- หน้าแรก
- อัศวินรัตติกาล ข้ามมิติยึดร่างไอ้แมงมุม
- บทที่ 19 ด็อกเตอร์ออคโทปุส
บทที่ 19 ด็อกเตอร์ออคโทปุส
บทที่ 19 ด็อกเตอร์ออคโทปุส
"ดร.ครับ การทดลองของคุณต้องใช้เงินทุนอีกเท่าไหร่ถึงจะดำเนินการต่อได้"
แบทแมนวางหนังสือพิมพ์เดลี่บูเกิลลงแล้วเอ่ยถาม
"นั่นแหละปัญหา" ดร.อ็อตโตกล่าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล "งานวิจัยของฉันอยู่ในช่วงสุดท้ายแล้ว มันต้องการแค่ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์และค่าไฟ ซึ่งถือว่าน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับเงินลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ในตอนแรก"
"แต่ไอ้จำนวนที่ว่าน้อยนิดนี่แหละ ที่กลายเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับฉัน... สามสิบล้านดอลลาร์! ฉันต้องการงบวิจัยอีกแค่สามสิบล้านดอลลาร์ แล้วงานวิจัยนิวเคลียร์ฟิวชั่นของฉันก็จะสัมฤทธิ์ผล!"
ทรัพย์สินทั้งหมดของแบทแมนในตอนนี้มีอยู่เจ็ดล้านหกแสนดอลลาร์ ไม่พอแม้แต่ครึ่งเดียวของความต้องการของดร.อ็อตโต
ดร.อ็อตโตไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่ชายหนุ่มตรงหน้า เขาเพียงแค่ระบายความอัดอั้นตันใจที่ออสบอร์นกรุ๊ปถอนทุนกะทันหันเท่านั้น
"สามสิบล้านดอลลาร์..." แบทแมนคำนวณในใจเงียบๆ
ถ้าเป็นที่ก็อตแธม แค่แบทโมบิลคันเดียวก็ราคาแพงกว่านี้โข แต่ตอนนี้ที่นิวยอร์ก ตัวแบทแมนเองก็เสกเงินจำนวนนี้ออกมาไม่ได้
"ขอเวลาฉันสามวัน ฉันมั่นใจว่าจะเปลี่ยนเงินเจ็ดล้านให้กลายเป็นสามสิบล้านได้ ในขณะเดียวกัน การที่ออสบอร์นเอ็นเตอร์ไพรส์ถอนงบวิจัยของดร.อ็อตโต อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ฉันจะเข้าไปมีส่วนร่วม"
แบทแมนคิดในใจ แล้วหันไปมองดร.อ็อตโต
"ดร.ครับ ผมมีความคิดหนึ่ง... ขอดูสัญญาที่คุณเซ็นกับออสบอร์นกรุ๊ปก่อนเริ่มโครงการหน่อยได้ไหมครับ"
"เธอจะแนะนำให้ฉันใช้กฎหมายเหรอ มันเปล่าประโยชน์น่า" ดร.อ็อตโตส่ายหน้า แต่ก็ยังลุกไปหยิบสัญญามาส่งให้แบทแมน
"ตามสัญญา ต่อให้ออสบอร์นกรุ๊ปเป็นฝ่ายผิดสัญญา มันก็แค่ให้สิทธิการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้กับฉันเป็นเวลาห้าปีเท่านั้น"
แบทแมนไม่ตอบ เขารับสัญญามาอ่านอย่างละเอียด
อย่างที่ดร.อ็อตโตบอก ต่อให้ออสบอร์นกรุ๊ปถอนทุนด้วยเหตุผลส่วนตัว ห้องแล็บนิวเคลียร์ฟิวชั่นทั้งหมดก็ไม่ได้ตกเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของดร.อ็อตโต
เขามีสิทธิใช้ แต่ไม่มีสิทธิจัดการ แถมยังต้องควักเนื้อจ่ายค่าบำรุงรักษาเอง มิหนำซ้ำ ถ้าออสบอร์นกรุ๊ปกลับมาให้ทุนวิจัยต่อแล้วอุปกรณ์มีปัญหา ดร.อ็อตโตต้องเป็นผู้รับผิดชอบในที่สุด
แบทแมนไม่เสียเวลาอ่านสัญญานาน ส่งคืนให้ดร.อ็อตโต
"ดร.ครับ ผมคิดว่าคุณน่าจะลองจ้างทนายมาวิเคราะห์สัญญานี้ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ทางที่ดีคือแยกห้องแล็บของคุณออกมาจากออสบอร์นกรุ๊ปให้เด็ดขาด"
"ตอนนี้ฉันไม่มีเงินจ้างทนายด้วยซ้ำ" ดร.อ็อตโตยิ้มขมขื่น "เทียบกับเรื่องนั้น ฉันยอมเอาเวลาไปหาทางหาเงินยังจะดีกว่า"
แบทแมนแสร้งทำเป็นกุมขมับเหมือนปวดหัว แล้วเดินเซไปใกล้หนวดโลหะสี่เส้นราวกับบังเอิญ
"นี่คืออะไรครับ"
"อุปกรณ์ช่วยการทดลอง แต่ตอนนี้การทดลองเดินต่อไม่ได้ มันก็กลายเป็นแค่เศษเหล็ก" ดร.อ็อตโตพูดพลางชำเลืองมองหนวดพวกนั้น
แบทแมนไม่ได้อยู่นานเกินไป เขาออกมาเรียกแท็กซี่บนถนนบรูคลิน
"ไปแมนฮัตตันตอนล่าง"
เขาตั้งใจจะหาทนายให้ดร.อ็อตโตเพื่อจัดการเรื่องคดีความ แบล็คแคทเองก็ต้องการทนายเพื่อจัดการเรื่องการฟอกเงินของคิงพิน บางทีอาจยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
แบทแมนไปเจอแบล็คแคทในฐานะปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ไม่ได้ เขาจึงต้องไปแมนฮัตตันเพื่อสวมชุดค้างคาว แล้วมุ่งหน้าสู่เฮลส์คิทเช่น
หลังจากแบทแมนจากไป ในห้องแล็บของดร.อ็อตโต
"สามสิบล้านดอลลาร์... ฉันต้องการแค่สามสิบล้านเพื่อจบการทดลอง แต่ในโลกนี้ฉันจะไปหาเงินจำนวนนี้มาจากไหน"
คิ้วของดร.อ็อตโตขมวดมุ่น เขาคิดไม่ออกสักวิธีเดียว
"ปล้นเหรอ ไม่ ฉันทำไม่ได้ เว้นแต่จะปล้นธนาคาร ใครจะพกเงินมหาศาลเดินบนถนนให้ฉันปล้น อีกอย่าง เงินที่ปล้นมามันเอาไปใช้ไม่ได้"
ดร.อ็อตโตปัดความคิดอันตรายนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
"ไม่สิ บางทีอาจมีทาง... ถ้าไม่นับค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ ตอนนี้คือค่าไฟมหาโหดสำหรับการทดลอง"
"บางทีฉันอาจจะแอบต่อสายไฟจากใต้ดินมาเดินเครื่องอุปกรณ์?"
"ไม่ ฉันทำไม่ได้"
ดร.อ็อตโตจิตใจว้าวุ่น ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายวาบเข้ามาในหัว ภาพตอนเด็กที่เขาถูกพ่อทุบตี
พ่อของเขาเป็นคนงานโรงไฟฟ้า เพราะงานเหนื่อยและอันตราย พ่อจึงแทบจะใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่งานที่ได้เงินน้อยนิดแทบไม่พอยาไส้
พ่อยังดื่มเหล้าจัด ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ของครอบครัวแย่ลง พ่อมักมองว่าแม่และอ็อตโตเป็นภาระ และลงไม้ลงมือกับพวกเขาเป็นประจำ
ตั้งแต่นั้นมา เขาสาบานว่าจะไม่เป็นเหมือนพ่อ เขาต้องการเป็นนักฟิสิกส์ สาขาฟิสิกส์นิวเคลียร์
เขาต้องการปลดปล่อยโลกจากความกังวลเรื่องพลังงาน เพื่อที่จะไม่มีคนงานโรงไฟฟ้าคนไหนต้องกลับไปทุบตีลูกเมียเพราะความยากลำบากของงานอีก
"ฉันกำลังทำเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติทั้งมวล ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแอบใช้ไฟหลวง"
เมื่อเขาต่อสายไฟใต้ดิน ตำรวจต้องแห่กันมาแน่ เขาต้องย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดไปหาที่ที่ปลอดภัยกว่านี้
ดร.อ็อตโตตัดสินใจเด็ดขาด สายตากวาดไปรอบห้องแล็บ สุดท้ายมาหยุดอยู่ที่หนวดโลหะสี่เส้น
สายตาของเขาไม่มีความลังเลอีกต่อไป สีหน้าไม่เหลือความหดหู่ นอกจากผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงจากความเครียดแล้ว ดร.อ็อตโตคนเดิมที่เต็มไปด้วยพลังกลับมาแล้ว
เขายืนอยู่หน้าหนวดโลหะทั้งสี่ สัมผัสถึงส่วนเชื่อมต่อระบบประสาทที่กำลังฝังเข้าสู่กระดูกสันหลังของเขา ทีละนิ้ว ทีละนิ้ว
"หนวดโลหะของดร.อ็อตโตได้แรงบันดาลใจมาจากมนุษย์ปลาหมึกงั้นเหรอ ช่วงนี้ฉันต้องไปหาเขาบ่อยๆ แต่ต้องระวังไม่ไปกระตุ้นเขามากเกินไป"
ในส่วนลึกที่สุดของอู่ต่อเรือร้าง แบทแมนสวมชุดค้างคาวที่ดัดแปลงมาจากเกราะสไปเดอร์สเลเยอร์
เมื่อเทียบกับชุดที่เขาใช้เป็นประจำในก็อตแธม ชุดค้างคาวนี้มีเหลี่ยมมุมที่คมชัดกว่า เน้นโทนสีเทาและดำ มีรอยเชื่อมต่อและร่องรอยความเสียหายจากการต่อสู้อย่างชัดเจน
สัญลักษณ์ค้างคาวบนหน้าอกทำมาจาก "กรงเล็บ" สี่อันที่เคยอยู่ใต้รักแร้ของสไปเดอร์สเลเยอร์ และสามารถดึงออกมาใช้เป็นอาวุธได้ในยามจำเป็น
ใบมีดที่แขนของสไปเดอร์สเลเยอร์ถูกถอดออก แทนที่ด้วยใบมีดพับเก็บได้สามใบที่ควบคุมได้อย่างอิสระ ในขณะเดียวกัน ปลอกแขนก็ติดตั้งแบททาแรงซึ่งรวมฟังก์ชันเครื่องยิงใยและปืนยิงตะขอเข้าด้วยกัน
เมื่อไม่มีผ้าคลุม แบทแมนถอดชิ้นส่วนเครื่องร่อนของสไปเดอร์สเลเยอร์ออกเกือบหมด เหลือติดส่วนเกราะและไอพ่นขับดันไว้ที่ด้านหลังของชุดค้างคาว
ในยามปกติ มันจะพับเก็บเหมือนกระดองเกราะ แต่สามารถกางออกได้เมื่อต้องการร่อน อย่างไรก็ตาม มันทำได้แค่ร่อน ไม่ใช่การบินที่แท้จริง
ถ้าให้เวลาอีกหน่อย แบทแมนสามารถทำให้เครื่องร่อนดีไซน์ใหม่นี้บินได้สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับเขา นั่นไม่ใช่ฟังก์ชันที่จำเป็น
รองเท้าบูทเป็นรองเท้าคอมแบทธรรมดา และเข็มขัดก็เป็นแค่เข็มขัดยุทธวิธีสีดำเรียบๆ ที่ซื้อมาจากร้านขายของทหารมือสองในนิวยอร์ก
ชุดค้างคาวทั้งชุดดูซอมซ่อเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชุดนับสิบที่เขามีในถ้ำค้างคาวที่ก็อตแธม แต่นี่เป็นเพียงของชั่วคราวเท่านั้น