- หน้าแรก
- ระบบระเบิดไม่ว่า แต่ทำไมศาสตราที่ข้าหลอมต้องมีเงื่อนไขบัดซบขนาดนี้
- บทที่ 9 - มหาพิธีวัดวิญญาณ
บทที่ 9 - มหาพิธีวัดวิญญาณ
บทที่ 9 - มหาพิธีวัดวิญญาณ
บทที่ 9 - มหาพิธีวัดวิญญาณ
หวังหมิงเป่า นั่งอยู่ภายในห้องโถง พลางประคองหอคอยสัมฤทธิ์ขนาดเท่าฝ่ามือไว้ในอุ้งมือด้วยความรู้สึกตื่นเต้นสั่นสะท้าน
หอคอยขนาดเล็กนี้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีกระตุ้นที่ยุ่งยากซับซ้อนใด ๆ ข้อจำกัดเพียงหนึ่งเดียวคือผู้ใช้งานต้องมีสายเลือดเดียวกันกับผู้สร้าง นั่นหมายความว่ามีเพียงคนในตระกูลเท่านั้นที่สามารถใช้งานมันได้ และความสามารถหนึ่งเดียวอันน่าทึ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนของมันก็คือ... การวัดวิญญาณ!
ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงถูกขนานนามว่า “หอวัดวิญญาณ”
เขาสูดหายใจลึก ค่อย ๆ ถ่ายเทพลังปราณลงสู่หอคอย หอคอยสั่นสะเทือนเบา ๆ พลันลูกบอลสีดำที่ยอดหอคอยก็เริ่มเปล่งแสง จากนั้นข้อมูลชุดหนึ่งก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองของเขาโดยตรง
【ชื่อ: หวังหมิงเป่า】
【ขอบเขต: กลั่นลมปราณ ระดับ 5】
【รากวิญญาณ: ไฟ 4.5 นิ้ว, ไม้ 3.7 นิ้ว, น้ำ 3.2 นิ้ว, ทอง 0.8 นิ้ว, ดิน 0.9 นิ้ว】
【พรสวรรค์ร้อยวิชาเซียน: หลอมศาสตรา: -99/100, ปรุงยา: 31/100, ปลูกสมุนไพร: 54/100, ค่ายกล: 15/100, เขียนยันต์: 18/100...】
【ความชำนาญวิชา: 《เคล็ดวิชาลมหายใจตระกูลหวัง》 (ขั้นเล็ก 12/100), 《เคล็ดวิชาเพลิงม่วง》 (ขั้นเล็ก 45/100), คาถาชำระล้าง (ชำนาญ 78/100), คาถาลูกไฟ (ชำนาญ 65/100), คาถาเรียกฝน (ชำนาญ 72/100), วิชากายเบา (ชำนาญ 81/100)... วิชาหลอมศาสตราตระกูลหวัง (???)】
หวังหมิงเป่าเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ หอคอยนี้ไม่ได้มีเพียงฟังก์ชันการวัดรากวิญญาณและระดับพลังเท่านั้น แต่ยังสามารถระบุค่าความชำนาญของวิชาต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดยิบ!
“นี่มันฟังก์ชันของระบบที่ข้าเคยมีชัด ๆ เลย!”
“เช่นนั้นก็แปลว่า... ตอนนั้นข้าหลอมรวมระบบของตัวเองเข้ากับลูกบอลสีดำจริง ๆ สินะ?”
ในตอนแรกเขาคิดว่าระบบระเบิดทำลายตัวเองไปแล้ว ไม่เคยคาดคิดเลยว่า อาจเป็นเพราะพรสวรรค์ในการหลอมศาสตราอันแปลกประหลาดของเขา ทำให้ระบบไม่สามารถสิงสถิตอยู่ในร่างได้ แต่กลับไปหลอมรวมเข้ากับศาสตราชิ้นนี้แทน
"ค่าพรสวรรค์ติดลบถึงเก้าสิบเก้า มิน่าเล่าระบบถึงได้ประเมินเช่นนี้ แต่มันก็นับเป็นโชคดีที่แฝงมากับความโชคร้ายกระมัง?" หวังหมิงเป่าพึมพำกับตนเองอย่างไม่แน่ใจ
เมื่อพิจารณาค่าความชำนาญอย่างละเอียด หวังหมิงเป่าก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ สิ่งนี้ไม่แตกต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้เลย นับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เขาตรวจสอบหน้าจอระบบ เคล็ดวิชาหลักทั้งสองของเขาก็บรรลุถึง ‘ขั้นเล็ก’ โดยสมบูรณ์แล้ว ส่วนคาถาอื่น ๆ ก็อยู่ในระดับ ‘ชำนาญ’
แต่สิ่งที่ทำให้เขางุนงงที่สุดคือ ความชำนาญใน ‘วิชาหลอมศาสตราตระกูลหวัง’ ซึ่งแสดงผลเป็น “???”
เขาขมวดคิ้วแน่น "ข้าสามารถหลอมศาสตราชั้นหนึ่งได้แล้วนะ เหตุใดจึงไม่แสดงผล? หรือเป็นเพราะพรสวรรค์ด้านการหลอมของข้ามันพิเศษเกินไป จนแม้แต่หอวัดวิญญาณก็ยังไม่สามารถประเมินค่าได้?"
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพักเรื่องวิชาการหลอมไว้ชั่วคราว แล้วหันไปสนใจฟังก์ชันอื่นของหอคอยแทน เขารู้ดีว่ามูลค่าของมันมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้ และอาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตระกูลหวังได้เลยทีเดียว
เพราะในตอนนี้ ‘ระบบ’ นี้ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของเขาอีกต่อไป แต่มันเป็นของทุกคนในตระกูลที่สามารถใช้งานได้
ในเช้าวันรุ่งขึ้น หวังหมิงเป่าได้นำหอวัดวิญญาณไปยังโถงหารือของตระกูล
ภายในโถงนั้น หวังเต๋อหยางกำลังหารือราชการกับเหล่าผู้อาวุโส เมื่อได้ยินว่าหวังหมิงเป่ามีเรื่องสำคัญต้องรายงาน ทุกคนจึงหยุดการสนทนาลงทันที
"หมิงเป่า ได้ยินว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญต้องรายงาน? เจ้าต้องการสิ่งใด หรือว่าเจ้าสามารถหลอมศาสตราชิ้นใหม่ ๆ ออกมาได้อีกแล้ว?" หวังเต๋อหยางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
หวังหมิงเป่าคารวะอย่างนอบน้อม แล้วประคองหอคอยสัมฤทธิ์ขึ้นด้วยสองมือ "ท่านประมุข นี่คือศาสตราล่าสุดที่ข้าหลอมขึ้น นามว่า ‘หอวัดวิญญาณ’ มันไม่เพียงแต่ตรวจสอบรากวิญญาณและระดับพลังได้เท่านั้น แต่ยังสามารถระบุพรสวรรค์ร้อยวิชาเซียน รวมถึงค่าความชำนาญในวิชาต่าง ๆ ได้อีกด้วยขอรับ"
หวังเต๋อหยางดวงตาเป็นประกาย "โอ้? มีศาสตราวิเศษถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
เขาตรวจสอบหอคอยอย่างละเอียด พร้อมลองถ่ายเทพลังปราณเข้าไป ครู่เดียวเท่านั้น สีหน้าของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นตะลึงงัน
“เป็นเรื่องจริง! ความสามารถของหอวัดวิญญาณนี้เหลือเชื่ออย่างยิ่ง ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!”
ทว่าครู่ต่อมา สีหน้าของเขาก็กลับดูยุ่งยากใจ “สรุปว่า... วิชาชีพที่เหมาะกับข้าที่สุดไม่ใช่การหลอมศาสตรา แต่กลับเป็นวิชาเชิดหุ่นอย่างนั้นหรือ?”
หวังเต๋อหยางไม่เคยมีความคิดที่จะเปลี่ยนไปฝึกฝนวิชาหุ่นเชิดมาก่อนเลย เพราะมรดกวิชาหุ่นเชิดที่ตระกูลมีนั้นอยู่เพียงแค่ระดับหนึ่งขั้นสูง ต่อให้สร้างหุ่นที่แข็งแกร่งทัดเทียมระดับสองขั้นสูงได้ ก็ยังถือว่าไม่มีประโยชน์อันใด
เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าผู้อาวุโสจึงพากันเข้ามาลองทดสอบบ้าง ผลลัพธ์คือทุกคนล้วนตื่นตะลึงในความสามารถของหอวัดวิญญาณ
“หมิงเป่า หอวัดวิญญาณของเจ้าคือสมบัติล้ำค่าของตระกูลเราโดยแท้!” หวังเต๋อฝ่า ผู้อาวุโสรอง กล่าวอย่างตื่นเต้น
หวังเต๋อหยางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวกับหวังเต๋อหยวน (ผู้อาวุโสใหญ่) และหวังเต๋อฝ่าด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง หอวัดวิญญาณนี้มีความหมายต่อตระกูลอย่างยิ่งยวด ข้าตัดสินใจว่าจะทำการวัดวิญญาณสมาชิกทุกคนในตระกูลทันที แต่เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างเงียบเชียบ ห้ามให้คนนอกล่วงรู้โดยเด็ดขาด”
หวังเต๋อหยวนและหวังเต๋อฝ่าพยักหน้ารับ “ท่านประมุขมีปรีชาญาณยิ่งนัก”
หวังเต๋อหยางหันมาหาหวังหมิงเป่า “หมิงเป่า ด้วยคุณงามความชอบครั้งนี้ ข้าตัดสินใจจะเลื่อนขั้นเจ้าเป็น ‘ระดับผู้สร้างรากฐาน’ นับจากนี้ไปตระกูลจะให้การสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่ เพื่อให้เจ้าบรรลุขั้นสร้างรากฐานโดยเร็วที่สุด”
หวังหมิงเป่ารู้สึกอบอุ่นในใจ พลันรีบคารวะ “ขอบคุณท่านประมุขที่เมตตา!”
ในอีกไม่กี่วันต่อมา ปฏิบัติการวัดวิญญาณครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบภายในตระกูลหวัง สมาชิกทุกคนถูกเรียกตัวมายังโถงหารือทีละคนเพื่อรับการทดสอบ
ผลการทดสอบสร้างความตกใจแก่ผู้คนมากมาย บางคนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
"พรสวรรค์ปรุงยาของข้าได้เพียง 15/100 เท่านั้นหรือ? ข้ามีรากวิญญาณไม้ที่แข็งแกร่งที่สุดเชียวนะ! แถมยังปรุงยามานานถึงสามปีแล้ว!" ชายผู้ฝึกตนระดับหกคนหนึ่งจ้องมองข้อมูลบนหอคอยด้วยความตกตะลึงจนไม่อาจเชื่อสายตา
"เจ้ายังนับว่าโชคดี" ชายอีกคนยิ้มอย่างขมขื่น "พรสวรรค์เขียนยันต์ของข้าได้แค่ 9/100 เองหรือนี่? มิน่าเล่าถึงเขียนเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จเสียที อุตส่าห์ฝืนทนจนได้เป็นนักเขียนยันต์ระดับหนึ่งขั้นกลาง นับว่าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างแท้จริง"
"พรสวรรค์ปลูกสมุนไพรของข้าตั้ง 72/100 เชียวหรือ? แต่ข้ากลับทุ่มเทให้กับการหลอมศาสตรามาโดยตลอด! ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องไปปลูกสมุนไพรเดี๋ยวนี้แหละ!" ผู้ฝึกตนหญิงรุ่นเยาว์อุทานด้วยความตื่นเต้น
หอวัดวิญญาณทำให้หลายคนเพิ่งตระหนักรู้ว่าตนเองเลือกเส้นทางผิดมาโดยตลอด หวังเต๋อหยางมองดูผลลัพธ์เหล่านี้ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความสงบใจและความโล่งอก
เขาหันไปกล่าวกับหวังหมิงเป่าว่า "หมิงเป่า หอวัดวิญญาณนี้ช่วยตระกูลเราได้อย่างใหญ่หลวงนัก หากไม่มีมัน หลายคนคงต้องหลงทางไปชั่วชีวิต"
หวังหมิงเป่ายิ้มบาง "ท่านประมุข นับเป็นเกียรติของข้าพเจ้าที่ได้มีส่วนช่วยตระกูลขอรับ"
หวังเต๋อหยางพยักหน้า ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่น "นับจากนี้ ตระกูลจะปรับเปลี่ยนแนวทางการฝึกตนของทุกคนตามผลการวัดวิญญาณ หมิงเป่า ความดีความชอบครั้งนี้ ตระกูลย่อมไม่ลืมเลือน"
หวังหมิงเป่าพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง "ท่านประมุขวางใจได้ ข้าพเจ้าจะพยายามสร้างศาสตราใหม่ ๆ ออกมาอีกขอรับ"
ได้ยินดังนั้น หวังเต๋อหยางก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นว่า "ขอเพียงแค่ไม่ใช่ศาสตราที่มีวิธีใช้ชวนกระอักกระอ่วนมากจนเกินไปก็พอแล้วนะ..."
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ หวังหมิงเป่าก็นึกถึงศาสตราสาย 'ไม่เหมาะสม' ที่ตนไม่กล้าเผยออกมา หน้าของเขาก็แดงเถือกขึ้นมาในทันที
(จบแล้ว)