- หน้าแรก
- ฝ่าทะเลลึกลับ ชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แบบของฉัน
- บทที่ 14 นางรำ
บทที่ 14 นางรำ
บทที่ 14 นางรำ
บทที่ 14 นางรำ
"...แม่ครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?"
เรนเอ่ยถามด้วยความกังวล เขาไม่บ่อยนักที่จะเห็นฟรังกาทำสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังขนาดนี้ จนเผลอคิดไปว่าตัวเองไปก่อเรื่องวุ่นวายที่ไหนไว้หรือเปล่า จึงรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
"ลูกตามแม่มาทางนี้"
พูดจบ ฟรังกาจูงมือเรนเดินเข้าไปในห้องหนึ่งภายในโรงเรียนประถม หลังจากปิดประตูและร่ายคาถาเก็บเสียงอย่างลวกๆ แล้ว ฟรังกาจึงเริ่มพูดขึ้น
"ลูกเคยบอกให้แม่คอยระวังเรื่อง ความรู้ต้องห้าม ที่อาจจะไหลทะลักเข้ามายังเกาะธงทมิฬใช่ไหม?"
"เมื่อช่วงบ่ายนี้เอง กลาาสีเรือที่ท่าเรือตรวจพบหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ความรู้ต้องห้าม อยู่กับพ่อค้าคนหนึ่ง"
"โชคดีที่แม่ไปถึงทันเวลาและใช้เคล็ดวิชาลับผนึกมันเอาไว้ได้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการ"
ดวงตาของเรนเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
เมื่อสองเดือนก่อน เขาเคยเตือนเรื่องนี้กับฟรังกาไว้ ไม่นึกเลยว่าตอนนี้พวกเขาจะจับตัวการที่เผยแพร่ความรู้ต้องห้ามได้แล้วจริงๆ
ฟรังกาจ้องมองเรนพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เรน แม่จะเตือนลูกอีกครั้งนะ"
"แค่เพียงได้รับรู้ ความรู้ต้องห้าม ก็จะส่งผลกระทบที่ไม่อาจแก้ไขได้ต่อคนคนนั้น"
"หากใครติดเชื้อจากความรู้ต้องห้าม ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนคนเดิมทุกประการ แต่จิตใจและบุคลิกภายในจะบิดเบี้ยวไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับถูกแทนที่ด้วยตัวตนบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยนาม!"
เป็นอย่างที่คิด... เรนจมอยู่ในห้วงความคิด
คำพูดของฟรังกาช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาก่อนหน้านี้ ในเส้นทางความเป็นไปได้ที่ไม่สมบูรณ์นั้น สาเหตุที่บ๊อบบี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนลงมือสังหารเด็กๆ ในโรงเรียนอย่างโหดเหี้ยม ก็มาจากการปนเปื้อนของความรู้ต้องห้ามนั่นเอง
ที่ฟรังกาพูดกับเขาด้วยท่าทีจริงจังขนาดนี้ ก็เพราะเป็นห่วงเรื่องนี้นี่เอง
อย่างไรก็ตาม เรนยังคงมีข้อกังขาอยู่บ้าง พ่อค้าที่ถูกจับได้ในครั้งนี้ เป็นตัวการที่ชักนำบ๊อบบี้ไปสู่หนทางที่ผิดจริงหรือ?
ในขณะที่เรนกำลังครุ่นคิด ฟรังกาก็เอื้อมมือมาลูบหัวเล็กๆ ของเขา น้ำเสียงของเธออ่อนลงและกล่าวอย่างอ่อนโยน
"เรน แม่จะไม่ถามหรอกนะว่าลูกไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน"
"แต่แม่หวังว่าลูกจะจำไว้เสมอว่า ลูกเชื่อใจแม่กับเลออนได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกบอกพวกเราได้เสมอ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เรนก็รู้สึกอบอุ่นวาบในหัวใจ
บอกตามตรง สิ่งที่ทำให้เขาซาบซึ้งใจในตัวพ่อแม่คู่นี้มากที่สุด ไม่ใช่การดูแลเอาใจใส่อย่างดีเยี่ยม แต่เป็นความไว้วางใจที่พวกเขามอบให้ พวกเขาไม่เคยมองข้ามคำพูดของเขาเพียงเพราะเห็นว่าเรนเป็นแค่เด็กสามขวบ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ต้องห้าม หรือเรื่องที่เลออนเคยสอบถามเขาก่อนหน้านี้ การได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่คู่นี้ช่างเป็นโชคดีของเรนจริงๆ
วันเวลาล่วงเลยไปเช่นนี้
ไม่นานนัก เกาะธงทมิฬก็เข้าสู่เดือนมิถุนายน
ด้วยอิทธิพลของกระแสลมมรสุมฤดูร้อน ทำให้ช่วงนี้มีเรือจำนวนมากเริ่มออกเดินเรือระยะไกล ใบหน้าค่าตาใหม่ๆ จึงปรากฏขึ้นบนเกาะธงทมิฬมากมาย แต่เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรนสักเท่าไหร่
ชีวิตของเขาในช่วงนี้ช่างสมบูรณ์แบบและยอดเยี่ยม
ในตอนกลางวัน เขาเข้าเรียนที่โรงเรียน คอยซึมซับความรู้ต่างๆ ของโลกใบนี้ราวกับฟองน้ำ หลังจากเลิกเรียน เขาก็วิ่งเล่นกับเด็กๆ บนเกาะ จนแทบจะสำรวจทั่วทั้งเกาะธงทมิฬไปแล้ว
ในระหว่างนั้น บุคลิกที่โดดเด่นและความสุขุมเกินวัยของเรน ก็ได้เปลี่ยนมุมมองของเด็กโตหลายคนที่มีต่อเขา บารมีของเขาในหมู่เด็กๆ เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน
แน่นอนว่า เรนไม่ลืมสมบัติล้ำค่าของเขา เรืออลิซ!
ทุกคืนก่อนนอน เรนจะประคองเรือในขวดแก้วและสื่อสารกับมันผ่านจิตสำนึก แม้ว่าเขาจะยังไม่สัมผัสถึงดวงวิญญาณของเรือ แต่ดูเหมือนว่าอลิซจะค่อยๆ แผ่ความรู้สึกผูกพันออกมาทีละน้อย
สิ่งนี้ทำให้เรนเฝ้ารรอวันที่เขาจะได้ออกเรือจริงๆ อย่างใจจดใจจ่อ
วันนี้บนเกาะธงทมิฬเป็นอีกวันที่อากาศดี สายลมพัดเอื่อยและแสงแดดสดใส
หลังจากเลิกเรียนที่โรงเรียนประถม เด็กๆ ต่างจับกลุ่มกันสองสามคน
"ลูกพี่เรน!"
โรเจอร์วิ่งเข้ามาหาเรนด้วยความตื่นเต้นเหมือนเช่นเคย
"วันนี้มีเรือพ่อค้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือของเรา ดูท่าทางอลังการมากเลยล่ะ!"
บ๊อบบี้เสริมขึ้นมา "ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่าชื่อเรือ... อันบีเตอร์ อะไรสักอย่างนี่แหละ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ กัปตันเรือลำนั้นดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงด้วยนะ!"
"กัปตันผู้หญิงเหรอ?"
เรนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
ในยุคสมัยนี้ ผู้หญิงมักจะถูกมองว่าเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า ประกอบกับข้อจำกัดทางสรีระ ทำให้ยากที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของการเดินเรือ เรือโจรสลัดบางลำยอมขนแกะตัวเมียขึ้นเรือดีกว่าจะให้ผู้หญิงขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะนำโชคร้ายมาสู่เรือ
ดังนั้น อย่าว่าแต่กัปตันผู้หญิงเลย แม้แต่ลูกเรือหญิงก็ยังหาได้ยากยิ่ง
ในตอนนั้นเอง โรเจอร์ก็ขยิบตาให้เรน
"ลูกพี่ ฉันได้ยินมาอีกว่า เย็นนี้เรือพ่อค้าลำนั้นจะจัดแสดงระบำนางรำด้วยนะ! พวกเราไปดูกันไหม?"
"หืม? นางรำเหรอ?"
เรนหูผึ่งขึ้นมาทันที
แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย
เกาะธงทมิฬนั้นดีทุกอย่าง ยกเว้นแต่กิจกรรมความบันเทิงที่ขาดแคลนเหลือเกิน การพลาดชมการแสดงนางรำครั้งนี้ อาจหมายถึงต้องรอไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้กว่าจะได้ดูอีก
แน่นอนว่าด้วยวัยของเรนตอนนี้ มันก็เป็นเพียงแค่อาหารตาและการเข้าร่วมสนุกตามประสา
เรนเหลือบมองห้องเรียนที่ว่างเปล่าแล้วก็เข้าใจได้ทันที มิน่าล่ะ เด็กๆ ถึงได้รีบวิ่งแจ้นทันทีที่เลิกเรียน ที่แท้ทุกคนก็จะไปดูคณะนางรำกันนี่เอง!
คิดได้ดังนั้น เรนไม่ลังเลอีกต่อไป เขานำขบวนเพื่อนๆ มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองทันที
ณ ลานกว้าง
ชาวเกาะที่มารรอชมต่างยืนล้อมรอบเวทีชั่วคราว ชะเง้อคอมองเหล่าหญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่าน
"โอ้ นายน้อยเรนก็มาด้วยหรือครับ?"
การปรากฏตัวของเรนดึงดูดความสนใจของชาวเกาะทันที การตระเวนไปทั่วเกาะในช่วงที่ผ่านมาทำให้เรนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของชาวบ้าน ทุกคนต่างรู้ดีว่าลูกชายของท่านเจ้าเกาะ แม้จะยังเด็กแต่ก็ฉลาดเฉลียวเป็นกรด บวกกับหน้าตาที่น่ารักและวาจาที่ไพเราะ จึงยากที่จะไม่เอ็นดู
"มาๆ ลูกพี่เรนตัวน้อย มานั่งตรงนี้สิ"
คุณลุงหนวดเครารุงรังคนหนึ่งซึ่งจองที่นั่งหน้าเวทีไว้แล้ว เมื่อเห็นเรนมาถึงก็กวักมือเรียกอย่างกระตือรือร้นให้มานั่งข้างๆ
"ขอบคุณครับ ลุงมาร์ติน"
เรนไม่ปฏิเสธน้ำใจ หลังจากกล่าวขอบคุณ เขาก็พาบ๊อบบี้และโรเจอร์ลงนั่ง
มาร์ตินมองไปทางเวทีแล้วเอ่ยขึ้น "นางรำบนเรืออันบีเตอร์ล้วนเป็นสาวงามจากเกาะไข่มุกทั้งนั้น เกาะนั้นขึ้นชื่อเรื่องสาวงาม ว่ากันว่าผิวพรรณของพวกเธอขาวเนียนยิ่งกว่าไข่มุกจากทะเลลึกเสียอีก"
โรเจอร์ได้ยินดังนั้นก็อดถามไม่ได้ "ผิวขาวแล้วมันมีประโยชน์ตรงไหนครับ? จะทำให้สู้เก่งขึ้นเหรอ?"
"ฮ่าๆๆๆ..."
มาร์ตินหัวเราะลั่นพร้อมกับพูดอย่างมีความนัย "โตขึ้นเดี๋ยวเอ็งก็รู้เองแหละไอ้หนู"
ในขณะนั้นเอง เรนสังเกตเห็นร่างหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษอยู่ทางด้านหลังเวที
เธอเป็นหญิงสาวสวยผมแดงในชุดกระโปรงสีแดงสด บุคลิกของเธอดูผสมผสานระหว่างภรรยาสาวและหญิงสาวแรกรุ่น ในมือถือกล้องยาสูบเรียวยาว ริมฝีปากสีแดงเผยอเล็กน้อยพ่นควันจางๆ ออกมา ดวงตาสีกุหลาบหรี่ลงเล็กน้อย ดูราวกับว่าเธอกำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ
แต่เรนกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายบางอย่างจากตัวเธอ
ไม่นานนัก โรเจอร์ก็สังเกตเห็นสาวผมแดงคนนั้นเช่นกันและอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
"พี่สาวคนนั้นสวยชะมัด! เธอเป็นหนึ่งในนางรำของเรืออันบีเตอร์เหรอ? ทำไมยังไม่ออกมาเต้นอีกล่ะ..."
"ชู่ว..."
หลังจากเห็นหน้าหญิงสาวชัดเจน มาร์ตินก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่และรีบเอามือปิดปากโรเจอร์ทันที
"พ่อทูนหัว อย่าพูดเชียวนะ ผู้หญิงคนนั้นคือกัปตันของเรืออันบีเตอร์!"
มาร์ตินรู้สึกใจคอไม่ดี หากกัปตันหญิงคนนั้นได้ยินคำพูดของโรเจอร์เข้า ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากอะไรตามมา
และในจังหวะนั้นเอง
กัปตันสาวผมแดงก็หันขวับมา สายตาของเธอจับจ้องมาที่กลุ่มของเรนพอดี