมก่อนที่เราจะไปต่อ?” เอเลน่าเริ่ม เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นโทนที่นิคจำได้ดีจากอาจารย์คนเก่า เวลาที่ต้องทวนเรื่องเดิมเป็นรอบที่ร้อย
“แต่แม่อะ! ผมรู้อยู่แล้ว! ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมต้องมาเรียนเรื่องเด็กๆ พวกนี้ด้วยแค่เพราะนิคอยู่ที่นี่! ที่วิหารสอนผมเรื่องพวกนี้หมดแล้วนะ!” เดวอนบ่นเสียงดัง ปล่อยช้อนตกลงในชามซุปแล้วกอดออกทำท่าฮึดฮัด
นิคแทบจะห้ามตัวเองไม่ให้กลอกตาไม่ไหว เขารู้ดีว่าไม่ควรแสดงออกว่ารำคาญแค่ไหนที่ต้องมาเรียนตามจังหวะของพี่ชาย เขาไม่เคยบอกใครเรื่องการกลับชาติมาเกิดและไม่ได้ตั้งใจจะบอก ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาต้องจำกัดตัวเองให้เรียนรู้ช้าเท่ากับพี่ชายหัวทึบ มันคือความทรมานสำหรับเด็กเนิร์ดอย่างเขาชัดๆ
“เดวอน เราต้องทบทวนพื้นฐานกันใหม่เพราะท่านวิคาร์ อเล็กซานเดอร์ บอกแม่ว่าลูกตามไม่ค่อยทัน! อย่ามาโทษน้อง!”
เดวอนทำหน้ามุ่ย ถึงขั้นงัดไม้ตายส่งสายตาอ้อนวอนแบบลูกหมาออกมา แต่แม่ของพวกเขาไม่ได้ได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือโดยไร้เหตุผล ก็เธอเป็นคนล่าเจ้าธันเดอร์ฮูฟที่พวกเขากำลังกินอยู่นี่มาด้วยตัวเองเชียวนะ และนั่นเป็นมอนสเตอร์ระดับ D ที่ปกติต้องใช้ทหารยามทั้งทีมเพื่อล้มมัน
“ก็มันน่าเบื่อจะตาย ผมเก่งดาบกว่าคนอื่นๆ ตั้งเยอะ! ทำไมผมต้องมาจำข้อมูลน่าเบื่อพวกนี้ด้วยในเมื่อผมไล่อัดทุกคนได้อยู่แล้ว?!” เดวอนบ่นงึมงำ ฟังดูเหมือนเพื่อนร่วมชั้นเก่าของนิคไม่มีผิด คนที่ต่อมาได้ทุนนักกีฬา โชคไม่ดีสำหรับเดวอนที่โลกนี้ไม่มีมหาวิทยาลัยมาคอยประเคนเงินให้ และแม้แต่กองอัศวินที่มีโรงเรียนฝึกสอนก็คงไม่ถ่อมาหาถึงชายแดนถ้าไม่มีพรสวรรค์ระดับเทพปรากฏตัวขึ้น
“เพราะถ้าลูกไม่รู้ข้อมูลน่าเบื่อพวกนี้ ลูกก็จะตัดสินใจผิดพลาดและทำ 'บิลด์' ตัวเองพัง ซึ่งแปลว่าลูกจะเริ่มแพ้ไอ้คนที่ลูกเคยชนะได้ ไม่ว่าลูกจะมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติแค่ไหนก็ตาม” เอเลน่าอธิบายด้วยความชินชากับนิสัยของลูกชาย เธอจับมือเดวอนแล้วบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้น “ที่แม่ทำแบบนี้เพราะลูกทั้งสองคนมีศักยภาพสูงมาก พวกลูกสามารถตั้งเป้าเข้ากองอัศวินดีๆ ได้เลยถ้าต้องการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ลูกจะไปไม่ถึงจุดนั้นถ้าลูกอัพสเตตัสจนเสียของ”
ความเงียบปกคลุมชั่วครู่ แต่ในที่สุดเดวอนก็พยักหน้าอย่างจำนน
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครบ่นแล้ว เธอจึงหันไปหานิค “เอาล่ะ นิโคลัส ช่วยสรุปบทเรียนครั้งก่อนสั้นๆ ให้แม่หน่อย แม่จะได้เริ่มสอนว่าการพัฒนาทักษะเฉพาะทางจะส่งผลต่อคุณลักษณะได้อย่างไร”
นิคกลืนซุปคำสุดท้ายและใช้ผ้าเช็ดปากอย่างสุภาพ แอบสะใจเล็กๆ ที่เห็นพี่ชายทำหน้าหงุดหงิดใส่เขา “ทักษะ คือรูปแบบพลังที่พบบ่อยที่สุดที่ระบบยอมรับและตกผลึกให้ สามารถสืบทอด พัฒนา หรือได้รับผ่านวิธีการนับไม่ถ้วน แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือรับการสอนจากผู้ที่มีทักษะนี้อยู่แล้ว ส่วนเวทมนตร์ นั้นคล้ายกับทักษะแต่มักจำกัดอยู่เฉพาะคลาสที่ใช้มานาได้ สามารถส่งผลต่อสิ่งต่างๆ ได้กว้างขวาง และทำได้เพียงเรียนรู้หรือพัฒนาขึ้นเอง ไม่สามารถมอบให้กันได้” แน่นอนว่ามีรายละเอียดมากกว่านั้น แค่การศึกษาเบื้องต้นก็แสดงให้เห็นความหลากหลายอย่างเหลือเชื่อแล้ว แต่เด็กทั่วไปคงไม่รู้ลึกขนาดนั้น
นิคสูดหายใจลึก เขายังคงปวดเมื่อยจากการวิ่ง ร่างกายของเขาแข็งแรงกว่าเด็กอายุสิบเอ็ดปีทั่วไปในชีวิตก่อน แต่ก็ยังเป็นแค่ร่างกายมนุษย์ “สุดท้าย คุณลักษณะ จะได้รับจากระบบเท่านั้นเพื่อเป็นการยกย่องวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ หรือตามที่วิหารบอกคือได้รับจากพระเจ้า แม้จะเป็นที่ถกเถียงกันว่าทวยเทพเข้ามาเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน ปกติคนเราจะมีคุณลักษณะแค่หนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น ถ้านับรวมอันที่ได้จากพิธีมอบคลาสด้วย”
และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเหรอ? ดูเหมือนทุกคนจะรู้ว่าพระเจ้ามีจริงในโลกนี้ แต่กลับไม่ค่อยมีความขัดแย้งทางศาสนา สาเหตุเบื้องหลังเรื่องนั้น และสิ่งที่นิคยังพยายามทำความเข้าใจ คือการที่ตัวตนเหล่านั้นเคยเป็นมนุษย์และบรรลุพลังอำนาจผ่านการเติบโต ไม่ใช่มีสถานะเป็นเทพมาแต่กำเนิด
ก็นะ ทางวิหารไม่ชอบใจเท่าไหร่ตอนที่ฉันทำท่าลังเลเรื่องเทพเจ้า ตามความเชื่อของพวกเขา ซาชาร่าแห่งเปลวเพลิงนำทาง เป็นเทพธิดามาตั้งแต่เกิดและเพียงแค่ต้องบรรลุโชคชะตาของเธอเท่านั้น มันยังแปลกสำหรับฉันที่ต้องอยู่ในโลกที่ยังมีคนจำเหตุการณ์การจุติเป็นเทพครั้งล่าสุดเมื่อสองร้อยห้าสิบปีก่อนได้
“ดีมาก แต่อย่าคิดว่าแม่ไม่เห็นเกมเล็กๆ น้อยๆ ของลูกนะ การกวนประสาทนักบวชอาจจะสนุก แต่ลูกต้องจำไว้ว่าพวกเขาไม่ได้มีหน้าที่ต้องสอนอะไรลูกเลย ถ้าลูกทำตัวอวดดีเกินไป พวกเขามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะโยนลูกออกมา” สิ่งที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจคือเขาจะไม่ชอบผลลัพธ์ของการถูกโยนออกมาแน่
และด้วยเหตุนั้น บทเรียนที่สองของพวกเขาก็เริ่มขึ้น ทั้งที่มันควรจะเป็นวันพักผ่อนแท้ๆ!
ในที่สุดเมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้อง นิคก็นั่งลงบนเตียง พยายามทำใจยอมรับว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไปมากแค่ไหน
เขาเก่งเรื่องการไหลตามน้ำมาตลอด และคุณสมบัตินี้ช่วยให้เขาไม่สติแตกและไม่ทำตัวเป็นจุดสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน
แน่นอนว่าครอบครัวสังเกตเห็นว่าเขาเปลี่ยนไป รวมถึงคนอื่นๆ ที่เขาปฏิสัมพันธ์ด้วยบ่อยๆ แต่นิคในวัยเด็กมักจะเก็บตัวและขี้อายกว่าพี่ชายอยู่แล้ว แม้จะมีอารมณ์ฉุนเฉียวบ้างเวลาถูกยั่วโมโห และทุกคนก็ลงความเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงของเขาเป็นผลมาจากพิธีมอบคลาส
ผู้คนในฟลอเรียแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้เวทมนตร์ ยกเว้นนักผจญภัยตกอับไม่กี่คน แม้ว่า 'จอมเวท' จะเป็นคลาสพื้นฐานที่ใครๆ ก็เป็นได้ แต่มันมีโอกาสน้อยมากที่จะปรากฏในครอบครัวที่ไม่มีเชื้อสายผู้ใช้เวท และด้วยนิสัยของจอมเวทในทุกจักรวาลที่มักจะเก็บตัวจากโลกภายนอกเพื่อศึกษาศาสตร์ลึกลับ พวกเขาจึงถูกห่อหุ้มด้วยความลึกลับอย่างเข้าใจได้ จึงไม่แปลกเกินไปนักที่เด็กขี้อายคนหนึ่งจะใช้เวลาข้างนอกกับเด็กคนอื่นๆ น้อยลง และหมกตัวอยู่คนเดียวมากขึ้นหลังจากได้รับพลังเช่นนี้
และนิคก็มีเหตุผลที่ดีมากสำหรับการอยากอยู่คนเดียว แม้จะซาบซึ้งใจจริงๆ กับการสอนฟรีที่เขาได้รับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยในโลกเก่า

ชื่อคุณลักษณะ ความชำนาญ คำอธิบาย
1.พาร์ซิโมเนีย ระดับเริ่มต้น คุณลักษณะประจำคลาสผู้เชี่ยวชาญศาสตร์มืด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้มานา ช่วยให้มีความอดทนและร่ายเวทได้เงียบเชียบยิ่งขึ้น
2.การลบหลู่ เฉพาะตัว คุณลักษณะพิเศษ รับประกันความเป็นอิสระจากอิทธิพลภายนอก
'พาร์ซิโมเนีย' เป็นคุณลักษณะที่แตกต่างจากที่เขาถูกบอกให้คาดหวังไว้ ตามที่วิคาร์ อเล็กซานเดอร์บอก จอมเวทมักได้รับคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับธาตุที่ถนัด หรือไม่ก็คุณลักษณะทั่วไปของผู้ร่ายเวทเพื่อช่วยในการใช้เวทมนตร์ แต่พาร์ซิโมเนียนั้นแตกต่างออกไปจนนิคไม่สบายใจที่จะบอกใคร แต่โชคดีที่หน้าต่างสถานะถือเป็นเรื่องส่วนตัวหลังจบพิธีมอบคลาส จึงไม่มีใครซักไซ้เขา
ถือเป็นเรื่องดีที่ไม่มีใครถาม เพราะคุณลักษณะที่สองของเขาคงทำให้สัญญาณเตือนภัยดังสนั่นแน่ถ้าอันแรกยังไม่ชัดพอ
แค่ชื่อก็ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ใช่พลเมืองที่ดีของพระเจ้าแน่ๆ และเนื่องจากนิคคนเก่าไม่เคยทำอะไรที่สมควรได้รับสิ่งอัปมงคลขนาดนี้ เขาแน่ใจว่าทางวิหารคงเรียกหน่วยไต่สวนมาแน่—ถ้าโลกนี้มีหน่วยงานนั้น
'การลบหลู่' เป็นคุณลักษณะประเภทที่มีอยู่ในตำนานเล่าขาน เป็นของขวัญที่คนจะได้รับจากพระเจ้าหลังจากสังหารอาร์คดีมอน ผู้ทรงพลัง หรือรักษาโรคระบาดร้ายแรง
แต่นิคได้รับมันมาเพราะเขาไม่ใช่คนของโลกนี้... และมันทำให้เขาดีใจเนื้อเต้น