- หน้าแรก
- ขออภัย ศพนี้คือบรรพชนเขาหลงหู่
- บทที่ 24 - ลบหลู่เทียนซือแล้วคิดจะหนี?
บทที่ 24 - ลบหลู่เทียนซือแล้วคิดจะหนี?
บทที่ 24 - ลบหลู่เทียนซือแล้วคิดจะหนี?
บทที่ 24 - ลบหลู่เทียนซือแล้วคิดจะหนี?
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินเป็นถึงพระระดับอาจารย์แห่งหอวินัยวัดฝ่าจ้ง บำเพ็ญเพียรพุทธคุณมากว่า 30 ปี ผ่านพิธีปราบมารมานับไม่ถ้วน
ผลงานชิ้นโบแดงคือเคยปราบผีร้ายพันปีมาแล้ว
ในสายตาชาวบ้านละแวกวัดฝ่าจ้ง ท่านคือผู้วิเศษที่มีอิทธิฤทธิ์เหลือล้น
ในสายตาท่าน แม้จางเทียนลู่จะเป็นเทียนซือรุ่นสามแห่งเขาหลงหู่
แต่ก็ตายไปตั้งสองพันกว่าปีแล้ว
ตอนมีชีวิตอาจจะเก่งจริง แต่เวลาผ่านไปขนาดนั้น คนตายฟื้นคืนชีพ จะเหลือพลังจากตอนมีชีวิตสักกี่ส่วนเชียว?
พลังเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ จะมาสู้ท่านได้ยังไง?
ถ้าตอนนี้เป็นเมื่อสองพันปีก่อน ตอนจางเทียนลู่ยังฟิตปั๋ง ท่านมาเจอเข้า คงรีบก้มกราบแล้ววิ่งหนีไม่คิดชีวิต
แต่จางเทียนลู่ตายไปสองพันปีแล้ว เสือสิ้นลายแล้ว!
บวกกับตอนนี้หลวงพ่อเหลี่ยวเจินได้บัฟจากคัมภีร์วัชรสูตร ท่านไม่คิดว่าบรรพชนเขาหลงหู่คนนี้จะเป็นคู่ต่อสู้ของท่านได้
ส่วนข่าวที่ว่าซอมบี้จางเทียนลู่ตบเสวียนเจินเทียนซือคว่ำ
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินคิดว่าเก้าในสิบเป็นเพราะพวกลูกหลานไม่กล้าลงมือกับบรรพบุรุษตัวเองมากกว่า
คนตายไปสองพันปีจะมีน้ำยาอะไร?
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินกระแทกฉาบ คลื่นเสียงมหาศาลพุ่งเข้าชนจางเทียนลู่
วันนี้ท่านจะปราบจางเทียนลู่ให้ดู!
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินคิดในใจ: แค่คิดก็มันส์แล้ว ถ้าวันนี้คว่ำบรรพชนเขาหลงหู่ได้ มีเรื่องให้คุยโวไปชั่วลูกชั่วหลาน
แต่น่าเสียดาย ความคิดนั้นสวยหรู แต่ความจริงมันโหดร้าย
จางเทียนลู่สัมผัสได้ถึงคลื่นเสียงจากฉาบที่พุ่งเข้ามา
เขาไม่แม้แต่จะคิดหลบ
โจมตีด้วยเสียงเหรอ?
วินาทีต่อมา
จางเทียนลู่อ้าปากคำรามใส่หน้าหลวงพ่อเหลี่ยวเจิน
"โฮก!!!!!!"
เสียงคำรามของซอมบี้ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคลื่นเสียงฉาบดังออกมาจากปากจางเทียนลู่
มันทำลายคลื่นเสียงของหลวงพ่อเหลี่ยวเจินจนแตกกระเจิงในพริบตา แถมเสียงคำรามนี้ยังแฝงด้วยพลัง 'สุรเสียงต้นกำเนิดปัญจสายฟ้า' ของเขาหลงหู่ ผสานกับพลังสิงห์คำรามของผีดิบเหาะ
เสียงคำรามก้องฟ้าสะเทือนดิน ผสานวิชาศพและวิชาเต๋าเข้าด้วยกัน
คลื่นเสียงระลอกนี้ รุนแรงกว่าฉาบของหลวงพ่อเหลี่ยวเจินเป็นสิบเท่า!
แรงอัดกระแทกซัดหลวงพ่อเหลี่ยวเจินและแก๊งลูกศิษย์ที่อยู่ข้างหลังกระเด็นกลิ้งโค่โล่
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินกระอักเลือดคำโต เซถอยหลังไปเจ็ดแปดก้าวก็ยังทรงตัวไม่อยู่ ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้น หมดสภาพผู้ทรงศีล
พร้อมกันนั้น ฉาบทองเหลืองในมือก็ทนแรงอัดกระแทกไม่ไหว แตกละเอียดคามือ
สมองของหลวงพ่อเหลี่ยวเจินวิ้งไปหมด ยังตั้งสติไม่ได้
พริบตาต่อมา จางเทียนลู่ก็มายืนอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว
เทียนซือศพคืนชีพยืนค้ำหัวมองลงมา
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินนั่งอยู่กับพื้น เพิ่งโดนตะโกนอัดหน้าไปทีหนึ่ง
ตอนนี้สมองยังเบลออยู่
มองเห็นภาพซ้อน
พอเห็นจางเทียนลู่มาอยู่ตรงหน้า หลวงพ่อเหลี่ยวเจินก็เอาฉาบในมือกระแทกกัน
กะจะสู้ต่อ
แต่ตอนนั้นเองท่านถึงเพิ่งรู้ตัวว่า ฉาบในมือแตกไปแล้ว
จางเทียนลู่: "เอ็งชอบตีฉาบเหรอ!"
"ข้าก็ชอบเหมือนกัน"
พูดจบ จางเทียนลู่ก็ตบเข้าที่หัวโล้นๆ ของหลวงพ่อเหลี่ยวเจิน ดังเหมือนตีกลอง
"เพียะ!" เสียงดังสนั่น
หัวหลวงพ่อเหลี่ยวเจินประทับรอยฝ่ามือสีดำชัดเจน
ตัวปลิวละลิ่วออกไปทันที
ไอ้โล้น เมื่อกี้มึงสั่งสอนกูเหรอ?
ตบฉาดเดียว แสงธรรมที่คุ้มกายหลวงพ่อเหลี่ยวเจินแตกกระเจิง
แสงธรรมดับวูบ
โดนตบอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีทางสู้เลยสักนิด!
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินโดนตบกระเด็น
หมุนติ้วเป็นลูกข่างกลางอากาศเจ็ดแปดรอบ ปลิวไปไกลสิบกว่าเมตรกว่าจะร่วงลงพื้น
ยังดีที่ท่านฝึกวิชาหัวเหล็กมา บวกกับมีพลังวัชรคงกระพันคุ้มกาย
ไม่งั้นถ้าเป็นคนธรรมดาโดนตบทีเดียว หัวคงหลุดจากบ่าไปแล้ว
แต่ถึงจะมีวิชาป้องกันตัว
สภาพของหลวงพ่อเหลี่ยวเจินตอนนี้ก็ดูไม่จืด
โดนเทียนซือตบหัวไปทีหนึ่ง พอตกถึงพื้น เลือดก็ไหลออกเจ็ดทวาร ทั้งจมูก ตา หู ปาก เลือดไหลออกมาเหมือนตัวหนอน
หลวงพ่อเหลี่ยวเจิน: "เอ๊ะ? เอ๊ะ?"
ทำไมโลกมันหมุนๆ?
ท่านตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ยืนไม่อยู่ เดินเซไปเซมาเหมือนรำมวยเมา
ในใจตื่นตระหนกสุดขีด
ทำไมเก่งขนาดนี้?
ตายไปสองพันปีแล้วไม่ใช่เหรอ?
ตายไปสองพันปีแล้วฟื้นมา ยังมีตบะแก่อกล้าขนาดนี้อีกเหรอ?
จางเทียนลู่ไม่รู้ว่าหลวงพ่อเหลี่ยวเจินคิดอะไรอยู่ ถ้ารู้คงขำกลิ้ง
เพราะต่อให้ตายไปสองพันปี เหลือพลังแค่หนึ่งส่วน แต่จะฆ่าเอ็งน่ะ มันง่ายเหมือนบี้มด!
คนเราควรรู้จักประมาณตน หลวงพ่อเหลี่ยวเจินไม่รู้จักประมาณตน เลยต้องมีจุดจบแบบนี้
เสวียนเจินเทียนซือและเหล่านักพรต รวมถึงตำรวจเห็นภาพนี้
เห็นหลวงพ่อเหลี่ยวเจินเลือดท่วมหน้ารำมวยเมา รับมือบรรพชนไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ต่างพากันส่ายหัว
หมาเห็นยังส่ายหัวเลย
ไม่มีฝีมือเลยนี่หว่า!
เสวียนเจินเทียนซือคิดในใจ: สมน้ำหน้า!
กล้าลบหลู่บรรพชน โดนแค่นี้ยังน้อยไป
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินโดนตบจนสมองกระทบกระเทือน ลุกขึ้นมารำมวยเมาได้แป๊บเดียวก็สลบเหมือดไป
วิชาหัวเหล็กก็ต้านฝ่ามือเทียนซือไม่ไหว
จากนั้น จางเทียนลู่ก็สั่งให้สามราชันผีลากซากหลวงพ่อเหลี่ยวเจินมา
รวมถึงพวกลูกศิษย์เคาะเกราะเคาะไม้ที่มาด้วยกัน
พวกเณรน้อยเห็นอาจารย์แพ้ยับเยิน ก็ทำท่าจะวิ่งหนี
จางเทียนลู่ตวัดนิ้วชี้วูบเดียว
สายฟ้าสีดำฟาดลงบนเส้นทางหนีของพวกมัน กรีดพื้นเป็นร่องลึกห้านิ้ว กว้างสามนิ้ว
จางเทียนลู่: "พวกเอ็งอย่าหนีจะดีกว่า ไม่งั้นนิ้วต่อไป ข้าจะกรีดบนตัวพวกเอ็ง"
สิ้นคำขู่ พวกเณรน้อยฉี่แทบราด
ไม่กล้าขยับขาอีกเลย
สามราชันผีส่ายหน้ายิ้มเย็น
เทียนซือน่ะเจ้าคิดเจ้าแค้นนะจะบอกให้ ลบหลู่เทียนซือแล้วคิดจะหนี?
ตอนมาซ่าซะเหลือเกิน คิดจะกลับง่ายๆ เหรอ?
ฝันไปเถอะ!
จางเทียนลู่สั่งให้สามราชันผีมัดรวมพวกหัวโล้นเข้าด้วยกัน
มัดเป็นข้าวต้มมัดก้อนใหญ่ แล้วเตะตูมเดียวลงไปในอ่างเก็บน้ำ
ใช้แค่หยวนคงคนเดียวอ่อยเหยื่อ กลิ่นมันอาจจะไม่แรงพอ
ได้พวกเหลี่ยวเจินมาสมทบพอดี
ทีนี้น่าจะพอแล้ว
หลวงพ่อเหลี่ยวเจินเมื่อกี้ยังซ่าท้าทายเทียนซือ ผ่านไปไม่กี่นาที โดนจับทำเหยื่อตกปลาซะแล้ว
จางเทียนลู่มองดูผิวน้ำ เห็นพวกหัวโล้นตะเกียกตะกายจมลงไป
เขาส่ายหน้า
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
เวลาจะทำอะไรที่มันเจ๋งๆ ตัวคนทำต้องเจ๋งจริงด้วย
ไม่งั้นสุดท้าย คนที่หน้าแตก ก็คือตัวเอ็งเองนั่นแหละ
ไม่มีฝีมือ จะแอ็คทำไม?
หน้าแหกหมอไม่รับเย็บเลยเห็นไหม?
[จบแล้ว]