- หน้าแรก
- อัศวินรัตติกาล ข้ามมิติยึดร่างไอ้แมงมุม
- บทที่ 20 ตามหาทนายความ
บทที่ 20 ตามหาทนายความ
บทที่ 20 ตามหาทนายความ
"ฉันนึกว่านายเป็นสัตว์หากินกลางคืน ไม่โผล่หัวมาตอนกลางวันซะอีก"
ในตึกเตี้ยร้างผู้คนแห่งหนึ่งในย่านเฮลส์คิทเช่น แบล็คแคทในชุดเสื้อครอปเอวลอยและกางเกงขาสั้นกุด นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ พูดกับแบทแมนที่อยู่ในชุดเกราะเต็มยศ
"อีกอย่าง ใส่ชุดนั้นกลางวันแสกๆ กะจะไปตีกับใคร? บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ขึ้นเตียงกับนายหรอก"
มุมปากของแบทแมนกระตุก เขายอมรับว่าแบล็คแคทสวยจริง หน้าท้องที่เป็นลอนสวยจากการออกกำลังกายโผล่พ้นเสื้อครอปสีขาวออกมาดูราวกับรูปสลัก ส่วนเว้าส่วนโค้งช่วงเอววาดเป็นเส้นสายที่นุ่มนวลและงดงาม
ขาเรียวยาวที่ทรงพลังทั้งสองข้างไขว่กันอย่างผ่อนคลาย เท้าขาวเนียนดุจหยกแกว่งไกวไปมากลางอากาศ... แบล็คแคทสวมรองเท้าส้นสูงสีขาวแบบเปลือยนิ้ว
"ฉันมาคุยเรื่องทนายกับเธอ"
ใบหน้าภายใต้หน้ากากของแบทแมนไร้ซึ่งอารมณ์
"ฉันกำลังปวดหัวเรื่องนั้นอยู่พอดี" แบล็คแคทถอนหายใจ "ตอนแรกก็เหมือนจะราบรื่น แต่พอทนายพวกนั้นได้ยินว่าเป้าหมายคือคิงพิน ก็พากันวิ่งหนีหางจุกตูด"
"ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว"
"เราต้องการทนายที่กล้าและเก่งพอ" แบทแมนกล่าว
"เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วน่า" แบล็คแคทกรอกตา "นายดูเป็นห่วงเรื่องนี้จังนะ?"
"เปล่า ฉันเองก็ต้องการทนายเหมือนกัน" แบทแมนตอบ "ฉันต้องช่วยนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งฟ้องออสบอร์นเอ็นเตอร์ไพรส์"
"ดูเหมือนออสบอร์นกรุ๊ปจะไปกระตุกหนวดเสือเข้าจริงๆ สินะ" แบล็คแคทยิ้ม "ฉันชักอยากรู้แล้วสิว่าใต้ชุดเกราะนั่นคือใครกันแน่ หรือจะเป็นตำนาน 'แวมไพร์' ที่กำลังดังในนิวยอร์กช่วงนี้?"
เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ชะโงกหน้ามองดูผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่เบื้องล่าง
"ยิ่งหาทนายได้ช้าเท่าไหร่ คิงพินก็จะฟอกเงินก้อนนั้นสำเร็จเร็วขึ้นเท่านั้น พอมันฟอกเงินจนขาวสะอาดแล้วผันตัวเป็นนักธุรกิจเต็มตัว การจะโค่นมันลงคงยากเลือดตาแทบกระเด็น"
พูดจบ ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านหลัง
แบล็คแคทหันกลับไปมองจุดที่แบทแมนเคยยืนอยู่ พบว่าเขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"...ฉันก็ไม่น่าจะขี้เหร่นะ ทำไมหมอนั่นถึงไม่อยู่คุยด้วยนานๆ หน่อยนะ?"
ด้วยความเซ็ง เธอเปิดหน้าต่างแล้วกระโดดออกไป
ที่สถานีตำรวจนิวยอร์กสาขาแมนฮัตตัน สารวัตรจอร์จ สเตซี่กำลังเร่งให้เจ้าหน้าที่คุมตัวมนุษย์ปลาหมึกขึ้นรถขนส่งผู้ต้องหา
รถขนส่งคันนี้ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษ ผนังทั้งสี่ด้านของตู้บรรทุกมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่าน และตัวถังก็ได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์ปลาหมึกหลบหนีระหว่างการขนย้าย
ต้องขอบคุณเบาะแสจาก "คนลึกลับคนนั้น" และรายชื่อเหยื่อที่อ็อกก์กู้คืนมาได้ ทำให้คดีมนุษย์ปลาหมึกคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากการไต่สวนตามขั้นตอนในวันนี้ มนุษย์ปลาหมึกย่อมต้องโทษประหารชีวิตอย่างแน่นอน
จอร์จ สเตซี่ปิดประตูตู้รถดังปัง แล้วโบกมือให้ขบวนรถคุ้มกัน ซึ่งเคลื่อนตัวออกไปอย่างสง่าผ่าเผย มุ่งหน้าสู่ศาล
"พ่อคะ เจ้าปลาหมึกนั่นอันตรายขนาดต้องใช้รถหุ้มเกราะคุ้มกันเลยเหรอคะ"
ข้างกายจอร์จ สเตซี่ เด็กสาวในเสื้อสีเหลืองอ่อนและกระโปรงลายสก๊อตเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เด็กสาวมีผมยาวสีบลอนด์อ่อน ใบหน้าขาวเนียนดุจกระเบื้องเคลือบ ผมบางส่วนถูกลมพัดมาปรกหน้าผาก ทำให้เครื่องหน้าอันจิ้มลิ้มของเธอยิ่งดูงดงามราวกับภาพวาด
"เกว็น พ่อบอกแล้วไงว่าอย่ามาโรงพักตอนพ่อทำงาน?" จอร์จ สเตซี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"หนูแค่สงสัย แล้วก็แค่อยากมาถามว่าเย็นนี้พ่อจะกลับไปกินข้าวบ้านไหม?" เกว็น สเตซี่ทำปากยื่น แสดงอาการงอนเล็กน้อย
"กลับสิ เพราะ 'คนคนนั้น' เอาแต่อาชญากรมาทิ้งไว้หน้าโรงพัก พ่อเลยไม่ได้เลิกงานเร็วมาหลายวันแล้ว" จอร์จ สเตซี่อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นลูกสาวทำหน้ามุ่ย
"จริงเหรอคะ?" รอยยิ้มดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเกว็นทันที "ว่าแต่ คนคนนั้น คือใครเหรอคะ?"
เมื่อเห็นลูกสาวคาดคั้น จอร์จ สเตซี่จึงเล่าเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาให้ฟังคร่าวๆ
"ดูเหมือนหมอนั่นจะเป็นพลเมืองดีที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นเหมือนสไปเดอร์แมนเลยนะคะ" เกว็นเปรยออกมาหลังจากฟังพ่อเล่า
เธอพูดไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่จอร์จ สเตซี่กลับมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที เขามองเกว็นด้วยสายตาดุๆ
"เขาเหมือนสไปเดอร์แมนตรงที่ ไม่ใช่พลเมืองดีที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น"
"สไปเดอร์แมนคิดว่าตัวเองเป็นคนที่บังคับใช้กฎหมายได้เพียงแค่สวมหน้ากาก บ่อยครั้งที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้ง ก็เจอแต่เศษกระจกเกลื่อนกลาดกับคนร้ายที่ถูกห้อยต่องแต่งด้วยใยแมงมุม... เจตนามันก็ดี แต่เขาทำงานคนเดียว และพาดหัวข่าวก็มีแต่เรื่องของเขา"
"ในช่วงที่เขาปรากฏตัว อัตราการลาออกของตำรวจทุกสถานีในนิวยอร์กพุ่งสูงขึ้น เพราะพวกเขารู้สึกไร้ค่า รู้สึกว่านิวยอร์กต้องการแค่สไปเดอร์แมน ส่วนตำรวจเป็นแค่คนงานคอยเก็บกวาดที่เกิดเหตุ"
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป นิวยอร์กจะกลายเป็นสวรรค์ของอาชญากรในไม่ช้า ลำพังสไปเดอร์แมนคนเดียวจะรับมืออาชญากรได้สักกี่คนกันเชียว?"
เกว็นตกใจกับสีหน้าจริงจังของพ่อ เธอหดคอแล้วถามเสียงเบา
"แล้ว... คนลึกลับคนนั้นล่ะคะ?"
"หมอนั่นก็เป็นแค่ผู้ก่อการร้ายที่ใช้ข้ออ้างเรื่องปราบปรามอาชญากรรมมาระบายความรุนแรงเท่านั้นแหละ" จอร์จ สเตซี่กล่าว
อ็อกก์ ผู้ช่วยของเขาเดินผ่านมาพอดี จึงรีบถามแทรกขึ้น
"เราควรออกหมายจับคนลึกลับนั่นไหมครับสารวัตร"
จอร์จ สเตซี่ส่ายหน้าทันที
"เราไม่รู้ชื่อ ไม่รู้หน้าตา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นคนหรือเปล่า ฟังจากคำให้การของคนร้ายเมื่อวาน มันอาจจะเป็นแวมไพร์ด้วยซ้ำ"
"ถึงคุณกับผมจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ออกหมายจับไปตอนนี้มีแต่จะทำให้ประชาชนแตกตื่นเปล่าๆ"
จอร์จ สเตซี่มองดูขบวนรถหุ้มเกราะที่คุ้มกันมนุษย์ปลาหมึกหายลับไปสุดถนน แล้วเดินกลับเข้าไปในสถานีตำรวจ
ในขณะเดียวกัน บนยอดตึกสูงแห่งหนึ่ง แบทแมนยืนอยู่ที่ขอบดาดฟ้า ก้มมองดูขบวนรถขนส่งนักโทษ
ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น จนกระทั่งมนุษย์ปลาหมึกถูกนำตัวใส่กรงขังและพาเข้าสู่ศาล แบทแมนจึงจากไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อกลับมาถึงอู่ต่อเรือร้าง แบทแมนไม่ได้ถอดชุดต่อสู้ เขาเปิดคอมพิวเตอร์ทันทีและเริ่มค้นหาข้อมูลของ "ซิลเวอร์เซเบิล"
การหาทนายของแบล็คแคทไม่มีความคืบหน้า และเรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้
อย่างที่แบล็คแคทบอก ทันทีที่เงินทุนของคิงพินถูกฟอกจนสะอาด โอกาสที่จะเล่นงานเขาก็จะเหลือเพียงน้อยนิด... และในฐานะคนที่มาจากบริษัทรักษาความปลอดภัย ซิลเวอร์เซเบิลย่อมต้องเกี่ยวข้องกับอิทธิพลมืดบ้างไม่มากก็น้อย และมีความเป็นไปได้สูงที่เธอจะรู้จักทนายที่ใจกล้าพอจะรับทำคดีของทั้งคิงพินและออสบอร์น
เขาไม่รู้ชื่อจริงของซิลเวอร์เซเบิล จึงใช้วิธีวาดภาพสเก็ตช์เพื่อให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลค้นหาอีกครั้ง
"ซิลเวอร์เซเบิล ชื่อจริง ซิลเวอร์ ซาบลินีว่า ลูกสาวของหัวหน้ากลุ่ม 'ไวลด์แพ็ค' ที่ก่อตั้งโดยรัฐบาล หลังจากพ่อของเธอเสียชีวิต กลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มทหารรับจ้างส่วนตัว และซิลเวอร์เซเบิลได้ก่อตั้ง 'ซิลเวอร์เซเบิล อินเตอร์เนชั่นแนล' ขึ้นในเวลาต่อมา โดยดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอ..."