- หน้าแรก
- โลกาวินาศ : เกมวิวัฒน์สังหาร
- บทที่ 13 - คลื่นลับยามสิ้นโลก
บทที่ 13 - คลื่นลับยามสิ้นโลก
บทที่ 13 - คลื่นลับยามสิ้นโลก
โชคยังดีที่บ้านของกู้เหมียนยังมีวิทยุเครื่องหนึ่งซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่ากล่าวกันว่าตอนเขาถูกทิ้งไว้ที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็มีวิทยุเครื่องนี้อยู่ข้างตัวด้วย
ตอนที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าล้มละลายเพราะกู้เหมียนเป็นตัวซวยนั้น ผู้อำนวยการเก่าที่เคร่งขรึมได้มอบวิทยุเครื่องนี้ให้เขาไว้
วิทยุเครื่องนี้ดูไม่มีอะไรพิเศษ แตกต่างจากวิทยุทั่วไปเพียงแค่ไม่มีชื่อยี่ห้อเท่านั้น
ของชิ้นนี้ถูกกู้เหมียนโยนเก็บเข้าคลังของใช้เก่า ปล่อยให้ฝุ่นจับหนาเตอะอยู่หลายปี จนถึงวันนี้จึงถูกหยิบออกมาใช้รีดคุณค่าเฮือกสุดท้าย
“คุณหมอกู้ แน่ใจนะว่าเจ้านี่ใช้ได้จริง?” ชายอ้วนเอ่ยพลางมองวิทยุที่ถูกขุดออกมาด้วยสายตาระแวง
กู้เหมียนเป่าฝุ่นบนตัววิทยุ “ไม่ต้องตกใจ ในหนังซอมบี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ ทีวีดับหมด แต่คลื่นวิทยุยังใช้งานได้อยู่”
เขาพูดพลางบิดปุ่มเปิด แล้วค่อยๆ หมุนช่องเปลี่ยนคลื่นไปมา
ชายอ้วนจ้องเขม็งดูมือของกู้เหมียนขณะปรับคลื่นวิทยุ
แล้วก็เป็นไปตามคาด หลังหมุนไปได้ไม่กี่รอบ เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่แทรกเสียงไฟฟ้ารบกวนก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“…ซู่…ผู้พิทักษ์หมายเลขหนึ่งขาดการติดตามเป้าหมายเป็นเวลาสิบปี ผู้พิทักษ์หมายเลขสองยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่? หากได้ยินโปรดตอบกลับ…ซู่…”
นี่มันอะไรเนี่ย? รายการนิทานวิทยุแนวไซไฟเหรอ?
ชายอ้วนถึงกับยืดคอออกไปด้วยความประหลาดใจ
แม้แต่ชูฉางเกอที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ยังเผลอหันไปมองเสียงนั้น ใบหน้าที่มักจะนิ่งเฉยของเขาแปรเปลี่ยนเล็กน้อยจนมีแววบางอย่างผ่านสายตา
แต่แล้วกู้เหมียนดันเผลอบิดคลื่นแรงไปนิด
พอพยายามหมุนย้อนกลับไป เสียงเดิมก็หายไป เหลือเพียงเสียงซู่ซ่าของคลื่นรบกวนอย่างเดียว
กู้เหมียนพูดอย่างรู้สึกผิด “ใจเย็น เดี๋ยวฉันหมุนใหม่ หมุนอีกนิดเดี๋ยวก็เจอแล้ว”
เขาพูดพลางหมุนหาคลื่นต่อไปอย่างขะมักเขม้น
คราวนี้ได้คลื่นที่ดูเหมือนสถานีข่าวอะไรทำนองนั้น กู้เหมียนไม่ค่อยสันทัดด้านวิทยุเท่าไรจึงฟังไม่ชัดนัก
คลื่นนี้ก็ยังมีเสียงรบกวนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังพอฟังเนื้อหาได้บ้าง
“…ขอให้ประชาชนทุกคนตั้งสติให้มั่น…ซู่…ในระยะเวลาอันใกล้นี้ พยายามอย่าออกนอกบ้าน หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยให้รีบหลบหนีทันที…”
ดูเหมือนเจ้าหน้าที่รัฐจะพยายามควบคุมสถานการณ์เต็มที่ แต่เมื่อมนุษย์สามารถวิวัฒน์ผ่านเกมนี้ได้ ในอนาคตอาจมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น
ได้แต่ภาวนาให้ไม่มีใครคิดลองดี ไม่อย่างนั้นระเบียบนี้คงรักษาไว้ได้ยากเต็มที
ขณะนี้ความมืดได้ตกลงมาครอบคลุมทั่วทั้งอพาร์ตเมนต์
ชายอ้วนเริ่มบ่นว่าหิวท้องร้อง บอกว่าจะเข้าไปทำอาหารในครัว กู้เหมียนยังนึกไม่ถึงว่าคนทำงานซ่อมอย่างเขาจะพอมีฝีมือด้านทำอาหารอยู่ด้วย
ในขณะเดียวกัน ชูฉางเกอที่อยู่ในห้องรับแขกก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “แล้วจากนี้นายคิดจะทำยังไงต่อไป”
“ตอนนี้คือยุคโลกาวินาศ ต่อจากนี้จะต้องมีคนมากมายฉวยโอกาสจากเกมนี้สร้างตัวขึ้นมา พวกเขาจะสามารถเข้าไปในดันเจี้ยนได้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แต่นายไม่ใช่”
เพราะกู้เหมียนมีโอกาสตายจริง
ชูฉางเกอมองตรงมายังเขา “เพราะแบบนี้ นายจะเลือกกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม หรือจะเสี่ยงเข้าไปในดันเจี้ยนกันแน่?”
อีกไม่นาน โลกทั้งใบคงจะถูกพลิกกลับทั้งหมด การจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมคงเป็นไปได้ยาก
แต่การเข้าไปในดันเจี้ยนก็เต็มไปด้วยอันตราย
“คำถามนี้ไม่ต้องคิดเลย” กู้เหมียนตอบอย่างหนักแน่น “ก็ต้องเข้าไปในดันเจี้ยนอยู่แล้วล่ะ พูดเหมือนถ้าไม่เข้าไปจะปลอดภัยอย่างนั้นแหละ”
แค่ในโลกยุคปกติที่มีกฎหมายและความสงบเรียบร้อย เขายังเจอแต่เรื่องเกินรับแล้ว แล้วแบบนี้จะให้กลัวอะไรอีก?
“ฉันไม่หน้าด้านพอจะบอกว่าเกมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฉันคนเดียว แต่ในเมื่อนายก็เห็นแล้วว่าเกมนี้ปฏิบัติกับฉันไม่เหมือนใคร”
“ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบต้องหวาดกลัวไปทั้งชีวิต บางที… ผ่านเกมนี้ฉันอาจจะค้นพบความลับของตัวเองก็ได้ อย่างเช่นว่าฉันเป็นใคร มาจากไหน”
ชูฉางเกอจ้องเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมา “นายกับพวกเรามันไม่เหมือนกันจริงๆ อย่างน้อยที่สุด ฉันไม่เคยสงสัยเลยว่าตัวเองมาจากไหน”
กู้เหมียนไม่ค่อยได้เห็นเขาหัวเราะเลย ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็น ก็คือตอนเกิดอุบัติเหตุรถชนต่อเนื่องยี่สิบแปดคันจนขาของเขาหักนั่นแหละ
เสียงจากโทรทัศน์ยังคงดังอยู่ ภาพตัดเป็นหิมะรบกวนแทรกเข้ามาเป็นระยะ
ได้ยินคำพูดแว่วๆ เพียงไม่กี่คำ
“รัฐบาล…ซู่…เจรจา…”
เวลานั้นชายอ้วนเดินถือจานอาหารหลายจานออกมาจากในครัว “ดูเหมือนในตู้เย็นจะไม่ค่อยมีของสดแล้ว ผมเลยทำได้เท่านี้แหละ”
กู้เหมียนเหลือบตามองไป
มีผักกาดขาวผัดพริก หมูทอดราดพริกเปรี้ยวหวาน แล้วก็ซุปซี่โครงหม้อใหญ่หนึ่งหม้อ
เขาทำได้ดีทีเดียว อย่างน้อยก็ดีกว่ากู้เหมียนทำเองมาก
เพราะทุกครั้งที่กู้เหมียนเข้าครัว มักจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเสมอ ดังนั้นในตู้เย็นของเขาจึงแทบไม่มีผักสดอะไรเก็บไว้เลย ชีวิตส่วนใหญ่ต้องพึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีพ
มันฝรั่งในครัวที่เขาเห็นอยู่เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้ขึ้นตาอย่างน้อยสิบต้นแล้ว แต่ชายอ้วนผู้ขยันขันแข็งก็ขูดเอาตาพวกนั้นออกหมดเรียบร้อย
แสงจากโคมไฟแขวนเหนือโต๊ะอาหารส่องลงมาอย่างอบอุ่น
ถ้าคนที่นั่งอยู่ข้างล่างไม่ใช่ชายโสดสามคน บรรยากาศคงจะอบอุ่นยิ่งกว่านี้อีกหน่อย
“ว่าแต่ คุณหมอ…” ชายอ้วนถือจานข้าวอยู่ในมือ “ถ้าพรุ่งนี้ผมออกไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เงินสดยังจะใช้ได้อยู่ไหม?”
น่าจะยาก!
มีความเป็นไปได้สูงมากว่าอีกไม่นาน สกุลเงินสากลของโลกทั้งใบจะถูกแทนที่ด้วยเกมคอยน์
แม้เขาจะเข้าใจเรื่องนี้ในใจ แต่กู้เหมียนก็ไม่ได้พูดมันออกมาตรงๆ
เขาคีบผักกาดขาวขึ้นมาหนึ่งคำ “การไม่รับเงินหยวนถือว่าผิดกฎหมาย ใครกล้าปฏิเสธ ยิงเป้าแม่งเลย”
ชายอ้วนหัวเราะแห้งๆ อย่างรู้สึกผิด “งั้น… พรุ่งนี้ผมจะลองไปดูละกัน”
กู้เหมียนวางถ้วยซุปลงหลังจากซดน้ำไปคำหนึ่ง “ฉันจะไปกับนายด้วย”
ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แค่เพราะฝีมือทำอาหารของชายอ้วนนั้นดีเกินไป เขาเลยอยากอยู่กินด้วยอีกหลายมื้อ
หลังจากทานอาหารเสร็จ กู้เหมียนก็จัดให้ชายอ้วนไปพักที่ห้องฝั่งตะวันตก
ในห้องนั้นมีเตียงเดี่ยวหนึ่งเตียงกับคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง กู้เหมียนไม่ค่อยได้นอนที่นั่น โดยปกติจะใช้เก็บของเสียมากกว่า
ส่วนชูฉางเกอเลือกที่จะปูเสื่อนอนอยู่ในห้องของกู้เหมียน แม้เจ้าตัวจะพยายามบอกให้อีกฝ่ายไปนอนโซฟา แต่เขาก็ยืนยันจะนอนพื้นอยู่ดี
ภายนอกตอนนี้มืดสนิทแล้ว เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ย่านที่อยู่อาศัยที่ปกติจะเต็มไปด้วยแสงไฟกลับมืดเงียบ เหลือบ้านที่เปิดไฟอยู่เพียงไม่กี่หลัง
คงกลัวจนไม่กล้าเปิดไฟ เกรงว่าจะถูกบางสิ่งจับตามองอยู่
เหล่าคนหนุ่มสาวที่เคยพาสุนัขมาเดินเล่น และคุณปู่คุณย่าที่เคยนั่งเล่นหมากล้อมตามริมถนน ต่างก็หายเงียบไปจากสายตา ถนนทั้งสายเงียบงัน
มีเพียงเสียงเห่าของสุนัขจากที่ห่างออกไปเป็นพักๆ ก่อนจะถูกเจ้าของตะโกนห้ามตามมา
นี่เป็นค่ำคืนที่เงียบสงบที่สุดที่กู้เหมียนเคยเจอมา
เขารูดม่านหน้าต่างลงจนสนิท ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียง แล้วเรียกหน้าจอเกมขึ้นมา
ดูเหมือนช่องคุณสมบัติของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แน่นอนว่าเครื่องหมายคำถามเต็มหน้าจอยังไม่ได้หายไปไหน แต่มีข้อมูลอีกสองบรรทัดที่เพิ่มขึ้นมาแทน
【เกมคอยน์ : 10】
【จำนวนดันเจี้ยนที่ผ่าน : 1】
เขาเลื่อนดูหน้าจออื่นต่อ
เหมือนกับแผงหน้าจอในเกมทั่วๆ ไป ตรงกลางคือช่องกิจกรรม แต่ตอนนี้ยังเป็นสีเทาหม่น และยังคงดูคลุมเครืออยู่
มีประโยคหนึ่งแสดงอยู่ด้านบนว่า…
【กิจกรรมระดับโลกครั้งแรกกำลังจะเริ่มขึ้น โปรดติดตาม】
ในเมื่อมีเกม ก็ย่อมต้องมีกิจกรรมในเกมตามมา
แต่เกมนี้มันประหลาดเกินไป ไม่มีใครบอกได้ว่ากิจกรรมจะออกมาเป็นแบบไหน
“อย่าบอกนะว่าจะเป็นมหกรรมผีทั่วโลก?” กู้เหมียนพึมพำกับตัวเองขณะเลื่อนไปดูพื้นที่ข้างๆ ช่องกิจกรรม
ตรงนั้นมีบอร์ดประกาศเล็กๆ แปะอยู่ ถ้าไม่สังเกตก็แทบมองไม่เห็น
เขาพบว่าบอร์ดนั้นมีประกาศใหม่ถูกอัปเดตมาเรียบร้อยแล้ว
【ขอแจ้งให้ผู้เล่นทุกท่านทราบ ดันเจี้ยน ‘โรงเรียนมัธยมอาฆาต’ ถูกทำลายจากเหตุไม่ทราบสาเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซมฉุกเฉิน ในช่วงซ่อมแซมจะปิดไม่ให้เข้าดันเจี้ยนชั่วคราว ขออภัยในความไม่สะดวก】
【ผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบจะได้รับค่าชดเชย กรุณาไปรับสิทธิ์ที่แถบข้อมูล】
ผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบ…
หมายความว่าเล่นไปเล่นมาแล้วอยู่ดีๆ ก็โดนเด้งออกมางั้นเหรอ?
งั้นก็มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นน่ะสิ?
กู้เหมียนคิดพลางเปิดแถบข้อมูลขึ้นดู พบว่าข้างในมีไอเท็มชดเชยหนึ่งชิ้นนอนรออยู่แล้ว
“นอนดึกฝืนชะตา ตายไวแน่นอน ขอให้ทุกท่านบรรลุสู่แดนเซียนโดยไว”
(จบบท)