- หน้าแรก
- หลังเลิกงาน มีนักศึกษาสาวสะกดรอยตามผม
- บทที่ 17: อนาคตก็คือผัวเมียนั่นแหละ
บทที่ 17: อนาคตก็คือผัวเมียนั่นแหละ
บทที่ 17: อนาคตก็คือผัวเมียนั่นแหละ
"หลี่รุ่ย?"
ไม่นานนัก ลุงลี่ก็กลับมาจากข้างนอก
ประตูลิฟต์เปิดออกพอดีกับฉากชวนเข้าใจผิด
ลุงลี่เลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอดหลายปี
แกเคยคิดจะแต่งงานใหม่ แต่ก็กลัวว่าคนใหม่จะรักลูกสาวแกไม่จริง แกเลยกัดฟันเลี้ยงลูกมาคนเดียว
การเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพังมันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าจึงปรากฏชัดบนใบหน้าแก
แกหิ้วกระเป๋าเดินเข้ามาหาเจียงจื่อโม่ช้าๆ แล้วชี้ไปที่สวีชิงหนิง "จื่อโม่ นี่มีแฟนแล้วเรอะ? ยินดีด้วยๆ"
"ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะคุณลุง หนูชื่อสวีชิงหนิง เป็น—"
สวีชิงหนิงหัวไวรีบรับมุก ก้าวเท้าฉับๆ ยื่นมือไปทักทายพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
น่าเสียดายที่เจียงจื่อโม่เบรกหัวทิ่มซะก่อน
"แหะๆ ลุงลี่ครับ อย่าไปฟังยัยนี่เพ้อเจ้อ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเธอทั้งนั้น"
ลุงลี่ฟังเจียงจื่อโม่แล้วก็พินิจพิเคราะห์สวีชิงหนิงอย่างสนใจ
เป็นแม่หนูที่หน้าตาสะสวยใช้ได้เลยทีเดียว
แถมดูท่าทางร่าเริงเปิดเผย... นิสัยแบบนี้ต่างกับเจ้าจื่อโม่ลิบลับ
"พี่จื่อโม่! ทำไมต้องรีบปฏิเสธขนาดนั้นด้วยคะ? ก็เห็นๆ กันอยู่... คืนนั้น..."
จู่ๆ สวีชิงหนิงก็แกล้งทำหน้าเศร้าสร้อย ดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นกะพริบปริบๆ ชวนให้คนหลงใหลได้ปลื้ม
ดูท่าสวีชิงหนิงเตรียมจะพ่นคำพูดชวนช็อกออกมาอีก เจียงจื่อโม่เห็นท่าไม่ดีรีบพุ่งเข้าไปปิดปากเธอทันควัน
ลุงลี่วางมือบนไหล่ลูกสาว มองดูหนุ่มสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม "แหมๆ คู่รักคู่นี้รักกันดีจริง! จื่อโม่ อยู่คนเดียวมาตั้งนาน ในที่สุดก็จะมีความสุขกับเขาบ้างแล้วสินะ?"
"ไม่ครับลุงลี่ อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้เป็นอะไรกับยัยนี่จริงๆ"
เจียงจื่อโม่รู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก
ก็ยัยตัวแสบสวีชิงหนิงดันพูดจากำกวมให้คนเขาเข้าใจผิดกันไปใหญ่
"เออๆ ไม่เป็นก็ไม่เป็น ลุงไม่กวนละ พาหลี่รุ่ยเข้าบ้านก่อนนะ"
ลุงลี่เห็นสถานการณ์แล้วก็ไม่อยากขัดจังหวะหนุ่มสาว เลยพาหันหลังพาลูกสาวเข้าห้องไป
พอกลับเข้าห้อง หลี่รุ่ยก็หันไปถามพ่อ "พ่อคะ ตกลงสองคนนั้นเป็นอะไรกันแน่?"
"อนาคตก็คือผัวเมียกันนั่นแหละลูก"
ลุงลี่ถอดเสื้อคลุมพลางตอบ
"อ๋อ แบบนี้นี่เอง"
"เอ้อ ใช่ พ่อซื้อบาร์บีคิวมาฝากลูกด้วย"
"ว้าว ขอบคุณค่ะพ่อ"
...ในขณะเดียวกัน เจียงจื่อโม่กลัวว่าสวีชิงหนิงจะอาละวาดเป็นคนบ้าอยู่ตรงทางเดินอีก เขาเลยลากเธอกลับเข้าห้องแล้วจับกดให้นั่งลงบนโซฟา
สวีชิงหนิง: "เบาๆ หน่อยสิคะ เจ็บนะเนี่ย"
เธอลูบข้อมือที่โดนเจียงจื่อโม่บีบจนแดง
เจียงจื่อโม่นั่งกุมขมับอยู่ฝั่งตรงข้าม พูดไม่ออกบอกไม่ถูก "ช่วยเลิกพูดจาชวนให้คนอื่นคิดลึกจะได้ไหม?"
สวีชิงหนิง: "อ้าว? เมื่อกี้ฉันพูดอะไรผิดเหรอคะ? ก็พี่บีบข้อมือฉันแรงจริงๆ นี่นา ฉันพูดผิดตรงไหน?"
เจียงจื่อโม่: "..."
สวีชิงหนิง: "พี่จื่อโม่นั่นแหละคิดลึก แล้วมาโทษฉัน"
เจียงจื่อโม่: "..."
เขาแพ้ เขาเถียงผู้หญิงคนนี้ไม่ชนะจริงๆ!!!!
"อย่าพูดจาให้คนเขาเข้าใจผิดไปเรื่อย ฉันน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่หลี่รุ่ยเพิ่งจะอยู่ ม.ต้น ลุงลี่แกก็คนนอก ถ้าเขาเข้าใจความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ของเราผิดไปจะทำยังไง?"
"บริสุทธิ์?"
สวีชิงหนิงทวนคำทีละพยางค์ ทำหน้าเหมือนประหลาดใจสุดขีด
"ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น? ฉันพูดผิดตรงไหน? เราบริสุทธิ์ใจต่อกันจริงๆ ฉันเป็นคนมีหลักการนะ จะล้อเล่นอะไรก็ได้ แต่อย่ามาใส่ร้ายฉันเรื่องพรรค์นี้" เจียงจื่อโม่ยืดตัวตรงหลังแข็งทื่อทันที
สวีชิงหนิง: "ฉันชอบพี่ แบบนี้เรียกว่าบริสุทธิ์ได้เหรอคะ?"
เจียงจื่อโม่: "ชักจะเถียงข้างๆ คูๆ เก่งขึ้นทุกวันนะ ฉันเถียงสู้เธอไม่ได้หรอก แต่ยังไงซะเราก็บริสุทธิ์ใจ ฉันยังไม่เคยทำอะไรเธอสักหน่อย"
"แต่ฉันเคยทำพี่นะ ลืมแล้วเหรอ? คราวก่อนที่ฉันเผลอกด..."
"หยุด!"
ไม่ต้องรอให้พูดจบ เจียงจื่อโม่ก็รู้ทันทีว่าเธอจะสื่อถึงอะไร
เขาเกือบลืมเรื่องหน้าแตกครั้งนั้นไปแล้วเชียว ยัยนี่ดันขุดขึ้นมาพูดในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานซะงั้น
"ไม่ต้องห่วงค่ะพี่จื่อโม่ ฉันจะรับผิดชอบพี่เอง!!"
"รับผิดชอบบ้าบออะไร!"
"..."
"เอ่อ..."
ด้วยความจนตรอก เจียงจื่อโม่เผลอหลุดคำหยาบใส่สวีชิงหนิง
พอพูดจบเขาก็ชะงักไป ไม่นึกว่าตัวเองจะสติหลุดได้ขนาดนี้เพราะผู้หญิงคนเดียว
มือไม้เกะกะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็ชี้ไปที่สวีชิงหนิง "โทษที ฉัน... ฉันควบคุมอารมณ์ไม่อยู่นิดหน่อย"
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร ฉันไม่มีวันโกรธพี่จื่อโม่หรอก" สวีชิงหนิงทัดผมที่หู ทำท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวาน
เจียงจื่อโม่: "หือ?"
สวีชิงหนิงโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ส่งยิ้มหวาน "พูดจริงนะคะ ฉันชอบพี่ ฉันไม่มีวันโกรธพี่หรอก"
เจียงจื่อโม่: "จะเป็นไปได้ยังไง ขนาดผัวเมียเขายังทะเลาะกัน ยังโกรธกันเลย"
"ฉันยังไม่ได้โยงไปเรื่องแต่งงานเลยนะ พี่จื่อโม่คิดไปไกลถึงขั้นเราเป็นผัวเมียกันในอนาคตแล้วเหรอคะ?"
"..."
เจียงจื่อโม่หลุบตาลง รู้สึกว่าต่อไปนี้ต้องระวังคำพูดให้มากขึ้น
เผลอหลุดปากเมื่อไหร่ เป็นโดนยัยนี่จับไปปั่นหัวเล่นทุกที!
"ถามจริง พี่คิดว่าเราจะไม่ได้เป็นผัวเมียกันจริงๆ เหรอคะ?"
สวีชิงหนิงเดินอ้อมโต๊ะรับแขกมานั่งข้างๆ เจียงจื่อโม่
เจียงจื่อโม่: "เราไม่มีทางเป็นผัวเมียกันแน่นอน"
เขาพูดด้วยความมั่นใจเกินร้อย ราวกับเป็นคำตอบที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยสมการนับสิบ
สวีชิงหนิง: "แต่ฉันว่าเราจะได้เป็นนะ ฉันสังหรณ์ใจแบบนั้น! รู้ใช่มั้ยคะว่าเซนส์ของผู้หญิงแม่นจะตาย"
เจียงจื่อโม่: "ตรรกะวิบัติ"
"อะไรที่ไม่ตรงใจพี่ก็กลายเป็นตรรกะวิบัติไปหมดเหรอคะ? ฉันว่าที่พี่พูดนั่นแหละตรรกะวิบัติ ทำไมเราถึงจะไม่ได้เป็นผัวเมียกัน? เราออกจะเหมาะสมกันไม่ใช่เหรอ?"
สวีชิงหนิงขยิบตาให้เจียงจื่อโม่
เจียงจื่อโม่หันหน้าหนีทันที แกล้งทำหน้าขยะแขยงสุดขีด ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้
"แต่ฉันได้ยินคุณลุงคนนั้นบอกว่าพี่โสดมาหลายปี..."
จู่ๆ บรรยากาศก็หนักอึ้งขึ้นมา เจียงจื่อโม่ค่อยๆ หันกลับมามองสวีชิงหนิง "ใช่"
สวีชิงหนิง: "...ทำไมล่ะคะ?"
เจียงจื่อโม่แกล้งขู่ "เพราะฉันรู้ตัวดีว่าไม่มีใครรับฉันได้หรอก"
สวีชิงหนิง: "ห๊ะ????"
เธอชี้ไปที่หน้าผากเจียงจื่อโม่ แล้วค่อยๆ เลื่อนนิ้วลงไปที่ต้นขาเขา "พี่จื่อโม่คะ หน้าตาหล่อระดับดาราขนาดนี้ พี่บอกว่าไม่มีใครรับได้เนี่ยนะ??? หรือว่าพี่จะมีโรคประจำตัวร้ายแรงที่บอกใครไม่ได้?"
เจียงจื่อโม่เริ่มแต่งเรื่องอีกรอบ "โรคประจำตัวอะไร? อย่ามาพูดมั่วๆ ฉันหมายถึงฉันงานยุ่งมากจนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องความรักต่างหาก"
สวีชิงหนิง: "..."