เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - ตกใจ ทดแทนคุณ ลอบสังหาร!

บทที่ 35 - ตกใจ ทดแทนคุณ ลอบสังหาร!

บทที่ 35 - ตกใจ ทดแทนคุณ ลอบสังหาร!


บทที่ 35 - ตกใจ ทดแทนคุณ ลอบสังหาร!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ช่วงสายของวันนั้น รองเสนาบดีกรมกลาโหมเซี่ยอู่หยวนยังคงรอคอยอยู่ที่บ้าน รอให้พ่อตาไปทวงความยุติธรรมให้ ในใจกำลังคำนวณว่าหากจับตัวอวิ๋นหยางมาได้ ตนจะซ้ำเติมเหยียบย่ำอย่างไรดี...

ทว่าจู่ๆ จวนทั้งหลังก็ถูกปิดล้อม

สิ้นเสียงคำสั่ง คนทั้งตระกูลก็ถูกจับกุมตีตรวน ยกเว้นฮูหยินที่มีราชครูหลิวออกหน้าปกป้อง จึงถูกพาตัวกลับจวนราชครู ส่วนคนอื่นๆ ทั้งหมดถูกมัดตราสัง ลากตัวไปขังคุกหลวง และมีการประกาศโทษทันที อีกสามวัน ลากตัวไปประหารชีวิต!

เรื่องนี้ทำให้คนที่รอดูเรื่องสนุกถึงกับอ้าปากค้าง!

เดี๋ยวนะ... ไม่ใช่ว่าคนตีน่าจะโดนจับหรอกหรือ ไหงกลายเป็นคนโดนตีที่โดนจับเสียเองเล่า

เรื่องนี้กลายเป็นกระแสคลื่นใต้น้ำที่แพร่สะพัดไปทั่วกลุ่มขุนนางและตระกูลใหญ่ในเมืองเทียนถังอย่างรวดเร็ว คุณชายแห่งจวนอวิ๋นโหวผู้นั้น... ดูท่าจะแตะต้องไม่ได้เสียแล้ว...

น่ากลัวเกินไปแล้ว

ในขณะนี้ จี้หลิงกำลังกระทืบเท้าปังๆ อยู่ในห้องพักชั้นหนึ่งที่หรูหราที่สุดของโรงเตี๊ยมในเมืองเทียนถัง "ทำไมไม่จับเจ้าคนสารเลวนั่นไปเสียที!"

ภายในห้อง ยังมีเด็กสาวอีกหลายคน นั่งเอกเขนกกันอย่างเกียจคร้าน บางคนถึงขั้นนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงของจี้หลิง ยกเท้าขาวผ่องดุจหยกขึ้นลงเล่นแก้เบื่อ... ตีที่นอนดังปุบปับ

คุณหนูตระกูลใหญ่เหล่านี้ เวลาอยู่ข้างนอกดูสง่างามเพียบพร้อม แต่พออยู่ต่อหน้าเพื่อนสาวคนสนิท ก็หมดสภาพกุลสตรีไปโดยสิ้นเชิง

"อุ๊ย น้องสาวเป็นอะไรไปจ๊ะ ใครกันที่ทำให้เธอโมโหได้ขนาดนี้ คนสารเลว?" เด็กสาวคนหนึ่งดัดเสียงสูงแสร้งทำเป็นประหลาดใจ "น้องจี้ไปรู้จักคนสารเลวตอนไหนกัน ทำไมพวกพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

จี้หลิงแค่นเสียง กล่าวว่า "พวกท่านจะไปรู้อะไร หากพวกท่านเจอเขาแล้วไม่โดนยั่วโมโหจนกินข้าวไม่ลง ก็ถือว่าเขาเป็นตัวปลอมแล้วล่ะ!"

"แหม มีคนแบบนั้นด้วยรึ... งั้นพวกพี่สาวต้องขอไปเปิดหูเปิดตาหน่อยแล้ว" เด็กสาวผู้นั้นหัวเราะจนตัวงอ "คนน่าสนใจขนาดนี้..."

จี้หลิงทำปากยื่น ส่งเสียงฮึดฮัด กลอกตามองบนอย่างแรง น่าสนใจกะผีสิ รอให้เขาทำให้พวกเจ้าอกแตกตายก่อนเถอะ แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าอะไรที่เรียกว่าน่าสนใจ!

วินาทีต่อมา เด็กสาวห้าหกคนก็กระโจนเข้าใส่พร้อมกัน

"ชื่อแซ่อะไร"

"สูงเท่าไหร่"

"หล่อไหม"

"ดูดีไหม"

"อ้วนหรือผอม"

"หุ่นเป็นไง"

"ฐานะทางบ้านล่ะ"

แถมยังมีเด็กสาวคนหนึ่งทำหน้าเพ้อฝัน "ว้าย ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจว่า... ข้ากำลังจะได้เจอเจ้าชายในฝันแล้ว..."

จี้หลิงกุมขมับ

"พวกเจ้านี่มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ..."

"รีบเล่ามาสิ พวกเราจะไปดูกัน"

"ใช่ๆ ไม่แน่อาจจะเจอเนื้อคู่ก็ได้นะ"

"นังเด็กนี่ไม่ยอมบอก รุมมันเลยพวกเรา!"

"ลุย!"

"ไว้ชีวิตข้าด้วย..."

เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นทันที

...

อวิ๋นหยางเพิ่งก้าวออกจากประตูห้อง ก็เห็นลุงเหมยกับฟางมั่วเฟยยืนรออยู่หน้าประตู

"หืม" อวิ๋นหยางแปลกใจเล็กน้อย

นี่มันเรื่องอะไรกัน

ลุงเหมยยืนอยู่ก็พอเข้าใจได้ แต่ฟางมั่วเฟยที่ตอนนี้แค่ยืนเฉยๆ ยังลำบาก ทำไมถึงมายืนทำตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้อยู่ตรงนี้ด้วย

"คุณชาย ที่หน้าประตูมีคนหนึ่งชื่อเฉินซาน นั่งรออยู่ข้างประตูจวนเราตั้งแต่เมื่อคืนแล้วขอรับ..." ลุงเหมยกล่าว "จนป่านนี้ยังไม่ยอมไปไหน"

อวิ๋นหยางพยักหน้า "รู้แล้ว"

ฟางมั่วเฟยกล่าวว่า "คุณชาย เรื่องนี้... ข้าไม่รู้จะพูดยังไงดี เมื่อคืนตอนข้าโคจรพลังรักษาตัว รู้สึกรางๆ ว่ามีคนจำนวนมากบุกเข้ามาในจวนของเรา..."

"ยอดฝีมือล้วนๆ" ฟางมั่วเฟยสีหน้าเคร่งเครียด "พวกมันดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง เรื่องนี้คุณชายต้องระวังตัวไว้ให้ดี"

ฟ้าดินเป็นพยาน เมื่อคืนฟางมั่วเฟยตกใจแทบแย่

แม้จะไม่รู้ว่าทำไมความเร็วในการฝึกวิชาถึงได้รวดเร็วปานนี้ แถมพลังจิตสัมผัสยังฟื้นฟูกลับมาแล้ว ฟางมั่วเฟยกำลังดีใจ เลยลองแผ่พุ่งจิตสัมผัสตรวจสอบรอบด้าน ผลปรากฏว่าเจอดีเข้าให้

ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

รู้สึกเพียงว่าจวนสกุลอวิ๋นแห่งนี้ มีคนแปลกหน้าเดินเข้าเดินออกไม่ขาดสาย กระโดดไปกระโดดมา คนนั้นไปคนนี้มา บางทีก็มากันเป็นกลุ่มสามคนห้าคน...

แถมฟางมั่วเฟยยังสัมผัสได้ว่า ในบรรดาคนที่มา ส่วนใหญ่เป็นยอดฝีมือระดับห้าหกขุนเขา บางคนถึงขั้นมีพลังสูงกว่าเขาเสียอีก และยอดฝีมือระดับนี้มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

ช่วงครึ่งคืนหลัง คนพวกนี้วนเวียนไปมาอย่างน้อยห้าหกสิบรอบ ถ้าสมมติว่าหนึ่งรอบคือหนึ่งคน... อย่างน้อยก็มียอดฝีมือห้าหกสิบคน!

นี่มันมาเดินตลาดนัดกันหรือไง

ฟางมั่วเฟยเหงื่อตก เดิมทีนึกว่าอยู่ในจวนคุณชายอวิ๋นจะปลอดภัยสงบสุข ใครจะไปคิดว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้ มันน่าหวาดเสียวยิ่งกว่าตอนบุกน้ำลุยไฟในยุทธภพเสียอีก

อวิ๋นหยางยิ้มบางๆ อย่างไม่ยี่หระ "ไม่เป็นไร ให้พวกเขามาเถอะ เชิญตามสบาย ที่นี่เปิดกว้างดุจถนนใหญ่"

รอยยิ้มบนใบหน้าของเขา แฝงความหมายลึกซึ้งบางอย่าง

ฟางมั่วเฟยกระพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจเลยสักนิด

อยากจะถามเหลือเกินว่า บ้านตัวเองโดนคนอื่นมองเป็นตลาดนัด แทบจะมาปูเสื่อขายของกันอยู่แล้ว ท่านยังจะยิ้มอะไรอีก

ก้อนขนปุกปุยสี่ก้อนกลิ้งตามหลังส้นเท้าอวิ๋นหยางออกมาจากห้อง ฟัดกันนัวเนียอยู่บนพื้น

ฟางมั่วเฟยถอนหายใจโล่งอก

อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม

คนพวกนั้นคงมาตามหาลูกสัตว์อสูรระดับเก้าในตำนานพวกนั้นแน่ แต่สัตว์อสูรพวกนี้ก็วางอยู่ใต้จมูกพวกมันแท้ๆ พวกมันกลับมองไม่เห็น เอาแต่วิ่งวุ่นค้นหากันจ้าละหวั่นเหมือนเดินตลาดนัด ตลกสิ้นดี

เขาคิดว่า คุณชายต้องยิ้มเพราะเรื่องนี้แน่

ดังนั้นฟางมั่วเฟยจึงส่งยิ้มอย่างรู้กันให้อวิ๋นหยาง

แต่อวิ๋นหยางไม่ได้ยิ้มเพราะเรื่องนี้ ฟางมั่วเฟยเข้าใจผิดถนัด

...

เช้าตรู่

อวิ๋นหยางได้รับเทียบเชิญห้าฉบับ และบัตรเชิญหนึ่งใบ

สี่คุณชายจากทิศบูรพา ประจิม ทักษิณ อุดร ล้วนอยากจะมาคุยกับอวิ๋นหยางอีกรอบ เพื่อกระชับมิตร โดยเฉพาะซีเหมินหว่านไต้ที่โดนเล่นงานไปหนักที่สุด กลับแสดงออกอย่างกระตือรือร้นเป็นพิเศษ

ส่วนเทียบเชิญอีกฉบับกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นแป้งหอม เป็นกระดาษสีชมพู ลายมือสวยงามอ่อนช้อย "ได้ยินชื่อเสียงคุณชายอวิ๋นมานาน พวกเราพี่น้องเลื่อมใสยิ่งนัก... อ้อ อยากจะขอมาเยี่ยมคารวะสักครา..."

ใจความคร่าวๆ ก็ประมาณนี้

อวิ๋นหยางประหลาดใจกับเทียบเชิญใบนี้มาก

มาจากไหนกัน

ดูทรงแล้ว ทำไมเหมือนพวกพี่สาวน้องสาวจากหอนางโลมจะมาหากระนั้น มาทำไมกัน อวิ๋นหยางลูบหน้าตัวเอง รู้สึกว่าความหล่อของตัวเองช่างเป็นบาปจริงๆ...

ส่วนบัตรเชิญอีกใบนั้นตรงไปตรงมามาก และตอนที่อวิ๋นหยางเห็นบัตรเชิญใบนี้ ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

บัตรเชิญจากจวนแม่ทัพ

แม่ทัพเฒ่าชิวเจี้ยนหานเชิญอวิ๋นหยางไปพบที่จวนในคืนนี้ เพื่อร่วมดื่มสุรา...

อวิ๋นหยางถอนหายใจ

"แล้วคนที่จะมาเยี่ยมล่ะ" อวิ๋นหยางถาม "เชิญเข้ามาสิ"

ลุงเหมยทำหน้าพิลึก "ยังไม่มากันสักคน..."

"..." อวิ๋นหยางพูดไม่ออก เทียบเชิญ เทียบเชิญ มันแปลว่าอะไร เจ้าถือเทียบยื่นเข้าประตูใหญ่ แล้วเจ้าก็ยืนรออยู่หน้าประตู พอเจ้าบ้านอนุญาต ก็ค่อยเข้ามา

นี่เรียกว่าเทียบเชิญ

หมายความว่า ในเมื่อเทียบเชิญถึงมือเจ้าบ้านแล้ว แขกก็ต้องรออยู่หน้าประตูใหญ่แล้ว

แต่ตอนนี้... เทียบเชิญถึงมือ แต่แขกไม่มา

"ไอ้คนพวกนี้ไม่รู้ธรรมเนียมหรือไง" อวิ๋นหยางรู้สึกว่าข้อสันนิษฐานนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้...

ล้วนเป็นหัวกะทิของตระกูลใหญ่ จะไม่รู้ธรรมเนียมได้อย่างไร แต่ทำไมยื่นเทียบเชิญแล้วตัวคนไม่มา

แต่อวิ๋นหยางก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไปทันที จะมาก็มาไม่มาก็ช่าง

เขาหันหลังเดินออกจากประตูใหญ่ ก็เห็นเฉินซานนั่งตัวตรงแหน็วอยู่ข้างกำแพงจริงๆ ใบหน้ากรำแดดกรำฝน เห็นชัดว่านั่งรออยู่ที่นี่ทั้งคืน

"เฉินซาน กลับไปเถอะ" อวิ๋นหยางกล่าวเสียงอ่อนโยน "ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว"

เฉินซานดื้อดึง "คุณชายมีบุญคุณล้นฟ้าต่อข้าน้อย แถมยังต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าน้อย ข้าน้อยจะจากไปเฉยๆ ได้อย่างไร ข้าน้อยจะรออยู่ที่นี่ หากทางการมาหาเรื่องคุณชาย ข้าน้อยย่อมรู้ว่าต้องทำอย่างไร"

อวิ๋นหยางกล่าว "เรื่องราวจบลงแล้ว เซี่ยอู่หยวนกับครอบครัว ถูกจับขังคุกหลวงหมดแล้ว เจ้ายังไม่รู้อีกรึ"

"จริงหรือขอรับ" เฉินซานลุกพรวดพราดขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกาย "ไอ้ชาติชั่วนั่นทำชั่วช้าสารพัด ไม่นึกว่าจะมีวันนี้"

อวิ๋นหยางยิ้มบางๆ

"ในเมื่อเรื่องจบแล้ว ข้าน้อยก็จะกลับบ้าน การที่ข้าน้อยมาเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอด ก็ทำให้คุณชายดูไม่ดีด้วย" เฉินซานกล่าว "แต่บุญคุณของคุณชายยิ่งใหญ่ดุจขุนเขา วันหน้าหากมีเรื่องให้รับใช้ ข้าน้อยยินดีบุกน้ำลุยไฟ ตายก็ไม่เกี่ยง!"

พูดจบ ก็หมอบลงโขกศีรษะสองทีแล้วจะจากไป

อวิ๋นหยางก้าวตามไปสองก้าว ยัดทองคำก้อนหนึ่งใส่มือเขา กล่าวว่า "กลับบ้านไปใช้ชีวิตให้ดี... เฮ้อ" อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่กลับพูดไม่ออก

ชายชาติทหารที่เคยอาบเลือดในสนามรบ บัดนี้พิการและต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากเพื่อความอยู่รอด ต้องทนรับความอัปยศอดสู แต่ในใจกลับยังคงยึดมั่นในบุญคุณความแค้น

เฉินซานปฏิเสธไม่ลง จำต้องรับไว้ ในใจตื้นตัน น้ำตาคลอเบ้า แทบจะสะอื้นออกมา กล่าวว่า "ขอบพระคุณคุณชาย... คุณชายมีน้ำใจประเสริฐ เฉินซานซาบซึ้งยิ่งนัก... เฮ้อ ตอนนั้น ใต้เท้าเก้าจอมราชันย์เกรียงไกรทั่วหล้า ทั่วทั้งแผ่นดินใครกล้าลบหลู่ทหารผ่านศึกบ้าง... น่าเสียดายสวรรค์ไร้ตา คนดีผีไม่คุ้ม นับตั้งแต่ใต้เท้าเก้าจอมราชันย์จากไป พวกข้าน้อยก็..."

น้ำตาแห่งลูกผู้ชายร่วงหล่นลงมาสองหยด "ขอบคุณคุณชายขอรับ"

มองดูแผ่นหลังของเฉินซาน อวิ๋นหยางรู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลผ่านหัวใจ ตอนนั้นเก้าจอมราชันย์เกรียงไกรทั่วหล้า ทั่วทั้งแผ่นดินใครกล้าลบหลู่ทหารผ่านศึกบ้าง

"ยังอยู่ ยังคงอยู่ และจะอยู่ตลอดไป" อวิ๋นหยางกล่าวในใจเงียบๆ

พอกลับเข้ามาในลานบ้าน อารมณ์ยังคงหม่นหมอง

"บัตรเชิญของท่านแม่ทัพเฒ่า..." อวิ๋นหยางขมวดคิ้ว "คงไม่ได้สงสัยในฐานะของข้าหรอกนะ ถ้าอย่างนั้น... เป็นเพราะอะไร เพราะเมื่อวานไปซ้อมเซี่ยอู่หยวนรึ"

"เรื่องเซี่ยอู่หยวน มีการใช้ป้ายประกาศิตเก้าชั้นฟ้า ดูท่าท่านแม่ทัพเฒ่าคงอยากจะใช้ข้าเป็นจุดเจาะทะลวงเพื่อสืบข่าวสินะ"

อวิ๋นหยางยิ้มจางๆ

ไม่ว่าอย่างไร รอบนี้ก็ต้องไป

อวิ๋นหยางเดินทอดน่องเข้าไปด้านใน พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด ทันใดนั้นหัวใจก็กระตุกวูบ จิตสังหรณ์ร้องเตือน เขาทิ้งตัวลงหมอบกับพื้นทันที

เสียงดังฉึกๆๆ

มีดบินขนาดเล็กสามเล่มพุ่งมาดุจสายฟ้า ปักลึกเข้าไปในต้นไม้ดอกไม้หน้าอวิ๋นหยาง จากนั้นเสียงแหวกอากาศหวีดหวิวถึงค่อยดังตามมา

และหลังจากที่อวิ๋นหยางทิ้งตัวหมอบลง ร่างของเขาก็เคลื่อนย้ายไปด้านข้างในเวลาเดียวกัน แวบเดียวดุจภูตผี ก็ไปโผล่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง บิดตัวเล็กน้อย แล้วดูเหมือนจะหายวับไปในอากาศธาตุ

ในเวลาเดียวกัน ลุงเหมยคำรามลั่น ร่างกายทิ้งภาพติดตาไว้กลางอากาศ พุ่งทะยานออกไป

มีคนลอบสังหาร!

บนหลังคาฝั่งตรงข้าม

ชายชุดเขียวปิดหน้ามองดูภายในประตูจวนตระกูลอวิ๋นด้วยความตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

ด้วยระดับพลังห้าขุนเขาของเขา การใช้อาวุธลับลอบสังหารมดปลวกตัวน้อยที่พลังไม่ถึงหนึ่งขุนเขา กลับพลาดเป้า! แถมยังพลาดแบบงงๆ ไม่รู้ว่าทำไมถึงพลาด!

เขารู้แค่ว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะลงมือ เป้าหมายก็หมอบลงกะทันหัน ความจริงแล้ว ตอนที่มีดบินหลุดจากมือ ตำแหน่งที่เป้าหมายเคยอยู่ก็ว่างเปล่าไปแล้ว!

เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร?!

ชายชุดเขียวแทบอยากจะตะโกนด่า ข้าเป็นนักฆ่ามาตั้งกี่ปี ไม่เคยเจอเรื่องประหลาดพรรค์นี้มาก่อน!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - ตกใจ ทดแทนคุณ ลอบสังหาร!

คัดลอกลิงก์แล้ว