เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ดุร้าย, สังหารอสูร

บทที่ 16: ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ดุร้าย, สังหารอสูร

บทที่ 16: ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ดุร้าย, สังหารอสูร


"ก็ไม่มีไรนิ  ไอ้นี่มันปากหมาเลยซัดเข้าให้!”

“…”

หลี่เฟยอ้าปากค้าง “เหตุผลเอ็งนี่ทำเอาพูดไม่ออกเลยว่ะ  ถึงตูจะหมั่นใส้มันอยู่เหมือนกันก็เถอะ  แต่มันเป็นผู้ฝึกยุทธดับสองเลยนา  เอ็งทำให้มันหลับไปแบบนี้  แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อล่ะ?

“เผ่นก่อนดีป่ะ? แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเอาไงต่อ”

เจียงเหอหันไปมองแมวดำซึ่งมีขนาดเท่าลูกวัวที่อยู่ข้างหน้า

ขนของมันเป็นสีดำสนิท  และทำให้ดูเหมือนเสือดำแทนเพราะมีขนาดใหญ่

มันยังคงเดินย่องอยู่รอบ ๆ ด้วยฝีเท้าอันแผ่วเบาจนไม่มีเสียงฝีเท้า

“สัตว์อสูรเลเวล 1… แค่ตัวกระจอกนี่หว่า”

เจียงเหอกระซิบออกมา  แต่หลี่เฟยเหมือนจะได้ยินไม่ชัด  เขาเผลอพูดสำเนียงเหน่อ ๆ เล็ดลอดออกไปอย่างฉับพลัน "เว่าอิหยังนะ?”

"เปล่าไม่มีไรหรอก  เอ็งรู้ป่ะนี่ตูเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร  แค่ไอ้ตัวเลเวล 1 พรรค์เนี้ยสบายมากไม่มีปัญหาหรอก”

เจียงเหอจึงเดินไปข้างหน้าพร้อมกำหมัดแน่นและยิ้มออกมา “เฮ้ย  เหมียว ๆ เอ็งอยากอยู่หรือตายวะ?”

ในทางกลับกันหลี่เฟยรู้สึกเย็นยะเยือกตั้งแต่หัวจรดเท้าขณะที่วิ่งขึ้นไป  เขาถือแท่งเหล็กในมือและร้องตะโกนเสียงดัง “เจียงเหออย่าไปยั่วมัน  ถอยไปให้พ้น!  ระวัง  เอ็งเป็นนักฝึกสัตว์อสูร  แต่ร่างกายของเอ็งยังอ่อนแอ… โอ้โฮ!”

ก่อนที่เขาจะไปถึงเจียงเหอ  เขาก็ยังได้ยินเสียง 'แง้ว~~' ระเบิดดังออกมา

ดูเหมือนว่าเสียงร้องเหมือจะมีพลังพิเศษ—มันพุ่งเข้าสู่สมองโดยตรง  และทำให้ร่างกายของลี่เฟยสั่นสะท้าน

ในขณะเดียวกัน  พื้นดินใต้แมวดำก็สั่นสะเทือนเนื่องมาจากที่มันเกร็งกำลังขา  จากนั้นร่างกายของมันก็กลายเป็นภาพเบลอสีดำพุ่งเข้าหาเจียงเหอ  กรงเล็บที่แหลมคมส่องประกายเย็นเยียบภายใต้แสงจันทร์

ฟิ้ว!

เกิดลมกระโชกแรงสะท้อนออกมา

กรงเล็บแมวดำตะปบตกลงไปที่ใบหน้าของเจียงเหอเต็ม ๆ

เจียงเหอก็ไม่น้อยหน้า  ออกหมัดต่อยสวนซัดเข้าเต็มท้องมัน

ปัง!

เสียงตุ้บ ๆ และร่างใหญ่ของแมวดำก็บินถอยหลังไปหลายสิบเมตรและตกลงกระแทกพื้นดินอย่างหนักหน่วง  มันกระเด้งกระดอนไปหนึ่งทีก่อนจะกลิ้งไปอีกหลายตลบ  แล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น

หลี่เฟยวิ่งไปที่ด้านข้างเจียงเหอ

เขารู้สึกตกตะลึง  ดวงตาของเขาเบิกโปน  และพูดพึมพำ “เจียงเหอ  เอ็งเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรไม่ใช่เหรอ… ทำไม… ทำไมแข็งแกร่งขนาดนี้วะ?”

เจียงเหอเพิกเฉย  และสัมผัสใบหน้าตัวเองอย่างเดือดดาล “ช่วยดูให้หน่อยดิ๊  นี่ตูเสียโฉมป่าววะ?  ไอ้แมวเวรนี่ดันมาข่วนหน้าตูซะได้”

ลี่เฟยหยิบโทรศัพท์ของเขาออกมาและส่องไฟฉายไปที่ใบหน้าของเจียงเหอ

"ว้าว!" เขาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “สวรรค์โปรด  เจียงเหอหนังหน้าเอ็งไม่ด้านไปหน่อยเหรอ?   ไอ้แมวนั่นมันเป็นแมวป่า  กรงเล็บของมันคมมากจนสามารถเจาะหินได้  แต่หน้าเอ็งแค่มีรอยข่วนเล็ก ๆ สองเส้น… เดี๋ยวก่อน  รอยข่วนหายไปแล้ว”

"ไอ้บ้านิ!"

เจียงเหอหน้าบึ้งและยิงมุกกลับ “เอ็งนั่นแหล่ะหน้าด้าน!”

แต่เจียงเหอก็แอบ ๆ ชื่นชมกายาวัชระคงกระพันที่เขาฝึกอยู่

'ตูอาจยังไม่ถึงระดับที่สามารถอยู่ยงคงกระพันทั้งภายในและภายนอก  แต่ไม่มีอะไรที่ต่ำกว่าระดับสี่จะทำร้ายตูได้เว้ย  นี่ขนาดตูยังยังไม่ได้เรียนวิชาต่อสู้ใด ๆ เลยนะ  แถมยังไม่มีประสบการณ์การต่อสู้อีกด้วย—อ้าวนี่มันจุดอ่อนใหญ่หลวงเลยไม่ใช่เหรอวะ?'

เขาเดินไปที่แมวดำซึ่งตอนนี้เป็นศพไปแล้ว

ก็ตามนั้น  ด้วยพลังหมัดของผู้ฝึกยุทธระดับสามขั้นสูงย่อมไม่ใช่สิ่งที่สัตว์อสูรเลเวล 1 จะรับประทานไหว  โดนแค่ทีเดียวก็ไม่รอดอย่างแน่นอน

หลี่เฟยที่งงงวยอยู่ก็ตามมา  และพึมพำหลังจากตรวจสอบศพของแมวดำ “ช่องท้องถูกทะลวงเป็นรู  อวัยวะภายในก็แหลกละเอียด  และกรงเล็บขวาสามอันก็หักด้วย…”

ผ่านไปครู่หนึ่งหลังการชันสูตรพลิกศพ  เขาก็หันหลังกลับไปมองเจียงเหอ “เอ็งไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์อสูรนี่หว่า เจียงเหอ!

“เอ็งปลุกพลังพิเศษแล้ว  ไม่บอกก็รู้ดูดิ  หนังหน้าเอ็งหนามาก  อย่างกับกระโหลกทองแดงกระดูกเหล็กอะไรเงี้ย!”

เมื่อรู้สึกว่าหลี่เฟยกำลังล้อเลียนว่าเขาหน้าด้าน  เจียงเหอจึงจะตอบโต้กลับ  แต่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน  และเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ

สัตว์อสูรอีกหลายตัวออกมาจากพงหญ้าและค่อย ๆ เข้าใกล้พวกเขา

มีมากถึงเจ็ดตัวซึ่งทั้งหมดมีวิวัฒนาการมาจากสุนัขและแมวป่า  พวกมันแต่ละตัวมีขนาดใหญ่และดูดุร้าย  ซึ่งตอนนี้พวกมันกำลังค่อย ๆ ล้อมเจียงเหอและหลี่เฟยอย่างช้า ๆ

ส่วนชายทั้งสองก็ยืนพิงหลังกันและกัน

“เอ๊ะ? เอ็งจะสั่นทำไมวะไอ้หมารองหลี่?”

เจียงเหอพูดเบา ๆ “เอ็งเป็นผู้เหนือมนุษย์คลาส D นะเว้ย  ไม่ใช่พวกกระจอกซักหน่อย  อย่าไปกลัวมัน  แค่คิดว่าเป็นพวกลูกหมาลูกแมวแล้วหวดมันโลด!”

“เอางั้นเลยเหรอ”

หลี่เฟยทำตามคำแนะนำและกู่ร้องตะโกนออกมาทันที  จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปหาสุนัขป่าที่สูงกว่าตัวเอง  ถือไม้พลองเหล็กอยู่ในมือขณะที่เขาหัวเราะอย่างเย็นชา “เอ็งคิดว่าตูจะกลัวเรอะ? เอ็งมันก็แค่ไอ้ลูกหมา!”

ปัง!

เสียงทุบท่อนเหล็กลงบนตัวสัตว์

สุนัขป่าขนาดยักษ์เหวี่ยงอุ้งเท้าของมันเพื่อหยุดพลองเหล็ก  แต่อาวุธนั่นที่ฟาดเข้ากับกรบเล็บของมันกลับส่งทั้งตัวของมันบินไปเลย

และเมื่อเขาเห็นว่าการโจมตีของเขาได้ผล  ความมั่นใจของหมารองหลี่ก็ล้นออกมาในทันทีและเขาก็หัวเราะออกมาดัง ๆ “เอ็งอยู่เฉย ๆ ได้เลยเจียงเหอ  แค่คอยระวังหลังให้ตูก็พอ  เพราะว่า... ตูจะซัดไอ้พวกนี้ให้ตายเกลี้ยง!”

“…”

เจียงเหอตกตะลึง  ‘พลังพิเศษของพวกคลาส D มันยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยเหรอวะ?’

ความรุนแรงจากการฟาดพลองของหมารองหลี่ตอนนี้น่าจะถึงสองตัน

พละกำลังอันมหาศาลดังกล่าวเข้าคู่กับอาวุธหนักอย่างแท่งโลหะ—ความเสียหายจะน่ากลัวเพียงใดเมื่อถูกโจมตีอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า?

คนปกติจะตัวแตกกระจุยกระจายหากถูกแท่งเหล็กนั้นกระแทก  แต่สุนัขป่าที่โดนหลี่เฟยฟาดกระเด็นไปนั้นเพียงแค่กลิ้งไปบนพื้นหลายตลบก่อนที่จะลุกขึ้นอีกครั้ง

กรงเล็บขาหน้าของมันโดนฟาดหักไปข้างหนึ่ง  แต่ประกายความโหดเหี้ยมในตามันก็ไม่หายไป  แล้วมันก็กระโจนเข้าใส่หลี่เฟยอีกครั้ง

แฮ่ร์!

มันคำรามออกมาและส่งผลให้มีแมวกับสุนัขอีก 3 ตัวพุ่งเข้าใส่หลี่เฟยพร้อมกัน

หลี่เฟยพึ่งจะปลุกพลังและมีประสบการณ์การต่อสู้จริงไม่มากนัก หลี่เฟยใช้พลังพิเศษและอาวุธของเขาในการต่อสู้กับสัตว์อสูรหนึ่งหรือสองตัวนั้นก็พอไหวอยู่

แต่ตอนนี้เขาโดน 4 ตัวรุม  แล้วถูกกดดัน

“โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย!”

“เชรี่ยพวกนี้นิ...”

การเคลื่อนไหวของเขาปั่นป่วนสับสน  เขาตะโกนแล้วตะโกนอีกด้วยความตื่นตระหนกอย่างแท้จริง  จากนั้นเขาก็สะดุดหางของสุนัขป่าตัวหนึ่งจนล้มลง “เจียงเหอ ช่วยด้วย...”

เมื่อเจียงเหอเคลื่อนไหว  สัตว์อสูรอีกสามตัวที่จับตามองเขาอยู่ก็กระโจนเข้าใส่เขาในทันที

แต่เจียงเหอก็ได้สาวหมัดสวนออกไปอย่างต่อเนื่อง  ฆ่าทั้งสามทิ้งทันทีก่อนที่จะวิ่งไปข้างหน้าและตวัดเท้าเตะออกไป  ซัดเข้าที่หัวแมวที่กำลังแยกเขี้ยวของมันใส่หลี่เฟยจนกระจุย

จากนั้นก็กระดิกปลายเท้าเหวี่ยงแท่งเหล็กของหลี่เฟยขึ้นมาถือไว้

อสูรอีกสามตัวก็ตกตะลึงแล้วค่อย ๆ ถอยห่างอย่างช้า ๆ ด้วยความหวาดกลัวขณะที่จ้องมองเจียงเหอไปด้วย

“สัตว์อสูรเหล่านี้ฉลาดมาก! ไอคิวของพวกมันสามารถพัฒนาไปพร้อมกับร่างกายได้ด้วยเหรอวะ?”

ตั้งแต่ตอนที่สัตว์อสูรสี่ตัวต่อสู้กับหลี่เฟยในขณะที่สามตัวจับตาดูเขาอยู่  จนถึงตอนนี้เมื่อเห็นสัตว์อสูรที่กำลังหวาดกลัวเขา  เจียงเหอก็คิดได้ “ไอ้พวกนี้มันแค่เลเวล 1 ถึงไอคิวมันจะพัฒนาขึ้นแต่มันก็ไม่ได้ฉลาดเกินไปนัก!”

ขณะที่ถือแท่งเหล็กเดินเข้าไปหา  พวกสัตว์อสูรทั้งสามก็กรีดร้องแล้วพากันเผ่นหนี

เจียงเหอไล่ตาม

แม้ว่าเขาจะไม่มีทักษะวิชาตัวเบา  แต่เขาก็เร็วกว่าสัตว์อสูรเลเวล 1-3 อย่างแน่นอน  เมื่อร่างกายผู้ฝึกยุทธระดับสามของเขาระเบิดพลังออกมาแบบเต็มกำลัง

เขาจับหนึ่งในสามได้ภายในเสี้ยววิ  แล้วฟาดมันตายในทีเดียว

ศพแรกผ่านไป  ศพสองศพสามค่อย ๆ ผ่านไป

ปิดจ๊อบ  แล้วเจียงเหอก็เดินกลับทางเดิมพลางส่ายหัว “สัตว์อสูรเลเวล 1 ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น  แทนที่พวกมันจะแยกกันหนี  อย่างน้อย ๆ คงมีตัวนึงที่รอดไปได้… เดี๋ยวดิ  เอ้อเหลิงจื่อก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเลเวล 1 ด้วยหนิ  แต่ทำไมมันฉลาดจังวะ?”

เจียงเหอกลับมาหาหลี่เฟยที่กำลังอ้าปากค้าง  มองเจียงเหอตั้งแต่หัวจรดเท้าและพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เจียงเหอ  เอ็งแน่ใจนะว่าเอ็งเป็นผู้ฝึกอสูร?”

“แน่นวล  ตูเป็นผู้ฝึกอสูรชัวร์ ๆ!”

เจียงเหอตอบอย่างจริงจังว่า “เอ็งไม่เห็นกระบวนท่าฝึกอสูรของตูเหรอวะ?”

หลี่เฟยตะลึงงันแล้วถามกลับว่า “กระบวนท่าไหนของเอ็งวะที่มันใช้ฝึกอสูร?”

“ก็กระบวนท่า  ฟังตูเอ็งก็อยู่  ขวางตูเอ็งก็ตาย  ยังไงเล่า!”

จบบทที่ บทที่ 16: ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ดุร้าย, สังหารอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว