เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: ผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวจริง

บทที่ 17: ผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวจริง

บทที่ 17: ผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวจริง


หลี่เฟยจ้องมองเจียงเหออย่างสงสัยและถามด้วยใคร่รู้ “ทำไมมันฟังดูมั่ว ๆ งง ๆ ยังไงไม่รู้วะ?”

“ก็เอ็งไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกของผู้ฝึกสัตว์อสูรนี่หว่า”

เจียงเหอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เคยไปคณะละครสัตว์ป่าวล่ะ? ที่นั่นก็มีวิธีฝึกประมาณว่า—ไอ้ตัวไหนที่ไม่ฟังจะหิวโหยและถูกทุบตี  แต่พวกมันจะได้รับรางวัลดี ๆ หลังการแสดง  นั่นเป็นวิธีที่แม้แต่สัตว์ร้ายที่โคตรดุก็ยังต้องเชื่อง”

“ไม่มีทางที่พวกมันจะไม่เชื่องหรอกแบบนั้นน่ะ!” ลี่เฟยโต้กลับ “ถ้ามันไม่ยอมเชื่องก็ต้องโดนทุบตีจนตายจริง ๆ ดิวะ!”

“เออน่ะ  เอ็งเลิกเซ้าซี้ได้ละ” เจียงเหอกล่าวด้วยเสียงต่ำและมองไปรอบ ๆ “เอ็งพาไอ้ซูเจ๋อกลับไปที่ไป๋ถูก่างก่อนแล้วกัน  เด๋วตูไปสำรวจแถว ๆ จุดชมวิวแป๊บแล้วจะตามกลับไปทีหลัง”

“ไม่ใช่พวกสัตว์อสูรมันตายหมดแล้วเหรอ? ทำไมต้องไปที่จุดชมวิวด้วย?”

ถึงแม้หลี่เฟยจะถามคำถาม  แต่เขาก็ยังเดินขึ้นไปหาซู่เจ๋อ

หลี่เฟยนั่งยองลงแล้วกล่าวด้วยความประหลาดใจ “นายไม่หนักมือไปหน่อยเหรอเฒ่าเจียง? ไอ้นี่มันจมูกหักแถมเลือดไหลโจ้กเลยนา”

“ไม่เป็นไรหรอก  ผู้ฝึกยุทธระดับสองไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” เจียงเหอตอบกลับ  แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงตบเพี้ยะ ๆ ดัง ๆ สองครั้งดังขึ้นที่ข้างหู

เขาทำหน้าบึ้งใส่ลี่เฟย  แล้วถาม "เอ็งตบหน้ามันทำไมวะ"

“ตูกำลังปลุกมันน่ะสิ! ตูเรียนรู้การปฐมพยาบาลมาแล้ว: ถ้ามีคนหมดสติให้บีบหัวนมแต่ถ้าไม่ได้ผลก็ให้ตบเบา ๆ!”

“…”

เจียงเหอตกตะลึง

'เอ็งเป็นผู้ปลุกพลังเหนือมนุษย์นะเว้ย  เกิดพลังอันไร้ขอบเขตนั้นของเอ็งส่งมันกลับบ้านเก่าขึ้นมาจะทำไงวะ?'

ในตอนนั้นเองต้องขอบคุณการตบของลี่เฟย  ซูเจ๋อจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับคร่ำครวญ

แววตาของเขาดูเบลอ ๆ ราวกับว่าเขากำลังถามคำถามที่สำคัญที่สุดในชีวิต:

ฉันเป็นใคร?

ฉันอยู่ที่ไหน?

โอ๊ย!

ทำไมจมูกฉันเจ็บขนาดนี้?

ซูเจ๋อแตะจมูกของเขา  และในขณะนั้นเอง  ความเจ็บปวดสาหัสก็ได้เตะเขาออกจากอาการมึนงง  เขากระโจนขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับปลาคาร์ฟและจ้องไปที่เจียงเหออย่างเย็นชา  แล้วตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “แกกล้าดียังไงมาลอบกัดฉัน?”

“ปล่าวซักหน่อย!”

เจียงเหอยักไหล่ตอบ “ฉันซัดหน้านายตรง ๆ อย่างยุติธรรมแถมมีเกียรติและศักศรี  จะไปเรียกว่าเป็นการลอบกัดได้ยังไงเล่า”

“นี่แกอยากตายมากนักสินะ!”

ซูเจ๋อขยับเท้าใช้ออกด้วยวิชาตัวเบา ‘เหยียบย่างแปดทิศ’ พุ่งเข้าใส่พร้อมกับปล่อยหมัดทะลวงผ่านอากาศเข้าจู่โจมเจียงเหอ

'นี่คือผู้ฝึกยุทธระดับสองงั้นเหรอ? รู้สึก… เต่าคลาน’

ในทางกลับกันเจียงเหอยืนนิ่ง  เขาสังเกตเห็นว่าการเคลื่อนไหวจู่โจมของซูเจ๋อนั้นช้ามากในมุมมองของเขา  และเขารู้ดีว่านั่นเป็นเพราะเขามีระดับที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน  ไม่ต้องพูดถึงว่าจิตวิญญาณของเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจากกินแตงกวาไปมากมาย

เขากำหมัดแล้วต่อยสวนออกไป

'หมัดนี้น่าจะโดนเข้าที่กราม'

เจียงเหอคาดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากสังเกตการเคลื่อนไหวของซูเจ๋อและของตัวเขาเอง

แต่…

ผัวะ!

เสียงทุ้มทื่อ

ซูเจ๋อตกกระแทกพื้นจากอากาศ  กระตุกอยู่หลายทีก่อนที่จะหมดสติไปอีกครั้ง

เจียงเหอมองไปที่ซูเจ๋อภายใต้แสงจันทร์  และเห็นว่าเบ้าตาของเขาช้ำ

เขาจึงส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง “ตูแทบไม่มีประสบการณ์การต่อสู้เลย  ได้ยินว่าอัจฉริยะการต่อสู้บางคนสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้  รวมไปถึงจุดที่พวกเขาจะโจมตีก่อนที่พวกเขาจะลงมือ… แต่ตูทำไม่ได้ว่ะ  ตูกะจะซัดปลายคางแต่ดันไปโดนเบ้าตาซะงั้น”

“…”

ลี่เฟยพูดไม่ออกอีกครั้ง “เจียงเหอ  ทำไมต้องซัดให้สลบอีกวะ? ตูเพิ่งจะปลุกมันขึ้นมาเอง—นี่ตูต้องแบกมันกลับตั้งสิบกว่าลี้เชียวนะ!”

หลี่เฟยเดินขึ้นไปหาพวกเขาอีกครั้ง  ก่อนจะมองไปรอบ ๆ และกัดฟันพูดอย่างชั่วร้าย “เราฆ่ามันดีป่าววะ เจียงเหอ? โดนทุบตีไปขนาดนนี้มันต้องกลับมาแก้แค้นแน่ ๆ!”

"ไม่จำเป็นหรอก"

เจียงเหอยิ้มจาง ๆ “ไอ้นี่มันก็แค่เศษขยะ  ถ้าโดนไปสองหมัดแล้วมันยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ  เด๋วค่อยประเคนเพิ่มให้อีกซักสามสี่… เดี๋ยวดิ  เอ็งจะทำไรวะ”

เมื่อเห็นว่าลี่เฟยกำลังจะตบอีกครั้ง  เจียงเหอรีบหยุดเขาและพูดว่า “เอ็งแบกมันกลับไม่ได้เหรอ?  แล้วเอาอาวุธเอ็งมาให้ตูยืม”

“เอ็งไม่มาด้วยกันเหรอ”

หลี่เฟยถามในขณะที่เขาอุ้มซู่เจ๋อไว้ใต้รักแร้แล้วเตรียมจะหนีบเจียงเหอไว้ใต้รักแร้อีกข้าง “เจียงเหอ  นายเป็นแค่ผู้ฝึกสัตว์อสูร…”

“จะบ้าเรอะ!”

เจียงเหอพูดไม่ออก

ไอ้หมารองหลี่นี่มันโง่ป่าวเนี่ย?

เจียงเหอได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาแล้ว  แต่หลี่เฟยยังคงกังวลอยู่อีก?

หลังจากที่หมารองหลี่เดินจากไปแล้ว  เจียงเหอก็ถือแท่งโลหะไปด้วยและค่อย ๆ มุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวในบริเวณใกล้เคียง  ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมืดมน

ตามข้อมูลของหวางซืออวี่  มีสัตว์อสูรเลเวล 2 อย่างน้อยหนึ่งตัวที่โจมตีหมู่บ้านไป๋ถูก่างแต่  สัตว์อสูรทั้งหมดที่เขาฆ่าจนถึงตอนนี้มีแต่เลเวล 1

เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะต้องสงสัย

ในที่สุดเขาก็เข้าสู่จุดชมวิว

ครึ่งเดือนก่อนที่นี่เป็นสถานที่อันมีทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา  บัดนี้กลายเป็นสถานที่เละเทะไปเรียบร้อยแล้ว  เพิงที่พักสไตล์คลาสสิกที่มีร่องรอยจากการอาละวาดของสัตว์อสูร  ทุกอย่างตั้งแต่ผนัง  ประตู  และหน้าต่างล้วนกระจัดกระจายออกจากกัน

เจียงเหอเปิดประตูบานหนึ่งและส่องทางด้วยไฟฉายในโทรศัพท์มือถือ

มีศพครึ่งร่างนอนอยู่บนพื้น  มีรอยสัตว์กัดแทะทั่วทั้งตัว

“ดูเหมือนว่าคนงานในจุดชมวิวทั้งหมดจะถูกฆ่าตาย…”

“แต่การฟื้นคืนของพลังวิญญาณไม่ได้ปะทุขึ้นในชั่วข้ามคืน  คนที่นี่คาดไม่ถึงหรือ? พวกเขาควรจะมีเวลาโทรหาตำรวจหลังจากที่สัตว์อสูรบุกจู่โจมเข้ามาไม่ใช่เหรอ?”

หลังจากสำรวจบนยอดเขาหนึ่งรอบ  เขาก็พบซากศพสี่ศพ

ไม่แน่ว่ายอดผู้เสียชีวิตจะมีเพียงสี่คน  อย่างไรก็ตาม… ดูจากซากศพทั้งสี่ที่เหลืออยู่  ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่บางคนถูกกินจนหมดทั้งตัว

“พวกเขาอาจถูกสัตว์อสูรโจมตีในเวลาเดียวกันสินะ”

“ไม่สิ  ไม่ถูกต้อง!”

“ศพทั้งหมดถูกพบในสถานที่ต่างกัน  และมีระยะทางแปดร้อยเมตรระหว่างศพที่ไกลที่สุดทั้งสอง   สัตว์อสูรที่ฆ่าไปก็ไม่ฉลาดเหมือนกัน… เว้นแต่พวกมันเหล่านั้นจะวางแผนโจมตี  คนเหล่านี้จึงไม่มีจังหวะที่จะติดต่อตำรวจ”

“แล้วสัตว์อสูรเลเวล 2 มันไปอยู่ไหนหมด?”

“มันยังไม่ปรากฏตัวสินะ!”

ในขณะที่เจียงเหอกำลังไตร่ตรอง  ก็มีเสียงกรอบแกรบสะท้อนอยู่ข้างหลังเขา

เขารีบวิ่งไปที่เสียง  มีเพียงภาพเบลอสีดำที่หายไปทันทีที่มันปรากฏขึ้น

ภาพเบลอสีดำต้องเป็นสุนัขสีดำตัวใหญ่  และมันใหญ่กว่าที่เจียงเหอพึ่งฆ่าไปมาก

แต่ที่สำคัญกว่านั้น  มีร่างร่างหนึ่งนั่งอยู่บนตัวสุนัขนั้น

เจียงเหอตั้งใจที่จะไล่ตามไป  แต่ก็พบว่าสุนัขนั้นหายไปแล้ว

'มีคนอยู่เบื้องหลังการโจมตีจุดชมวิวฉางหลิวสุ่ยและหมู่บ้านไป๋ถูก่าง…'

ความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของเจียงเหอในทันที 'ถ้าเป็นกรณีนี้  แสดงว่าไอ้คนนั้นมันสามารถควบคุมสัตว์อสูรพวกนั้นได้งั้นเหรอ? หรือว่ามันจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวจริง?'

จบบทที่ บทที่ 17: ผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว