- หน้าแรก
- วันพีซ กำปั้นครองโลก
- ตอนที่ 3: มนุษย์แมวเนีย
ตอนที่ 3: มนุษย์แมวเนีย
ตอนที่ 3: มนุษย์แมวเนีย
ตอนที่ 3: มนุษย์แมวเนีย
“วอดก้าที่นึง!”
เนียโยนธนบัตรสองสามใบลงบนบาร์ แล้วใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง เอนตัวพิงเคาน์เตอร์อย่างเกียจคร้าน
“ดื่มด้วยกันสักแก้วสองแก้วเป็นไงครับ แม่สาวคนสวย!”
ชายคนหนึ่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามของเนียเดินเข้ามานั่งข้างเธอ วางมาดที่คิดว่าหล่อเหลาและเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงอย่างจงใจ เมื่อเนียหันมามอง เขาจึงหยิบธนบัตรใบละมากๆ ออกมาจากกระเป๋าสตางค์อย่างสบายอารมณ์และส่งให้เจ้าของร้านที่อยู่หลังบาร์
“ช่วยเอาไวน์แดงของสไตน์มาให้ผมขวดนึง ขอเป็นของที่ผลิตจากโรงไวน์มิคิโอะนะ ไวน์แดงของที่นั่นมีความเผ็ดร้อนที่ซ่อนอยู่ในรสหวานละมุน เหมือนกับแม่สาวคนสวยตรงหน้าผมคนนี้เลย”
“ขอโทษด้วยครับคุณลูกค้า ที่ร้านเราไม่มีไวน์แบบนั้น”
“งั้นเอาเป็นไวน์ขาวของซูโดเฟนก็ได้ แม้รสชาติจะเปรี้ยวไปหน่อย แต่ก็พอกล้อมแกล้มไปได้”
“ขอโทษครับ เราไม่มีเหมือนกัน”
“งั้นแค่วอดก้าก็พอ สิ่งสำคัญในการดื่มไม่เคยอยู่ที่รสชาติสุรา แต่อยู่ที่คนดื่มด้วยต่างหาก”
เนียมมองชายตรงหน้าด้วยความสนใจ
ฝ่ามือและง่ามนิ้วโป้งของเขามีรอยด้านอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบ่งบอกว่าผ่านการฝึกฝนการใช้ปืนและดาบมาอย่างโชกโชน และดูจากท่ายืนเดินแล้ว น่าจะผ่านการฝึกร่างกายอย่างเป็นระบบมาด้วย
ทหารเรือ? หรือสายลับจากหน่วยงานรัฐบาล? คงไม่ใช่ สายลับระดับรัฐบาลไม่น่าจะมีฝีมือแค่นี้
แต่จะใครก็ช่างเถอะ
“ฟังดูเหมือนคุณจะลิ้มลองไวน์มาเยอะเลยนะ ฉันไม่เคยได้ยินชื่อไวน์ที่คุณพูดถึงเลยสักอย่าง”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีผมเป็น นาวาตรีจากศูนย์บัญชาการใหญ่กองทัพเรือ ก็เลยได้เปิดหูเปิดตามามากกว่าคนอื่นหน่อย”
ชายคนนั้นพูดอย่างสบายๆ โดยเน้นคำว่า "ศูนย์บัญชาการใหญ่" เป็นพิเศษ
“นาวาตรีจากมารีนฟอร์ดงั้นเหรอ งั้นคุณก็เก่งน่าดูเลยสิ ได้ยินมาว่ามารีนฟอร์ดตั้งอยู่ในแกรนด์ไลน์ คุณคงผ่านการเดินทางที่มหัศจรรย์มาเยอะแน่ๆ”
“แน่นอน เรื่องราวที่ผมประสบพบเจอมา มันเหนือจินตนาการของสาวน้อยอย่างคุณไปไกลเลยล่ะ โดยเฉพาะในแกรนด์ไลน์ มีสิ่งต่างๆ มากมายที่คุณคงไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าติดเบ็ด ประกายความยินดีที่แทบสังเกตไม่เห็นก็วาบผ่านแววตาของนาวาตรีหนุ่ม
เป็นอย่างที่คิด แค่เปิดเผยฐานะว่าเป็นนายทหารจากศูนย์บัญชาการใหญ่ ก็แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานเขาได้ โดยเฉพาะสาวบ้านนอกในนอร์ทบลูแบบนี้ แค่เล่าเกร็ดความรู้ทั่วไปในแกรนด์ไลน์ให้ฟังสักหน่อย พวกหล่อนก็ตาเป็นประกายด้วยความชื่นชม และบูชาเขาผู้ซึ่งโลดแล่นในแกรนด์ไลน์อย่างสุดหัวใจ ส่วนหลังจากนี้... การตัดสินใจมานอร์ทบลูพร้อมกับทีมครั้งนี้ เป็นความคิดที่ถูกต้องจริงๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น นาวาตรีหนุ่มก็ยกแก้วขึ้นชนกับหญิงสาวตรงหน้า แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวที่เขาเคยเล่าซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างออกรสออกชาติ
“ดูก็ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษ”
ร็อดมองเนียที่กำลังพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกับนาวาตรีไร้นามคนนั้น พลางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าเธอน่าจะเป็นคนที่น่าสนใจกว่านี้
แต่ถ้าเป็นแค่ผู้หญิงที่ใช้หน้าตาหาข่าว มันก็ดูดาษดื่นเกินไป
“นายอาจจะคิดผิดก็ได้นะ ร็อด”
เนรุมองดูละครฉากนั้นที่บาร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เนื่องจากเธอเป็นแค่คนที่มีชื่อเสียงนิดหน่อยในนอร์ทบลู เนรุจึงไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับ มนุษย์แมวเนีย ไว้ในบันทึกมากนัก แต่จากข้อมูลที่เขาเคยรู้มาก่อน มนุษย์แมวเนียไม่ใช่คนง่ายๆ แบบนั้น
สาเหตุที่ผู้หญิงคนนี้ได้ฉายาว่ามนุษย์แมว น่าจะเป็นเพราะนิสัยที่เดาทางยากเหมือนแมวเสียมากกว่า
“เอาจริงๆ นะ ก็มีแค่ประโยคเดิมๆ พูดวนไปวนมา ฟังจนหูฉันจะด้านอยู่แล้วเนี่ย คือในหัวของคุณมีแต่น้ำทะเล หรือว่ามันถูกเติมจนเต็มด้วยไวน์รสเลิศที่คุณโม้ไว้กันแน่?”
ขณะที่พูด สถานการณ์ที่บาร์ดูเหมือนจะพลิกผันไปในทิศทางใหม่ เนียกระดกเหล้าในแก้วจนหมด โบกมือปัดอย่างรำคาญใจ และพูดแทรกขึ้นมากลางปล้อง
“นึกว่าจะได้ฟังเรื่องอะไรน่าสนใจจากปากคุณ แต่ดันมีแต่เรื่องเพ้อเจ้อเชื่อถือไม่ได้ จริงอยู่ที่ฉันไม่เคยไปแกรนด์ไลน์ แต่คนอย่างคุณเนี่ยนะ จะฟันจ้าวทะเลที่กลืนเรือรบได้ทั้งลำให้ขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว?”
“น่าเบื่อชะมัด ฉันไม่สนใจผู้ชายขี้โม้หรอกนะ รีบไสหัวไปซะ อย่ามาทำลายอารมณ์สุนทรีย์ในการดื่มของฉัน ขืนปล่อยให้คุณอยู่ข้างๆ ต่อไป ฉันกลัวว่าจะอ้วกเอาของที่ดื่มเข้าไปออกมาหมด”
“นังนี่!”
ใบหน้าของนาวาตรีหนุ่มแดงซ่านทันที แม้เขาจะใส่สีตีไข่เรื่องราวไปบ้าง โดยเอาเรื่องที่เคยเห็นเคยฟังมาสวมรอยว่าเป็นวีรกรรมของตัวเอง แต่ผู้หญิงคนนี้มันจะเกินไปแล้ว กล้าพูดจาหักหน้ากันขนาดนี้
“ช่างเถอะ ฉันไปเองดีกว่า”
เมื่อเห็นนาวาตรีหนุ่มยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก เนียก็รับเหล้าอีกแก้วจากเจ้าของร้าน ฟาดธนบัตรลงบนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังมุมร้าน
เทียบกับเจ้าทหารเรือตัวตลกตรงหน้านี้แล้ว ไอ้หนุ่มผมแดงสองคนตรงนั้นดูน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ
“นังสารเลว!”
นาวาตรีที่กำลังเดือดดาลคว้าข้อมือของเนียไว้ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“นี่ พอใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล ก็จะใช้ไม้แข็งเลยเหรอ เป็นผู้ชายที่น่าสมเพชจริงๆ คนอย่างคุณน่ะเหรอที่เรียกตัวเองว่าทหารเรือผู้แบกรับ 'ความยุติธรรม'?”
“โธ่เว้ย!”
นาวาตรีหนุ่มโกรธจนเลือดขึ้นหน้า สายตาของคนทั้งร้านเหล้าราวกับกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่ เขากระชับมือที่จับเนียแน่นขึ้น พยายามจะดึงเธอกลับมา พร้อมกับง้างมืออีกข้างขึ้นสูง หมายจะตบสั่งสอนใบหน้าที่เคยดูสวยบาดใจนั้น
ปัง!
เนียบิดข้อมือนาวาตรีหนุ่มแล้วจับทุ่มข้ามไหล่อย่างสวยงาม นาวาตรีรู้สึกว่าโลกหมุนคว้างกะทันหัน ก่อนที่แผ่นหลังจะกระแทกพื้นอย่างแรง
“เป็นผู้ชายที่น่าสมเพชจริงๆ”
เนียมมองดูนาวาตรีที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน จากนั้นก็เลิกสนใจเขาและเดินมุ่งหน้าไปยังโต๊ะของร็อดต่อ
และในจังหวะที่เธอหันหลังกลับ นาวาตรีที่ถูกทุ่มลงไปก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แววตาฉายแววอำมหิต เขาง้างหมัดที่รวบรวมแรงทั้งหมดที่มี เหวี่ยงเข้าใส่ศีรษะของเนียอย่างบ้าคลั่ง
ในเมื่อหล่อนกล้าลงมือกับเขาที่เป็นถึงนาวาตรีแห่งศูนย์บัญชาการใหญ่ ก็ไม่ต้องยั้งมือกันแล้ว เขาจะปฏิบัติต่อผู้หญิงคนนี้เหมือนโจรสลัดคนหนึ่ง!
ภาพในหัวของนาวาตรีเห็นเนียถูกหมัดของเขาซัดจนร่วงลงไปนอนร้องขอชีวิต
แต่วินาทีถัดมา สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นเรียวขายาวตรง
ตู้ม!!
เนียหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ขาเรียวยาวตวัดขึ้นสูง ก่อนจะฟาดส้นเท้าลงมาที่กลางกระหม่อมของนาวาตรีอย่างรุนแรง พลังอันมหาศาลกดทับร่างของเขาจนร่วงลงไปกองกับพื้น หัวกระแทกพื้นอย่างจัง
“ชิ บอกแล้วไงว่าไม่สนใจพวกผู้ชายขี้ตื๊อน่ะ น่ารำคาญชะมัด!”
เนียปรายตามองทหารเรือที่สลบเหมือด ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยร่างนั้น แล้วก้มลงหยิบกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่ขึ้นมา ดึงธนบัตรออกมาสองสามใบยัดใส่ร่องอก แล้วโยนกระเป๋าสตางค์ที่เหลือไปให้เจ้าของร้าน
“ค่าซ่อมร้านเอาจากในนั้น แล้วก็เอาเหล้ามาเพิ่มอีกสองสามแก้วด้วย”
จบตอน