- หน้าแรก
- โลกาวินาศ : เกมวิวัฒน์สังหาร
- บทที่ 11 - กลับจากดันเจี้ยน… พร้อมรางวัลสุดยิ่งใหญ่
บทที่ 11 - กลับจากดันเจี้ยน… พร้อมรางวัลสุดยิ่งใหญ่
บทที่ 11 - กลับจากดันเจี้ยน… พร้อมรางวัลสุดยิ่งใหญ่
“ในที่สุดนายก็กลับมาแล้ว…”
ในซุ้มขายตั๋ว กู้เหมียนลืมตาขึ้นมาก็เห็น NPC ที่ดูโทรมลงไปมากคนหนึ่ง
เมื่อไม่นานมานี้ พ่อค้าเจ้าประจำยังโดนเขาตบเข้าให้หนึ่งฉาด
“เกิดอะไรขึ้น?” กู้เหมียนรีบหันมองรอบตัว แล้วพบว่าตนไม่รู้เลยว่าหลุดออกจากประตูมาตั้งแต่เมื่อไร “ฉันก็แค่เข้าไปในดันเจี้ยน ทำไมหน้าตานายถึงเหมือนแก่ลงไปหลายปีแบบนี้ล่ะ?”
โดยเฉพาะใบหน้าอันซีดเผือด กับเบ้าตาที่ลึกโบ๋ลงไปอย่างน่ากลัว
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก…”
NPC ถอยกรูดไปหลายก้าว
“ฉันเพิ่งได้รับแจ้งเตือน… บอกว่าผู้เล่นที่สุ่มดันเจี้ยนจากฉัน มีคนหนึ่งไปก่อเรื่องใหญ่ไว้ในนั้น… เขาบอกว่าดันเจี้ยนถูกถล่มพังยับ พัง! เข้าใจไหม?!”
“ฉันคิดไปคิดมา ก็เห็นว่าตลอดทั้งซุ้มมีแค่นายคนเดียวเท่านั้น ฉันก็เลยมายืนเฝ้าอยู่ตรงนี้ รอให้นายกลับออกมาจากดันเจี้ยน”
“แล้วก็จริงดังคาด ไม่นานหลังจากนั้น นายก็เดินออกมาพอดี”
เขาพูดไปด้วย จ้องกู้เหมียนด้วยสายตาเคียดแค้น เหมือนอยากเจาะรูทะลุตัวเขาให้ได้
กู้เหมียนลูบคางใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยนะ?”
“ฉันถามนาย” พ่อค้าตรงหน้ากุมหน้าอกแน่น “ดันเจี้ยนที่นายสุ่มคือโรงเรียนมัธยมวิญญาณอาฆาตใช่หรือเปล่า ภารกิจหลักคืออะไร?”
กู้เหมียนขมวดคิ้วคิดอย่างรอบคอบ “เป็นครู แล้วก็หาความจริงของการตายหมู่ในห้องเรียน”
“แล้วนายทำอะไรลงไปในดันเจี้ยน!”
“ก็เป็นครู หาความจริงของการตายหมู่ในห้องเรียน… ช่วยเด็กสาวผู้ถูกผนึกไว้ เปิดเผยความจริงระหว่างครูกับเธอ ฆ่าวิญญาณอาฆาตยี่สิบแปดตน แล้วก็บังเอิญเผาโรงเรียนไปนิดหน่อย…”
พอสิ้นคำ NPC ก็ทุบโต๊ะดังปังด้วยความลนลาน “นายคิดว่านายเก่งเกินไปหน่อยหรือเปล่า!”
“รู้แค่ความจริงมันก็พอแล้ว นายจะไปช่วยใคร ไปเผาโรงเรียนทำไม!”
“เป็นไงล่ะ วิญญาณอาฆาตยี่สิบแปดตนหายเกลี้ยง โรงเรียนก็ถูกเผาราบ พอดันเจี้ยนมันไม่เหลืออะไรแล้ว จะให้คนอื่นไปเล่นอะไรอีกล่ะ?!”
อารมณ์ของ NPC ผู้นี้สมจริงจนน่าตกใจ ราวกับไม่ใช่โปรแกรมเสียด้วยซ้ำ
กู้เหมียนจู่ๆ ก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ จนอีกฝ่ายที่กำลังเจ็บหน้าอกเพราะโมโสถึงกับผงะถอยไปหนึ่งก้าว
เขาจ้องตา NPC “นี่มันไม่ใช่แค่เกมหรือไง? ข้อมูลพวกนี้มันรีเซ็ตไม่ได้เหรอ?”
NPC มองกู้เหมียนแล้วพูดอย่างอึมครึม “ใครบอกนายว่าพวกนั้นเป็นแค่ข้อมูล?”
“หมายความว่ามันไม่ใช่ข้อมูลงั้นเหรอ?” กู้เหมียนลูบคางครุ่นคิดอีกครั้ง
NPC ถึงกับระเบิดอารมณ์ขึ้นมา เขาคว้าตัวกู้เหมียนแล้วลากไปทางประตูทันที
“ไป ไป ไป! อย่าให้ฉันเห็นหน้านายอีก อย่ามาสุ่มดันเจี้ยนที่ซุ้มฉันอีกเลย นายรู้ไหมว่าฉันก็มีเป้าหมายยอดผู้เล่นอยู่เหมือนกัน พอนายเข้ามาแต่ละครั้ง เป้าหมายของฉันก็ระเบิดตูมทุกที!”
“เออ ว่าแต่นายชื่ออะไรนะ?” เขาถามไปพลาง ผลักกู้เหมียนไปยังทางออกพลาง
“กู้เหมียน”
“จำได้แล้ว รีบไปเลย” NPC พูดจบก็รีบดันเขาออกไปนอกซุ้ม แล้วรีบกลับเข้าไปด้านในทันทีด้วยความหัวเสีย
กู้เหมียนได้แต่หมุนตัวเดินจากมา พอเดินไปได้สักระยะ เขาก็หันกลับไปมองอีกครั้ง แล้วพบว่า NPC ผู้นั้นกำลังแขวนบางสิ่งไว้ตรงหน้าประตู
เขาขมวดคิ้วเพ่งมองดีๆ จึงพบว่ามันเป็นแผ่นป้ายที่มีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า “ห้ามกู้เหมียนและสุนัขเข้า”
กู้เหมียนหันหน้ากลับ แล้วกวาดตามองสภาพโดยรอบ
ที่นี่คือถนนสายหนึ่งที่เขาคุ้นเคย ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเหลียนฮวา
มองไปทางใต้จะเห็นโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกล ทางขวามือเป็นถนนที่ทอดยาวออกสู่ชานเมือง โดยมีศูนย์สอบใบขับขี่ตั้งอยู่ตรงกลาง
ตามปกติแล้ว ถนนสายนี้มักมีรถยนต์และผู้คนพลุกพล่าน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นความโกลาหลโดยสมบูรณ์
บางคนถูกดึงเข้าไปจับคู่สุ่มดันเจี้ยนกลางคันระหว่างขับรถ
รถไร้คนขับจึงวิ่งเตลิดอย่างบ้าคลั่ง กู้เหมียนมองไปข้างหน้าก็พบว่ามีรถห้าคันชนกันอัดแน่นเป็นกลุ่มอยู่ไม่ไกล ดูคึกคักราวกับงานเทศกาล
อีกหลายคันพุ่งทะลวงเข้าชนกำแพงของซุ้มขายตั๋ว จนซุ้มซึ่งแต่เดิมก็ทรุดโทรมอยู่แล้ว กลายเป็นซากปรักหักพังเต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้ง
และไม่ใช่แค่เรื่องรถ สีหน้าของผู้คนบนถนนก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
กู้เหมียนมองเห็นอีกซุ้มหนึ่งอยู่ทางตอนเหนือของถนน ซุ้มแห่งนั้นดูจะมีชีวิตชีวามากทีเดียว มีผู้คนวิ่งพรวดออกมาจากในนั้นเป็นระยะ บางคนขาสั่นจนแทบทรุด ตัวสั่นระริกยิ่งกว่าผู้ป่วยโรคลมชักในโรงพยาบาลเสียอีก
ผู้คนในสายตาเขาต่างพากันวิ่งอย่างไร้ทิศทาง บางคนอาจไม่ได้คิดจะกลับไปทำงานต่อ แต่อาจกำลังพยายามหนีเอาชีวิตรอดกลับบ้านเสียมากกว่า
บางคนถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาโทรศัพท์ แต่ว่า… ไม่มีทางติดต่อได้เลย
ในเมื่อดาวโลกได้เปิดฉากเกมนี้ขึ้นมาแล้ว และในเมื่อในเกมมีระบบสื่อสารกับเพื่อนผู้เล่นอยู่แล้ว ก็เท่ากับว่าระบบสื่อสารของมนุษย์ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
สัญญาณทั้งหมดคงถูกโลกตัดขาดไปแล้วโดยสิ้นเชิง
นี่คือวันสิ้นโลกของจริง!!!
รอบกายของกู้เหมียนยังคงเป็นบรรยากาศสงบเงียบและเรียบง่าย เขาตบเสื้อกาวน์ขาวเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งบนม้านั่งตัวยาวที่อยู่ไม่ไกล แล้วเปิดหน้าจอเกมขึ้นมา
ขณะนั้นระบบกำลังคำนวณผลลัพธ์ของดันเจี้ยนที่เพิ่งจบลง
【ได้รับเหรียญเกม * 10】
【ได้รับแต้มคุณสมบัติอิสระ * 1 ต้องการใช้แต้มตอนนี้หรือไม่?】
แน่นอนว่า… ต้องใช้ตอนนี้อยู่แล้ว
กู้เหมียนอยากรู้เหลือเกินว่าหน้าจอที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามของเขา จะเปลี่ยนไปอย่างไรหากเติมแต้มคุณสมบัติลงไป
เขากดปุ่มยืนยันทันที
จากนั้นระบบก็แสดงหน้าต่างคุณสมบัติขึ้นมาอีกครั้ง
【แต้มคุณสมบัติอิสระที่มี: 1 กรุณาเลือกประเภทคุณสมบัติที่จะเพิ่ม】
【พละกำลัง : ???】
【ความเร็ว : ???】
【พลังโจมตี : ???】
【พลังจิต : ???】
กู้เหมียนถึงกับครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ในบรรดาศาสตร์แห่งการต่อสู้ การเอาตัวรอดได้ย่อมสำคัญที่สุด ถ้าเร็วกว่า ก็หนีได้คล่องกว่า งั้นก็เพิ่ม “ความเร็ว” ก่อนแล้วกัน
คิดได้ดังนั้น เขาก็จิ้มปุ่ม “+” ข้างคำว่า “ความเร็ว” ลงไป
แต่แล้วกู้เหมียนก็เข้าใจได้ทันทีว่าที่เขาเสียเวลาคิดไตร่ตรองมาทั้งหมดนั้น… ไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะในวินาทีที่เขากดปุ่มเพิ่มแต้ม หน้าจอก็ปรากฏข้อความขึ้นมาว่า
【คำเตือน! คุณไม่สามารถใช้งานคุณสมบัตินี้ร่วมกันได้! กรุณายกเลิกการดำเนินการ!】
“..........” กู้เหมียน
เขาลองกดดูคุณสมบัติอื่นบ้าง แต่ไม่ว่าจะกดช่องไหนก็ได้ผลลัพธ์เดียวกันทุกครั้ง
หลังจากทดลองจนครบ เขาก็ถอนใจอย่างสิ้นหวัง
รู้ตัวอยู่หรอกว่าเขานั้นถูกระบบนี้ “ลำเอียง” เป็นพิเศษ แต่ไม่คิดว่าจะลำเอียงถึงขั้น…
ไม่มีคุณสมบัติไหนที่เข้ากับเขาได้เลย
นี่มันระดับ “พระเจ้าอวย” แบบไม่ต้องเล่นเกมกันแล้ว
ขณะที่เขากำลังงุนงงอยู่นั้น หน้าจอก็มีข้อความเด้งขึ้นมาอีก
【ได้รับสิทธิ์หมุนสุ่มรางวัล * 1 ต้องการหมุนทันทีหรือไม่?】
นี่คือหนึ่งในรางวัลของการผ่านด่าน… กู้เหมียนตอบรับทันที
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าสิทธิ์หมุนของฉันเนี่ย มันจะใช้งานได้หรือเปล่า…”
โชคดีที่ระบบหมุนรางวัลยังใช้งานได้จริง หน้าจอจึงแสดงคำอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมา
【ตรวจพบว่านี่คือการหมุนรางวัลครั้งแรก จะมีการแสดงคำอธิบายเกี่ยวกับของรางวัลในพูลรางวัล】
【ในพูลรางวัลมีทุกสิ่งที่คุณจินตนาการได้ กรุณาใช้ความระมัดระวังในการหมุน】
【หมายเหตุพิเศษ: ในพูลรางวัลไม่มีคำว่า “ขอบคุณที่ร่วมสนุก” กรุณาอุ่นใจในการหมุน】
ไม่มีคำว่า “ขอบคุณที่ร่วมสนุก” นี่ล่ะทำให้กู้เหมียนโล่งใจมาก เพราะเขารู้ดีถึงโชคชะตาของตัวเอง
จากนั้นหน้าจอก็เริ่มแสดงเอฟเฟกต์ภาพหมุน
เหมือนจอโทรทัศน์ที่เต็มไปด้วยจุดสัญญาณรบกวน มีบางอย่างแวบผ่านไปเป็นระยะ ถ้าไม่รู้ว่านี่คือหน้าจอสุ่มของรางวัล กู้เหมียนอาจเผลอคิดว่าตัวเองกำลังจะเจอผีสาวคลานออกจากจอเสียด้วยซ้ำ
ไม่กี่วินาทีต่อมา การกระพริบของหน้าจอก็เริ่มช้าลง…
แล้วภาพก็หยุดนิ่งลงในที่สุด
กู้เหมียนมองภาพที่หยุดนิ่งบนหน้าจอ แล้วก็เผยสีหน้าราวกับเพิ่งกลืนขี้หมาเข้าไป
ก็อย่างที่ระบบบอก… “มีทุกอย่างที่จินตนาการได้”
【กระดาษทิชชู่หนึ่งม้วน】
【กระดาษทิชชู่ธรรมดาๆ หนึ่งม้วน ไม่มีอะไรพิเศษ… เว้นเสียแต่ว่าคุณจะวางมันไว้ข้างเตียงในตอนที่ดูหนังผู้ใหญ่ มันก็อาจจะกลายเป็นกระดาษที่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป】
(จบบท)