- หน้าแรก
- ฝ่าทะเลลึกลับ ชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แบบของฉัน
- บทที่ 29 ตราประทับแห่งท้องทะเล
บทที่ 29 ตราประทับแห่งท้องทะเล
บทที่ 29 ตราประทับแห่งท้องทะเล
บทที่ 29 【ตราประทับแห่งท้องทะเล】
"ทำไมถึงบอกไม่ได้ล่ะ?"
เรนยังคงอยากซักไซ้
แต่เขาก็เห็นลีออนโบกมือห้ามพลางกล่าวว่า "เขาคงเซ็นสัญญา เส้นทางลี้ลับ พิเศษบางอย่างเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้"
ทว่า แม้ฮูจะพูดไม่ได้ แต่ท่าทีของเขาก็อธิบายเรื่องราวได้มากพอสมควรแล้ว
เรนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังเด็กหญิงตัวน้อยข้างกายที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาหวาดๆ
หรือว่าเจ้าตัวเล็กคนนี้จะเกี่ยวข้องกับการแก่งแย่งชิงดีภายในเผ่าเงือกด้วย?
แต่ในตอนนั้นเอง
มือใหญ่ของลีออนก็ลูบลงบนศีรษะของเขาเบาๆ
"เรน ลูกทำได้ดีมากแล้ว"
"ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเถอะ"
ความรู้สึกโล่งใจอันแรงกล้าเอ่อล้นขึ้นในใจของเรนทันที
ใช่แล้ว สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้มีเพียงเท่านี้ ส่วนวิกฤตระดับสูงกว่านั้น ย่อมเป็นหน้าที่ของลีออนที่จะคอยปกป้องคุ้มครองเขาจากพายุฝน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เรนก็ผ่อนคลายลงทันที
เขาหันไปถามเด็กหญิงในเปลือกหอยราวกับเป็นเด็กชายวัยหกขวบทั่วไป
"น้องสาว เธอชื่ออะไรหรอ?"
"อิสุ..."
เด็กหญิงจ้องมองเรนตาไม่กระพริบ ราวกับว่าเธอมีความรู้สึกถูกชะตากับเขาโดยธรรมชาติ
"โอเค อิสุ พี่ชื่อเรนนะ"
"ต่อจากนี้ เธอต้องอยู่บนเรือลำนี้สักพัก หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ!"
...
...
หลายวันต่อมา
เรืออลิซยังคงแล่นอย่างสงบบนท้องทะเล
เนื่องจากเหตุการณ์นี้ เรนจึงจำต้องยกเลิกแผนที่จะไปเกาะยูคาลิ และเปลี่ยนเส้นทางกลับไปยังเกาะธงดำ
แน่นอนว่าพวกเขาได้นำเรือไจแอนท์ชาร์คที่ยึดมากลับไปด้วย
และสองวันหลังจากนำตัวอิสุขึ้นเรือมา
เรืออลิซก็ได้เผชิญหน้ากับกองทัพเผ่าเงือกที่มีอาวุธครบมือ เหมือนกับใน 【กิ่งก้านที่ไม่สมบูรณ์】
ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปจากในกิ่งก้านนั้นคือ
เผ่าเงือกกลุ่มนี้ไม่ได้เปิดฉากโจมตีทันที แต่กลับเจรจากับลีออนแทน
หลังจากเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด นายทหารเผ่าเงือกผู้นำกลุ่มก็กล่าวอย่างจริงจัง
"พวกท่านได้รับมิตรภาพจากเผ่าเงือก!"
เดิมที เรนคิดว่าเรื่องราวจะจบลงแค่นั้น และเผ่าเงือกก็จะพาตัวอิสุกลับไปยังใต้สมุทร
ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการติดต่อกันอีก
แต่เกินคาด นายทหารผู้นำเผ่าเงือกกลับยื่นคำขอที่น่าประหลาดใจ—
พวกเขาหวังว่าลีออนจะพาเจ้าหญิงอิสุไปที่เกาะธงดำ และช่วยดูแลเธอเป็นการชั่วคราวสักระยะหนึ่ง
เหตุผลก็คือ...
ในเวลานี้ การแข่งขันระหว่างผู้สืบทอดราชบัลลังก์ของเผ่าเงือกใน น่านน้ำโกลาหล ได้ดำเนินมาถึงจุดที่ดุเดือดที่สุด
และนายทหารเผ่าเงือกผู้นี้ก็ไม่อาจแยกแยะได้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรูในบรรดาขุมอำนาจมากมายเหล่านั้น
ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเหตุการณ์ทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หากอิสุกลับไปที่วังบาดาล
แทนที่จะปล่อยให้เธอเข้าไปพัวพันในวังวนอันตราย สู้ให้เธออยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางพายุสักพักจะดีกว่า
แล้วค่อยกลับคืนสู่เผ่าเมื่อสถานการณ์สงบลง
ท่าทีของลีออนต่อเรื่องนี้คือ—
ได้สิ แต่... ต้องเพิ่มค่าตอบแทนนะ!
การเป็นมิตรกับเผ่าเงือกกลุ่มนี้ หมายถึงการสร้างศัตรูกับเผ่าเงือกอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วถ้าพวกมันเกิดคลั่งบุกโจมตีเกาะธงดำขึ้นมาล่ะ?
เมื่อเผชิญกับข้อเรียกร้องของลีออน ทางเผ่าเงือกกลับดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีพวกเขาก็ไม่เชื่อในความปรารถนาดีที่ไม่มีที่มาที่ไปอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นบนผลประโยชน์ย่อมมั่นคงกว่า
ดังนั้น ลีออนและเผ่าเงือกจึงหารือเกี่ยวกับประเด็นนี้และเซ็นสัญญาบางฉบับร่วมกัน
น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างเผ่าเงือกแห่งน่านน้ำโกลาหลและบริษัทอีสต์ไรน์
อย่างไรก็ตาม เรนไม่ได้รู้รายละเอียดแน่ชัดนัก
เพราะการเจรจากับเผ่าเงือกนั้น ลีออนเป็นคนจัดการทั้งหมด
แม้แต่รายละเอียดของการเจรจาเหล่านี้ ลีออนก็เป็นคนเล่าให้เขาฟังในภายหลัง
แทบจะในเวลาเดียวกัน
บันทึกชีวิตสมบูรณ์แบบ ก็มีการตอบสนองกลับมา
[กำจัด กิ่งก้านที่ไม่สมบูรณ์ สำเร็จ!]
[รางวัล: ตราประทับแห่งท้องทะเล!]
[ระดับ: หนึ่ง]
[คำอธิบาย: ช่วยเพิ่มความสามารถในการว่ายน้ำของผู้ถือครองเล็กน้อย ลดแรงต้านเมื่ออยู่ในน้ำ และเพิ่มความเข้ากันได้กับสัตว์ทะเล]
[การเปิดใช้งาน ตราประทับแห่งท้องทะเล สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในน่านน้ำใกล้เคียงได้ชั่วขณะหนึ่ง]
[โอ้ ทะเลอันยิ่งใหญ่... ข้ากลับมาแล้ว!]
เมื่อเห็น ตราประทับแห่งท้องทะเล อันใหม่นี้ ดวงตาของเรนก็เป็นประกาย
การใช้ชีวิตบนเกาะธงดำมาหกปี แน่นอนว่าเขาว่ายน้ำเป็นมานานแล้ว แต่คงไม่มีใครรังเกียจที่จะว่ายน้ำเก่งขึ้นหรอกจริงไหม?
ส่วนการเพิ่มความเข้ากันได้ ก็ถือเป็นฟังก์ชันเสริมในการสื่อสารกับเผ่าพันธุ์บางประเภท
แต่สิ่งที่ทำให้เรนทึ่งจริงๆ คือผลจากการเปิดใช้งานของ ตราประทับแห่งท้องทะเล
การรับรู้สภาพอากาศในน่านน้ำใกล้เคียง!
เมื่อล่องเรือในมหาสมุทร ศัตรูที่อันตรายที่สุดไม่เคยเป็นโจรสลัดที่เจ้าเล่ห์และดุร้าย
แต่คือท้องทะเลอันกว้างใหญ่ใต้ฝ่าเท้าต่างหาก!
คลื่นยักษ์ พายุ หรือแม้แต่หมอกหนาทึบ ล้วนมีศักยภาพที่จะทำให้เรือจมลงได้
การรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศล่วงหน้า ไม่เพียงแต่ช่วยให้เรือหลบเลี่ยงอันตรายได้ แต่ยังช่วยให้ได้เปรียบในการรบทางเรืออีกด้วย
อาจกล่าวได้ว่า นี่คือทักษะขั้นเทพที่เหล่านักเดินเรือต่างใฝ่ฝัน!
เรนอดไม่ได้ที่จะอุทาน
ของจากบันทึกมักจะเป็นของดีเสมอ!
ตราประทับแห่งท้องทะเล ทุกชิ้นที่ได้รับมาจนถึงตอนนี้ล้วนใช้งานได้จริงทั้งนั้น
หลายวันต่อมา
เมื่อเรืออลิซ พร้อมด้วยลูกเรือทุกคน กลับเข้าเทียบท่าเรือเกาะธงดำอย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครหายสาบสูญ
เรนก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี
แม้จะมีอุปสรรคบ้างระหว่างทาง แต่การเดินทางทางทะเลครั้งแรกของเขาก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ กิ่งก้านที่ไม่สมบูรณ์ ถูกกำจัดไปแบบงงๆ
ครั้งนี้ เรนรู้สึกจริงๆ ว่าเขาได้เขียนโชคชะตาของตัวเอง ของครอบครัว และของพื่อนพ้องขึ้นใหม่ ด้วยความพยายามของตัวเอง!
ความรู้สึกที่ได้ช่วยเหลือคนที่เขาให้ความสำคัญ ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น เรนยังตระหนักได้ว่า...
สิ่งที่เขาสามารถทำได้ อาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่นี้!
...
...
ณ ร้านเหล้าธงดำในเมือง
วันนี้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ แขกเหรื่อผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาไม่ขาดสาย
ด้วยการพัฒนาของบริษัทอีสต์ไรน์ เถ้าแก่ร้านเหล้าอย่าง จอห์นผู้เฒ่า จึงเป็นกลุ่มแรกๆ ที่กอบโกยผลประโยชน์
การค้าที่รุ่งเรืองนำมาซึ่งลูกค้าจำนวนมหาศาล
ประกอบกับนิสัยของโจรสลัดที่ว่า "มีเงินก็ใช้ ชีวิตไม่แน่นอน" แม้จะต้องแบ่งกำไรบางส่วนให้เจ้าเกาะ จอห์นผู้เฒ่าก็ยังฟันกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ!
ที่ไหนมีคน ที่นั่นย่อมมีเรื่องคุย
ช่วงนี้ หัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในร้านเหล้าคงหนีไม่พ้นเรื่องการเดินเรือของลูกชายเจ้าเกาะ!
"ตาแก่จอห์น แกเป็นคนเกาะธงดำ"
โจรสลัดคนหนึ่งถือแก้วเบียร์ราคาถูก ถามเถ้าแก่หลังเคาน์เตอร์ด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้
"บอกหน่อยสิ นายน้อยเรน ยึดเรือแล้วก็ช่วยเจ้าหญิงเผ่าเงือกมาได้จริงๆ เหรอ?"
"แน่นอน!"
จอห์นผู้เฒ่าตบหน้าอกตัวเอง "เรือไจแอนท์ชาร์คลำนั้นยังจอดอยู่ที่ท่าเรืออยู่เลย!"
"แถมตอนนั้น จอห์นลูกชายข้าก็อยู่บนเรือด้วย จะเป็นเรื่องโกหกได้ยังไง?"
แขกเหรื่อรอบข้างต่างสูดหายใจด้วยความทึ่ง
"ข้าได้ยินมาว่า นายน้อยเรนเพิ่งจะเจ็ดขวบปีนี้เองไม่ใช่เหรอ?"
"ยังไม่เจ็ดด้วยซ้ำ! ไม่กี่พีก่อน เขาเป็นคนเจอ สาวก ของ เส้นทางลี้ลับต้องห้าม แล้วช่วยน้องชายตัวเองไว้ได้"
"นั่นอายุน้อยกว่าลูกชายข้าอีกนะเนี่ย? แต่ลูกข้าตอนนี้ยังพูดไม่ชัดเลย!"
"คนเรานี่มันต่างกันราวฟ้ากับเหวชัดๆ!"
ใครบางคนถอนหายใจ "สมกับเป็นลูกชายของท่านลีออน..."
หลังจากกลับมาถึงเกาะ ลีออนไม่มีเจตนาจะปกปิดวีรกรรมของลูกชาย แถมยังอนุญาตให้ลูกน้องนำไปเล่าต่อได้อย่างอิสระ
ตามคำพูดของเขา—การได้ยินคนอื่นชมลูกชาย ทำให้เขามีความสุขกว่าถูกชมเองซะอีก!
อีกอย่าง วีรกรรมพวกนี้ทำมาเพื่อให้คนเอาไปโม้ต่อไม่ใช่เหรอ?
ถ้าต้องมานั่งปิดบังเรื่องราวในเกาะธงดำของตัวเอง มันคงน่าอึดอัดแย่!
โจรสลัดอีกคนพูดขึ้น "ข้าว่า พรสวรรค์ของ สาวก นี่มันเว่อร์เกินไปหน่อยนะ"
"ไม่เคยได้ยินเหรอ? ที่เกาะเรดสโตนก็มี สาวก คนหนึ่ง อายุแค่หกขวบ ลงไปในทะเลแล้วฉีกกระชากสัตว์ทะเลระดับหนึ่งด้วยมือเปล่า!"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเก่งกว่ากัน ระหว่างเด็กนั่นกับนายน้อยเรน..."
ทันใดนั้นเอง
จอห์นตัวน้อยก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาในร้านเหล้าด้วยความรีบร้อน
"พ่อ! นายน้อยเรนกำลังจะมาร้านเรา รีบบอกพ่อครัวให้ทำอาหารดีๆ เตรียมไว้เร็วเข้า!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็หันขวับไปมองที่ทางเข้าร้านเหล้าทันที
ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งกำลังเดินเข้ามาจากตรงนั้น