เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - หอคอยสัมฤทธิ์น้อย

บทที่ 8 - หอคอยสัมฤทธิ์น้อย

บทที่ 8 - หอคอยสัมฤทธิ์น้อย


บทที่ 8 - หอคอยสัมฤทธิ์น้อย

นับตั้งแต่ศึกเหมืองหินเขียวสิ้นสุดลง หวังหมิงเป่าก็ถูกตระกูลเรียกตัวกลับอย่างเร่งด่วน เป็นการยุติภารกิจเฝ้าระวังในที่สุด สาเหตุไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเพราะศาสตราวิปลาสที่เขาได้หลอมสร้างขึ้นมานั่นเอง

แม้ว่าศาสตราเหล่านี้จะมีวิธีการใช้งานที่ซับซ้อน แต่ทว่าอานุภาพกลับร้ายกาจไม่ด้อยไปกว่าใคร กระทั่งผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณระดับหนึ่งก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย และแสดงพลังเทียบเท่าศาสตราระดับหนึ่งขั้นต่ำได้อย่างไม่มีปัญหา

การค้นพบครั้งนี้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่แก่ชนชั้นสูงของตระกูล ถึงขนาดที่พวกเขาได้มอบภารกิจพิเศษให้แก่หวังหมิงเป่าโดยเฉพาะ นั่นคือการหลอมศาสตราออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตระกูล

“หมิงเป่า อนาคตของตระกูลฝากไว้ที่เจ้าแล้วนะ!” หวังเต๋อหยางเรียกพบหวังหมิงเป่าด้วยตนเอง ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความคาดหวัง

หวังหมิงเป่าพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ท่านประมุขวางใจได้เลยขอรับ ข้าจะทำให้สุดความสามารถ”

สองปีผ่านไป สถานการณ์ก็พลิกผัน

ตลอดสองปีที่ผ่านมานี้ ความขัดแย้งระหว่างตระกูลหวังกับสำนักหมิงหัว ตระกูลหวง และสำนักชื่อเซียวได้ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง การปะทะเพื่อแย่งชิงทรัพยากรเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายอยู่ทุกวัน

“ท่านประมุข! เพิ่งมีข่าวด่วนเข้ามาว่า สำนักหมิงหัวร่วมมือกับตระกูลหวงเข้าจู่โจมเหมืองเหล็กชาดของเราอีกแล้ว สมาชิกตระกูลระดับเจ็ดเสียชีวิตไปสองคน” ผู้อาวุโสรองหวังเต๋อฝ่ารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

หวังเต๋อหยางกำหมัดแน่น แววตาฉายความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด “พวกมันชักจะรังแกเราเกินไปแล้ว!”

“ท่านประมุข เราต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่ง มิฉะนั้นแล้ว...” หวังเต๋อฝ่าหยุดคำพูดไว้กลางคัน แต่ความหมายนั้นชัดเจนแจ้ง

หวังเต๋อหยางพยักหน้า “ข้าเข้าใจ โชคดีที่ทักษะการหลอมศาสตราของข้าพัฒนาขึ้น ตอนนี้ข้าเลื่อนเป็นช่างหลอมระดับสองขั้นสูงแล้ว และเริ่มมองเห็นหนทางการหลอมศาสตาระดับสองขั้นสูงสุดได้บ้าง”

“ยินดีด้วยท่านประมุข!” หวังเต๋อฝาดวงตาเป็นประกาย

“แต่นี่ยังไม่พอ” หวังเต๋อหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงขรึม “เราต้องการไพ่ตายมากกว่านี้ ทางด้านหมิงเป่าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ศาสตราของหมิงเป่าช่วยตระกูลได้มาก โดยเฉพาะพวกรุ่นเยาว์ระดับต่ำและตระกูลสาขา พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนเขาเพิ่งจะเริ่มตัดสินใจหลอมศาสตราระดับหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง” หวังเต๋อฝ่าตอบ

“ดี สนับสนุนเขาต่อไป” หวังเต๋อหยางกำชับ

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หวังหมิงเป่าแทบจะทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการฝึกตนและการหลอมศาสตรา ผลก็คือไม่เพียงแต่ทักษะการหลอมของเขาจะรุดหน้าไปอย่างก้าวกระโดด แต่ระดับพลังยังทะลวงสู่ขั้นกลั่นลมปราณระดับห้าได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

ภายในห้องของเขาเต็มไปด้วยวัสดุนานาชนิด บนโต๊ะวางเรียงรายไปด้วยศาสตรารูปร่างประหลาด

“ชิ้นนี้ต้องเต้นถึงจะใช้ได้ ชิ้นนี้ต้องร้องเพลง ชิ้นนี้ต้องท่องกลอนใส่ แล้วยังมีชิ้นนี้... ต้องหกสูงถึงจะใช้ได้...” หวังหมิงเป่าจัดของไปพลางส่ายหน้ายิ้มขื่น “พรสวรรค์การหลอมของข้านี่มันชักจะหลุดโลกขึ้นทุกวันจริง ๆ”

แม้จะยังเกิดการกลายพันธุ์ของศาสตราอยู่เสมอ แต่ในช่วงสองปีนี้ เขาเลิกสนใจเรื่องวิธีใช้งานอันแปลกประหลาดเหล่านั้นไปแล้ว แต่หันมามุ่งเน้นการค้นหากฎเกณฑ์ที่ซ่อนอยู่ภายในแทน

“บางที การกลายพันธุ์พวกนี้อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันอาจเป็นกฎการหลอมที่ซ่อนอยู่” หวังหมิงเป่าคิดในใจ

“อักขระพวกนี้ดูแตกต่างจากของทั่วไป จุดเชื่อมต่อพลังงานซับซ้อนกว่า บางจุดต้องใช้คลื่นพลังงานเฉพาะถึงจะกระตุ้นได้”

แววตาเขาฉายแววตื่นเต้น เขาจดบันทึกกฎเกณฑ์เหล่านี้ แล้วพยายามหลอมศาสตราใหม่ ๆ โดยอิงจากกฎที่เขาสรุปได้

ทว่า... กฎที่เขาสรุปได้ดูเหมือนจะเป็นแค่สมมติฐาน เพราะในความเป็นจริง การกลายพันธุ์กลับไม่สนใจเหตุผลของหวังหมิงเป่าเลย ไม่ว่าเขาจะวิจัยหรือพยายามหลีกเลี่ยงสักเท่าใด สุดท้ายมันก็ยังกลายพันธุ์อยู่ดี

หวังหมิงเป่าจึงตัดสินใจปล่อยวางความกังวลเสียที เขายอมหยุดคิดว่าจะต้องหลอมสร้างศาสตราที่สมบูรณ์แบบได้อย่างไร แต่ปล่อยให้การหลอมเป็นไปตามสัญชาตญาณโดยสิ้นเชิง อยากจะหลอมสิ่งใดก็หลอมไป

“อย่างไรเสียมันก็กลายพันธุ์ไปแล้ว เช่นนั้นก็ทำไปให้สุดกำลังเลย!” เขาคิดในใจ

และเพราะความไม่คาดหวังนี่เอง ทำให้เขากล้าที่จะลองหลอมสร้างศาสตราขั้นต่ำระดับหนึ่งที่ยากขึ้นไปอีก

ดุจดังคำกล่าวที่ว่า “ก้าวแรกสู่สังเวียน คือการเชือดคนรักเซ่นสังเวย”

อ๊ะ ไม่ใช่สิ ก้าวแรกของการปล่อยวางที่แท้จริงนั้น คือการนำของเก่าที่ไร้ค่ามาฝึกมือต่างหาก

สำหรับวัสดุทดลองชิ้นแรก แน่นอนว่าต้องเป็น ‘ลูกบอลสีดำ’ ซึ่งเป็นชิ้นแรกที่เขาหลอมสร้างได้สำเร็จ มันเป็นสิ่งเดียวที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง มีไว้เพื่อดูต่างหน้าเท่านั้น

ส่วนสิ่งไร้ค่าชิ้นอื่น ๆ ที่ใช้งานไม่ได้จริง หรือมีเงื่อนไขอันน่ารังเกียจเกินกว่าจะยอมรับได้ เช่น ต้องกินอุจจาระจึงจะใช้งานได้ หรือต้องใช้ปากคาบนิ้วเท้าตนเองเพื่อกระตุ้น... ต้องถามว่าของพรรค์นี้ หวังหมิงเป่าจะกล้านำออกมาให้ผู้ใดเห็นหรือไม่?

ดังนั้น เพื่อที่จะจัดการกับสิ่งไร้ค่าเหล่านี้ ทางเดียวก็คือจับพวกมันหลอมรวมเข้าไปในศาสตราใหม่ บังคับให้มันกลายพันธุ์อีกครั้ง เผื่อว่าจะสามารถใช้งานได้บ้าง

แต่หวังหมิงเป่าก็ยังแอบมีความคาดหวังกับผลงานชิ้นนี้อยู่เล็กน้อย เขาพึมพำ “ลูกบอลนี้คือศาสตราที่กลายพันธุ์ชิ้นแรก ในตอนนั้นระบบของข้าก็หายไปแล้วด้วย ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่?”

เขานำไผ่ม่วงระดับหนึ่งขั้นต่ำที่เตรียมไว้ออกมา ผสมของเหลววิญญาณจากวัสดุหายากหลายชนิด แล้วเริ่มลงมือสลักลวดลายลงบนลำไผ่

“จะทำประณีตเพียงใด สุดท้ายก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดี เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับวิธีเดิม ๆ หรอก ทำไปตามใจปรารถนาเลย”

เมื่อลำไผ่ม่วงเต็มไปด้วยอักขระที่สลักไว้จนยุบยับ หวังหมิงเป่าก็จับลูกบอลสีดำฝังลงไปในตัวไผ่ จากนั้นจึงส่งมันเข้าเตาไฟปฐพี และเริ่มใช้พลังปราณควบคุมการหลอมในขั้นตอนสุดท้าย

เมื่อศาสตราเริ่มก่อร่าง หวังหมิงเป่าสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันไร้เหตุผลที่คุ้นเคย หัวใจของเขาพลันวูบไหว รีบตั้งสติควบคุมศาสตรา พร้อมกับสร้างโล่พลังปราณขึ้นมาเพื่อป้องกันการระเบิดของไฟปฐพี

“ตูม!”

เสียงระเบิดที่อับทึบดังขึ้นอีกครั้ง เปลวไฟภายในเตาหลอมปะทุวูบหนึ่ง ทว่าในที่สุด ศาสตราก็หลอมเสร็จสมบูรณ์ลงได้

ต้องยอมรับว่า อัตราความสำเร็จในการหลอมของหวังหมิงเป่า จะเรียกว่าศูนย์เปอร์เซ็นต์ก็ย่อมได้ หรือจะเรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ผิดนัก

เพราะของที่เขาตั้งใจจะสร้างไม่เคยทำสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ศาสตราประหลาดออกมาในทุกคราไป

ผลงานชิ้นนี้คือ ‘หอคอยสัมฤทธิ์ขนาดเท่าฝ่ามือ’ ผิวหน้าสลักเสลาด้วยอักขระที่ซับซ้อน ยอดหอคอยฝังลูกบอลสีดำลูกนั้นไว้อย่างเหมาะเจาะพอดี ทว่าลูกบอลสีดำนั้นได้แปรเปลี่ยนไป มันมีแสงเรืองรองไหลเวียนอยู่ภายใน ดูผิดแผกไปจากเดิมอย่างมาก

“ศาสตราชิ้นนี้... ดูแตกต่างจากชิ้นก่อน ๆ เลย” หวังหมิงเป่าเอ่ยด้วยความสงสัยในความพิเศษของมัน

เขาจึงลองส่งพลังปราณเข้าไปในหอคอยสัมฤทธิ์ขนาดเล็กนั้น หอคอยสั่นสะเทือนเบา ๆ พร้อมกับส่งข้อมูลชุดหนึ่งเข้ามาในห้วงความคิดของเขา

“นี่มัน... ไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขการกระตุ้นพิเศษเลย!” หวังหมิงเป่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน จุดสนใจทั้งหมดจึงพุ่งไปที่ข้อนี้เพียงอย่างเดียว จนทำให้เขาเผลอลืมตรวจสอบข้อมูลส่วนอื่นไปชั่วครู่

ครั้นเมื่อความตกตะลึงเริ่มจางหาย และเขาสามารถตั้งสติกลับคืนมาได้ จึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตนยังต้องดูข้อมูลส่วนที่เหลืออีก

ทันใดนั้น เขาก็ต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออกเป็นครั้งที่สอง

เพราะศาสตราชิ้นนี้... มันได้ก้าวข้ามขอบเขตของศาสตราทั่วไปไปไกลจนสุดหยั่งถึงแล้ว!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 8 - หอคอยสัมฤทธิ์น้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว