- หน้าแรก
- ผู้เล่นของข้างดุร้ายมาก
- บทที่ 3: เจ้าชื่อ... ชิท งั้นรึ? หืม เป็นชื่อที่ดีจริงๆ นะ
บทที่ 3: เจ้าชื่อ... ชิท งั้นรึ? หืม เป็นชื่อที่ดีจริงๆ นะ
บทที่ 3: เจ้าชื่อ... ชิท งั้นรึ? หืม เป็นชื่อที่ดีจริงๆ นะ
บทที่ 3: เจ้าชื่อ... ชิท งั้นรึ? หืม เป็นชื่อที่ดีจริงๆ นะ
เมื่อได้ยิน "ภาษาบ้านเกิด" ที่มีสำเนียงแปร่งๆ เล็กน้อยนั้น เมอร์ฟีก็เข้าใจทันทีว่าตัวเองอัญเชิญตัวอะไรออกมา ความตื่นเต้นยินดีพลันพุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
แม้สิ่งนี้จะไม่ใช่ "ไททันแห่งการเผาไหม้" ผู้ถือดาบยักษ์เตรียมทำลายโลกอย่างที่เขาคาดหวังไว้ แต่ในแง่หนึ่ง ตัวตนของเจ้าสองคนนี้กลับเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าไททันทำลายโลกเสียอีก
ทว่า พวกเขาเรียกข้าว่า NPC งั้นรึ?
แสดงว่าในสายตาของพวกเขา สิ่งนี้คือเกมงั้นหรือ?
เหอะ ช่างเป็นภูมิปัญญาของปุถุชนจริงๆ!
เมอร์ฟีใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือนแล้ว เขาบอกได้เลยว่าที่นี่ไม่ใช่เกมเสมือนจริง แต่เป็นโลกต่างมิติของจริงแท้แน่นอน ดังนั้นตามทฤษฎีแล้ว เจ้าผู้เล่นตัวน้อยสองคนนี้ก็นับว่าได้สัมผัสประสบการณ์ข้ามมิติมาครั้งหนึ่งแล้ว
และความยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ พวกเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าความจริงเป็นอย่างไร
ในวินาทีนั้น เมอร์ฟีหรี่ตาลงพลางร่างแผนการต่อเนื่องความยาวหลายแสนคำไว้ในหัวทันที แต่เขาก็รีบดึงสติให้กลับมาสงบลง
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหลอกล่อเจ้าสองคนนี้ให้สนิทใจ และตอกย้ำภาพจำเดิมๆ ของพวกเขาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้พวกเขาถูกความจริงทำให้ตกใจจนขวัญเสีย
มันเหมือนกับการสนทนาครั้งแรกเมื่อพนักงานใหม่เริ่มเข้าทำงาน!
การวาด "ขนมเบื้อง" (การขายฝัน) ชิ้นใหญ่และกลมดิวนั้นเป็นพื้นฐาน และถ้าจะให้ล้ำกว่านั้นก็ต้องคุยเรื่องอุดมการณ์และความทะเยอทะยานเสียหน่อย ในฐานะคนที่ผ่านโลกผ่านสังคมมานับสิบปี เมอร์ฟีเข้าใจเรื่องพวกนี้ทะลุปรุโปร่ง
【ภารกิจแนะนำผู้เล่นใหม่ (1/6): การอัญเชิญครั้งแรก (เสร็จสิ้น)】
【รางวัล: รหัสเชิญทดสอบเพิ่มเป็น 10 รหัส】
【คำแนะนำ: ปัจจุบันใช้รหัสเชิญไปแล้ว 2 รหัส ต้องการส่งรหัสเชิญที่เหลือหรือไม่?】
【คำอธิบายจากผู้พัฒนา: ของบางอย่างไม่ใช่ว่ายิ่งเยอะยิ่งดี เหมือนกับบางอย่างที่ไม่ใช่ว่ายิ่งใหญ่ยิ่งดี บางครั้งตัวเล็กๆ ก็น่ารักนะ และบ่อยครั้งที่เจ้าต้องทำไปตามลำดับขั้นตอน ไม่ใช่เห็นรูที่ไหนก็รีบร้อนอยากจะพุ่งเข้าไป... ข้าพูดต่อได้นะ แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงเข้าใจความหมายของข้าแล้ว】
"ส่งสิ! ทำไมจะไม่ส่งล่ะ?"
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน เมอร์ฟีก็ตัดสินใจส่งรหัสเชิญที่เหลืออีก 8 รหัสออกไปทันที ลำพังผู้เล่นตัวน้อยแค่ 2 คนจะไปทำอะไรได้?
แม้แต่จะลงดันเจี้ยนยังไม่พอเลย!
ถ้าคนท้องถิ่นมาเห็นเข้าจะนึกว่าเมอร์ฟีไม่มีปัญญาอัญเชิญผู้เล่นที่มีวิญญาณฮึกเหิมมาได้มากกว่านี้ และอีกอย่าง ตอนนี้เขากำลังแบกรับภารกิจเสี่ยงตายอยู่ ผู้ช่วยยิ่งเยอะก็ยิ่งดีเป็นธรรมดา
ทว่าหลังจากกดยืนยันการส่งแล้ว ช่อง "การอัญเชิญสิ่งมีชีวิตต่างมิติ" ยังคงแสดงผลเป็น 【2/2】
ดูเหมือนว่าการรับสมัคร "พนักงานทดสอบ" ก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน แม้จะไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้ทำงานอย่างไรในโลกของผู้เล่นเหล่านั้น แต่นั่นย่อมไม่ใช่ปัญหาที่เมอร์ฟีต้องเก็บมาคิดในตอนนี้
【ภารกิจแนะนำผู้เล่นใหม่ (2/6): สั่งการพนักงานทดสอบให้ทำการทดสอบพื้นฐานเบื้องต้น (เดิน, กระโดด, โจมตี และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน) ระยะเวลาทดสอบ: 30 นาที】
【รางวัล: ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่】
【คำอธิบายจากผู้พัฒนา: ช่วงเริ่มต้นของโครงการมักจะพบปัญหา (BUG) และผู้ร้องเรียนสารพัดรูปแบบเสมอ แต่ถ้าเจอปัญหาก็อย่าเพิ่งลนลาน สูดหายใจลึกๆ เข้าไว้ เพราะยังไงเจ้าก็แก้ไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นแค่แต่งเรื่องโกหกให้มันกลมกลืนไปก็พอ เรื่องแค่นี้คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงเจ้าใช่ไหม?】
"แค่น... แค่น..."
เมอร์ฟีเบะปากแล้วกระแอมไอหนึ่งครั้ง เพื่อให้ผู้เล่นตัวน้อยสองคนที่กำลังกระโดดไปมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหันมามองเขา
ต้องจัดการเจ้าสองคนนี้จริงๆ แล้วล่ะ!
ไอ้คนตัวเตี้ยค่อนข้างหัวโบราณหน่อย เพราะเขากำลังพยายามจะถอดกางเกงในสี่เหลี่ยมที่ติดตัวมาตอนเข้า "เกม" ส่วนไอ้คนตัวสูงนั่นวิ่งไปรื้อถังขยะในห้องใต้ดินแล้ว
พับผ่าสิ นอกจากขวดเหล้าสารพัดชนิดของ "เจ้าแม่ขยะ" ทรีซแล้ว แกจะไปหาอะไรเจอในนั้นได้อีกล่ะ? กะจะเก็บขวดเหล้าแตกให้ครบเจ็ดใบเพื่ออัญเชิญเจ้าแม่ขยะมาช่วยทำความปรารถนาที่จะเป็นคนกากในต่างโลกให้เป็นจริงงั้นเหรอ?
อย่าคิดสั้นนักเลยน้องชาย ตรงหน้าแกก็มีตัวอย่างที่น่าอนาถนั่งยันนอนยันอยู่คนนึงแล้วนี่ไง!
"เคิ้กๆๆ... คุณสมบัติของสิ่งอัญเชิญครั้งนี้ยอดเยี่ยมเกินคาดแฮะ"
เมอร์ฟีหัวเราะเยาะด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและลึกลับตามแบบฉบับของพวกแวมไพร์
ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นท่ามกลางความมืดของห้องใต้ดิน แสงสีแดงฉานที่สั่นไหวนั้นทำให้ผู้เล่นตัวเตี้ยถึงกับหดหัว พลางบ่นอุบว่าแม่มดโครตสยองเลย
ก็แหงล่ะสิ!
คนธรรมดามาเจอแวมไพร์ตัวเป็นๆ อย่างเมอร์ฟีในห้องใต้ดินมืดๆ แบบนี้ คงกลัวจนหมอบกระแตไปนานแล้ว มีแต่พวกผู้เล่นที่ไม่กลัวฟ้ากลัวฝนนี่แหละที่มีกะจิตกะใจมาล้อเลียนข้าได้
"พวกเจ้าช่างเสียมารยาทและหยาบโลนนัก ยืนให้มันนิ่งๆ หน่อย!"
เมอร์ฟีปั้นมาด NPC มือขวากุมด้ามดาบ มือซ้ายดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังจิตด้านมืดที่เบาบางก็ควบแน่นเป็นประกายไฟพุ่งออกไป ทำเอาผู้เล่นที่กำลังรื้อถังขยะอยู่สะดุ้งโหยง
"ฟังนะ! ข้ากำลังเตรียมการทำเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนโลก แต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้เต็มไปด้วยพวกโง่เง่า ข้าจึงต้องเสาะหาผู้ช่วยจากต่างมิติ แม้พวกเจ้าจะดูอ่อนแอไปหน่อย แต่ดูเหมือนจะฉลาดพอตัว บางทีอาจจะพอช่วยงานข้าได้บ้าง"
แวมไพร์หนุ่มดึงฮู้ดลงมาปิดใบหน้าให้ต่ำลง พยายามสร้างบรรยากาศของสิ่งมีชีวิตในเงามืดอย่างเต็มที่
เขาลูบคางพลางกล่าวว่า:
"แต่ข้าต้องขอดูก่อนว่าพวกเจ้าสุขภาพดีไหม มีพลังชีวิตเพียงพอหรือเปล่า และเฉลียวฉลาดพอไหม ข้าไม่ต้องการของมีตำหนิ หากใครไม่ผ่านการทดสอบของข้า ข้าจะส่งพวกเจ้าไปให้ยัยปิศาจแวมไพร์ที่น่าสยดสยองข้างบนนั่นใช้เป็น 'ถุงเลือดสำรอง' เสีย"
เขาขู่ผู้เล่นตัวน้อยทั้งสอง แต่กลับไม่เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย ทำเอาเขารู้สึกเฟลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือไล่แล้วหันหลังกลับ:
"ไปสำรวจแถวนี้ซะ ที่นี่มันเก่าแก่และทรุดโทรมพอจะให้พวกเจ้าซุกหัวนอนได้ แต่ข้าไม่มีเวลามาสำรวจความลับที่ซ่อนอยู่ที่นี่มานานกว่า 300 ปีด้วยตัวเองหรอก
ไปหาดูเสีย
จงใช้สติปัญญาของพวกเจ้าให้เต็มที่ อีก 30 นาทีให้นำของที่มีค่าที่สุดมาพบข้าที่ด้านบน
นี่คือบททดสอบแรก
อ้อ... จำชื่อข้าไว้ให้ดี จำชื่อของผู้ที่อัญเชิญพวกเจ้าจากต่างโลกมาสู่โลกที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้ไว้
ข้าชื่อเมอร์ฟี!
เรเวนอร์ เมอร์ฟี เลเซนเบิร์ก
ข้าคือผู้นำทางของพวกเจ้า และเป็นผู้ปกครองของพวกเจ้า เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบของพวกเจ้า!"
พูดจบเมอร์ฟีก็ไม่สนใจผู้เล่นสองคนที่ยังยืนงงอยู่ เขารีบก้าวเท้าสลายตัวหายไปในความมืดราวกับเงาที่ทางเข้าห้องใต้ดิน
เมื่อประตูเปิดออกและปิดลงดัง "ปัง" แวมไพร์ดวงซวยที่เพิ่งรับบทเป็น NPC ครั้งแรกก็หอบหายใจยาว
"แกล้งทำเท่แล้วรีบชิ่งนี่มันตื่นเต้นชะมัด"
เขาพึมพำพลางก้มตัวลง แอบมองผ่านรอยแยกของกำแพงตรงประตูห้องใต้ดินลงไปข้างใน เห็นผู้เล่นตัวน้อยทั้งสองเริ่มวุ่นวายกันแล้ว พวกเขาเริ่มคุ้ยหาของไปทั่วห้องใต้ดินขนาดใหญ่
เมอร์ฟีก็ไม่ได้โกหกพวกเขาหรอกนะ
ห้องใต้ดินนี้เก่าแก่พอๆ กับตัวคฤหาสน์ ประวัติศาสตร์ 300 ปีน่ะเรื่องจิ๊บๆ แต่ถ้าจะถามหาของมีค่าล่ะก็ บอกเลยว่าไม่มีแน่นอน
ทว่าการที่พวกเขาวิ่งวุ่นแบบนั้น ก็เพียงพอที่จะทำภารกิจแนะนำผู้เล่นใหม่ขั้นที่สองให้สำเร็จแล้ว
ในไม่ช้าเมอร์ฟีก็เริ่มปวดหัวอีกครั้ง เขาจะอธิบายที่มาของ "สิ่งมีชีวิตต่างมิติ" สองตัวนี้ให้เลดี้ทรีซ เจ้าของบ้านหลังนี้ฟังยังไงดี?
บอกว่าเป็นทาสเลือดของตัวเองงั้นเหรอ?
แต่รูปแบบการกระทำและภาษาของผู้เล่นที่ดูแปลกแยกจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิงย่อมเป็นปัญหาใหญ่ หรือจะให้เจ้าสองคนนี้แกล้งเป็นใบ้ดี?
จะว่าไป เขายังไม่ได้ถามชื่อของพวกนั้นเลยแฮะ
ช่างเสียมารยาทจริงๆ!
ในฐานะ NPC นี่มันโครตจะไม่ผ่านเกณฑ์เลย ตามทฤษฎีแล้ว ต่อให้ผู้เล่นจะตั้งชื่อตัวเองว่า ชิท (Shit) เขาก็ต้องยิ้มรับแล้วเอ่ยชมด้วยความจริงใจว่า "หืม เป็นชื่อที่ดีจริงๆ นะ" ถึงจะถูก
ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยไปถามเอาทีหลังแล้วกัน
เมอร์ฟีรีบเดินกลับเข้าไปในบ้านหลักเพื่อจัดเตรียมของ แต่ทันทีที่เข้าบ้านเขาก็เห็นว่าทรีซไม่ได้นอนพักผ่อนอยู่ แต่นางกลับยืนอยู่ริมหน้าต่างผิดจากปกติ
นางยืนนิ่งราวกับรูปปั้น เหม่อมองออกไปดูทัศนียภาพของเมืองแคดแมนนอกหน้าต่าง นางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแสงแดดที่น่ารำคาญกำลังส่องกระทบนิ้วมือของนางอยู่
ควันสีเทาจางๆ เริ่มลอยขึ้นมาจากนิ้วมือที่ขาวซีดของทรีซ นั่นคือสัญญาณเริ่มต้นของการที่แวมไพร์ถูกแสงแดดเผาไหม้
"ทำอะไรของเจ้าน่ะ? นี่ในที่สุดเจ้าก็ตระหนักได้แล้วใช่ไหมว่าชีวิตตัวเองล้มเหลวขนาดไหน เลยกะจะฆ่าตัวตายแบบแปลกๆ เพื่อลบไอดีสร้างใหม่รึไง? สายไปแล้ว! สายไปห้าร้อยปีแล้ว เพราะงั้นขอร้องล่ะ ช่วยมีชีวิตอยู่ต่อไปดีๆ เถอะ"
เมอร์ฟีรีบพุ่งเข้าไปข้างหน้า ผลักทรีซออกห่างจากหน้าต่าง แล้วรีบรูดม่านบังตาลงทันที ห้องทั้งห้องพลันตกอยู่ในความมืดสลัว
"แค่น... แค่น..."
เสียงไออย่างรุนแรงดังออกมาจากปากของทรีซที่เพิ่งได้สติ เมอร์ฟีหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพันนิ้วมือที่ถูกเผาไหม้ให้พัลวัน พลางถามเสียงเบา:
"แผลยังปวดอยู่รึ?"
"ก็พอทน"
เลดี้ทรีซไม่ได้ใส่ใจนัก เหมือนจะชินกับความเจ็บปวดแบบนี้แล้ว นางพยายามจะพันแผลเองแต่นางอ่อนแอเกินไป จึงต้องให้เมอร์ฟีช่วยจัดการให้จนเสร็จ
เมอร์ฟีรู้ดีว่าความอ่อนแอของทรีซมีที่มาจากไหน
เรื่องราวมันเริ่มขึ้นเมื่อเดือนก่อน
เมอร์ฟีคนก่อน ผู้ที่ไม่ยินยอมจะเป็นคนกาก ได้แอบทดลองทำพิธีกรรมอัญเชิญด้วยพลังจิตที่แสนอันตรายซึ่งไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหนในห้องใต้ดิน แล้วเกิดความผิดพลาดขึ้น
พลังจิตที่บ้าคลั่งจากมิติดวงดาวเกือบจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ
วันนั้นทรีซที่บังเอิญไม่ได้เมาเหล้าได้พยายามช่วยทายาทของนางออกมาจากแรงระเบิดของพลังจิตอย่างสุดชีวิต สิ่งตอบแทนคือสภาพร่างกายที่ย่ำแย่อยู่แล้วของนางกลับทรุดหนักลงไปอีก
ทว่า พูดให้ถูกก็คือ เมอร์ฟีตัวจริงที่อยากเปลี่ยนชะตาชีวิตน่ะได้ตายสมใจอยากไปในพิธีกรรมที่ล้มเหลวนั้นแล้ว
คนที่ทรีซช่วยกลับมาได้คือคนอื่น (วิญญาณตัวเอก)
แต่ถ้าไม่มีนาง คืนที่เมอร์ฟีข้ามโลกมา เขาก็คงจะเสียเลือดจนตาย และกลายเป็นแวมไพร์ตนแรกในประวัติศาสตร์ที่ตายเพราะโรคโลหิตจางจนต้องถูกจารึกชื่อไว้เป็นแน่
ด้วยเหตุนี้ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เมอร์ฟีจึงดูแลทรีซอย่างเต็มใจและอดทนอย่างยิ่ง เขาเป็นคนที่รู้จักบุญคุณคน ยิ่งเป็นบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้เช่นนี้ยิ่งต้องตอบแทน
เขาว่ากันว่ายามยากจะเห็นน้ำใจจริง การที่เมอร์ฟีกับทรีซต้องมา "ตกระกำลำบากอยู่ด้วยกัน" ในคฤหาสน์ผุๆ นี้ตลอดหนึ่งเดือน ก็เพียงพอจะทำให้เขารู้สึกผูกพันแบบ "อาศัยซึ่งกันและกัน" กับผู้ปกครองที่พึ่งพาไม่ได้คนนี้แล้ว เพราะจะว่าไป ต่อให้บ้านหลังนี้จะพังแค่ไหน มันก็ยังดีกว่าให้เมอร์ฟีต้องออกไปนอนริมถนนไม่ใช่รึ?
ในขณะนี้ อดีตผู้อาวุโสแห่งแร้งโลหิตมองดูเมอร์ฟีที่กำลังก้มหน้าก้มตาพันนิ้วให้นาง ภายในห้องที่เก่าคร่ำคร่าตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
เงียบจนเกือบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้น
แวมไพร์เองก็มีหัวใจเต้น เพียงแต่ช้ากว่าคนปกติมากนัก
หลังจากผ่านไปสิบกว่าวินาที ทรีซก็เอ่ยขึ้นว่า:
"ข้าแค่กำลังนึกย้อนถึงชีวิตในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมาน่ะเมอร์ฟีน้อย ข้าเคยมอบโอบกอดแรกให้คนมาตั้งมากมาย ส่วนใหญ่ก็ถูกไล่ออกจากทรานเซียไปตามยถากรรม ส่วนน้อยที่ดิ้นรนอยู่ในแร้งโลหิตต่างก็พยายามตัดความสัมพันธ์กับคนกากอย่างข้าสุดชีวิต แต่เรื่องซวยๆ ก็มักจะวิ่งเข้าหาพวกเขาเสมอ
ข้ายังจำได้ว่ามีช่วงหนึ่ง ข้าอาศัยการมอบโอบกอดแรกให้กับพวกที่กลัวความตายเพื่อแลกกับชีวิตที่หรูหราสุขสบาย พวกเขาเลยเรียกข้าว่า 'ทรีซผู้เห็นแก่เงิน'
ข้าเห็นผู้คนมาทุกรูปแบบ แต่มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น
เมอร์ฟีน้อย มีเพียงเจ้าที่คอยอยู่เคียงข้างข้า ดูแลข้าเหมือนกับทาสเลือดที่จงรักภักดี มันทำให้ข้าได้รับรู้ถึงรสชาติของชีวิตที่เรียบง่ายแต่อบอุ่นแบบที่พวกมนุษย์โง่ๆ ถวิลหากัน
ทว่า เจ้าควรจะไปได้แล้ว
เจ้าโตแล้ว
ควรจะเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ห่างจากอันตราย และควรจะเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ห่างจากความโชคร้ายด้วย"
"แต่เจ้าสภาพแบบนี้จะให้ข้าไปไกลๆ ได้ยังไงล่ะ?"
เมอร์ฟีฟังความนัยของทรีซออกในทันที แต่คนสังคมที่เจ้าเล่ห์อย่างเขาเลือกที่จะแสร้งทำเป็นซื่อ เขามองดูทรีซที่แม้แต่จะยืนด้วยตัวเองยังลำบากแล้วส่ายหน้า:
"อย่ากังวลเลย ข้าไปขอพวกทาสเลือดจากเจ้าพวกที่ส่งข้าไปตายมาแล้ว ก่อนข้าจะไปจะทิ้งไว้ดูแลเจ้าสักสองสามคน เรื่องของข้าเจ้าไม่ต้องห่วงหรอก
ถึงงานนี้จะอันตราย แต่ข้าเชื่อว่าข้าจะรอดกลับมาได้แน่นอน
รอให้เจ้าสุขภาพดีขึ้นอีกหน่อย เราค่อยมาคุยกันว่าจากนี้จะไปอยู่ที่ไหนกันดี"
"พรูดดด"
คำตอบของเมอร์ฟีทำให้เลดี้ทรีซตาโต ก่อนจะเอามือปิดปากหัวเราะออกมา
นางหมายถึงจะให้เมอร์ฟีหนีไปคนเดียว แต่เจ้าเด็กคนนี้ดันอยากจะแบกภาระชิ้นโตอย่างนางไปด้วย ช่างเป็นคนหนุ่มที่ใสซื่อและน่ารักจริงๆ
"หัวเราะอะไร?"
เมอร์ฟีถามอย่างเคืองๆ ทรีซโบกมือพัลวันพลางพูดว่า:
"ไม่มีอะไร แค่นึกเรื่องสนุกๆ ออกน่ะ หืม... ชุดนี้เจ้าใส่แล้วดูดีใช้ได้เลยนะ ใบหน้าหล่อเหลาจริงๆ เอ๊ะ? ทำไมข้างล่างเสียงดังจัง?
ขโมยเข้าบ้านเหรอ?
ดีเลย!
คราวนี้มีมื้อเย็นกินแล้ว!
อา... ขอบคุณของขวัญจากมารดาแห่งรัตติกาล! วันนี้ถือว่าได้ฉลองเทศกาลโลหิตศักดิ์สิทธิ์ล่วงหน้าแล้วกัน"
ทรีซได้ยินเสียงจากห้องใต้ดินก็เริ่มตื่นเต้น มุมปากของนางเผยให้เห็นเขี้ยวแวมไพร์ที่งอกออกมา แต่เมอร์ฟีรีบขัดขึ้นและโบกมือห้าม:
"ไม่มีอะไรหรอก นั่นมันทาสเลือดที่ข้าขอมา พวกเขากำลังทำความสะอาดอยู่ ไม่ต้องไปสนหรอก เจ้าพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวตอนกลางคืนค่อยลุกออกมาทำกิจกรรม ข้าจะเตรียมมื้อค่ำไว้ให้ก่อนไป
อย่างมากไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ข้าจะกลับมา ข้าสัญญา
เจ้าก็อย่าดื่มเหล้ามากนักล่ะ"
เขาประคองทรีซกลับไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ปิดหน้าต่างให้มิดชิดจนแสงส่องเข้าไม่ได้ แล้วจึงถอยออกมาจัดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
30 นาทีต่อมา เมอร์ฟียืนอยู่ที่ทางเข้าห้องใต้ดิน มองดูของที่ผู้เล่นตัวน้อยที่ดูภูมิอกภูมิใจทั้งสองนำมาส่งให้
เหล้าเอลของคนแคระ ที่ยังไม่ได้เปิดสองขวด
ดูจากฉลากแล้วมีอายุถึง 250 ปี เอาไปกำนัลทรีซนี่ถือว่าสมบูรณ์แบบสุดๆ
ชุดเครื่องดื่มที่สวยงามในกล่องที่เน่าเปื่อยหนึ่งชุด ไม่รู้ว่ามาจากไหนแต่ดูมีศิลปะแบบเอลฟ์ สงสัยเจ้าของคฤหาสน์คนก่อนคงลืมทิ้งไว้
สุดท้ายคือนาฬิกาพกเก่าๆ ที่ตัวเรือนบุบสลายหนึ่งเรือน
เมอร์ฟีจำของชิ้นนี้ได้
นี่คือของที่ตกอยู่ในห้องใต้ดินคืนวันที่เมอร์ฟีตัวจริงถูกพลังจิตระเบิดอัดกระเด็นไป บนนั้นยังมีรอยเลือดติดอยู่เลย
แต่ของสามอย่างนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด
เขาปรายตามองกองเงินที่เท้าของตัวเอง ในนั้นนอกจากเศษทองแดงสนิมเขรอะและเหรียญเงินหมองๆ แล้ว ยังมีเหรียญทองบอเซียที่ส่องประกายแวววาวอยู่อีกหลายเหรียญ
เรื่องนี้ทำให้เมอร์ฟีมองผู้เล่นตัวน้อยที่หอบแฮกๆ ทั้งสองด้วยสายตาสงสัยจริงๆ ว่าพวกเขาไปหาของพวกนี้มาจากไหนกันแน่?
เขาอยู่ที่นี่มาตั้งเดือนนึง ของที่หาได้ในคฤหาสน์ยังไม่เท่ากับที่เจ้าสองคนนี้หาเจอในเวลาแค่ 30 นาทีเลย
นี่สินะ... พรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวของผู้เล่น?
"อืม พวกเจ้าทำได้ดีมาก! ข้าขอชมจากใจจริง เหล่านักรบจากต่างมิติ"
เมอร์ฟีดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา แล้วเอ่ยกับผู้เล่นทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น:
"ข้าได้เห็นศักยภาพที่เฉลียวฉลาดของพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าคือผู้ช่วยที่ข้าต้องการอย่างยิ่ง! ตอนนี้ จงกลับไปยังโลกของพวกเจ้าเสีย และเตรียมตัวให้พร้อม!
หลังจากที่ข้าจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ข้าจะอัญเชิญพวกเจ้าและเหล่าวิญญาณจากต่างมิติที่ข้าคัดเลือกไว้มาอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าจะได้รับเกียรติสูงสุดในการเข้าร่วมแผนการใหญ่ของข้า!
หึๆ ข้าตั้งตารอที่จะได้พบพวกเจ้าอีกครั้งนะ
อ้อ จริงด้วย พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้าง?
โปรดเข้าใจด้วย ข้าจำเป็นต้องบันทึกช่วงเวลานี้ไว้ เพื่อให้เหล่านักกวีได้นำไปขับขานถึงจุดเริ่มต้นแห่งตำนานของข้าและพวกเจ้าในอีกร้อยปีข้างหน้า"
เมื่อเผชิญกับคำถามของเมอร์ฟี ผู้เล่นทั้งสองหันมามองหน้ากัน ยืดอกขึ้นแล้วตะโกนออกมาพร้อมกันว่า:
"ข้าชื่อ 'อู๋เมียวหวัง' (ราชาเมี้ยว)!"
"ข้าชื่อ 'ไต้โถวต้าเกอ' (ลูกพี่ใหญ่)!"
"สมกับเป็นผู้เล่นตัวน้อยที่ข้าเลือกมา ชื่อแม่มโครตจะบ้าบอ เลย! ช่างเป็นนามธรรมจริงๆ"
เมอร์ฟีแอบจิกกัดในใจพลางยกนิ้วโป้งให้ แต่ภายนอกเขากลับพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และยิ้มกว้างออกมาอย่างที่ NPC ผู้ทรงเกียรติควรจะทำ:
"ช่างเป็นชื่อที่วิเศษยิ่งนัก เหมาะสมกับความเฉลียวฉลาดและความกล้าหาญของพวกเจ้าอย่างยิ่ง ถ้าอย่างนั้น เหล่านักรบของข้า... ไว้เราพบกันใหม่"
เขายกมือขึ้น สั่งยกเลิกการอัญเชิญ
ร่างกายของผู้เล่นทั้งสองสลายกลายเป็นจุดแสงอย่างรวดเร็วและหายไปต่อหน้าต่อตาเขา เหมือนกับภาพย้อนกลับของการถักทอด้วยพลังจิตตอนขามา สุดท้ายเหลือเพียงกลุ่มแสงที่วนเวียนรอบตัวเมอร์ฟีแล้วร่วงหล่นลงสู่พื้น
【ภารกิจแนะนำผู้เล่นใหม่ (2/6): การทดสอบการใช้งานพื้นฐาน (เสร็จสิ้น)】
【รางวัล: ปลดล็อกฟังก์ชันการรับรู้และตรวจสอบ 】
【คำแนะนำ: ตอนนี้เจ้าสามารถตรวจตราเป้าหมายและรับข้อมูลบางส่วนได้แล้ว แต่การกระทำนี้อาจถูกตรวจจับได้และมีความเสี่ยงระดับหนึ่ง】
【คำอธิบายจากผู้พัฒนา: การจะใช้ความสามารถนี้ให้ดีมีเงื่อนไขสำคัญสองข้อ ข้อแรก เจ้าต้องไม่ใช่พาลาดิน! ข้อสอง เจ้าต้องไม่มีนิสัยชอบถีบประตูร้านเหล้า แต่ถ้าเจ้าเจ๋งพอและไม่เกี่ยงเรื่องลบตัวละครสร้างใหม่ งั้นที่ข้าพูดมาข้างต้นก็ถือว่าข้าไม่ได้พูดแล้วกัน】
【ภารกิจแนะนำผู้เล่นใหม่ (3/6): การต่อสู้จริงครั้งแรก สั่งการพนักงานทดสอบให้ทำการทดสอบการต่อสู้จริงขั้นพื้นฐาน (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การโจมตี, การหลบหลีก, การพุ่งเข้าใส่, การตาย และการปลดปล่อยวิญญาณ)】
【รางวัล: รหัสเชิญทดสอบ +5, ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่】
【คำอธิบายจากผู้พัฒนา: ในเมื่อเจ้าเรียนรู้วิธีเดินและกระโดดแล้ว งั้นตอนนี้ลองไปฆ่ามังกรเล่นดูสักตัวสิ】
"?! ความยากภารกิจนี่พุ่งปรี๊ดเลยนะ แล้วคำอธิบายบ้านี่มันอะไรกัน? เหอะ ตอนนี้อารมณ์ดีหรอกนะ จะไม่ถือสาเจ้าแล้วกัน"
เมอร์ฟีเบะปากแล้วมองซ้ายมองขวา ก่อนจะก้มลงเก็บกองเงินที่อยู่บนพื้น แล้วฮัมเพลงเดินออกจากคฤหาสน์ไปซื้อเสบียงและเหล้า เตรียมไว้เพื่อไม่ให้ "เจ้าแม่ขยะ" ทรีซต้องหิวตายในช่วงที่เขาไม่อยู่
แวมไพร์ดวงซวยเดินเลาะเงากำแพงเพื่อหลบแสงแดด ฝีเท้าของเขาเบาสบาย เขายิ้มออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ และพยักหน้าทักทายทุกคนที่เดินผ่านอย่างมีไมตรี
เน้นคอนเซปต์ "ความสง่างาม" เป็นหลัก
ทว่าในใจนั้น เมอร์ฟีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง:
"พวกผู้เล่นตัวน้อยนี่ใช้ดีชะมัด เป็นไอเทมล้ำค่าสำหรับการใช้ชีวิต เดินทาง และลอบสังหารจริงๆ แม้ตอนนี้จะยังนึกไม่ออกว่าแผนการใหญ่ของข้าคืออะไร แต่เมื่อมีพวกเจ้าแล้ว เรื่องใหญ่ในวันหน้าข้าจะกลัวอะไรอีกล่ะเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า!
จงสั่นสะเทือนเสียเถอะโลกใบนี้!
ตำนานบทหนึ่ง กำลังจะเจิดจรัสขึ้นนับตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป!"