- หน้าแรก
- จักรวรรดิฮอลลีวูด โปรดิวเซอร์เกิดใหม่
- บทที่ 9 วิกฤตถอนทุน และทางรอดในนาทีสุดท้าย
บทที่ 9 วิกฤตถอนทุน และทางรอดในนาทีสุดท้าย
บทที่ 9 วิกฤตถอนทุน และทางรอดในนาทีสุดท้าย
เข้าสู่วันที่สามของการถ่ายทำ Saw เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
นักลงทุนรายย่อยที่หลินโม่ติดต่อผ่านเพื่อนไว้ ซึ่งเดิมรับปากว่าจะลงขัน 50,000 ดอลลาร์เพื่อช่วยโปะค่าทำอุปกรณ์และค่าตัวนักแสดง จู่ๆ ก็โทรมาขอยกเลิกการลงทุน
"คุณหลิน ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่บ้านผมมีเรื่องด่วนต้องใช้เงิน ผมคงต้องขอดึงเงินก้อนนี้กลับ" น้ำเสียงของปลายสายแม้จะกล่าวขอโทษ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความขอไปที
หลินโม่จับสังเกตความผิดปกติได้ทันที "มีใครไปพูดอะไรกับคุณหรือเปล่าครับ?"
นักลงทุนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับสารภาพ "คนจากยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส มาหาผม เขาบอกว่าหนังแนวดาร์กๆ อย่าง Saw ไม่มีตลาดหรอก แนะนำไม่ให้ผมเอาเงินไปละลายแม่น้ำเล่น แถมยังขู่อีกว่าสตาร์ไลท์ พิคเจอร์ส ใกล้จะเจ๊งแล้ว ต่อให้หนังเสร็จก็หาที่ฉายยาก ผมจะสูญเงินเปล่า"
หัวใจของหลินโม่ดิ่งวูบ เขาไม่คิดว่าค่ายยักษ์ใหญ่จะระแวดระวังหนังทุนต่ำเรื่องนี้ถึงขนาดใช้วิธีสกปรกมาสกัดดาวรุ่ง การแทรกแซงของยูนิเวอร์แซลไม่เพียงทำให้เสียเงิน 50,000 ดอลลาร์ แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อการหาช่องทางจัดจำหน่ายในอนาคตด้วย
"ผมเข้าใจครับ" หลินโม่วางสาย สีหน้าเคร่งเครียด แม้เงิน 50,000 ดอลลาร์จะไม่ใช่จำนวนมหาศาล แต่สำหรับสตาร์ไลท์ พิคเจอร์ส ในตอนนี้ มันคือน้ำบ่อทรายที่จำเป็นอย่างยิ่ง การขาดเงินก้อนนี้ทำให้งบที่ตึงตัวอยู่แล้วเข้าขั้นวิกฤตทันที ค่าทำอุปกรณ์ก็เริ่มค้างจ่ายโรงงาน ค่าตัวนักแสดงงวดสุดท้ายก็ยังไม่มี
"คุณหลิน เกิดอะไรขึ้นครับ?" อัลเลนรีบถามเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของหลินโม่
"นักลงทุนถอนทุนครับ" หลินโม่ตอบ "ยูนิเวอร์แซลเข้ามาแทรกแซง บอกว่าหนังเราไม่มีตลาด"
บรรยากาศในออฟฟิศอึมครึมลงทันตา ซูซานร้อนใจจนแทบเต้นเร่า "แล้วจะทำยังไงดีคะ? โรงงานทำพร็อพทวงเงินยิกๆ ขู่ว่าจะหยุดทำ 'กับดักหมี' ถ้าไม่ได้เงิน พวกนักแสดงก็เริ่มถามถึงค่าตัวงวดสุดท้าย ขืนช้ากว่านี้พวกเขาอาจประท้วงหยุดงานได้นะ"
ไมค์เองก็ขมวดคิ้วแน่น "ยูนิเวอร์แซลทำเกินไปแล้ว! กะจะบีบเราให้ตายเพราะกลัวเราไปแย่งส่วนแบ่งตลาดชัดๆ"
เจมส์ วาน เดินเข้ามาหา น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "คุณหลิน ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร การถ่ายทำต้องเดินหน้าต่อนะครับ เราถ่ายมาได้สามวันแล้ว ถ้าหยุดตอนนี้ เท่ากับความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่าหมด"
หลินโม่พยักหน้า เขารู้ว่าถอยตอนนี้คือตายสถานเดียว ต้องหาทางแก้ปัญหาเรื่องเงินให้ได้ ความคิดต่างๆ แล่นเข้ามาในหัว จะยืมเพื่อน? เขาเพิ่งกลับมาเกิดใหม่ ไม่มีคอนเนกชันเลย จะกู้แบงก์เพิ่ม? บ้านก็จำนองไปแล้ว ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอีก จะขายหุ้นบริษัท? เขาก็ไม่อยากเสียอำนาจควบคุมในจังหวะที่บริษัทกำลังจะฟื้นตัว
ทันใดนั้น ความทรงจำจากชีวิตก่อนก็ผุดขึ้นมา ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2001 หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ดิ่งลงระยะสั้นๆ มันจะดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหุ้น Apple ที่ราคาพุ่งขึ้นถึง 30% ภายในสัปดาห์เดียวหลังเปิดตัวเครื่องเล่น MP3 รุ่นใหม่
"นึกออกแล้ว!" ดวงตาของหลินโม่สว่างวาบ "เราเล่นหุ้นกัน เอาเงินกำไรระยะสั้นมาอุดรูรั่ว"
"เล่นหุ้นเหรอคะ?" ทุกคนตะลึง ไม่นึกว่าหลินโม่จะเสนอวิธีเสี่ยงตายแบบนี้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
"คุณหลิน ตลาดหุ้นความเสี่ยงสูงมากนะคะ ถ้าขาดทุนขึ้นมา เราจบเห่แน่" ซูซานท้วงด้วยความกังวล
"เราไม่มีทางถอยแล้ว" หลินโม่ยืนกราน "ผมพอมีความรู้เรื่องตลาดหุ้นอยู่บ้าง และรู้ว่าตัวไหนกำลังจะขึ้น ตอนนี้เรามีเงินฉุกเฉินเหลืออยู่ 30,000 ดอลลาร์ ถ้าทุ่มหมดหน้าตัก ภายในหนึ่งสัปดาห์เราน่าจะทำกำไรได้พอแก้ปัญหา"
ความจริงหลินโม่ก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย แต่นี่เป็นทางเลือกเดียวที่มี เขาต้องเดิมพันว่าความทรงจำของเขาถูกต้อง
"ผมเห็นด้วย" จู่ๆ เจมส์ วาน ก็พูดขึ้น "ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แทนที่จะนั่งรอความตาย สู้เราเสี่ยงดวงดูสักตั้งดีกว่า ผมเชื่อใจการตัดสินใจของคุณหลิน"
อัลเลนและซูซานมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าตกลง พวกเขารู้ว่าหลินโม่ไม่ใช่คนบ้าระห่ำ ถ้าเขากล้าเสนอวิธีนี้ แสดงว่าต้องมีความมั่นใจพอสมควร
บ่ายวันนั้น หลินโม่เปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และทุ่มเงินฉุกเฉิน 30,000 ดอลลาร์ทั้งหมดซื้อหุ้น Apple ในช่วงไม่กี่วันต่อมา เขาคอยเฝ้าดูกระดานหุ้นทุกครั้งที่มีเวลาว่างจากการกองถ่าย
วันแรก หุ้น Apple ร่วงลง 2% เงินในพอร์ตหายไป 600 ดอลลาร์ ซูซานมองอย่างกระวนกระวาย "คุณหลินคะ คัตลอสนอนนี้ดีไหม? ขืนลงอีก เงินฉุกเฉินเราจะหมดนะ"
"รออีกนิดครับ" หลินโม่ตอบเสียงเรียบ "ผมคาดว่าพรุ่งนี้จะดีดตัวกลับ"
วันที่สอง Apple ประกาศยอดขายเครื่องเล่น MP3 รุ่นใหม่ ซึ่งถล่มทลายเกินความคาดหมายของตลาด ราคาหุ้นเริ่มดีดกลับขึ้นมาจริงๆ บวกไป 5% พอร์ตกลับมามีกำไร 900 ดอลลาร์
วันต่อๆ มา หุ้น Apple ยังคงไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง จนพุ่งสูงถึง 35% ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลินโม่รู้จังหวะเข้าทำกำไร ตัดสินใจเทขายหุ้นทิ้งทันที หักค่าธรรมเนียมแล้วได้กำไรมาเหนาะๆ 10,500 ดอลลาร์
เมื่อรวมกับเงินต้น พวกเขาไม่เพียงแต่อุดช่องว่าง 50,000 ดอลลาร์จากการถอนทุนได้ แต่ยังมีเงินเหลือพอจ่ายค่าทำอุปกรณ์งวดสุดท้ายและค่าตัวนักแสดงได้อย่างสบายๆ
"เรารอดแล้ว!" ซูซานกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจเมื่อเห็นตัวเลขในบัญชี
"คุณหลิน คุณนี่สุดยอดจริงๆ!" อัลเลนอดชื่นชมไม่ได้
หลินโม่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ยกภูเขาออกจากอกได้เสียที วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเรื่องเงิน แต่ยังทำให้ทีมงานเหนียวแน่นกันมากขึ้น เขารู้ว่านี่เป็นเพียงด่านแรก และยังมีอุปสรรครออยู่อีกมาก แต่ตราบใดที่พวกเขาร่วมแรงร่วมใจกัน ก็ไม่มีอะไรที่จะผ่านไปไม่ได้