- หน้าแรก
- หลังเลิกงาน มีนักศึกษาสาวสะกดรอยตามผม
- บทที่ 12: กลยุทธ์กระชากคอเสื้อ
บทที่ 12: กลยุทธ์กระชากคอเสื้อ
บทที่ 12: กลยุทธ์กระชากคอเสื้อ
สวีชิงหนิงยืนน่าสงสารอยู่ใต้แสงไฟข้างทาง ดูโดดเดี่ยวอ้างว้างยิ่งกว่าเดิมท่ามกลางแสงและเงา
เธออาจจะคิดว่าคำว่า "ครั้งสุดท้าย" ของเจียงจื่อโม่เมื่อกี้ เขาเอาจริง
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเธอไม่มีที่ไป แต่เธอแค่ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการจีบเขาต่างหาก
ถ้าเจียงจื่อโม่ยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าจะไม่ให้เธอค้าง เธอก็คงต้องยอมควักกระเป๋าเปิดโรงแรมจริงๆ
เธอยืนรออยู่ตรงนั้นสักพัก และแล้วเจียงจื่อโม่ก็ใจอ่อนจริงๆ
เจียงจื่อโม่: "บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าตามมาอีก?"
สวีชิงหนิงค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขา หยุดยืนตรงหน้า แล้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย "อื้อ"
เจียงจื่อโม่: "ฉันบอกแล้วว่าทางนั้นมันมืด แถมเปลี่ยวมาก เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวมาเดินดึกๆ ดื่นๆ มันอันตราย บอกแล้วก็ไม่ฟัง"
สวีชิงหนิง: "..."
เธอก้มหน้านิ่ง ยอมรับคำตำหนิอย่างคนสำนึกผิด
เจียงจื่อโม่: "คนอื่นเขาเลี่ยงทางเปลี่ยวแบบนี้กันทั้งนั้น แต่เธอดันดั้นด้นเดินเข้ามา"
สวีชิงหนิง: "ก็พี่อยู่ข้างหน้านี่คะ"
เจียงจื่อโม่: "เอาเป็นว่า ต่อไปห้ามใช้ทางนี้อีกเด็ดขาด ฉันเดินเพราะมันใกล้บ้านฉัน แต่เธอไม่มีความจำเป็นต้องมาเลย เรื่องวันนี้มันอันตรายมากนะ เพราะฉะนั้น..."
เขาจงใจเว้นจังหวะ น้ำเสียงไม่ได้ดุดันน่ากลัวเหมือนเมื่อครู่แล้ว
"เพราะฉะนั้น... คืนนี้ไปค้างบ้านฉันอีกสักคืนก็ได้"
"อื้อ... เอ๊ะ????"
สวีชิงหนิงเงยหน้าขวับ กะพริบตาใสมองเจียงจื่อโม่ปริบๆ "พี่ว่าไงนะคะ?"
เจียงจื่อโม่ยังคงทำหน้านิ่ง "ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธออีก ฉันคงตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง ฉันไม่อยากรับผิดชอบเรื่องพรรค์นั้น ฉันมันคนเกลียดเรื่องยุ่งยาก... เพราะงั้นเพื่อความปลอดภัย คืนนี้ไปนอนบ้านฉัน"
"นอนกับใครคะ?"
"ถ้ายังทำตัวเพี้ยนๆ อีก ฉันจะทิ้งเธอไว้ตรงนี้แหละ"
"อุ้ย ไม่เอาๆ ค่ะ!"
สวีชิงหนิงรีบวิ่งไปเกาะแขนเจียงจื่อโม่ "ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว จะเชื่อฟังพี่ทุกอย่างเลยค่ะ"
เจียงจื่อโม่เบือนหน้าหนีนิดหน่อย คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออกทันทีที่เห็นหน้าเธอ
เขาทนใจร้ายใส่ใบหน้านี้ไม่ลงจริงๆ นั่นแหละ
"งั้นสัญญานะ ว่าจะไม่ตามฉันมาทางนี้อีก โดยเฉพาะตอนกลางคืน"
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงมาก ราวกับครูประถมกำลังสอนเด็กนักเรียน
สวีชิงหนิงก็ว่าง่าย พยักหน้าหงึกๆ "อื้อ"
เจียงจื่อโม่: "งั้นก็มา"
"โอเคค่า!"
"แล้วก็ปล่อยมือฉันได้แล้ว"
"อ๋อ..."
...พอกลับถึงบ้าน ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ
ก่อนเข้านอน เจียงจื่อโม่มาเคาะประตูห้องสวีชิงหนิง
"เชิญค่ะ"
"..."
เจียงจื่อโม่เดินเข้ามา วางกล่องข้าวสีส้มเมื่อตอนเที่ยงลงบนโต๊ะ
สวีชิงหนิง: "หือ?"
เจียงจื่อโม่: "เหมือนเดิม ล้างกล่องให้แล้ว วันหลังไม่ต้องส่งข้าวมาอีกนะ"
สวีชิงหนิงไม่ตอบทันที เธอมองกล่องข้าวแล้วเลื่อนสายตาไปมองเจียงจื่อโม่ จงใจเปลี่ยนเรื่อง "ข้าววันนี้อร่อยมั้ยคะ? ถูกปากหรือเปล่า?"
เจียงจื่อโม่พยักหน้า
สวีชิงหนิง: "ฉันตั้งใจทำอาหารจีนมาให้โดยเฉพาะเลยนะ"
เจียงจื่อโม่: "..."
สวีชิงหนิงพลิกตัวบนเตียงหันมาคุยกับเขา "ชอบมั้ยคะ?"
เจียงจื่อโม่: "ก็โอเค"
เขาตอบตามตรง
"ถ้าโอเค งั้นฉันจะส่งให้อีก"
จู่ๆ สวีชิงหนิงก็ลุกขึ้นมานั่งท่าคุกเข่าบนเตียง ท่าทางเหมือนลูกแมวน้อย
ตัวเธอโน้มมาข้างหน้า ฝ่ามือยันลงบนที่นอนนุ่ม
เจียงจื่อโม่: "บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง ไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องพวกนี้"
"เสียเวลาตรงไหนคะ? ฉันแค่ส่งข้าวให้คนที่ฉันชอบ"
"..."
เจียงจื่อโม่กำลังจะอ้าปากเถียง แต่ก็พูดไม่ออกอีกแล้ว
"ฉันไม่ได้ชอบเธอ ต้องให้พูดอีกกี่รอบ?"
"ตอนนี้พี่ยังไม่ชอบ ก็ไม่ได้แปลว่าอนาคตจะไม่ชอบนี่คะ"
"ไม่ว่าจะตอนนี้หรืออนาคต!" เจียงจื่อโม่ก้าวเข้าไปประชิด โน้มตัวลงชี้หน้าสวีชิงหนิง "ฉันไม่มีวันชอบเธอ เป็นไปไม่ได้"
สวีชิงหนิงเริ่มหงุดหงิด ทำไมเขาต้องดูถูกความรู้สึกเธอขนาดนี้?
"ทำไมล่ะ?!"
"ฉันแค่ไม่ชอบเธอ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ? ความชอบมันเป็นเรื่องของความรู้สึก แล้วฉันก็ไม่มีความรู้สึกอะไรกับเธอเลย บอกให้ไปตั้งใจเรียน เตรียมทำวิทยานิพนธ์ให้จบๆ ไปซะ!"
"เดี๋ยวฉันจะทำให้พี่รู้สึกเอง!"
"ห๊ะ???"
อาศัยจังหวะที่เจียงจื่อโม่เผลอ สวีชิงหนิงใช้สองมือกระชากคอเสื้อเขาเต็มแรง
เจียงจื่อโม่: "หือ? เฮ้ย!!!"
แล้วดึงเขาล้มลงมาบนเตียง!
โชคดีที่ปฏิกิริยาตอบสนองของเจียงจื่อโม่ไวมาก เขารีบใช้มือยันพื้นเตียงไว้ได้ทัน ทำให้ตัวเขาคร่อมอยู่เหนือร่างสวีชิงหนิงพอดี
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือลำคอระหงและช่วงไหล่ของสวีชิงหนิง
เธอคงเคยเรียนเต้นรำมาก่อน เส้นสายลำคอถึงได้สวยงามราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ
ผิวขาวเนียน รูปร่างดีสมคำร่ำลือ
จะว่าไป... ทำไมกระดุมชุดนอนยัยนี่ถึงติดไม่เรียบร้อย?
จะใส่ก็ใส่ให้มันดีๆ สิ หรือทำไมต้องเว้นกระดุมไว้กลางอกแบบนั้น?!
หรือนี่จะเป็นแผนของเธออีก?!
แผนชัวร์ คนบ้าอะไรจะพกชุดนอนมาเพื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน?!
ลมหายใจของเจียงจื่อโม่เริ่มถี่กระชั้นเมื่อก้มมองภาพเบื้องล่าง เขาประหม่าจนเผลอกลืนน้ำลายไปสามอึก
ครั้งสุดท้ายที่ตื่นเต้นขนาดนี้คือตอนสอบสัมภาษณ์งาน
นานมากแล้วที่ไม่มีอะไรทำให้เขาใจเต้นแรงได้ขนาดนี้
เมื่ออยู่ใกล้ชิดสวีชิงหนิงแบบหายใจรดต้นคอ เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าว หัวใจเต้นโครมครามเหมือนจะทะลุออกมา
ไม่นะ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาต้องเผลอ...
หยุดๆๆ!
ทำไมภาพท่าทาง 'รังแก' เธอถึงผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมดเนี่ย?!!!
"ฉะ ฉันมีธุระ..."
จังหวะที่เจียงจื่อโม่กำลังจะผละออก คอเสื้อเขาก็โดนสวีชิงหนิงกระชากไว้อีกรอบ!
ดึงเขากลับมาอยู่ในท่าเดิมเป๊ะ
สวีชิงหนิงจ้องตาเจียงจื่อโม่เขม็ง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วยิ้มมุมปาก "ไหนบอกไม่ชอบฉันไง? ไหนบอกไม่รู้สึกอะไร? ไหนบอกไม่ใช่สเปก? แล้วทำไมตอนนี้ถึงประหม่าล่ะคะ?"
เจียงจื่อโม่: "..."
เจียงจื่อโม่มองรอยยิ้มหวานหยดย้อยของสวีชิงหนิงตาค้าง ดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับ รอยยิ้มบริสุทธิ์งดงามจนใจเขาอ่อนยวบยาบ
ในมุมมองของสวีชิงหนิง อาการของเจียงจื่อโม่ตอนนี้เรียกได้ว่า 【รูม่านตาแผ่นดินไหว】
รูม่านตาสีเข้มขยายกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
นี่มันอาการของคนตื่นเต้นชัดๆ?
สวีชิงหนิงเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ "ว่าแล้วเชียว พี่ไม่ได้เย็นชาไปซะหมดหรอก ยอมรับมาเถอะว่าพี่—"
"พรึ่บ!!!"
ยังไม่ทันที่สวีชิงหนิงจะพูดจบ เจียงจื่อโม่ก็รวบมือเธอแล้วสะบัดออก จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วดีดตัวลุกจากเตียง
สวีชิงหนิง: "เอ๊ะ?"