เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: กอดขา

บทที่ 16: กอดขา

บทที่ 16: กอดขา


"แสดงละครได้ขนาดนี้ พี่นับถือเธอจริงๆ"

เจียงจื่อโม่วางสวีชิงหนิงลงกับพื้น พูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอาสุดขีด

เพราะความแตก สวีชิงหนิงเลยต้องนั่งแหมะอยู่ข้างๆ เจียงจื่อโม่

เธอก้มหน้างุด ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงดี

ในแผนของเธอ ไม่มีฉากเจียงจื่อโม่จู่โจมอุ้มเธอท่าเจ้าหญิงแบบนี้สักหน่อย

โดนรุกหนักขนาดนั้น ใครจะไปตีหน้าซื่อเล่นละครต่อได้ไหว?

เจียงจื่อโม่: "เกือบจะหลงกลเธอแล้ว นึกว่าเธอไม่ได้เรียนม.จินหลิง แต่เรียนการแสดงที่สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่งซะอีก!"

"แหม อย่าชมกันสิคะ~ เขินแย่เลย"

"นั่นฉันชมเหรอ?!"

"โธ่..."

สวีชิงหนิงแอบชำเลืองมองหน้าเจียงจื่อโม่ แล้วหลุบตาลงต่ำ นิ้วมือเขี่ยขากางเกงตัวเองเล่นแก้เก้อ "อย่าเพิ่งของขึ้นสิคะ ก็แค่หยอกเล่นนิดหน่อยเอง"

เจียงจื่อโม่: "แกล้งป่วยเนี่ยนะเรื่องล้อเล่น? พนันได้เลยว่าตอนเด็กๆ เธอต้องใช้มุกนี้โดดเรียนประจำ"

สวีชิงหนิง: "จุ๊ๆๆ ทายผิดแล้วค่ะ ฉันเป็นเด็กเรียนดีเด่นนะ ไม่เคยโดดเรียนสักครั้ง"

เจียงจื่อโม่: "งั้นแปลว่าตอนเด็กเก็บกดมานาน พอโตเลยเพี้ยนแตก แล้วดันเจาะจงมาเพี้ยนใส่ฉันคนเดียวสินะ?"

สวีชิงหนิง: "เพี้ยนตรงไหนคะ? นี่ฉันจีบพี่แบบปกติอยู่นะ"

"แบบนี้เรียกว่าปกติเรอะ?"

เจียงจื่อโม่ย่อตัวลงนั่งยองๆ จ้องตาสวีชิงหนิง "วันนี้ฉันอุตส่าห์ดีใจที่เธอไม่ตามมาที่ทางเปลี่ยวนั่น นึกว่าคำพูดฉันจะเข้าหูเธอซะบ้าง ที่ไหนได้..."

ตลอดเวลาที่เขาพูด สวีชิงหนิงเอาแต่มองตาเขาหวานเชื่อม

พอพูดจบ เจียงจื่อโม่เพิ่งจะรู้ตัวว่าโดนจ้องด้วยสายตาพิฆาตใจ เขาเกร็งไปวูบหนึ่งแต่ก็รีบดึงสติกลับมา "ฉันพูดกับเธอดีๆ อยู่นะ ฟังอยู่รึเปล่า?"

สวีชิงหนิง: "..."

เธอไม่ทำอะไรนอกจากจ้องหน้าเจียงจื่อโม่ด้วยใบหน้าสวยหยาดเยิ้ม

สงสัยกำลังงัดกลยุทธ์ 'สาวงาม' ในสามสิบหกกลยุทธ์มาใช้

แต่เจียงจื่อโม่ไม่หลงกลหรอกนะ

เห็นสวีชิงหนิงไม่ตอบ เขาก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินเข้าห้อง

"เดี๋ยวก่อน!"

คิดไม่ถึงว่าขาซ้ายของเขาจะถูกสวีชิงหนิงพุ่งเข้ากอดหมับ!!!

ไอ้พฤติกรรมกอดขาแน่นเป็นปลิงแบบนี้... เขาเคยเห็นแต่ในละครทีวีเท่านั้นแหละ ไม่นึกว่าจะเจอกับตัว

เจียงจื่อโม่พยายามสะบัดขา แต่สวีชิงหนิงยิ่งกอดแน่นเข้าไปอีก แทบจะหลอมรวมร่างไปกับขาเขาอยู่แล้ว!!

"ให้ตายสิ..."

เจียงจื่อโม่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาเหนื่อยใจกับยัยนี่จริงๆ เหนื่อยกายด้วย

ชีวิต 27 ปีไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเจอผู้หญิงแบบนี้

สวีชิงหนิง: "พี่จื่อโม่ ฉันยังไม่หายโกรธพ่อเลย ขอค้างบ้านพี่อีกคืนเดียวนะคะ!"

เจียงจื่อโม่: "มีปัญหาก็ต้องเคลียร์ ไม่ใช่เก็บเงียบไว้ แบบนี้เมื่อไหร่จะดีกัน!"

สวีชิงหนิง: "..."

ความจริงพ่อรักเธอจะตาย ไม่มีการทะเลาะอะไรทั้งนั้น เธอแค่ยกมาอ้างเฉยๆ

"เข้าใจที่ฉันพูดมั้ย?"

"..."

"ถ้าเข้าใจก็ปล่อยขาฉัน แล้วไปจัดการเรื่องของตัวเองซะ เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว!"

"ไม่"

สวีชิงหนิงส่ายหน้า แล้วแนบแก้มลงกับต้นขาเจียงจื่อโม่

สองแขนกอดรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับขาของเจียงจื่อโม่เป็นขอนไม้ลอยน้ำท่อนสุดท้าย

เจียงจื่อโม่จนปัญญาจริงๆ ถ้าเป็นผู้ชายเขาคงเตะกระเด็นไปนานแล้ว แต่นี่เป็นผู้หญิง

ขืนลงไม้ลงมือ เดี๋ยวก็โดนข้อหารังแกผู้หญิงอีก

แอ๊ด—

เสียงเอะอะโวยวายเรียกความสนใจจากเพื่อนบ้านห้อง 1122 ฝั่งตรงข้าม

นั่นคือห้องของลุงลี่ ขี้เมาที่เคยมาเคาะผิดห้องคราวก่อน

แต่คราวนี้ลุงลี่ยังไม่กลับ คนที่เปิดประตูออกมาคือลูกสาวของแก หลี่รุ่ย

เจียงจื่อโม่กับสวีชิงหนิงมองหน้ากัน แล้วหันไปมองเด็กสาวพร้อมกัน

หลี่รุ่ยปีนี้อายุ 13 เรียนอยู่ ม.1 รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม

แต่เพราะเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก บวกกับสภาพครอบครัว ทำให้เธอกลายเป็นเด็กขี้อาย เก็บตัว

ปกติแค่เจอกันตรงทางเดินยังไม่กล้าทัก ถ้าบังเอิญติดลิฟต์ไปด้วยกัน เธอคงเกร็งจนแทบอยากจะเอาเล็บเท้าจิกพื้นสร้างพระราชวังโปตาลาแก้เขิน

เจอสถานการณ์แบบนี้ ปกติเธอต้องรีบมุดหัวกลับเข้าห้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่ใช่มายืนจ้องตาแป๋วอยู่ตรงนี้

เจียงจื่อโม่: "หลี่รุ่ย..."

หลี่รุ่ยกะพริบตาปริบๆ มองสวีชิงหนิงที่นั่งกอดขาเจียงจื่อโม่แน่น แล้วถามขึ้น "พี่สาวคะ ทำอะไรอยู่เหรอ?"

"เอ่อ คือพี่..."

"เมื่อกี้หนูเพิ่งดูทีวี ในละครมีฉากผู้ชายทิ้งเมีย แล้วเมียเขาก็ทำท่าเหมือนพี่สาวตอนนี้เลย"

"ห๊ะ????"

เจียงจื่อโม่กะจะเป็นแค่คนดูวงนอก ไหงบทสนทนามันเลี้ยวมาเข้าตัวเขาได้ล่ะ?

เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว!!!!

"เมียคนนั้นทำท่าเหมือนพี่สาวตอนนี้เปี๊ยบเลย กอดขาผัวร้องห่มร้องไห้น่าสงสาร"

หลี่รุ่ยเดินหน้านิ่งเข้ามาหาสวีชิงหนิง นั่งยองๆ ชี้หน้าเธอพลางวิเคราะห์ฉากละคร

สวีชิงหนิงเงยหน้ามองเจียงจื่อโม่แบบงงๆ

หลี่รุ่ย: "ตกลงพี่สาวเป็นอะไรกับพี่เจียงจื่อโม่คะ?"

สวีชิงหนิง: "ก็เป็นแบบที่หนูเพิ่งพูดไปนั่นแหละจ้ะ"

"อย่าไปฟังยัยนี่เพ้อเจ้อ"

เจียงจื่อโม่รีบดึงแขนสวีชิงหนิง กระชากเธอให้ลุกขึ้นยืนพิงกำแพง

"หลี่รุ่ย อย่าไปฟังพี่เขาพูดมั่วซั่ว พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับยัยนี่ทั้งนั้น"

"ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมพี่สาวต้องกอดขาพี่ร้องไห้ด้วยล่ะคะ? พี่เจียงจื่อโม่แอบสร้างภาพว่าโสดเหรอ? จริงๆ แล้วแอบซุกเมียมาตั้งหลายปีใช่ไหม?"

"เด็กสมัยนี้จินตนาการล้ำเลิศขนาดนี้เลยเหรอ?"

เจียงจื่อโม่หันไปถามสวีชิงหนิง

สวีชิงหนิง: "ฉันว่าน้องเขาพูดมีเหตุผลอยู่นะ"

"ฉันว่าเธอก็ประสาทพอกัน" เจียงจื่อโม่แขวะสวีชิงหนิง แล้วหันไปพูดกับหลี่รุ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เพราะยังไงหลี่รุ่ยก็เป็นเด็ก ต้องใจเย็นๆ เข้าไว้

"พี่กับพี่สาวคนนี้—"

"พี่จีบเขาอยู่จ้ะ"

สวีชิงหนิงกระโดดดึ๋งไปยืนข้างเจียงจื่อโม่ ทำท่าคิ้วท์ๆ เหมือนกระต่าย แนะนำตัวกับหลี่รุ่ยอย่างภาคภูมิใจ

หลี่รุ่ย: "อ๋อ?"

เจียงจื่อโม่: "นี่ จะไปบอกเรื่องพวกนี้กับเด็ก ม.1 อายุ 13 ทำไม?"

เรื่องรักๆ ใคร่ๆ จะเอาไปเล่าให้เด็ก 13 ฟังทำซากอะไร? เด็กมันไม่เข้าใจหรอก!!!

"ก็พูดความจริงไงคะ! โกหกเด็กมันบาป ฉันจีบพี่อยู่จริงๆ นี่นา" สวีชิงหนิงตอบหน้าตาเฉย

เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พูดอะไรผิด และไม่เข้าใจว่าทำไมเจียงจื่อโม่ต้องทำท่าหงุดหงิดขนาดนั้น

หลี่รุ่ย: "..."

เจียงจื่อโม่: "เอาเป็นว่า หลี่รุ่ย พี่สาวคนนี้สติไม่ค่อยดี อย่าไปสนใจเลย"

หลี่รุ่ย: "..."

จบบทที่ บทที่ 16: กอดขา

คัดลอกลิงก์แล้ว