- หน้าแรก
- ชาติใหม่นี้ข้าขอเขียนชะตาเอง
- บทที่ 29 - เส้นสาย
บทที่ 29 - เส้นสาย
บทที่ 29 - เส้นสาย
บทที่ 29 - เส้นสาย
"อ๋อ"
เจียงฉีพยักหน้าทำท่าเข้าใจ "ที่แท้ก็แค่บำเพ็ญเพียรอยู่ที่เขาหลีซานเฉยๆ"
"รู้ไหมว่าการแอบอ้างเป็นศิษย์สามนิกาย โทษหนักนะ"
เจอคำถามจี้ใจดำของเจียงฉี สาวน้อยชุดเขียวก็ยิ้มแหยๆ แก้ตัวว่า "ก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้นแหละ"
"เจ้าแม่บอกว่า ขอแค่ข้าช่วยพี่สาวสะสางกรรมเก่าในอดีตได้ พอกลับไปข้าก็จะได้เป็นศิษย์เจ้าแม่เหมือนกับพี่สาวแล้ว!"
"พี่สาว?"
เจียงฉีเลิกคิ้ว เริ่มเดาตัวตนของสาวน้อยชุดเขียวตรงหน้าได้รางๆ
"ยังไม่ได้ถามชื่อแซ่เลย?"
แม้จะค่อนข้างมั่นใจ แต่เจียงฉีก็ถามเพื่อความชัวร์
"พี่สาวข้าชื่อไป๋ซู่เจิน (งูขาว) เป็นงูขาวเผือกที่บำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรม ระดับฮุ่นหยวนไท่อี่เทียนเซียนเชียวนะ!"
สาวน้อยชุดเขียวพูดอวดอย่างภาคภูมิใจ
"ข้าหมายถึงเจ้า"
เจียงฉีกระพริบตาปริบๆ ยัยนี่ดูท่าจะเป็นพวกบราค่อน... เอ้ย ซิสค่อน (เห่อพี่สาว) ระยะสุดท้าย
"ข้าชื่อเฉินปี้ชิง เรียกข้าว่าเสี่ยวชิง (งูเขียว) ก็ได้"
เสี่ยวชิงเชิดหน้าขึ้น ฮึดฮัดว่า "ยังไงก็แค่ชั่วคราว ไว้เจอกันคราวหน้า เจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าอาหญิงเสี่ยวชิงอยู่ดี!"
"อืม"
เจียงฉีพยักหน้าเฉยๆ ไม่ได้สนใจคำโม้ของนาง
จากนั้นก็เปิดสมุดเล่มบางๆ ในมือเล่น
เสี่ยวชิงเห็นเข้าก็เกิดความอยากรู้อยากเห็น ขยับเข้ามาใกล้ๆ
"นี่คือสมุดรายชื่อศิษย์สามนิกายที่เจ้าว่าเหรอ?"
"แน่นอน... ว่าไม่ใช่"
เจียงฉีมองนางเหมือนมองคนปัญญาอ่อน "สมุดรายชื่อศิษย์สามนิกายมีจริง เรียกว่าสมุดหยกบัวเขียว ตอนนี้อยู่ที่ท่านศาสดาไท่ชิง คนธรรมดาแค่จะมองยังไม่มีสิทธิ์ อย่าว่าแต่จะเอามาถือเล่นแบบข้าเลย"
"เจ้าหลอกข้า!"
เสี่ยวชิงเพิ่งรู้สึกตัว
เออจริง ของสำคัญขนาดนั้น จะมาอยู่ในมือศิษย์รุ่นที่สี่ได้ยังไง
"แล้วในมือเจ้านั่นคืออะไร"
พอหายโง่ เสี่ยวชิงก็ถามด้วยความสงสัย
"สาส์นท้า"
เจียงฉีตอบส่งๆ นี่คือของที่อาจารย์โยนให้เมื่อกี้นี้เอง
"สาส์นท้า?"
เสี่ยวชิงยิ้มร่า ขยับเข้ามาดูใกล้ๆ พลางวิจารณ์ "ไหนขอดูซิว่าเป็นใคร ด้วยฝีมือระดับเซียนมนุษย์มือใหม่อย่างเจ้าคงสู้เขาไม่ได้หรอก ลองอ้อนวอนข้าดีๆ สิ เดี๋ยวว่าที่อาหญิงอย่างข้าจะช่วย..."
พูดไม่ทันจบ เสี่ยวชิงก็เงียบกริบ เพราะนางเห็นชื่อลงท้ายในสาส์นท้า
อู๋ซิน
เสี่ยวชิงตัวแข็งทื่อ ถามว่า "อู๋ซินคนนี้ ใช่คนที่มีชื่อบนศิลาเซียนหรือเปล่า"
"น่าจะใช่นะ"
เจียงฉีมองสาส์นท้าในมือ พยักหน้าอย่างครุ่นคิด
"ใช่พระสงฆ์จากวัดหลานถัวที่เพิ่งออกมาท่องโลกหลังเก็บตัวมาพันปี แล้วได้รับฉายาบุตรแห่งพุทธะทันทีที่ออกมาหรือเปล่า"
"ถ้าในโลกนี้ไม่มีวัดหลานถัวแห่งที่สองนะ"
"ตอนนี้บุตรแห่งพุทธะท่านนี้ อยู่ระดับฮุ่นหยวนไท่อี่เทียนเซียนใช่ไหม"
"ถ้าข่าวลือไม่ผิด ก็น่าจะใช่ และไม่แน่ว่าอาจจะทะลุขอบเขตไปแล้วด้วยซ้ำ"
เจียงฉียังคงพยักหน้า
"ข้ามีธุระ ขอตัวก่อนนะ"
เสี่ยวชิงพยักหน้าเรียบๆ แล้วหันหลังเตรียมเผ่น
ล้อเล่นน่า ตอนแรกเห็นเจียงฉีเป็นแค่เด็กใหม่เพิ่งเป็นเซียน คงไม่เจอคู่ต่อสู้ตึงมือเท่าไหร่
นางเองก็เป็นถึงระดับเทียนเซียน (เซียนสวรรค์) แม้จะยังไม่แตะขอบเขตฮุ่นหยวน แต่ก็เก่งกว่าเซียนมนุษย์แน่ๆ
คิดว่าจะช่วยออกหน้าให้สักหน่อย เต็มที่คู่ต่อสู้ก็คงระดับตี้เซียน (เซียนพิภพ)
ใครจะไปคิดว่าดันเป็น "บุตรแห่งพุทธะ" ที่โด่งดังคับฟ้าในรุ่นใหม่ แถมยังมีบารมีข่มเด็กรุ่นใหม่ทั้งวงการ!
น่าขำที่นางคิดจะออกหน้าแทน
พอกันที
"เดี๋ยว"
เจียงฉีเรียกเสี่ยวชิงไว้
"เจ้าจะทำอะไร"
เสี่ยวชิงถามอย่างระแวง
"ไม่ได้จะทำอะไร แค่จะถามคำถามหน่อย"
เจียงฉีโบกสาส์นท้าในมือ ถามว่า "ขอถามหน่อยได้ไหม บททดสอบเฮ่าเทียนคืออะไร"
ในสาส์นท้า อู๋ซินเชิญเขาไปตัดสินแพ้ชนะกันในบททดสอบเฮ่าเทียน
แต่เจียงฉีไม่รู้นี่หว่าว่ามันคืออีหยัง
"บททดสอบเฮ่าเทียน? ตอนเจ้าขึ้นเป็นเซียน เจ้าได้จารึกชื่อบนศิลาเซียนหรือเปล่า"
เสี่ยวชิงตาโตด้วยความประหลาดใจ แล้วก็ร้องอ๋อ "ก็ไม่แปลก เจ้าเป็นศิษย์ของเทพเจินจวินองค์นั้นนี่นา"
"ก็จารึกอยู่นะ"
เจียงฉีนึกภาพ ชื่อตัวเองอยู่ใต้ชื่อซุนหงอคง ก็คงนับว่าจารึกแล้วมั้ง
"บททดสอบเฮ่าเทียนเกี่ยวอะไรกับการจารึกชื่อบนศิลา?"
เจียงฉีถามต่อ
"พูดให้ถูกคือ การจารึกชื่อบนศิลาคือตั๋วเข้าชมบททดสอบเฮ่าเทียนต่างหาก"
เสี่ยวชิงอธิบาย "บททดสอบเฮ่าเทียน คือบททดสอบที่องค์มหาเทพหยกจัดขึ้น ในโลกจำลองภายในเจดีย์เฮ่าเทียน เฉพาะอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่มีชื่อบนศิลาเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วม"
"ก่อนหน้านี้ บททดสอบเฮ่าเทียนเคยจัดขึ้นแค่ครั้งเดียว รางวัลสูงสุดในครั้งนั้น คือตำแหน่งผลมรรคระดับสองของสวรรค์!"
"พูดไปแล้ว ตำแหน่งนี้เจ้าน่าจะคุ้นเคยที่สุด"
พูดจบ เสี่ยวชิงก็มองหน้าเจียงฉี
"เจ้าหมายถึง ตำแหน่งเทพผู้คุมกฎตุลาการของอาจารย์ข้า?"
เจียงฉีเลิกคิ้ว
"ถูกต้อง"
เสี่ยวชิงพูดต่อ "ไม่มีใครรู้เนื้อหาจริงๆ ของบททดสอบเฮ่าเทียน แม้แต่อาจารย์เจ้า หรืออัจฉริยะคนอื่นๆ ที่เคยเข้าร่วมรุ่นแรก ต่างก็ปิดปากเงียบกริบ"
"แต่มีข่าวลือว่า ไม่ใช่แค่ตำแหน่งผลมรรคระดับสองเท่านั้น แม้แต่โอกาสในการทะลวงเข้าสู่ระดับไท่อี่จินเซียนของอาจารย์เจ้า ก็ได้มาจากข้างในนั้น"
"เขาว่ากันว่า นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมอาจารย์เจ้า ชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวิน ถึงเป็นคนแรกในรุ่นปัจจุบันที่บรรลุระดับไท่อี่จินเซียนได้"
"สงสัยต้องกลับไปถามอาจารย์ซะแล้ว"
เจียงฉีสะบัดสาส์นท้า พยักหน้าอย่างใช้ความคิด
"พูดถึงแล้ว พี่สาวข้าก็เป็นอัจฉริยะที่มีชื่อบนศิลาเหมือนกัน เห็นว่ากำลังลังเลว่าจะเข้าร่วมรอบหน้าดีไหม เจ้าทำอะไรน่ะ?"
เสี่ยวชิงกำลังพูดอยู่ ก็เห็นเจียงฉีขยี้สาส์นท้าในมือ
ทันใดนั้น สาส์นท้าก็ลุกไหม้เองโดยไม่มีไฟ
กระดาษที่ไม่รู้ทำจากวัสดุอะไร กลายเป็นแสงสีทองลอยละล่องหายไปในความไกลโพ้น
นี่คือเจียงฉีรับคำท้า และหมายความว่าเจียงฉียืนยันจะเข้าร่วมบททดสอบเฮ่าเทียนรอบหน้า!
เสี่ยวชิงตาถลน ถามว่า "เจ้ายอมรับง่ายๆ งี้เลย?"
"เจ้ารู้ไหมว่า อีกแค่สิบปีบททดสอบเฮ่าเทียนก็จะเริ่มแล้ว??"
"นานขนาดนั้นเชียว?"
เจียงฉีกระพริบตา เสียดายนิดๆ
"นาน?!"
เสี่ยวชิงมองเจียงฉีเหมือนมองตัวประหลาด "เจ้ารู้ไหม ในบรรดาผู้บรรลุธรรมรุ่นใหม่ มีหลายคนที่หาหนทางฮุ่นหยวนเจอแล้ว"
"คนที่เหลือ ต่อให้กากๆ ก็ระดับเทียนเซียนขั้นสูง!"
"ส่วนเจ้าเป็นแค่เซียนมนุษย์!"
"เวลาสิบปี เจ้าคิดว่าจะฝึกไปถึงระดับเซียนมนุษย์ขั้นสูงได้รึไง?!"
"แล้วไง?"
เจียงฉีตอบอย่างไม่ยี่หระ "ชีวิตเจียงฉี ไม่เคยด้อยกว่าใคร!"
ไม่ด้อยกว่าใครเหรอ?
เสี่ยวชิงมองนักพรตหนุ่มชุดแดงตรงหน้า หัวใจเต้นระรัว
ความมั่นใจและความหยิ่งทะนงที่แผ่ออกมานั้น ทำให้เสี่ยวชิงต้องมองใหม่
นี่คือความห้าวหาญของอัจฉริยะสินะ!
ข้ายังห่างชั้นอีกไกลจริงๆ
เจียงฉีไม่ได้รับรู้ความคิดของเสี่ยวชิงเลย
ส่วนประโยคหล่อๆ เมื่อกี้ ก็พูดไปตามน้ำเท่านั้นแหละ
มา ลองมาดูชัดๆ คนจัดงานบททดสอบเฮ่าเทียนคือองค์มหาเทพหยก
บังเอิญจัง ท่านมหาเทพคือคุณลุงของอาจารย์ข้า
แม้ท่านจะไม่ถูกกับอาจารย์ข้า แต่ข้ายังมีท่านอาหญิงผู้เป็นที่รักของทุกคนอยู่นะ!
ท่านอาหญิงคงไม่ใจร้ายปล่อยให้หลานชายสุดที่รักโดนรังแกในงานโรงเรียนของคุณตาทวดหรอกมั้ง?
งานนี้ ไม่ใช่เรื่องไม่ด้อยกว่าใครบ้าบออะไรนั่นหรอก
มันคือเรื่องของ "เส้นสาย" ล้วนๆ
[จบแล้ว]