- หน้าแรก
- ขออภัย ศพนี้คือบรรพชนเขาหลงหู่
- บทที่ 23 - วันนี้แกกับลูกศิษย์จะได้ไปตายด้วยกัน
บทที่ 23 - วันนี้แกกับลูกศิษย์จะได้ไปตายด้วยกัน
บทที่ 23 - วันนี้แกกับลูกศิษย์จะได้ไปตายด้วยกัน
บทที่ 23 - วันนี้แกกับลูกศิษย์จะได้ไปตายด้วยกัน
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินมีวรยุทธ์สูงส่งทีเดียว
วัดฝ่าจ้งมีสถานะสูงส่งในวงการพุทธ
ติดอันดับหนึ่งในสิบแปดวัดดัง
แถมยังเป็นวัดที่มีฝีมือติดท็อปเทน
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินเป็นถึงผู้คุมกฎหอวินัย ฝีมือย่อมไม่ธรรมดา
ลูกประคำที่ฟาดลงมา ส่งเสียงดังสนั่น "เพียะ!"
เหมือนจุดประทัดยักษ์
ราชันผีสาวหลบหลีกรวดเร็ว รอดพ้นการโจมตีไปได้
แต่ก็สะดุ้งโหยงกับเสียงระเบิดกัมปนาท
ไม่ใช่แค่ราชันผีสาว ราชันทารกผีกับราชันผีขันทีก็ตกใจเหมือนกัน
เชี่ยเอ๊ย
มึงบ้าปะเนี่ย?
ก็บอกว่าอย่าเสียงดัง
มึงเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?
ทว่าหลวงพ่อเหลี่ยวเจินไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
จางเทียนลู่ไม่ใช่บรรพบุรุษบ้านท่าน จะตกปลาหรือไม่ตกปลาเกี่ยวอะไรกับท่าน?
ยิ่งมารู้ว่าบังอาจเอาศิษย์รักท่านไปทำเหยื่ออ่อยปลา
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินโกรธจนควันออกหู
ล้มกระดานแม่งเลย
ลูกประคำฟาดพลาดเป้า
เห็นราชันผีสาวเคลื่อนไหวว่องไว
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินตะโกนก้อง "อมิตาพุทธ ศิษย์ทั้งหลายอยู่ที่ใด? บัดนี้มีปีศาจออกอาละวาด ทำร้ายศิษย์พุทธ พวกเจ้าจงรีบตั้งปะรำพิธีปราบมาร สวดคัมภีร์วัชรปรัชญาปารมิตาสูตรเสริมพลังให้อาจารย์ ฆ่าผีปราบมารเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงสั่งการ ลูกศิษย์นับสิบคนที่ติดตามมาด้วยก็ขานรับพร้อมเพรียง
แต่ละคนหยิบเครื่องดนตรีธรรมประจำกายออกมา
ระฆังธรรม กลองทอง ค้อง กลองศึก ฆ้อง ฉาบ กระดิ่ง ปลาไม้ แผ่นเมฆ แผ่นปลา ฯลฯ
พระนับสิบรูปเริ่มบรรเลงเพลงธรรม เคาะเกราะเคาะไม้ สวดมนต์กันสนั่นหวั่นไหว
คัมภีร์วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร หรือเรียกสั้นๆ ว่า คัมภีร์วัชรสูตร
สวดแล้วช่วยเพิ่มบุญกุศล ขจัดวิบากกรรม โปรดสัตว์วิญญาณ เสริมพลังให้ผู้ร่ายอาคม และใช้ปราบมาร!
เป็นคัมภีร์ยอดฮิตที่ใช้ปราบผีในพิธีกรรมทางพุทธ
"ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้เมืองสาวัตถี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ 1,250 รูป..."
"ครั้งนั้น ท่านพระสุภูติเถระ ได้ลุกจากอาสนะในท่ามกลางสงฆ์ ห่มจีวรเฉวียงบ่าขวา คุกเข่าขวาลงกับพื้น ประคองอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาค แล้วกราบทูลว่า: 'น่าอัศจรรย์จริง พระพุทธเจ้าข้า! พระตถาคตทรงอนุเคราะห์เหล่าพระโพธิสัตว์เป็นอย่างดียิ่ง...'"
"..."
พระนับสิบรูปสวดมนต์ร่ายคาถา วินาทีต่อมา แสงธรรมเจิดจ้าก็สาดส่องออกมาจากตัวพวกเขา
เสียงตีฆ้องร้องป่าวสะเทือนเลื่อนลั่น
พลังธรรมจากการสวดวัชรสูตรของพระนับสิบรูป ไหลมารวมกันที่ตัวหลวงพ่อเหลี่ยวเจิน
พอได้รับการบัฟ หลวงพ่อเหลี่ยวเจินก็พลังพุ่งปรี๊ดขึ้นหลายสิบเท่า
ตอนนี้ตัวท่านส่องแสงทองอร่าม ราวกับพระพุทธองค์จุติ
ท่านถือฉาบทองเหลืองคู่หนึ่งในมือ (ฉาบคือแผ่นโลหะกลม ตรงกลางนูน มีเชือกร้อยสำหรับจับ ใช้ตีกระทบกัน) พอฉาบกระแทกกัน ก็เกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท
การโจมตีกายภาพหลบง่าย
แต่การโจมตีด้วยคลื่นเสียง เอ็งจะหลบยังไง?
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินพลังตบะเพิ่มพูน บวกกับฉาบอาคมในมือ ซึ่งเป็นสมบัติคู่วัดฝ่าจ้ง
ผ่านการรับควันธูปเทียนมาหลายร้อยปี
พอตีฉาบ คลื่นเสียงมหาศาลที่แฝงพลังวัชรสูตรก็พุ่งเข้ากระแทกสามราชันผี
สามราชันผีโดนคลื่นเสียงกระแทกจนต้องถอยกรูด
ราชันผีขันทีหน้าถอดสี "อาวุธวิเศษร้ายกาจนัก!"
ราชันทารกผี: "ไอ้โล้นนี่มันอยากตายรึไง บอกให้เงียบๆ ดันมาตีกลองร้องเพลงแถวนี้?"
ราชันผีสาวชุดแดง: "ช่างมัน ปล่อยให้มันตีไป เดี๋ยวเจ้านายลงมือเมื่อไหร่ มันคงไม่รู้ว่าคำว่าตายเขียนยังไง!"
สามราชันผีเกรงกลัวอานุภาพของอาวุธพุทธ
เลยถูกบีบให้ถอยร่น
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินตีฉาบไม่ยั้ง
ข้างหลังท่าน เหล่าลูกศิษย์เห็นอาจารย์โชว์เทพต่อหน้าธารกำนัล
ก็ยืดอกหน้าบาน ภูมิใจสุดๆ
รู้สึกว่าการกดดันสามราชันผีได้นี่มันเท่จริงๆ
พวกหัวโล้นยิ่งตีเกราะเคาะไม้กันอย่างเมามัน
ในขณะนั้นเอง จางเทียนลู่ที่นั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ริมน้ำ
เขาพ่นไอศพออกมาเฮือกหนึ่ง
ค่อยๆ ลุกขึ้นจากก้อนหิน
จางเทียนลู่: ไอ้โล้นมึงเบื่อโลกแล้วใช่ไหม?
บอกว่าอย่ากวนตีนกูตอนตกปลา มึงมาเปิดคอนเสิร์ตอะไรตรงนี้
วันนี้มึงกับลูกศิษย์มึงได้ไปตายด้วยกันแน่!
จางเทียนลู่เอ่ยปาก "พวกเอ็งสามตัว ถอยไป"
"ไอ้โล้น มึงมานี่!"
จางเทียนลู่ก้าวเท้าออกไป เหยียบอากาศยืนอยู่ตรงข้ามกับหลวงพ่อเหลี่ยวเจิน
จากนั้นก็กวักมือเรียก
มาๆๆ เข้ามาให้กูตบซะดีๆ
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินมองดูปรมาจารย์เทียนซือรุ่นที่สามแห่งเขาหลงหู่ที่ลุกขึ้นมา
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินถาม "โยมคือจางเทียนลู่ ปรมาจารย์รุ่นสามแห่งเขาหลงหู่หรือ? ในเมื่อโยมเป็นถึงบรรพชนสายเต๋า ก็น่าจะรู้วิถีแห่งการดับสูญ
ตอนมีชีวิตเป็นผู้บำเพ็ญเพียร น่าจะรู้ดีว่าตายแล้วกลายเป็นซอมบี้ มันเป็นภัยต่อผู้อื่นและตัวเอง จิตสำนึกของโยมช่างต่ำต้อยนัก บัดนี้ยอมตกต่ำเป็นมาร ไม่กลัวศิษย์เต๋าทั่วหล้าจะอับอายขายขี้หน้าเพราะโยมหรือไง?"
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินร่ายยาวเป็นชุด
ฟังคำพูดของท่านแล้ว เสวียนเจินเทียนซือและเหล่านักพรตเขาหลงหู่ รวมถึงนักพรตสำนักอื่นที่อยู่ข้างหลัง เหงื่อแตกพลั่กๆ จนหลังเปียกชุ่ม
ฉิบหายแล้ว!
ตาแก่นี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม ปากกล้าขนาดนี้?
นึกว่ากำลังโต้วาทีธรรมะอยู่รึไง?
กล้าฝีปากกล้าใส่บรรพชนเทียนซือ? แถมยังเยาะเย้ย?
เล่นเกนชินมากไปจนเพี้ยนเหรอ?
หรือสวดมนต์จนสมองกลับ?
เสวียนเจินเทียนซือและเหล่านักพรตชุดเหลืองชุดแดง ได้ยินหลวงพ่อเหลี่ยวเจินพล่ามออกมาแบบนั้น
พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ค่อยๆ ถอยหลังกรูด
น่ากลัวฉิบหาย
ชิ่งก่อนดีกว่า
ตาแก่นี่รนหาที่ตาย พวกเราต้องหลบลูกหลงให้ดี
เสวียนเจินเทียนซือเคยปะทะกับบรรพชนรุ่นสามมาแล้ว รู้ฤทธิ์เดชดี
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินพูดจาแบบนี้ วันนี้คงไม่มีชีวิตรอดกลับไปแล้ว
เว้นที่ว่างให้คนตายเขาหน่อย
ส่วนจางเทียนลู่ฟังหลวงพ่อเหลี่ยวเจินพูด ก็อดขำไม่ได้
ใบหน้าซอมบี้แห้งกรังสีดำ พอยิ้มขึ้นมา ยิ่งดูสยดสยองพิลึก
น่ากลัวกว่าตอนไม่ยิ้มอีก
จางเทียนลู่มองหลวงพ่อเหลี่ยวเจินตรงหน้า
เขาถามกลับ "เอ็งเป็นตัวอะไร?"
"ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เอ็งมีสิทธิ์มาสั่งสอนข้า?"
จางเทียนลู่ไม่เข้าใจจริงๆ
นับอายุ ข้าแก่กว่าเอ็งสองพันกว่าปี
นับศักดิ์ โคตรของโคตรปู่เอ็งยังต้องเรียกข้าว่าบรรพบุรุษต้นตระกูล
นับบารมี ปู่แท้ๆ ของข้ารับราชการบนสวรรค์เป็นหนึ่งในสี่จตุรเทพเทียนซือ ขุนนางระดับสองของทัพสวรรค์ ลูกหลานข้าเป็นผู้นำวงการเต๋า คุมยันต์สามขุนเขา
ขุนพลสวรรค์ทั่วหล้ารอข้าบัญชาการ ยันต์เทพทั้งร้อยข้าเรียกใช้ได้ดั่งใจ
แม้แต่ตำหนักสายฟ้าเสินเซียว ข้าจะเรียกก็มาจะไล่ก็ไป!
แล้วเอ็งเป็นใคร?
สะเออะมาวิจารณ์ข้า?
ไอศพสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากร่างจางเทียนลู่
พร้อมกันนั้น วิชาปัญจสายฟ้าวิถีธรรมก็ระเบิดออก สายฟ้าสีม่วงแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬดุจน้ำหมึก
อิน-ปัญจสายฟ้าวิถีธรรม!
เห็นจางเทียนลู่ใช้วิชาสายฟ้า
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
ท่านชูฉาบอาคมขึ้น แค่นเสียง "เฮอะ! เทียนซือที่ตายมาสองพันปี อาตมาก็อยากจะรู้นักว่ายังเหลือตบะอยู่สักกี่น้ำ อย่าคิดว่าอาตมาจะกลัว วันนี้ใครจะอยู่ใครจะไป ยังไม่รู้เลย!"
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินพูดจบ ก็กระแทกฉาบในมืออย่างแรง
คลื่นเสียงพุทธคุณมหาศาลพุ่งเข้าใส่จางเทียนลู่
หลวงพ่อเหลี่ยวเจิน: "จงยอมจำนนซะ จางเทียนลู่!!"
[จบแล้ว]