เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 โม่ผู้ไร้สำนึก

บทที่ 32 โม่ผู้ไร้สำนึก

บทที่ 32 โม่ผู้ไร้สำนึก


บทที่ 32 โม่ผู้ไร้สำนึก

ความจริงแล้ว โม่เหลียงมายืนด้อมๆ มองๆ อยู่แถวประตูสำนักตั้งแต่ก่อนที่จางหยางจะโผล่หัวมาเสียอีก เขาเห็นสองแม่ลูกเย่หลานซานตั้งแต่แรก ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าโลกมันจะกลมอะไรขนาดนี้

ยืนฟังอยู่สักพักก็จับใจความได้ว่าเย่หลานซานมาส่งของให้น้องชายที่ฝึกวิชาอยู่ในสำนักกระบี่หิมะ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป โม่เหลียงกะว่าจะไม่ยุ่งแล้วเชียว

แต่จู่ๆ เจ้าจางหยางก็เสนอหน้าเข้ามา

โม่เหลียงดูปราดเดียวก็รู้ไส้รู้พุงว่าจางหยางคิดอะไรอยู่ ทั้งคำพูดเหน็บแนมและการถูไม้ถูมือบอกใบ้ ชัดเจนว่าอยากได้ค่าผ่านทาง

แต่จางหยางคำนวณพลาดไปหน่อย ตรงที่มาเจอตออย่างเย่หลานซาน สาวตรงไปตรงมาที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร ผลก็เลยออกมาอีหรอบนี้

พอเห็นจางหยางง้างมือจะตบ โม่เหลียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ สุดท้ายก็ทนดูไม่ได้ต้องออกโรงจนได้

ในใจลึกๆ โม่เหลียงก็นับถือเย่หลานซานอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะชมว่าเป็นคนตรงไปตรงมา หรือจะด่าว่านมใหญ่แต่ไร้สมองดี

นิสัยแบบนี้ ถ้าเป็นยอดฝีมือ ใครๆ ก็คงชื่นชม แต่ถ้าเป็นแค่คนธรรมดา... ก็ต้องขอย้ำคำเดิมว่า นับถือใจแม่นางจริงๆ ที่เลี้ยงลูกสาวมาจนโตป่านนี้ได้โดยไม่โดนใครฆ่าตายไปซะก่อน

"เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" เย่หลานซานรีบวิ่งเข้ามาหาโม่เหลียงด้วยความดีใจ นางยังซาบซึ้งใจเรื่องที่ร้านชำสกุลอู๋ไม่หาย

"ก็ข้าเป็นศิษย์สำนักกระบี่หิมะไง จะให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ" โม่เหลียงตอบหน้าตาย ไหนๆ ก็เจอกันหน้าสำนักแล้ว จะมาปิดบังชื่อแซ่หรือสังกัดไปก็ไร้ประโยชน์ อีกอย่าง ดูท่าคงได้เจอกันอีกยาว

ได้ยินดังนั้น สองแม่ลูกยิ้มแก้มปริ ถ้าโม่เหลียงเป็นศิษย์สำนักนี้ อย่างน้อยก็ฝากของไปให้เย่โหยวได้

แต่จางหยางที่ยืนหน้าบูดอยู่ข้างๆ เริ่มหงุดหงิดที่โดนเมิน ศิษย์เฝ้าประตูอีกคนรีบเข้ามากระซิบข้างหู

"ศิษย์พี่จางอย่าเพิ่งโมโห มันชื่อโม่เหลียงครับ"

จางหยางเลิกคิ้วสูง "โม่เหลียง? ไอ้ขยะเปียกขั้นปรับกายาระดับสอง ที่กระจอกยิ่งกว่าศิษย์รับใช้นั่นน่ะนะ?"

ศิษย์เฝ้าประตูพยักหน้าหงึกๆ ยืนยัน

จางหยางจงใจพูดเสียงดังให้คนรอบข้างได้ยินกันทั่ว

เย่หลานซานขมวดคิ้วถามโม่เหลียง "เขาว่าเจ้ารึเปล่า?"

"คงงั้นมั้ง... อ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลย ข้าชื่อโม่เหลียง คำว่า 'โม่' ที่แปลว่า 'ไม่' กับ 'เหลียง' ที่แปลว่า 'ดีงาม' รวมกันเป็น 'ไม่ดีงาม'" โม่เหลียงทำหูทวนลมกับคำนินทา หันมาฉีกยิ้มกวนๆ ให้เย่หลานซาน

"ไม่ดีงาม... ฮ่าๆๆ พ่อเจ้าคงไม่อยากให้เจ้าเป็นคนดีสินะ" เย่หลานซานหัวเราะชอบใจจนตัวงอ

โม่เหลียงยิ้มบางๆ ไม่ตอบ

จางหยางเห็นโม่เหลียงยังทำเมินใส่ ก็ชักฉุน กำลังจะเดินเข้าไปหาเรื่อง แต่จู่ๆ โม่เหลียงก็หันขวับมา คว้าหมับเข้าที่ห่อผ้าและจดหมายในมือจางหยาง แล้วกระชากอย่างแรงจนจางหยางเสียหลักหน้าทิ่มดินดังพลั่ก!

เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมากจนทุกคนอึ้งกิมกี่ โดยเฉพาะศิษย์สำนักเดียวกัน จางหยางเป็นถึงขั้นปรับกายาระดับหก ไหงมาเสียท่าให้ขยะระดับสองอย่างโม่เหลียงง่ายๆ แบบนี้? หรือจะประมาทเกินไป?

ไม่ใช่แค่คนอื่นที่คิดแบบนั้น แม้แต่จางหยางเองที่นอนกินฝุ่นอยู่ก็ยังคิดว่าตัวเองแค่ประมาท ไม่อย่างนั้นไม่มีทางแพ้ไอ้ขยะนี่แน่

โม่เหลียงไม่สนใจสายตาชาวบ้านชาวช่อง และไม่สนจางหยางที่นอนแอ้งแม้ง เขาหันมาถามเย่หลานซานที่ยืนงงอยู่

"น้องชายเจ้าชื่อเย่โหยวใช่ไหม?"

เย่หลานซานได้สติ รีบพยักหน้า "ใช่ๆ น้องชายข้าชื่อเย่โหยว"

"โอเค เดี๋ยวข้าเอาของไปให้เขาเอง พวกเจ้ารีบกลับลงเขาไปเถอะ" โม่เหลียงเร่ง ตัวเขาเองไม่กลัวจางหยางหรอก แต่สองแม่ลูกนี่เป็นคนธรรมดา ขืนอยู่ต่ออาจโดนจางหยางหาเรื่องได้

"แต่ว่า..." เย่หลานซานมองไปที่จางหยางที่กำลังลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าอาฆาตแค้น อดเป็นห่วงไม่ได้

โม่เหลียงหัวเราะ หึๆ "ทำไม? เป็นห่วงว่าข้าจะทำอะไรมันเหรอ? วางใจเถอะ อยู่หน้าสำนักแบบนี้ ข้าไม่ลงมือหนักถึงขั้นตีมันตายหรอก"

คำพูดโอหังของโม่เหลียงทำเอาคนรอบข้างอ้าปากค้าง หมายความว่าถ้าไม่อยู่หน้าสำนัก เอ็งกะจะเอาให้ตายเลยเรอะ? บ้าไปแล้ว!

เย่หลานซานค้อนขวับใส่โม่เหลียง ไอ้บ้าเอ๊ย! ข้าเป็นห่วงเจ้าต่างหาก ดันมาทำปากดีหาว่าข้าห่วงไอ้หน้าผีนั่น ฮึ! ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ โม่เหลียง... ไม่ใช่ 'ไม่ดีงาม' หรอก ต้องเป็น 'ไม่สำนึกบุญคุณ' มากกว่า!

"งั้นระวังตัวด้วยนะ พวกเราไปก่อน" เย่หลานซานกำชับอีกรอบ แล้วประคองแม่เดินจากไป พร้อมคำขอบคุณไม่ขาดปาก

เย่หลานซานซื่อแต่ไม่โง่ นางรู้ว่าขืนอยู่ต่อจะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ เลยรีบตัดบทจากไป

แต่หารู้ไม่ว่า ตอนที่นางเผลอ โม่เหลียงแอบเอาถุงใส่ผลึกปราณสามสิบกว่าก้อนไปแขวนไว้ที่เอวนางอย่างแนบเนียน...

พอสองแม่ลูกลับสายตาไป โม่เหลียงก็หันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม แล้วก็ต้องเจอกับชายจมูกแดงก่ำที่จ้องเขาเขม็ง... จางหยางนั่นเอง

จางหยางแม้ตบะจะไม่สูงส่ง แต่ก็อยู่มานาน เป็นศิษย์รุ่นเดอะที่เข้าสำนักมาพร้อมๆ กับพวกผู้อาวุโสบางคน

เพราะความเก๋าและเส้นสาย ทำให้ศิษย์รุ่นใหม่ๆ ค่อนข้างเกรงใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่ากลัวหัวหด เพราะเขาคุยกับผู้อาวุโสรู้เรื่อง จางหยางเลยได้ตำแหน่งหัวหน้ายามเฝ้าประตูมาครอง ถือว่าเป็นขาใหญ่ในหมู่ศิษย์สายนอก

ปกติไม่มีใครกล้าหือกับเขา แต่วันนี้ไอ้ขยะที่ใครๆ ก็ดูถูกอย่างโม่เหลียง กล้ามาทำให้เขาขายขี้หน้าต่อหน้าธารกำนัล จะไม่ให้โกรธจนควันออกหูได้ยังไง

"ศิษย์พี่ ซุ่มซ่ามจังนะครับ เดินเหินระวังหน่อยสิ" โม่เหลียงยิ้มกวนประสาท ทำเหมือนตัวเองไม่เกี่ยวกับแผลที่จมูกของจางหยางเลยสักนิด

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 32 โม่ผู้ไร้สำนึก

คัดลอกลิงก์แล้ว