บทที่ 31 พบสองแม่ลูกเย่หลานซานอีกครั้ง
บทที่ 31 พบสองแม่ลูกเย่หลานซานอีกครั้ง
บทที่ 31 พบสองแม่ลูกเย่หลานซานอีกครั้ง
เที่ยงวันต่อมา ณ ประตูใหญ่สำนักกระบี่หิมะ
สองแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังยืนเจรจากับศิษย์เฝ้าประตูด้วยสีหน้ากระวนกระวาย หวังจะให้เขาอลุ่มอล่วยให้สักนิด
สองแม่ลูกคู่นี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคู่แม่ลูกเย่หลานซานที่โม่เหลียงเคยเจอที่ร้านชำสกุลอู๋นั่นเอง
"พี่ชาย ได้โปรดเถอะ ข้าขอร้อง แม้จะให้พวกข้าเข้าไปไม่ได้ ก็ช่วยตามตัวลูกชายข้า เย่โหยว ออกมาหน่อยได้ไหม ข้าเป็นแม่เขา ขอแค่เจอหน้ากันสักครั้ง พูดคุยกันไม่กี่คำ แล้วมอบของให้เขาหน่อยก็พอแล้ว" แม่ของเย่หลานซานวิงวอนศิษย์เฝ้าประตูแทบจะกราบกราน
ศิษย์เฝ้าประตูทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ลำบากใจสุดๆ
สองแม่ลูกคู่นี้มาเฝ้าอยู่หลายวันแล้ว เพื่อขอพบเย่โหยว
แต่หลังจากเขาไปตรวจสอบดู ก็พบว่าเย่โหยวเป็นแค่ศิษย์รับใช้ขั้นปรับกายาระดับสอง ตามกฎสำนัก ศิษย์รับใช้ห้ามออกจากสำนักและห้ามพบแขก จนกว่าจะโดนไล่ออกหรือเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายนอกได้
นี่คือกุศโลบายของสำนักเพื่อเคี่ยวเข็ญศิษย์ระดับล่างสุด พวกที่มีพรสวรรค์ต่ำต้อย ยิ่งต้องตัดขาดทางโลก มุ่งมั่นฝึกฝนอย่างหนัก ถึงจะมีสิทธิ์ยืนหยัดในสำนักกระบี่หิมะต่อไปได้
ถึงศิษย์เฝ้าประตูคนนี้จะเห็นใจและอยากช่วย แต่เขาเป็นแค่คนเฝ้าประตูตัวเล็กๆ จะไปมีอำนาจอะไร
สุดท้าย เขาได้แต่บอกกับสองแม่ลูกว่า "ข้าพาตัวคนออกมาไม่ได้จริงๆ และก็ไม่มีสิทธิ์พาพวกท่านเข้าไปด้วย แต่ข้าช่วยส่งข่าวหรือฝากของไปให้ได้ นี่คือที่สุดเท่าที่ข้าจะช่วยได้แล้ว"
เห็นเขาพูดขนาดนี้ สองแม่ลูกก็ไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ สำนักมีกฎของสำนัก ได้แต่หวังว่าเย่โหยวจะทำตัวให้ดี รีบเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายนอกไวๆ
ดูเหมือนเย่หลานซานจะคาดเดาสถานการณ์นี้ไว้แล้ว นางจึงยื่นห่อผ้าและจดหมายที่เตรียมมาใส่มือศิษย์เฝ้าประตู พร้อมกำชับว่า "รบกวนพี่ชายด้วยนะ ช่วยนำจดหมายและของฝากนี้ไปให้น้องชายข้าด้วย"
ศิษย์เฝ้าประตูพยักหน้า "วางใจได้ ข้าจัดการให้"
แต่ทันทีที่เขารับห่อผ้ามา มือใหญ่หยาบกร้านข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาฉกห่อผ้านั้นไปหน้าตาเฉย!
ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งเหมือนไม้เสียบผีแย่งห่อผ้ากับจดหมายไปถือไว้ แล้วตวาดด่าศิษย์เฝ้าประตู "ไอ้โง่! ไม่ดูตาม้าตาเรือ รับของซี้ซั้วได้ไงวะ!"
ศิษย์เฝ้าประตูสะดุ้งโหยง พอเห็นหน้าชายคนนั้นก็หน้าซีดเผือด ก้มหน้างุด ไม่กล้าเถียงสักคำ รอจนอีกฝ่ายด่าจบถึงค่อยกระซิบเสียงอ่อย
"ศิษย์พี่จางหยาง... พวกเขาเป็นแม่กับพี่สาวของศิษย์น้องในสำนัก แค่ฝากของไปให้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมั้งครับ"
ชายที่ชื่อจางหยางปรายตามองศิษย์เฝ้าประตูอย่างเหยียดหยาม แล้วพูดเสียงเย็น "ศิษย์น้องบ้าบออะไร ก็แค่ศิษย์รับใช้กระจอกๆ ยังไม่นับเป็นศิษย์น้องของพวกเราด้วยซ้ำ"
แทบไม่ต้องให้ใครอธิบาย จางหยางก็เดาสถานะของคนที่สองแม่ลูกมาหาได้ทันที เพราะมีแต่ศิษย์รับใช้เท่านั้นที่ห้ามออกห้ามเยี่ยม ถ้าเป็นศิษย์สายนอก อย่างน้อยก็อ้างว่าออกไปทำภารกิจเพื่อมาพบญาติได้
สำนักกระบี่หิมะก็เป็นแบบนี้ ยิ่งเก่ง ยิ่งมีผลงาน ยิ่งมีอิสระ ส่วนพวกห่วยๆ ไร้ผลงาน ก็จะโดนคุมเข้มเหมือนนักโทษ แน่นอนว่ามันก็มีข้อยกเว้นสำหรับตัวประหลาดบางคน อย่างเช่นโม่เหลียง...
ได้ยินคำดูถูกของจางหยาง ศิษย์เฝ้าประตูหน้าเจื่อน แม่ของเย่หลานซานก็ก้มหน้าด้วยความอับอาย แต่เย่หลานซานกลับของขึ้น ชี้หน้าด่าจางหยางทันควัน
"ศิษย์รับใช้แล้วมันหนักหัวใคร! ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสำนักของพวกท่านก็เคยเป็นศิษย์รับใช้มาก่อนเหมือนกัน น้องชายข้าสักวันหนึ่งจะต้องกลายเป็นคนที่พวกเจ้าต้องแหงนหน้ามอง!"
จางหยางแค่นหัวเราะ "เหอะ! มดปลวกริอาจตีตนเสมอท่านเจ้าสำนัก เชื่อไหมว่าแค่ประโยคเมื่อกี้ ข้าจับเจ้าข้อหาหมิ่นเกียรติสำนักได้เลยนะ!"
จริงๆ แล้วจางหยางแค่ขู่ไปงั้นๆ ที่เขาเข้ามาจุ้นจ้านก็เพราะหวังจะรีดไถหาเศษหาเลย แต่ไม่นึกว่าสองแม่ลูกนี่จะซื่อบื้อ ไม่รู้จักควักของกำนัลมาปิดปาก แถมยังกล้าปากดีใส่
จางหยางกะจะสั่งสอนนังเด็กไม่รู้ที่ต่ำที่สูงนี่ให้เข็ดหลาบ คิดว่าพอขู่ไปแบบนี้ นังบ้านนอกคงกลัวจนหัวหด
แล้วเผลอๆ เขาอาจจะได้ลาภลอยเพิ่ม โดยเฉพาะแม่สาวน้อยคนนี้... หุ่นเซี๊ยะน่าฟัดชะมัด จางหยางกวาดสายตาโลมเลียเรือนร่างเว้าโค้งของเย่หลานซานอย่างหยาบคาย
แต่ปฏิกิริยาของเย่หลานซานกลับผิดคาด นางตอกกลับทันที "เอาสิ! อยากจับก็จับเลย! ไปเรียกผู้อาวุโสมาตัดสินกัน ถ้าคำพูดแค่นี้ถือเป็นการหมิ่นเกียรติ สำนักกระบี่หิมะอันยิ่งใหญ่ก็คงมีดีแค่นี้ ใจแคบยิ่งกว่ารูเข็ม! สำนักพรรค์นี้ไม่อยู่ก็ไม่ตาย ข้าจะพาน้องชายข้ากลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละ!"
คำพูดของเย่หลานซานทำเอาทุกคนอึ้ง
จางหยางไม่คิดว่านางจะกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ ส่วนศิษย์เฝ้าประตูก็นับถือใจนางเงียบๆ เพราะเขารู้ดีว่าข้อหาที่จางหยางยัดเยียดมันไร้สาระ ขืนเรื่องถึงหูผู้อาวุโส คนที่จะซวยคือจางหยางเอง
แม่ของเย่หลานซานรีบขอโทษขอโพยแทนลูกสาว
แต่จางหยางผลักนางกระเด็น แล้วตวาดเสียงกร้าว "คิดว่าสำนักกระบี่หิมะเป็นสนามเด็กเล่นรึไง นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป!"
เย่หลานซานรีบประคองแม่ แล้วเชิดหน้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว "ข้าเคยนับถือว่าสำนักกระบี่หิมะเป็นสำนักใหญ่อันดับหนึ่งของอาณาจักร แต่เจ้ากลับทำตัวต่ำทราม รังแกคนไม่มีทางสู้ ทำสำนักแปดเปื้อน น่าขยะแขยง! คนอย่างเจ้าคู่ควรจะอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?"
"นังแพศยา!"
เหมือนโดนจี้ใจดำ จางหยางโกรธจัดจนหน้ามืด ง้างมือตบหน้าเย่หลานซานสุดแรงเกิด ฉากนี้ทำเอาทุกคนตกใจ แม้แต่ศิษย์เฝ้าประตูที่คุ้นเคยกับนิสัยแย่ๆ ของจางหยางยังคาดไม่ถึง ดูท่าคำด่าของเด็กสาวจะแทงใจดำเข้าอย่างจัง
แต่ฝ่ามือของจางหยางกลับชะงักค้างกลางอากาศ เพราะถูกมือปริศนาคว้าข้อมือไว้แน่น!
"ศิษย์พี่ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ ลงไม้ลงมือกับผู้หญิงไม่มีทางสู้แบบนี้ จะเสียชื่อสำนักกระบี่หิมะเอานะ" เด็กหนุ่มผู้มาใหม่ฉีกยิ้มกว้าง เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงยียวน
เขาคือโม่เหลียง ที่เพิ่งกลับมาจากเขาหม่างและยังไม่ได้เข้าสำนักนั่นเอง
จางหยางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดแขนออกอย่างหงุดหงิด โม่เหลียงก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ไม่ได้คิดจะหาเรื่องต่อ
"แกเป็นใคร?" จางหยางถามอย่างระแวง
ทันใดนั้น เสียงอุทานด้วยความดีใจของเย่หลานซานก็ดังขึ้น
"เป็นเจ้านี่เอง!"
โม่เหลียงเมินจางหยาง หันไปหาแม่ลูกตระกูลเย่ เกาจมูกยิ้มแหยๆ
"บังเอิญจัง เจอกันอีกแล้วนะ"
(จบตอน)