- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมบงกชวิเศษ ยิ่งฆ่าคนเลวข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 38 - ผิดหวัง ตรวจสอบ ออกปฏิบัติการ!
บทที่ 38 - ผิดหวัง ตรวจสอบ ออกปฏิบัติการ!
บทที่ 38 - ผิดหวัง ตรวจสอบ ออกปฏิบัติการ!
บทที่ 38 - ผิดหวัง ตรวจสอบ ออกปฏิบัติการ!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ท่านแม่ทัพเฒ่าและองค์จักรพรรดิมองดูอวิ๋นหยางที่กำลังกอดคากิชิ้นสุดท้าย แทะจนปากมันแผล็บ ต่างก็พูดไม่ออก ต่อให้ทั้งสองจะผ่านโลกมามาก จิตใจมั่นคงดั่งขุนเขา แต่ในวินาทีนี้ ลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
กับข้าวตั้งยี่สิบแปดอย่าง เป็นเมนูเนื้อสัตว์เสียสิบหกอย่าง พวกเรามาถึงแค่คีบผักกินไปคนละคำสองคำ ที่เหลือ... ไอ้เด็กนี่ฟาดเรียบ?
เจ้านี่มันอดอยากปากแห้งมากี่ปีแล้วเนี่ย?
"ค่อยๆ กิน" องค์จักรพรรดิเกิดความเวทนาขึ้นมาจับใจ เอ่ยเสียงอ่อนโยน "เดี๋ยวจะจุกเอา"
"อูมอามๆ... ไม่เป็นไร อูมอามๆ... อร่อย! เนื้อ!" อวิ๋นหยางพูดไม่ชัด "บ้านจน... ไม่ได้กินเนื้อมาสิบกว่าปีแล้ว..."
องค์จักรพรรดิแหงนหน้ามองฟ้า
ท่านแม่ทัพเฒ่าก้มหน้ามองดิน
ต่างไม่มองอวิ๋นหยางแล้วทั้งคู่
กลัวเหลือเกินว่าถ้ามองอีกจะเผลอตบกะโหลกมันสักป้าบ เจ้าเพิ่งจะอายุเท่าไหร่ ไม่ได้กินเนื้อมาสิบกว่าปีแล้ว? แถมยังบ้านจน? คิดว่าพวกเราสองคนไม่รู้หรือไงว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าเพิ่งชนะพนันได้เงินมามหาศาลขนาดไหน?
ไอ้เด็กเวรตะไล!
"แล้วเงินพวกนั้นล่ะ? ที่เจ้าชนะพนันมา?" ท่านแม่ทัพเฒ่าเกิดความสงสัยขึ้นมาอีก
"ฝากคนไปขายแล้ว" อวิ๋นหยางยกชามน้ำแกงขึ้นมา ซดโฮกๆ ลงไป "เงินยังไม่ได้"
ท่านแม่ทัพเฒ่าแทบอยากจะเอามือปิดหน้าวิ่งหนี นี่นึกว่ากินข้าวโรงทานอยู่หรือไง? ถึงกับยกชามซดน้ำแกง?
"เอาเมนูเนื้อมาเพิ่มอีกสิบจาน!" ท่านแม่ทัพเฒ่าหน้าดำสั่ง
"แหะๆ... อร่อย..."
...
"ดูท่าจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ"
...
แต่ว่า แกล้งทำหรือเปล่า?
องค์จักรพรรดิกลอกตา หันไปพูดกับท่านแม่ทัพเฒ่าว่า "ท่านผู้เฒ่าชิว ท่านเห็นว่าราชกิจบ้านเมืองในตอนนี้..."
แม่ทัพเฒ่าชิวย่อมเป็นลูกคู่ที่รู้ใจ "นั่นสิ ยากลำบากเหลือเกิน"
"ศึกในศึกนอก..."
"นั่นสิ..."
"ข้าเห็นว่าฝ่าบาทตอนนี้ก็ทรงลำบากพระทัย..."
"นั่นสิ..."
"ในบรรดาพระโอรสของฝ่าบาท ท่านผู้เฒ่าชิวคิดว่า องค์ไหน... พอจะรับหน้าที่ใหญ่ได้?" องค์จักรพรรดิถาม
ท่านแม่ทัพเฒ่าตาโตทันที แทบจะตกเก้าอี้ด้วยความตกใจ
อยู่ดีๆ ทำไมถึงมาไม้นี้? ต่อให้ปลอมตัวมา แต่ข้ารู้นะว่าท่านคือองค์จักรพรรดิ ท่านถามข้าแบบนี้ จะให้ข้าตอบยังไงดี?
ตอบยังไงก็ผิด!
เหงื่อผุดเต็มหน้าผากท่านแม่ทัพเฒ่า
องค์จักรพรรดิหัวเราะร่า หันไปถามอวิ๋นหยาง "หลานชายตระกูลอวิ๋นรู้จักเหล่าองค์ชายไหม? มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?"
ท่านแม่ทัพเฒ่าปาดเหงื่อ
ที่แท้คำถามนี้ก็ยังคงเป็นการหยั่งเชิงเจ้าเด็กนั่น น่าสงสารข้าจริงๆ ที่เกือบจะหัวใจวายตายเพราะสมองตามไม่ทัน สำหรับคำถามนี้ ในฐานะกษัตริย์ ไม่มีทางยอมให้ขุนนางมาวิพากษ์วิจารณ์เด็ดขาด ว่าใครดีใครไม่ดี
เห็นได้ชัดว่า การโจมตีทีเผลอขององค์จักรพรรดิ ไม่ได้เล็งแค่เป้าอวิ๋นหยาง แต่รวมถึงท่านแม่ทัพเฒ่าด้วย แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าทรงพอพระทัยกับการแสดงออกของท่านแม่ทัพเฒ่ามาก
การไม่แสดงความคิดเห็น คือสิ่งที่ดีที่สุด
อวิ๋นหยางได้ยินคำถาม ก็เกาหัวแกรกๆ ตอบว่า "ลูกๆ ขององค์จักรพรรดิ ไม่รู้จัก" เรอออกมาทีหนึ่ง แล้วว่า "ไม่ว่าวันหน้าใครจะได้เป็นฮ่องเต้ ก็ไม่เกี่ยวกับข้าอยู่ดี หลานโง่เขลา เป็นขุนนางก็ไม่ได้ นานๆ ทีหาเงินเข้ากระเป๋าได้นิดหน่อย ก็คงไม่ไปขัดแข้งขัดขาฮ่องเต้... ดังนั้น..."
"ข้าไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นฮ่องเต้"
อวิ๋นหยางกล่าวเช่นนี้ "ใครอยากจะเป็นฮ่องเต้ก็เป็นไปสิวะ!"
เพียะ!
ท่านแม่ทัพเฒ่าทนไม่ไหวจริงๆ ตบกะโหลกเจ้าเด็กนี่หน้าทิ่มลงไปในจานน้ำแกงปลา ไอ้เด็กบ้านี่พูดจาภาษาอะไร...
องค์จักรพรรดิมุมปากกระตุก เจ้าเด็กนี่พูดจาขวานผ่าซากจริงๆ
หลังจากนั้นก็ถามอ้อมๆ แอ้มๆ อีกหลายเรื่อง อวิ๋นหยางแสดงท่าทางทั้งบื้อทั้งเซ่อ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แสดงให้เห็นถึงแก่นแท้ของคุณชายเสเพลผู้ไร้ปณิธาน วันๆ เอาแต่กินรอความตาย
องค์จักรพรรดิและท่านแม่ทัพเฒ่าต่างจนปัญญา ทั้งสองยอมลดตัวลงมาจัดงานเลี้ยง หลอกล่อเจ้าเด็กนี่มา ก็เพื่อขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ภายใต้สังกัดเก้าจอมราชันย์
และอีกอย่างคือความอยากรู้อยากเห็นในตัวบุตรชายอวิ๋นโหวผู้นี้
แต่ดูจากตอนนี้ สิ่งที่ทั้งสองคาดหวัง... เห็นทีจะโลกสวยเกินไป เจ้าหมอนี่ ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับป้ายประกาศิตเก้าชั้นฟ้าได้เลย
ป้ายประกาศิตเก้าชั้นฟ้าไม่มีทางรับคนพรรค์นี้เข้ากลุ่มแน่
พอนึกถึงจุดนี้ องค์จักรพรรดิและท่านแม่ทัพเฒ่าก็หมดอารมณ์ทันที
อุตส่าห์เล่นใหญ่เชิญมันมา ไล่คนรับใช้ออกไปหมด เพื่อจะฟังความลับ...
ตอนนี้ดูสิ
นอกจากความหงุดหงิด ก็ไม่ได้อะไรเลย!
หลังจากแลกเปลี่ยนสายตาแห่งความผิดหวัง องค์จักรพรรดิก็ลุกขึ้นก่อน "ท่านแม่ทัพ ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระต้องไปจัดการ..."
กินเหล้าอยู่ครึ่งๆ กลางๆ จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่ามีธุระ องค์จักรพรรดินี่ก็เหลือเกิน แต่พระองค์เห็นชัดว่าไม่แคร์ โดยเฉพาะยิ่งไม่เห็นคุณชายอวิ๋นผู้นี้อยู่ในสายตา ไม่สนว่าเจ้านี่จะคิดยังไง
ครั้งนี้เป็นเพราะความเข้าใจผิด ถึงทำให้เจ้าเด็กนี่มีโอกาสได้เข้าเฝ้า ต่อไป... คงไม่มีหวังจะได้เจอหน้าฮ่องเต้อีกแล้ว
"งั้น... เชิญพี่อวี้ตามสบาย"
ท่านแม่ทัพเฒ่าย่อมรู้งาน ลุกขึ้นตาม
ในใจก็หงุดหงิด ท่านเป็นฮ่องเต้ท่านใหญ่สุด ท่านสะบัดก้นหนี ก็เหลือข้าคนเดียวต้องมารับหน้าไอ้คุณชายเสเพลนี่น่ะสิ...
อวิ๋นหยางลุกขึ้นยืนงงๆ "ท่านอาอวี้จะไปแล้วรึ"
"อืม" องค์จักรพรรดิฝืนยิ้ม "เจ้าก็ขอคำชี้แนะจากท่านแม่ทัพเฒ่าเยอะๆ นะ..."
องค์จักรพรรดิแทบจะวิ่งหนี
ขืนอยู่กับเจ้าเด็กนี่ต่อ มีหวังได้สติแตก อีกอย่าง ยังไม่ได้กินอะไรเลย... ข้ากลับวังไปกินข้าวดีกว่า...
...
พอไม่มีคนนอก สีหน้าท่านแม่ทัพเฒ่าก็ดูไม่จืด
"อวิ๋นหยาง เจ้าอิ่มหรือยัง?" ความหมายของท่านแม่ทัพเฒ่าคือ ถ้าอิ่มแล้วก็ไสหัวกลับไปได้แล้ว
"ยัง" คำตอบของอวิ๋นหยางซื่อตรงมาก
แขกทั่วไปได้ยินเจ้าบ้านถามแบบนี้ ต่อให้โง่แค่ไหน ก็ต้องรู้ว่าเจ้าบ้านไล่แล้ว แต่คุณชายอวิ๋นท่านนี้เห็นชัดว่าไม่รู้ตัว
"เอาเมนูเนื้อมาอีกสิบจาน!" ท่านแม่ทัพเฒ่าโมโหจนตะโกนสั่งลูกน้อง
ไม่อิ่มรึ? บิดาจะยัดให้เจ้าท้องแตกตาย!
"แต่ว่า พูดถึงแล้วยังมีอีกเรื่อง" อวิ๋นหยางเช็ดปาก "หลานเกือบจะลืมไปเลย..."
"มีเรื่องอะไรอีก?" ท่านแม่ทัพเฒ่าถาม
"เอ้อ ระหว่างทางที่มา มีคนเจอหลาน ฝากให้หลานเอาของมาให้ท่านแม่ทัพเฒ่า หลานลืมไปเสียสนิทเลย" อวิ๋นหยางกล่าว
"ฝากของ?" ท่านแม่ทัพเฒ่าขมวดคิ้ว "คนแบบไหน?"
อวิ๋นหยางทำหน้าหวาดกลัว "คนหน้าตาดุมาก เขาบอกว่า ถ้าหลานไม่เอาให้ท่าน เขาจะฆ่าหลาน..."
ท่านแม่ทัพเฒ่า "ของอะไร?"
อวิ๋นหยางล้วงห่อผ้าเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ ทำหน้าละอายใจ "เกือบจะลืมจริงๆ"
ดวงตาของท่านแม่ทัพเฒ่าเบิกโพลงทันที
บนห่อผ้าเล็กๆ ลวดลายดาวเก้าดวงล้อมรอบเปลวไฟตรงกลาง ทำให้หัวใจของท่านแม่ทัพเฒ่าร้อนรุ่มดั่งไฟเผา เกือบจะหลั่งน้ำตาออกมา
มือคว้าหมับ กำแน่น เสียงสั่นเครือ "คนคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?"
อวิ๋นหยางทำท่าครุ่นคิด "ดูเหมือนจะเป็นคนเตี้ย แต่ล่ำมาก หน้าตา... หลานไม่ได้ดูให้ละเอียด"
ท่านแม่ทัพเฒ่าโกรธจนแทบจะตบกะโหลกมัน เรื่องสำคัญขนาดนี้เจ้าไม่ดูให้ละเอียด?
ในใจอวิ๋นหยางสงบนิ่งดุจบ่อน้ำลึก
อวิ๋นหยางรู้อารมณ์ของตัวเองในตอนนี้ดี และรู้สถานการณ์ของตัวเองดี อวิ๋นหยางในตอนนี้ นอกจากตัวเองแล้ว ไม่กล้าเชื่อใจใครทั้งนั้น รวมทั้งฮ่องเต้!
ความตายของเก้าจอมราชันย์ เต็มไปด้วยเงื่อนงำ!
ฮ่องเต้มีแรงจูงใจที่จะลงมือไหม? มี!
สำหรับท่านแม่ทัพเฒ่า อวิ๋นหยางในตอนนี้เชื่อใจแค่หกส่วน แต่ต่อให้เชื่อใจล้านส่วน เขาก็ไม่มีวันเปิดเผยตัวตนต่อหน้าท่านแม่ทัพเฒ่า
ราชาไม่เก็บความลับจะเสียแผ่นดิน ขุนนางไม่เก็บความลับจะเสียตัว! แต่อวิ๋นหยางในตอนนี้รู้สึกว่า หากไม่เก็บความลับจะเสียความหวังทั้งหมด!
ท่านแม่ทัพเฒ่าถือห่อผ้า ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
ตอนที่อวิ๋นหยางขอตัวลา ท่านแม่ทัพเฒ่าแค่โบกมือส่งๆ ใจลอยไปไกลลิบ สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับห่อผ้าเล็กๆ ในมือ
ไม่ได้สนใจอวิ๋นหยางแล้ว
ตอนที่อวิ๋นหยางเดินออกจากจวนแม่ทัพ ดวงดาวเต็มท้องฟ้า เขาสูดลมหายใจลึก โบกไม้โบกมือ เดินโซซัดโซเซจากไป
ด้านหลัง ในเงามืดของประตูใหญ่ นายท่านหวังใช้สายตาดุจพญาอินทรีจ้องมองแผ่นหลังของอวิ๋นหยาง โบกมือวูบ เงาร่างดุจภูตผีสี่สายพุ่งตามออกไป
อวิ๋นหยางเดินไปไม่กี่ก้าว ก็รู้สึกว่ามีหางตามมา
แต่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แถมยังเกาะต้นไม้ข้างทาง โอ๊กอ้ากอาเจียนออกมาพักใหญ่ แล้วเดินมึนๆ กลับไปทางบ้านตัวเอง
ทุกอย่างดูเหมือนคุณชายเสเพลเมาเหล้าคนหนึ่ง เงาดำทั้งสี่ติดตามดูจนอวิ๋นหยางเข้าจวนตระกูลอวิ๋น ถึงได้มองหน้ากันอย่างจนใจ แล้วจากไป
หลังต้นไม้ข้างทาง โผล่หัวเล็กๆ ออกมาหัวหนึ่ง
ดวงตาของจี้หลิงกลอกไปมา พึมพำว่า "หมอนี่หลอกคนอีกแล้ว... ทำไมหมอนี่ถึงหลอกคนได้ทุกวี่ทุกวันนะ?"
ในจวนแม่ทัพ
ท่านแม่ทัพเฒ่ามองดูของในห่อผ้า สีหน้าเคร่งขรึม เปลี่ยนไปมาไม่หยุด
ข้างในมีเพียงกล่องใบเล็ก กล่องเล็กใช้วิธีลงอักขระลับที่คุ้นเคย เห็นได้ชัดว่า เพื่อป้องกันไม่ให้คุณชายอวิ๋นผู้ส่งสารแอบดู?
เปิดกล่องออกมา ข้างในมีกระดาษแผ่นหนึ่ง
"บทสรุปเหตุวุ่นวายจวนแม่ทัพเมื่อสามวันก่อน"
"สามวันก่อน จวนแม่ทัพถูกลอบโจมตี หน่วยงานรับคำสั่งตรวจสอบ ผลมีดังนี้"
แค่ประโยคนี้ ก็ทำให้ดวงตาของท่านแม่ทัพเฒ่าชื้นแฉะ
รับคำสั่งตรวจสอบ!
รับคำสั่งใคร?
ป้ายประกาศิตเก้าชั้นฟ้า ยังจะรับคำสั่งใครได้อีก?
ท่านแม่ทัพเฒ่าสูดลมหายใจลึก ผ่อนลมหายใจยาว ปรับอารมณ์ให้มั่นคง แล้วอ่านต่อ
"แสงกระบี่หายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเทียนถัง หน่วยงานตรวจสอบผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐพีขึ้นไป ทางทิศตะวันออก ทิศเหนือ ทิศใต้ ของเมืองเทียนถัง รวมทั้งสิ้นหนึ่งแสนสามหมื่นเจ็ดพันคน ภายในสามวัน... ในช่วงเวลานั้น ผู้ไม่อยู่ประจำที่ มีสามพันสี่ร้อยคน ผู้มีพลังระดับห้าชั้นฟ้าขึ้นไป มีเจ็ดคน ได้แก่... อาจมีตกหล่น แต่..."
"...ในเจ็ดคนนี้ ผู้มีความเกี่ยวข้องกับเรา และควบคุมได้ มีสามคน ได้แก่... อีกสี่คน ล้วนมีข้อสงสัย หน่วยงานวิเคราะห์ส่วนตัว นาย ก. นาย ข. ... น่าสงสัยที่สุด เหตุผลดังนี้... ในสองคนนี้ คนหนึ่งเปิดเผยตัวตนปกติ อีกคนปิดบังชื่อแซ่ ทำอาชีพช่างตีเหล็ก... ผู้น้อยคิดว่า ช่างตีเหล็กผู้นี้ น่าจะเป็นเป้าหมาย"
"...จบการรายงาน หากมีความผิดพลาด ขอน้อมรับโทษ"
"หากตรวจสอบแล้วเป็นความจริง หน่วยงานขอเป็นตัวแทนพี่น้องใต้สังกัด วิงวอนให้ละเว้นชีวิต ส่งมอบแก่หน่วยงาน"
สุดท้ายคือสัญลักษณ์ดาวเก้าดวง ตรงกลางมีหยดเลือดสีแดงฉานหยดหนึ่ง
จดหมายฉบับเดียว ยาวเหยียดถึงสิบห้าสิบหกหน้า ตั้งแต่ได้รับคำสั่งเริ่มปฏิบัติการ จนถึงทุกขั้นตอน ทุกจุดสำคัญ ล้วนละเอียดละออยิ่งนัก
ใครได้เห็นจดหมายฉบับนี้ ย่อมเข้าใจทันทีว่า คนเหล่านี้ทำงานอย่างไร มีประสิทธิภาพหรือไม่ ผลสุดท้าย น่าเชื่อถือหรือไม่
แม่ทัพเฒ่าชิวเจี้ยนหานสูดลมหายใจลึก ทั้งพึงพอใจ ทั้งปลื้มใจ แต่ก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวังระคนสูญเสีย
เขาเคยเห็นรายงานของป้ายประกาศิตเก้าชั้นฟ้า เข้าใจดีว่าการปฏิบัติภารกิจของป้ายประกาศิตเก้าชั้นฟ้า ทุกขั้นตอนใครเป็นผู้รับผิดชอบ ในรายงานจะระบุชื่อผู้รับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน
แต่ ในจดหมายลายมือที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่มีหัวข้อนี้
เห็นได้ชัดว่ากลัวตนรู้ชื่อแล้วจะตามไปถึงตัว นี่แสดงให้เห็นว่า พวกเขายังคงไม่ยินดีที่จะติดต่อกับตนซึ่งหน้า
"ถ่ายทอดคำสั่ง!"
ท่านแม่ทัพเฒ่าสูดลมหายใจลึก "หน่วยลับออกปฏิบัติการ!"
ปัง!
ท่านแม่ทัพเฒ่าตบโต๊ะ
โต๊ะหยกอุ่นพังครืนกลายเป็นผงแป้ง
ท่านแม่ทัพเฒ่ากระโดดโหยง ตาแทบถลนมองกองผงแป้งและเศษจานชามบนพื้น อ้าปากค้างพูดไม่ออก
นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
[จบแล้ว]