เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 เรียนทำอาหาร ต้องมาที่วิทยาลัยซิงเฉิน!

บทที่ 36 เรียนทำอาหาร ต้องมาที่วิทยาลัยซิงเฉิน!

บทที่ 36 เรียนทำอาหาร ต้องมาที่วิทยาลัยซิงเฉิน!


เต้าหู้ยี้รสเค็มอร่อยเกินคาด

แล้วแผ่นแป้งทอดห่อผักนี่ล่ะ?

ฉินไห่จี้ใช้สองมือหยิบถุงกระดาษขึ้นมา มองเห็นได้ชัดเจนว่า บนแผ่นแป้งสีขาวนั้นมีต้นหอมเขียวประปรายแต้มอยู่

กลิ่นหอมเย้ายวนของต้นหอมโชยแตะจมูก

ฉินไห่จี้ไม่ใช่นักชิมอาหารอะไรนัก

จึงไม่ได้ใส่ใจรูปลักษณ์มากนัก แต่กัดลงไปคำหนึ่ง

แล้วในวินาทีนั้นเอง ฉินไห่จี้ก็หลับตาลงเล็กน้อย

สัมผัสของแผ่นแป้งทอดห่อผักนี้ ชัดเจนว่าออกแบบมาให้ถูกปากชาวทางใต้

คนทางใต้ส่วนใหญ่ไม่ชอบกินของที่แห้งเกินไป

แต่เมนูที่นักเรียนของวิทยาลัยซิงเฉินทำออกมา

แป้งนุ่มละมุน กัดลงไปแล้วให้ความรู้สึกหยุ่นหน่อย ๆ แต่ก็ยังคงความนุ่มแบบขนมปังไว้ได้

ตัวแป้งดูดซับน้ำซุปจากผักที่อยู่ข้างใน

แม้ว่าผักในไส้จะไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก แต่สดใหม่

เมื่อกินกับแป้งแบบนี้ รสสัมผัสออกมาลงตัวมาก

สดชื่น ลื่นคอ ในฤดูร้อนที่อบอ้าวนี้ทำให้รู้สึกสดใสขึ้นมาได้เลย

“จะทำแป้งให้ออกมาในระดับนี้ได้ ไม่ใช่แค่ต้องมีสัดส่วนแป้งและน้ำที่พอดี ตอนทอดก็ต้องควบคุมไฟและเวลาได้อย่างแม่นยำด้วย”

“นักเรียนวิทยาลัยซิงเฉิน มีฝีมือถึงขั้นนี้?”

ตอนนี้เอง ฉินไห่จี้ถึงกับเริ่มสงสัยในชีวิต

แค่ผสมแป้ง ทอดแผ่นแป้ง ใครก็ทำได้

แต่จะทำให้ออกมาถึงระดับนี้ได้ ต้องดูฝีมือ ดูเซนส์ล้วน ๆ

เต้าหู้ยี้รสเค็มก่อนหน้านี้ ฉินไห่จี้ยังสงสัยว่าน้ำราดเต้าหู้ยี้นั้นเป็นฝีมือนักเรียนหรือไม่

แต่แผ่นแป้งทอดห่อผักนี่ เขาเห็นกับตาว่านักเรียนทำอยู่ในครัวด้านหลัง

ไม่มีทางสงสัยได้เลย

“นักเรียนวิทยาลัยซิงเฉินมันจะเก่งเกินไปไหม? เพิ่งเรียนไปแค่สามเดือนกว่า ๆ ก็ทำได้ถึงขนาดนี้แล้ว?”

“ที่สำคัญคือ ไม่ได้มีแค่คนเดียวที่ทำได้แบบนี้ด้วย?”

อีกสามคนที่กินแผ่นแป้งทอดห่อผักอยู่ก็มีสีหน้าตกตะลึงไม่ต่างกัน

รสชาตินี้ ถ้าจะบอกว่าอร่อยเลิศอาจจะเกินไป

แต่บอกได้เลยว่า อร่อยจนคนส่วนใหญ่ต้องติดใจแน่นอน

เรียกว่ากินขาดร้านอาหารเช้าข้างนอกทั่วไปแน่นอน

ถ้าในหมู่พวกเขาสี่คน มีใครสักคนทำได้แบบนี้

เปิดร้านขายแผ่นแป้งทอดห่อผักที่หางโจว อาจจะได้ดาวมิชลินภายในไม่กี่ปีเลยก็ได้

สรุปก็คือ ณ ตอนนี้

ทั้งสี่คนของฉินไห่จี้ ไม่มีใครอยากพูดอะไรอีกแล้ว

วิทยาลัยซิงเฉินนี่โชคดีขนาดไหนกัน ถึงได้รับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้เข้ามาตั้งมากมาย

จากที่เคยตั้งใจจะมาดูถูก ตอนนี้มลายหายไปสิ้น

ความคิดเรื่องการรับกลับมาทำงานอีกครั้งที่ฉินไห่จี้คิดไว้ในใจ เริ่มรู้สึกว่าคงไม่มีทางเป็นจริง

อาหารเช้ายังถึงขั้นนี้ได้

แล้วอาหารกลางวันล่ะ?

ฉินไห่จี้กับพวกกินอาหารเช้าเสร็จก็ยังไม่กลับไป

แต่ตัดสินใจจะรออาหารกลางวันต่อ

เพราะตอนที่พวกเขากินอาหารเช้า ได้ยินนักเรียนพูดถึงเมนูกลางวัน

มีสี่เมนู เป็นเมนูบ้าน ๆ ธรรมดาทั่วไป

แต่ในใจพวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้

ไม่อยากเชื่อว่านักเรียนวิทยาลัยซิงเฉินจะเก่งเกินพวกเขาได้จริง ๆ

และเมื่อถึงเวลามื้อกลางวัน

หลังจากฝ่าความเหนื่อยยากในการต่อแถวจนได้อาหารมา

แค่เห็นหน้าตาและกลิ่นของสี่เมนูในถาดอาหาร

ฉินไห่จี้ก็รู้ตัวแล้วว่าตนเองแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มกิน...

และเมื่อกินเข้าไปคำแรก

ฉินไห่จี้ก็เงียบไป

อีกสามคนที่มากับฉินไห่จี้ก็เงียบไปพร้อมกัน

พวกเขาทั้งสี่คนฝีมือไม่ได้แย่อะไร อาหารที่ทำออกมาก็ไม่ถือว่าไม่อร่อย

แต่เรื่องอาหาร

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเปรียบเทียบ

พอมีให้เปรียบเทียบ ความต่างก็ชัดเจนทันที

ต่างลิ้มรสความอร่อยในปาก พลางมองดูความคึกคักในโรงอาหาร

หลังทานเสร็จก็ลองสังเกตถังขยะ ซึ่งแทบว่างเปล่า ไม่มีเศษอาหารเหลือเลย

ในใจของทั้งสี่คนที่มีฉินไห่จี้รวมอยู่ด้วย มีเพียงความรู้สึกหดหู่และความรู้สึกเหนือจริงปะปนกันไป

พวกเขาทำงานเป็นเชฟมานานนับสิบปี

แต่กลับถูกนักเรียนที่เพิ่งเรียนได้แค่สามเดือนกว่า ๆ แซงหน้าไปแบบง่าย ๆ แบบนี้?

แค่สามเดือนเองนะ

สมัยพวกเขาเริ่มต้น ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะผัดอาหาร ยังอยู่แค่ขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบเท่านั้น!

ที่สำคัญ นักเรียนสิบคนที่ทำอาหารกลางวัน

ยังไม่ใช่กลุ่มเดียวกับนักเรียนที่ทำอาหารเช้าเลยด้วยซ้ำ

วิทยาลัยซิงเฉินนี่โชคดีถึงเพียงไหน ถึงสามารถรับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ได้มากมายขนาดนี้?

แถมทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวันยังทำได้ดีเยี่ยมขนาดนั้น

แล้วอาหารเย็นล่ะ?

จะยังคงมีระดับแบบนี้อยู่อีกไหม?

วิทยาลัยซิงเฉินจะให้นักเรียนทุกคนเป็นอัจฉริยะ เรียนรู้ได้ดีหมดจริงหรือ?

ทั้งสี่คนที่ยังไม่ตัดใจก็เลยกัดฟันรอจนถึงตอนเย็น

แต่หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ

ทั้งสี่คนไม่เอ่ยอะไรอีก เดินจากโรงอาหารออกไปด้วยท่าทีหมดอาลัย

เมื่อกลับไปที่หอพักและเก็บของเรียบร้อยแล้ว

บนใบหน้าของฉินไห่จี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มขมขื่น แล้วจึงกล่าวประโยคแรกหลังมื้อเย็นว่า “ไม่แปลกใจเลยที่นักเรียนจะบ่นกันทุกวัน ต้องทำอาหารให้พวกอัจฉริะแบบนี้ โดนบ่นก็ถือว่าเรื่องธรรมดาเกินไปแล้ว!”

“ใช่เลย เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ทำอาหารอร่อยกว่าพ่อครัวโรงอาหารอีก ตั้งแต่เล็กจนโตมา ยังไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้เลย!”

“วันนี้ยังแค่สายอาหารซานตง ยังมีอีกสิบเอ็ดสายอาหารรออยู่ ถ้านี่ยังเก่งขนาดนี้ แล้วสายอื่นจะยิ่งขนาดไหนกันอีก?”

“ไปเถอะ ไปกันเถอะ อยู่ต่อไปฉันคงไม่มีความมั่นใจจะทำอาชีพเชฟอีกแล้ว!”

“วิทยาลัยนี้มันเกินไปจริง ๆ!”

ทั้งสี่คนโดนกระแทกทางใจอย่างรุนแรง

ถือกระเป๋าที่เก็บเรียบร้อย เดินออกจากประตูวิทยาลัยซิงเฉิน

ฉินไห่จี้หันหลังกลับไปมองคำว่า “วิทยาลัยซิงเฉิน” บนป้ายหน้าสถานศึกษา สีหน้าเต็มไปด้วยความซับซ้อน

เขาเคยคิดว่าผู้อำนวยการของที่นี่ยังเด็กเกินไป

ถึงได้ให้เด็กนักเรียนมาแทนพ่อครัวโรงอาหารเพียงเพราะนักเรียนร้องเรียน

แต่ไม่คาดคิดเลยว่า

คนที่ยังเด็กจริง ๆ ก็คือตัวเขาเอง!

ฉินไห่จี้แทบจินตนาการไม่ออกว่าแค่สามเดือนกว่า ๆ เท่านั้น

นักเรียนของวิทยาลัยซิงเฉินจะมีฝีมือพัฒนาได้ถึงระดับนี้

แล้วอีกสามปีข้างหน้า เมื่อเรียนจบออกไป

พวกเขาจะเก่งขึ้นถึงขั้นไหนกัน?

เกรงว่าคงไปเป็นหัวหน้าเชฟในโรงแรมระดับห้าดาวได้อย่างสบาย ๆ

และวิทยาลัยซิงเฉินนี้ ก็อาจทำได้ตามที่โฆษณาไว้จริง ๆ ว่า “เรียนจบมีงานทำแน่นอน”

ในเมื่อเด็กนักเรียนมีฝีมือขนาดนี้ ร้านอาหารดัง ๆ ที่ไหนก็ต้องแย่งตัว

แค่ชื่อเสียงแพร่กระจายออกไป คาดว่าไม่ทันเรียนจบดี

นักเรียนก็คงถูกจองตัวหมดแล้ว

ที่บ้านเกิดของฉินไห่จี้ เขามีหลานชายคนหนึ่ง

เรียนหนังสือไม่เก่ง ครอบครัวตั้งใจว่าหลังเรียนจบมัธยม จะให้มาเรียนทำอาหารกับเขา

เดิมทีฉินไห่จี้ก็ตกลงไว้แล้ว

แต่ตอนนี้ เขาเปลี่ยนใจ

ตั้งใจว่าจะโทรกลับไปบอกว่า

เรียนกับเขาไม่มีอนาคตหรอก

อยากเรียนทำอาหาร ต้องมาที่ซิงเฉิน!

ที่นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุด สำหรับเริ่มการเรียนรู้จริง ๆ!

โฆษณาของพวกเขา...ไม่ได้โกหกเลย

พ่อครัวโรงอาหารเดินจากไปอย่างหมดแรง

สะบัดแขนเสื้อโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย

การจากไปของพวกเขา ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมใด ๆ ให้กับวิทยาลัยซิงเฉินเลย

เวลานี้เอง กลุ่มนักศึกษาใหม่ของวิทยาลัยซิงเฉินก็คึกคักสุด ๆ

เพื่อน ๆ ทุกคนล้วนประเมินโรงอาหารวันนี้ในแง่บวกอย่างมาก!

คำชมต่าง ๆ ปรากฏขึ้นในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศคึกคักไม่หยุด

พร้อมกับเริ่มตั้งตารอเมนูของวันพรุ่งนี้

ทางด้านเย่เฉิน เมื่อเห็นรายงานยอดขายของโรงอาหารในวันนี้ ก็เผยรอยยิ้มพอใจออกมา

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 36 เรียนทำอาหาร ต้องมาที่วิทยาลัยซิงเฉิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว