- หน้าแรก
- หลังเลิกงาน มีนักศึกษาสาวสะกดรอยตามผม
- บทที่ 11: เจอโรคจิตระหว่างทาง
บทที่ 11: เจอโรคจิตระหว่างทาง
บทที่ 11: เจอโรคจิตระหว่างทาง
"ซี่โครงหมูตุ๋นถั่วแขก, ตี้ซานเซียน... ทำไมมีแต่อาหารจีนทั้งนั้นเลยวะ?"
หลี่เจี้ยนเหว่ยวิจารณ์พลางชะโงกหน้าดูอาหารในกล่องข้าวสีส้มของเจียงจื่อโม่
เจียงจื่อโม่จ้องอาหารในกล่องเงียบๆ โดยไม่แตะต้องตะเกียบ
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "เฮ้ย อาหารน่ากินขนาดนี้ แกนั่งจ้องเฉยๆ ได้ไงวะ"
เจียงจื่อโม่: "..."
"ถ้าแกไม่กิน ฉันกินเองนะ! อย่าให้เสียของ!"
พอหลี่เจี้ยนเหว่ยยื่นตะเกียบออกไป เจียงจื่อโม่ก็ขัดขวางเขาอีกรอบ
เหตุการณ์เดจาวูเหมือนเมื่อวานเปี๊ยบ
"ไหนบอกจะไม่กินของน้องเขาไง? พอฉันจะกินทำไมแกต้องมาขวางด้วยวะ?"
"ฉันบอกว่า นี่เป็นครั้งสุดท้าย"
เจียงจื่อโม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก
หลี่เจี้ยนเหว่ยทำท่าทางรู้ทัน ชี้นิ้วใส่หน้าเพื่อนแล้วพูดว่า "ฉันว่าต่อให้แกโดนไฟคลอกทั้งตัว สิ่งเดียวที่จะเหลือรอดคือปากแกนี่แหละ ปากแข็งชะมัด"
เจียงจื่อโม่: "ฉันไม่ได้ล้อเล่น ฉันพูดจริง"
หลี่เจี้ยนเหว่ย: "เออๆ แล้วแต่แก รีบกินซะ กินเสร็จจะได้งีบสักหน่อย"
เจียงจื่อโม่ค่อยๆ ลิ้มรสอาหารฝีมือสวีชิงหนิงทีละคำ แล้วก็ยอมรับว่าฝีมือปลายจวักของเธอไม่ธรรมดาจริงๆ
แถมยังตั้งใจทำอาหารพื้นเมืองภาคอีสานมาให้... คิดๆ ดูแล้ว หรือเธอจะตั้งใจทำเมนูพวกนี้มาเพื่อเอาใจเขาโดยเฉพาะ?
ก็คงเป็นไปได้ เพราะเธอกำลังจีบเขาอยู่นี่นา... พอนึกถึงตรงนี้ เจียงจื่อโม่ก็นวดขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตะหงิดๆ
เขาบอกไปแล้วว่าระหว่างเราเป็นไปไม่ได้ ทำไมยัยนี่ถึงไม่เข้าใจสักทีนะ?
...ตกเย็น
ตอนที่เจียงจื่อโม่เลิกงานกลับบ้าน ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา—เป็นฝนเม็ดเล็กละเอียดราวกับเข็ม
ละอองฝนโปรยปรายลงบนใบไม้เขียวขจี หยดน้ำใสกลิ้งไหลลงมาจากปลายใบ ราวกับภาพวาดอันงดงาม
เนื่องจากเป็นแค่ฝนปรอยๆ เขาจึงไม่จำเป็นต้องกางร่ม
ระหว่างทางกลับบ้าน บางครั้งเจียงจื่อโม่ก็หยุดเดินเงยหน้ามองแสงไฟจากเสาไฟข้างทาง
ภายใต้แสงไฟ เส้นสายของสายฝนที่ตกลงมาดูชัดเจนเป็นพิเศษ
จริงๆ แล้ว เขาเห็นสวีชิงหนิงตั้งแต่สามนาทีที่แล้ว
เขาแค่อยากแกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินตรงกลับบ้านไปเลย เดี๋ยวสวีชิงหนิงก็คงกลับไปเองเหมือนเมื่อก่อนแหละมั้ง?
เขาบอกไปแล้วว่าเมื่อวานคือครั้งสุดท้าย
ไม่มีทางที่เขาจะให้เธอเข้าบ้านอีกเด็ดขาด
ทางที่ดีที่สุดคือรีบกลับบ้านเงียบๆ แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะ
เจียงจื่อโม่ถือกระเป๋าเอกสารเดินมาจนถึงหน้าตึกที่พัก ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านหลัง
เขาหันขวับกลับไปและพบว่าสวีชิงหนิงกำลังตกอยู่ในอันตราย
ไกลออกไปใต้แสงไฟข้างทาง ผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงพอๆ กับเธอกำลังยืนขวางทางอยู่
โดยไม่ต้องคิด เจียงจื่อโม่พุ่งตัววิ่งเข้าไปหาทันที!
พอยิ่งเข้าไปใกล้ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าไอ้หมอนั่นเป็นพวกขี้เมาที่ดื่มจนเพี้ยน แล้วมาหาเรื่องลวนลามนักศึกษาสาว!!
คนพรรค์นี้ต้องจับกดลงกับพื้นแล้วกระทืบให้จมดิน! ต้องอัดให้ฟันร่วงหมดปากถึงจะสร่างเมา
ในหัวเจียงจื่อโม่จินตนาการภาพตัวเองกระโดดถีบไอ้ขี้เมานั่นกระเด็นแล้วซ้ำให้น่วม
แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือ จังหวะที่เขาวิ่งไปถึง สวีชิงหนิงกลับเป็นฝ่ายประเคนลูกเตะใส่ไอ้หมอนั่นเต็มเปา!!
ไอ้ขี้เมา: "อ๊ากกก—!!!"
พลังทำลายล้างรุนแรงมหาศาล ในวงการยุทธภพเรียกกระบวนทานี้ว่า 【ลูกเตะตัดทายาท】!!!!
สวีชิงหนิง: "ว้ายยย! กลัวจังเลย!"
เจียงจื่อโม่: "..."
ไอ้ขี้เมาลงไปนอนกุมเป้าดิ้นพราดๆ อยู่กับพื้น ส่วนสวีชิงหนิงที่ปากร้องว่ากลัว รีบวิ่งมาหลบหลังเจียงจื่อโม่ทันทีที่เห็นเขา
เจียงจื่อโม่มองไอ้ขี้เมาที่นอนกองอยู่กับพื้น มุมปากกระตุกยิกๆ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
สวีชิงหนิง: "ไอ้โรคจิต คิดจะมาแตะต้องตัวคุณหนูอย่างฉันเหรอ ฝันไปเถอะย่ะ!"
เธอพูดพลางเอามือเกาะไหล่เจียงจื่อโม่ อีกมือชี้หน้าด่าไอ้ขี้เมา
ดูเหมือนการมาถึงของเจียงจื่อโม่จะช่วยเสริมความมั่นใจให้เธอเป็นกอง
เจียงจื่อโม่: "สรุปเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
สวีชิงหนิง: "จู่ๆ มันก็มาขวางทางฉัน แล้วถามว่าจะไปนอนบ้านมันไหม? ประสาทหรือเปล่า? พอฉันบอกไม่ไป มันก็จะมาจับมือฉัน ฉันเลยเตะสั่งสอนซะเลย"
เจียงจื่อโม่: "..."
"ว้าย~ กลัวจังเลยค่ะ"
สวีชิงหนิงฉวยโอกาสโผเข้ากอดคอเจียงจื่อโม่ หาที่พึ่งทางใจ (?)
การถึงเนื้อถึงตัวแบบกะทันหันทำเอาเจียงจื่อโม่อึ้งกิมกี่ อะไรคือการจู่ๆ ก็มากอดกันดื้อๆ แบบนี้?
""
เจียงจื่อโม่ค่อยๆ ดันตัวสวีชิงหนิงออกอย่างสุภาพ แล้วกดโทรศัพท์แจ้ง 191
"ฮัลโหล ตำรวจใช่ไหมครับ? คือว่า..."
...กว่าจะออกจากสถานีตำรวจก็เกือบห้าทุ่ม
เจียงจื่อโม่รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายทั้งใจ
ลำพังแค่เลิกงานดึกทุกวันก็แย่พอแล้ว นึกว่าจะได้กลับมาพักผ่อนชาร์จแบตที่บ้านให้สบายใจ
แต่ดันต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้อีก
เดี๋ยวนะ ช่วงนี้เป็นแบบนี้ทุกวันเลยนี่หว่า ก็เพราะสวีชิงหนิงนั่นแหละ
สวีชิงหนิง: "เราต้องเป็นคู่บุพเพสันนิวาสกันแน่ๆ เลยค่ะ ช่วงนี้เจอกันบ่อยจัง"
สวีชิงหนิงวิ่งเหยาะๆ ขึ้นมาเดินเคียงข้างเจียงจื่อโม่
เจียงจื่อโม่มองตรงไปข้างหน้า พูดเสียงเนือยๆ "ไม่ใช่เธอเหรอที่พยายามจะมาเจอฉันตลอด?"
สวีชิงหนิง: "แต่ถ้าพี่เดินไปทางอื่น เราก็คงไม่เจอกันหรอกจริงไหมคะ? เมื่อกี้ก็เหมือนกัน ถ้าพี่ไม่เป็นห่วงฉัน เราก็คงไม่เจอกัน"
"ฉันจะไม่ห่วงเธอได้ไง?"
"อ๊ะ?"
สวีชิงหนิงชะงัก แล้วรีบเดินไปดักหน้าเจียงจื่อโม่ ขวางทางเขาไว้
เจียงจื่อโม่หยุดเดิน "อะไรอีก?"
สวีชิงหนิง: "นี่ไงคะเหตุผลที่ฉันบอกว่าฉันชอบพี่"
เจียงจื่อโม่: "..."
เขาส่ายหน้าอย่างระอา แล้วเดินเลี่ยงสวีชิงหนิงไป
"พี่เป็นคนมีคุณธรรมจริงๆ ฉันชอบคนแบบพี่ที่สุดเลย"
สวีชิงหนิงยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเจียงจื่อโม่เหมือนเงาตามตัว
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะห่วงเธอหรอกนะ... แต่ฉันกลัวว่าถ้าเธอเป็นอะไรไป แล้วฉันเห็นแต่ไม่ช่วย จิตสำนึกฉันคงไม่สงบสุขแน่ๆ"
"อ้อ หนูเข้าใจแล้วค่ะ ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา สิ่งเดียวที่จะยังตั้งตระหง่านอยู่ก็คือปากแข็งๆ ของพี่จื่อโม่นี่เอง"
"..."
"เดิมทีฉันกะจะกลับไปนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม แต่เพราะเธอ เวลาพักผ่อนของฉันวันนี้เลยหดหายไปอีกแล้ว"
เจียงจื่อโม่พูดเสียงเย็นชาพลางก้มดูนาฬิกา
จังหวะนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับรอยยิ้มสดใสของสวีชิงหนิงพอดี
เขาเห็นเธอชี้มาที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มของตัวเองแล้วพูดว่า "งั้นให้หนูเอาตัวเข้าแลกเป็นการไถ่โทษดีไหมคะ?"
"คิดอะไรพิเรนทร์อีกแล้ว?"
เจียงจื่อโม่ยื่นมือไปดันหน้าเธอให้หันไปทางอื่น แล้วรีบจ้ำอ้าวหนี
"ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?"
"ทะเลาะกับพ่อค่ะ ไม่อยากกลับ"
"ฉันนับถือเธอจริงๆ สรรหาข้ออ้างได้ไม่ซ้ำเลยนะแต่ละวัน"
"พูดจริงนะคะ ทะเลาะกับพ่อ ไม่อยากกลับบ้าน คืนนี้กะจะนอนข้างถนน"
"งั้นก็นอนไป"
เจียงจื่อโม่ปวดหัวจี๊ด คนเราพอพักผ่อนน้อยมันก็จะหงุดหงิดง่ายแบบไม่มีเหตุผล
เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเร่งฝีเท้าขึ้นมาก จนสวีชิงหนิงแทบจะตามไม่ทัน
แต่พอฉุกคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ กลัวว่าสวีชิงหนิงจะเจอพวกโรคจิตลวนลามอีก เขาก็อดไม่ได้ที่จะหยุดเดิน
"นี่"
ผ่านไปครู่หนึ่ง เจียงจื่อโม่หันกลับไปมองสวีชิงหนิงแล้วเอ่ยเรียก