- หน้าแรก
- รีสตาร์ท : ระบบผู้อำนวยการมือใหม่ พลิกฟื้นวิทยาลัยของตระกูล
- บทที่ 46 ที่นี่คือแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของศิลปะการทำอาหารจีนงั้นหรือ?
บทที่ 46 ที่นี่คือแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของศิลปะการทำอาหารจีนงั้นหรือ?
บทที่ 46 ที่นี่คือแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของศิลปะการทำอาหารจีนงั้นหรือ?
เหตุผลที่ทำให้แอนนาตาเป็นประกายทันที
ก็เพราะว่า...เมนูบนป้ายวันนี้ เป็นอาหารที่หาได้ยากมากในต่างประเทศ
โดยทั่วไป อาหารอิตาเลียนในต่างแดนที่ไม่ใช่ในประเทศอิตาลีมักเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น พิซซ่า กับพาสต้าแบบง่าย ๆ
แต่ลาซานญ่า ซึ่งถือเป็นอาหารดั้งเดิมของอิตาลี กลับแทบไม่เคยเห็นเลย
พาสต้าแบบเกี๊ยวอิตาเลียนก็เช่นกัน (Gnocchi)
แม้จะเรียกว่า “เกี๊ยว” เหมือนจีน แต่ก็เป็นคนละแบบโดยสิ้นเชิง
แป้งนอกห่อทำจากแป้งพาสต้าอิตาเลียน ภายในยัดไส้ด้วยชีส ซอสเนื้อ และผักต่าง ๆ
ด้านบนของเกี๊ยวจะราดด้วยซอสอีกชั้น
แค่นึกถึง...แอนนาก็แทบจะกลืนน้ำลายแล้ว
ยังมีพิซซ่ามะเขือเทศอีก
พิซซ่าที่ขายกันทั่วโลก มักไม่ค่อยมีสูตรมะเขือเทศล้วน เพราะหน้าตาดูธรรมดา ราคาก็ตั้งสูงไม่ได้
ดังนั้นร้านฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่จึงไม่เลือกทำพิซซ่าประเภทนี้
แต่สำหรับชาวอิตาเลียนแล้ว พิซซ่ามะเขือเทศ คือพิซซ่าที่คลาสสิกและเป็นที่นิยมมากที่สุด
ส่วนซุปข้น...ไม่ต้องพูดถึงเลย
ร้านทั่วไปมักมีแค่ซุปบอร์ชหรือซุปเห็ด ไม่มีซุปสไตล์อิตาเลียนเลยด้วยซ้ำ
สรุปคือ
แค่เห็นเมนูวันนี้เท่านั้น
แอนนาที่ไม่ได้คาดหวังอะไรตั้งแต่แรก ถึงกับตาเป็นประกายทันที
“ไม่เลวใช่มั้ยล่ะ?”
เพื่อนสาวข้าง ๆ ถามยิ้ม ๆ
แอนนาพยักหน้าเบา ๆ “เมนูน่าสนใจจริง ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่ารสชาติจะดีหรือเปล่า…”
ระหว่างที่พูด...โรงอาหารก็เปิดให้บริการแล้ว
นักเรียนที่ต่อคิวอยู่ด้านนอกหลายร้อยคน ทยอยกันเดินเข้าไปเป็นสาย
เพื่อน ๆ รีบดึงแขนแอนนาให้เดินตามเข้าไป “รีบไปเข้าแถวเร็ว พวกเขาเปิดแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นนะ มากันช้าอาจจะไม่ได้กินเลยก็ได้!”
แอนนามองดูแถวยาวเหยียด
พลันนึกในใจอีกครั้ง...คนจีนเยอะจริง ๆ
ในอิตาลี แทบจะไม่มีทางเห็นภาพแบบนี้
ปกติแอนนาไม่ชอบการเข้าแถวเลย
แต่ในเวลานี้ ยืนอยู่ในโรงอาหาร ได้กลิ่นหอมของพิซซ่ามะเขือเทศที่เพิ่งอบเสร็จลอยมาในอากาศ
แอนนาก็เผลอเม้มปากเบา ๆ อย่างอดใจไม่อยู่
สำหรับการรอคิวครั้งนี้ เธอไม่ได้รู้สึกฝืนใจเลยสักนิด
ในตอนนี้ สิ่งที่เธออยากทำมีเพียงอย่างเดียว
คือ...ได้ลองลิ้มรสอาหารพวกนั้น
อยากรู้ว่าอาหารอิตาเลียนร้านนี้ รสชาติเหมือนบ้านเกิดหรือเปล่า?
…
หนึ่งชั่วโมงถัดมา
กลุ่มของแอนนาก็ได้อาหารมาในที่สุด
หาที่นั่งกันได้แล้วก็เริ่มสำรวจอาหารบนโต๊ะ
“อ้อ... ลาซานญ่าไม่ใช่พาสต้าแบบเส้นๆ สินะ?”
“เกี๊ยวแบบนี้ก็ไม่เหมือนของจีนเรานะ!”
“ไส้ข้างในเป็นชีสล้วน ๆ แคลอรี่คงพุ่งกระฉูดแน่ ๆ…”
“พิซซ่านี่หน้าธรรมดามากเลยนะ แค่มีซอสมะเขือเทศ ชีส แล้วก็มีใบไม้อะไรนิดหน่อย แต่กลิ่นมะเขือเทศหอมใช้ได้เลย!”
“แอนนา นี่รสชาติต้นตำรับรึเปล่า?”
แอนนาได้ยินแล้วก็พยักหน้าทันที
แม้จะยังไม่ได้กิน
แต่แค่รูปลักษณ์ สีสัน และกลิ่นหอมที่ลอยมานั้น…
นี่แหละ รสชาติของบ้านเกิด
ในตอนนั้น แอนนาไม่รอให้ใครพูดอะไรอีก
หยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วคีบไปที่เกี๊ยวอิตาเลียนทันที
เกี๊ยวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านบนราดซอสเห็ดหอม
กลิ่นหอมฟุ้งมาแต่ไกล
แอนนาใช้ตะเกียบคีบขึ้นมา แล้วกัดเบา ๆ ไปหนึ่งคำ
ทันใดนั้น ดวงตาของแอนนาก็หรี่ลงเหมือนพระจันทร์เสี้ยว
ชีสร้อน ๆ ที่กำลังละลาย เคล้ากับไส้ผักโขม ถั่ว และกลิ่นพริกไทยดำอ่อน ๆ ระเบิดรสชาติเต็มปาก
รสชาตินั้นทำเอาแอนนาแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
นี่แหละ
นี่คือรสชาติของบ้านเกิด
อร่อย…
อร่อยเหลือเกิน
อร่อยกว่าที่เธอเคยกินที่บ้านเสียอีก
ไส้ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้รสชาติของวัตถุดิบแต่ละชนิดชัดเจน
บวกกับซอสเห็ดที่เนียนนุ่มเข้มข้น
สำหรับแอนนาที่จากบ้านมาครึ่งปีแล้ว คำนี้...คือความสุขสูงสุดในช่วงเวลาหลายเดือนเลย
เธอกินเกี๊ยวจนหมดในพริบตา
แล้วจึงหันไปมองลาซานญ่าบนถาดอย่างคาดหวัง
เกี๊ยวยังอร่อยขนาดนี้
แล้วลาซานญ่าจะขนาดไหนกัน?
ไม่ทันไร ดวงตาของแอนนาก็โค้งเป็นพระจันทร์อีกครั้ง
แผ่นแป้งเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สลับกับซอสเนื้อ
เนื้อสัมผัสแน่น แต่ไม่แห้ง รสเข้มข้น แยกชั้นชัดเจน
ยิ่งโปะด้วยชีสละลายด้านบน ยิ่งเหมือนสวรรค์ในปาก
อร่อย...อร่อยจริง ๆ
จากนั้น แอนนาก็หยิบพิซซ่ามะเขือเทศขึ้นมาแผ่นหนึ่ง
แล้วกัดคำแรกลงไป...
รสชาติสดชื่นของมะเขือเทศ ผสานกับกลิ่นหอมของใบโหระพาและน้ำมันมะกอก
แค่กัดคำแรก ก็เต็มไปด้วยรสธรรมชาติอย่างแท้จริง
แอนนาเคยกินพิซซ่ามะเขือเทศในร้านมิชลินสามดาวที่บ้านเกิด
เมื่อเทียบกันแล้ว...
พิซซ่าของโรงอาหารวิทยาลัยซิงเฉิน แม้รสมะเขือเทศจะไม่เหมือนกันนัก
เพราะพิซซ่าในอิตาลีมักใช้มะเขือเทศพันธุ์ท้องถิ่นจากนาโปลี
ซึ่งแน่นอนว่าคงหาซื้อในจีนไม่ได้
แต่ในความรู้สึกของแอนนา พิซซ่าของที่นี่ก็ไม่ได้ด้อยไปเลย
ให้รสชาติและกลิ่นสัมผัสที่ต่างออกไปแต่ดีไม่แพ้กัน
แอนนาเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย รวดเร็วราวกับลมพายุ
จนหมดจาน แล้วยกซดซุปข้นอิตาเลียนอย่างสุขใจ
แม้ท้องจะอิ่มแน่นแล้ว
แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนยังไม่พอใจ
“ฉันอยากกินพิซซ่าอีกชิ้น เอากลับไปกินกับกาแฟตอนช่วงบ่าย!”
เพื่อน ๆ ของแอนนา แม้จะคิดว่าอาหารอร่อยดีเหมือนกัน
แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นตื่นเต้นเหมือนแอนนา
อย่างกับได้ลิ้มรสของอร่อยระดับโลก
แต่อีกด้านก็เข้าใจได้
เพราะแต่ละคนเติบโตมาต่างถิ่น รสชาติที่คุ้นเคยย่อมต่างกัน
แค่คนจีนภาคเหนือไปกินอาหารเส้นแบบภาคใต้ บางคนยังไม่ชอบเลย
นี่ข้ามประเทศ แถมยังข้ามวัฒนธรรมอาหารอีก
ดังนั้นสำหรับคนส่วนใหญ่ คงแค่อยากลองอะไรแปลกใหม่
พอได้ยินแอนนาพูดแบบนั้น เพื่อนก็หัวเราะแล้วแซวกลับว่า
“ฉันเพิ่งเคยเห็นแอนนาตื่นเต้นแบบนี้ครั้งแรกเลยนะ!”
“แต่ฉันว่าเธอคงไม่ได้กินเพิ่มแล้วล่ะ ดูสิ โรงอาหารใกล้ปิดแล้ว แถวยังยาวอยู่เลย!”
แอนนามองแถวแล้วทำหน้ามุ่ยอย่างเสียดาย
ใช่จริง ๆ ด้วย คงไม่ได้กินเพิ่มแล้ว
แต่ก็...อร่อยจริง ๆ นี่นา
อาหารอิตาเลียนของโรงอาหารจีนแห่งนี้ อร่อยยิ่งกว่าร้านในอิตาลีหลายแห่งที่เคยกินมาอีก
รสชาตินี่เทียบได้กับร้านระดับมิชลินเลย
น่าเหลือเชื่อจริง ๆ
ในจีน...ทำไมถึงมีอาหารอิตาเลียนที่ทั้งต้นตำรับและอร่อยขนาดนี้?
“โรงอาหารนี่จ้างเชฟอิตาเลียนมาทำเหรอ?”
แอนนาล้มเลิกความคิดจะต่อคิว แล้วถามด้วยความสงสัย
เพื่อน ๆ ส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ใช่นะ นี่เป็นโรงเรียนสอนทำอาหาร เชฟในโรงอาหารล้วนเป็นนักเรียนที่นี่เองแหละ…”
“ตอนไปตักอาหารเมื่อกี้ เธอไม่ได้สังเกตเหรอ?”
แอนนาถึงกับนิ่งไป
เมื่อกี้มัวแต่ตื่นเต้นกับอาหารตรงหน้า เลยไม่ทันได้สังเกตเลย
แต่ว่า...เป็นนักเรียน?
นักเรียนในโรงเรียนสอนทำอาหารของจีน
กลับทำอาหารอิตาเลียนได้อร่อยยิ่งกว่าร้านในอิตาลีเสียอีก?
นี่มันเกินไปแล้วจริง ๆ
โรงเรียนนี้...สุดยอดเกินไปแล้ว
น่าเหลือเชื่อจริง ๆ รสชาติให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในย่านเมืองเก่าที่มีโบสถ์ และบรรยากาศสไตล์อิตาลีเลย
“ที่นี่...เป็นเหมือนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของศิลปะการทำอาหารของจีนเหรอ?”
ในวินาทีนั้น แอนนารู้สึกเคารพสถานที่ที่ชื่อว่า ‘วิทยาลัยซิงเฉิน’ แห่งนี้อย่างจริงจังเพราะความรู้สึกของรสชาติแบบบ้านเกิด แม้ก่อนหน้านี้จะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยก็ตาม
คำพูดนั้นทำเอาเพื่อน ๆ พากันหัวเราะออกมา
พูดกันตรง ๆ พวกเธอที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยกลุ่ม 211 ยังมองว่าวิทยาลัยเอกชนแบบนี้เป็นแค่ “โรงเรียนไก่กา” ด้วยซ้ำ
แต่ถ้าให้พูดถึงฝีมือด้านการทำอาหารล่ะก็
วิทยาลัยซิงเฉินก็ถือว่าเหนือชั้นจริง ๆ
อย่างน้อย ตอนนี้ในหมู่นักศึกษาทั้งเมืองเทียนไห่
ชื่อของวิทยาลัยซิงเฉินกลายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วแล้ว
โรงอาหารคนเยอะมาก แม้จะเปิดพัดลมดูดอากาศทั้งวันก็ยังรู้สึกอบอ้าว
แอนนากินมากเกินไปอีกต่างหาก
พวกเธอเดินช้า ๆ ออกจากโรงอาหาร
ระหว่างเดินออก แอนนาก็ยังหันไปมองโรงอาหารของวิทยาลัยซิงเฉินด้วยสายตาเสียดาย
ตอนนี้ แววตาของแอนนาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ก่อนหน้านี้ เธอเคยคิดจะเลิกเรียน แล้วกลับไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอิตาลีแทน
แต่ตอนนี้ เธอเปลี่ยนใจแล้ว
แค่มีโรงอาหารแห่งนี้ ที่ประเทศจีนก็ยังสามารถกินอาหารรสชาติบ้านเกิดได้
มันคือความสุขจริง ๆ
พอได้หยุดพัก เธอจะต้องรีบบอกพ่อแม่กับน้องชายให้ได้
บอกพวกเขาว่า...ในจีนมีโรงอาหารแห่งหนึ่ง ที่ทำอาหารอิตาเลียนได้ทั้งต้นตำรับ ทั้งอร่อย ราวกับมิชลินสามดาวยังไงยังงั้น
(จบบท)