เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 ดีบัฟ

ตอนที่ 39 ดีบัฟ

ตอนที่ 39 ดีบัฟ


จากนั้นเซเวอรัสก็พาแม็กซ์ออกจากอาคาร ไปยังพื้นผิวของดาวกรีนซอยล์อันอิสระและดิบเถื่อน

สิ่งแรกที่แม็กซ์สังเกตได้คือ ดาวดวงนี้สมชื่อจริง ๆ พื้นผิวแห้งแล้ง เต็มไปด้วยหินขรุขระ แต่กลับถูกปกคลุมด้วยดินสีเขียวหม่นอย่างประหลาด

มันให้ความรู้สึกคล้ายดาวอังคาร เพียงแต่ไม่ใช่สีแดง แต่เป็นสีเขียว และยังมีชั้นบรรยากาศหนาแน่นจนแสงอาทิตย์แทบไม่สามารถส่องลงมาถึงพื้นได้เลย

แม็กซ์กวาดตามองไปรอบ ๆ สัญชาตญาณแวมไพร์ของเขาเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ สายตาโฟกัสไปยังจุดต่าง ๆ ที่อาจเป็นภัยคุกคาม

ร่างกายขยับเข้าสู่ท่าต่อสู้โดยไม่รู้ตัว

แม้แม็กซ์จะยังไม่เข้าใจ แต่ดีเอ็นเอของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สัญชาตญาณดั้งเดิมของแวมไพร์ปฐมกาลถูกฝังลงในสายเลือดของเขาแล้ว

แม้ดาวดวงนี้จะไม่มีสัตว์อาศัยอยู่ แต่แม็กซ์กลับรู้โดยสัญชาตญาณว่า ก้อนหินก้อนใดควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจมีนักล่าซุ่มอยู่ด้านหลัง

เซเวอรัสสังเกตพฤติกรรมของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับจดบันทึกลงในสมุดอย่างบ้าคลั่ง

จู่ ๆ เซเวอรัสก็โยนก้อนหินเล็ก ๆ มาจากมุมอับสายตาของแม็กซ์

แม็กซ์ไม่ได้เห็นมัน แต่ร่างกายกลับหลบได้ทันควัน พร้อมเผยเขี้ยวใส่เซเวอรัสโดยอัตโนมัติ

“ยอดเยี่ยม”

เซเวอรัสพูดพลางจดโน้ตต่อไม่หยุด

‘ความเร็วการตอบสนองของเจ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก และสมองส่วน แอนทีเรีย ซิงกูเลท คอร์เทกซ์ ก็พัฒนาอย่างชัดเจน’

แดร็กซ์วิเคราะห์ในหัวของแม็กซ์

‘สมองส่วนอะไรนะ?’

แม็กซ์ถามอย่างงุนงง

แดร็กซ์ถอนหายใจ ก่อนอธิบาย

‘สมองส่วนที่รับผิดชอบต่อประสาทสัมผัสที่หกของเจ้า มันแข็งแกร่งขึ้นมาก’

แม็กซ์พยักหน้า ฟังดูเป็นการพัฒนาที่ดีทีเดียว

แดร็กซ์ไม่ได้อธิบายต่อ แต่ภายในนั้นเอไอกลับนิ่งอึ้ง

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายแม็กซ์เกินกว่าสิ่งใดที่เขาเคยเห็นมาตลอดชีวิต

ในตอนนี้แม็กซ์มีโครงสร้างของนักรบชั้นยอดที่สามารถเหนือกว่าแวมไพร์หรือมนุษย์ใด ๆ แม้ในเทียร์ 0 หรือกระทั่งเทียร์ 1 ร่างกายของเขาเสถียรและสัญชาตญาณโดยกำเนิดก็เฉียบคมอย่างเหลือเชื่อ

โดยปกติ นักรบต้องผ่านสนามรบนับไม่ถ้วน ผ่านประสบการณ์เฉียดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะพัฒนาสัญชาตญาณแบบนี้ได้

ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือ แม็กซ์มีโอกาสน้อยลงมากที่จะตัดสินใจโง่ ๆ ในการต่อสู้เหมือนที่เขาเคยทำในอดีต

แม้แดร็กซ์จะพอใจ แต่เขาก็เลือกจะไม่บอกเรื่องนี้กับแม็กซ์ เพราะไม่อยากให้เด็กหนุ่มเหลิงจนเกินไป

แม็กซ์ลองเหวี่ยงดาบสองสามครั้งและทดสอบเวทไฟ เขาโล่งใจที่อัคนีอัสตรายังทำงานได้ตามปกติ

หากจะมีข้อเสียจากการแปรสภาพครั้งนี้ก็คือ ต่อให้กลายเป็นแวมไพร์แล้ว เขาก็ยังใช้มานาไม่ได้เหมือนเดิม

สถานะขยะไร้มานา ดูเหมือนจะตามหลอกหลอนเขา ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ไปเป็นอะไร

ด้วยความหงุดหงิด แม็กซ์จึงใช้ไฟร์บลาสต์ขึ้นสู่ท้องฟ้า

เพลิงพุ่งทะลุเมฆ เปิดช่องให้แสงอาทิตย์ส่องลงมากระทบร่างเขาชั่วขณะ

“อ๊ากกก!”

แม็กซ์ทรุดเข่าลงทันทีเมื่อแสงอาทิตย์สัมผัสผิวหนัง ค่า HP ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

-1

-1

-1

-1

-1

เขายกมือขึ้นบังแสง แต่ฝ่ามือกลับส่งเสียงฉ่า ผิวหนังเริ่มไหม้จากแสงแดด ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง

โชคดีที่ไม่นาน เมฆก็ปิดตัวลงอีกครั้งทำให้แสงอาทิตย์หายไป

‘แพ้แสงอาทิตย์’

เซเวอรัสจดบันทึกเพิ่มอย่างใจเย็น

“ให้ตายเถอะ… แวมไพร์อ่อนแอเมื่อโดนแสงแดดจริง ๆ งั้นเหรอ?”

แม็กซ์สบถ พลางหันไปถาม

เขาเติบโตมากับซีรีส์และตำนานพวกนั้นและคิดมาตลอดว่ามันเป็นเรื่องแต่งเกินจริง

“จริง ๆ แล้วไม่เชิง”

เซเวอรัสอธิบาย

“แวมไพร์ยุคแรกแพ้แสงอาทิตย์จริง แต่แวมไพร์ยุคใหม่วิวัฒนาการไปแล้ว”

“เรายังไม่ถึงขั้นไปอาบแดด แต่เดินกลางแดดก็ไม่ใช่ปัญหา”

ความหมายก็คือ แม็กซ์เป็นกรณีพิเศษ

“เยี่ยมไปเลย”

แม็กซ์พูดประชด พลางปัดฝุ่นจากเสื้อผ้า

“แล้วอะไรอีกล่ะ? แพ้กระเทียม? แพ้เงิน? เข้าบ้านคนโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้? หรือผมต้องกลัวชื่อ ‘เยซู’ ด้วยไหม?”

เซเวอรัสเลือกจะไม่สนใจน้ำเสียงประชดหรือไม่ก็สนุกกับการแกล้งเขา

“กระเทียม ไม่ แวมไพร์ยุคใหม่บางคนยังใช้ปรุงสเต๊กด้วยซ้ำ”

“เงิน ใช่ โดยเฉพาะเงินเอลฟ์จะอันตรายกว่าเงินธรรมดา”

“เราไม่แพ้เงิน แต่บาดแผลจากเงินสมานยาก เลยทำให้มันสร้างความเสียหายได้มากกว่า”

“เข้าบ้านคนโดยไม่ขออนุญาต ถ้าเจ้าของบ้านโกรธและแข็งแกร่งกว่า เจ้าก็อาจตายได้ แต่ไม่ใช่เวทมนตร์อะไร คำถามโง่สิ้นดี”

“ส่วนเยซู…”

“ถ้าหมายถึงอัครเทวทูต กาเบรียล เยซู ก็จงกลัวเขาให้มาก เพราะเขาเป็นเครื่องจักรสังหารระดับเทียร์ 8 แต่ถ้าไม่ใช่ข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าพูดถึงอะไรเหมือนกัน”

แม็กซ์มองรอยยิ้มเพี้ยน ๆ บนหน้าเซเวอรัส และรู้สึกอยากชกมันให้หายไปเสียจริง แต่เมื่อคิดถึงช่องว่างพลังระหว่างทั้งสอง เขาก็เลือกจะอดทนไว้

ก่อนที่เซเวอรัสจะทำการทดลองต่อ ยานรบขนาดมหึมาห้าลำก็ฝ่าชั้นบรรยากาศลงมา

เซเวอรัสถอนหายใจยาว

“พวกผู้อาวุโสมาละแม็กซ์”

“ลงไปหลบในชั้นใต้ดินก่อน”

“เดี๋ยวเมฆแยก แดดจะเผาเจ้า”

“อีกเดี๋ยวข้าจะแนะนำเจ้าให้ทุกคนรู้จัก”

น้ำเสียงนั้นครึ่งหนึ่งคือขอร้อง อีกครึ่งหนึ่งคือคำสั่ง

แม็กซ์จำใจทำตาม

เสียงยานรบลงจอดดังสนั่นด้านหลัง ขณะเขาเดินลงสู่ชั้นล่างของห้องทดลอง

เขาไม่ได้รังเกียจเซเวอรัส นักวิทยาศาสตร์เพี้ยนคนนั้น แต่เขาไม่ไว้ใจเผ่าพันธุ์แวมไพร์โดยรวมเลย

เมื่อมีโอกาส แม็กซ์ก็ส่งข้อความถึงรูดราทันที เขาแจ้งพิกัดของตัวเองพร้อมระบุชื่อ “ตระกูลเซนต์ แม็กซิมัส”

“ถ้าภายในหนึ่งวันฉันไม่ตอบกลับ แสดงว่าฉันถูกตระกูลเซนต์ แม็กซิมัสจับตัวไว้”

แม็กซ์สร้างเขตความปลอดภัยของตัวเอง เผื่อว่าผู้อาวุโสเหล่านั้นจะมองเขาไม่ใช่ในฐานะคน แต่เป็นหนูทดลองที่ฟื้นคืนชีพอีกตัวหนึ่ง

จบบทที่ ตอนที่ 39 ดีบัฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว