บทที่ 12 กำไลวงนี้แจ่มนี่หว่า
บทที่ 12 กำไลวงนี้แจ่มนี่หว่า
บทที่ 12 กำไลวงนี้แจ่มนี่หว่า
เรื่องราวภายในสำนักกระบี่หิมะ ชาวบ้านร้านตลาดในเมืองหุยหลงพอจะระแคะระคายอยู่บ้าง พวกเขารู้ดีว่าสำนักมีระบบการคัดกรองและเลื่อนขั้นศิษย์ที่ยุติธรรมและเข้มงวด ถ้าเป็นทองแท้ย่อมต้องเปล่งประกาย ในเมื่อนางบอกว่าน้องชายเป็นแค่ศิษย์รับใช้ ก็แสดงว่าพรสวรรค์คงงั้นๆ พื้นๆ ทั่วไป
ตลอดหลายปีมานี้ คนที่ไต่เต้าจากศิษย์รับใช้ขึ้นไปเป็นศิษย์สายนอกหรือสูงกว่านั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย พวกนักเลงคุมร้านเลยไม่ยี่หระกับคำขู่ของเด็กสาว ทำตัวกร่างได้เต็มที่
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเถ้าแก่อู๋ดูสงบลงเล็กน้อย ถึงเขาจะไม่กลัวศิษย์รับใช้กระจอกๆ แต่ก็ต้องไว้หน้าสำนักกระบี่หิมะบ้าง เถ้าแก่อู๋จึงโยนถุงใส่ผลึกปราณห้าก้อนคืนให้สองแม่ลูกแล้วไล่ส่ง "เอาเงินไป แล้วรีบไสหัวไปซะ"
เด็กสาวยังทำท่าจะพุ่งเข้าไปเถียงต่อ แต่ผู้เป็นแม่คว้าแขนรั้งไว้ นางก้มเก็บเงินบนพื้น แอบปาดน้ำตาที่หางตาเงียบๆ แล้วรีบลากลูกสาวที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงให้ออกไปจากที่นี่
แต่เด็กสาวยังเจ็บใจไม่หาย กำไลวงนั้นเป็นสมบัติประจำตระกูล ถ้าไม่เข้าตาจนจริงๆ พวกนางไม่มีวันเอาออกมาจำนำแน่ ตอนนี้กลับได้ค่าตอบแทนแค่ห้าผลึกปราณระดับต่ำ ซึ่งต่ำกว่าราคาที่คาดไว้เป็นสิบเท่า นางทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ
เห็นท่าทางฮึดฮัดไม่ยอมจบของเด็กสาว เถ้าแก่อู๋ก็หน้าตึงขึ้นมาอีกรอบ "ไม่อยากไปใช่ไหม? งั้นก็ไม่ต้องไป! นึกว่าข้ากลัวศิษย์รับใช้กระจอกๆ รึไงหา!"
ที่หน้าร้าน โม่เหลียงยืนกอดอกดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาแต่ต้น ส่ายหัวในใจ ยัยนี่มันนมโตสมองฝ่อจริงๆ ดูทิศทางลมไม่เป็นเอาซะเลย แม่นางเลี้ยงลูกมาจนโตป่านนี้ได้ก็นับว่าเก่งแล้ว คิดได้ดังนั้น เขาก็เดินก้าวเท้าเข้าไปในร้าน
พอเห็นลูกค้าใหม่เดินเข้ามา เถ้าแก่อู๋ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มต้อนรับทันควัน รีบโบกมือไล่พวกนักเลงออกไป บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
อาศัยจังหวะนี้ ผู้เป็นแม่รีบฉุดลูกสาวหัวดื้อให้เดินออกไป
แต่พอเห็นโม่เหลียงเดินสวนเข้าไป เด็กสาวก็ตะโกนบอกด้วยความหวังดี "นี่! ร้านนี้มันร้านโจร! ใจเถ้าแก่ดำยิ่งกว่าตอตะโก เป็นพวกโจรปล้นกลางวันแสกๆ อย่าเข้าไปนะ!"
ได้ยินแบบนี้ เถ้าแก่อู๋หน้าดำทะมึน เตรียมจะอาละวาด แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากด่า โม่เหลียงก็หันไปมองเด็กสาวแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า
"พี่สาวอกตูม ข้าว่าเถ้าแก่กับพวกพี่ชายในร้านก็ดูหน้าตาใจดีออกนะ เจ้าอย่าถือดีว่าตัวเองนมใหญ่ แล้วจะมาพูดจาเพ้อเจ้อมั่วซั่วนะ"
เด็กสาวอึ้งกิมกี่ ตาค้างพูดไม่ออก ส่วนเถ้าแก่อู๋หัวเราะชอบใจ "น้องชายพูดได้ดี! ข้าเถ้าแก่อู๋ทำมาหากินสุจริต เปิดเผย ใครในเมืองหุยหลงก็รู้กันทั่ว นังเด็กนี่มันปากพล่อยใส่ความข้า!"
เด็กสาวโกรธจนอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงแรงๆ ก่อนจะโดนแม่ลากตัวออกไป นางหันขวับมามองค้อนโม่เหลียงตาเขียวปั๊ด โยนความเกลียดชังที่มีต่อเถ้าแก่มาลงที่โม่เหลียงจนหมดสิ้น
เจอโจรชั่วว่าซวยแล้ว ดันมาเจอไอ้ลามกหน้าโง่อีก ทำไมนางถึงดวงซวยขนาดนี้!
คอยดูเถอะ เดี๋ยวแกโดนหลอกจนหมดตัวเมื่อไหร่ แม่จะสมน้ำหน้าให้!
เด็กสาวถูกแม่ลากออกมาหน้าร้านแต่ยังไม่ยอมไปไหน นางยืนรออยู่แถวนั้น อยากจะเห็นหน้าไอ้ลามกตอนโดนเถ้าแก่หน้าเลือดปลอกลอกจนหมดตัวเดินร้องไห้ออกมา
ในร้าน เถ้าแก่อู๋มองโม่เหลียงด้วยสายตาเอ็นดูราวกับเห็นขุมทรัพย์ "น้องชายอยากได้อะไร หรือจะเอาอะไรมาจำนำล่ะ?"
โม่เหลียงบอกรายการอุปกรณ์ล่าสัตว์ที่ต้องใช้ในป่า โดยเจาะจงเลือกแต่ของเกรดดีที่สุดในร้าน
เห็นท่าทางจ่ายหนักไม่อั้นของโม่เหลียง เถ้าแก่อู๋ก็ลิงโลดในใจ วันนี้ลาภปากจริงๆ เพิ่งเชือดหมูไปตัวนึง นี่มีหมูตัวที่สองเดินมาให้เชือดถึงที่
ขณะที่เถ้าแก่อู๋กำลังมัดห่อข้าวของเตรียมจะโก่งราคาแบบฟันหัวแบะ โม่เหลียงก็ทำท่าเหมือนเหลือบไปเห็นของเล่นน่าสนใจ ร้องทักขึ้นมา
"อุ๊ย เถ้าแก่อู๋ กำไลวงนี้แจ่มนี่หว่า!" โม่เหลียงตาลุกวาว จ้องมองกำไลสีฟ้าครามที่วางอยู่บนตู้ ซึ่งเป็นวงเดียวกับที่เถ้าแก่อู๋เพิ่งต้มตุ๋นสองแม่ลูกมาเมื่อกี้ยังไม่ได้เก็บเข้าที่
"คุณชายชอบรึ?" เถ้าแก่อู๋เปลี่ยนคำเรียกขานเป็นพินอบพิเทาทันที ยิ้มตาหยี
"อือ" โม่เหลียงหยิบกำไลสีฟ้าขึ้นมาส่องดู พลิกไปพลิกมา สักพักก็ทำหน้าตื่นเต้น "นี่มันหยกวิญญาณครามสมุทรนี่นา!"
"คุณชายตาถึงจริงๆ! นี่คือหยกวิญญาณครามสมุทรของแท้แน่นอน เกรดพรีเมียมซะด้วย! ข้าอุตส่าห์เสียเงินทองมากมายกว่าจะได้มา กะว่าจะเก็บไว้เป็นสมบัติประจำตระกูลส่งต่อให้ลูกหลาน แต่เห็นว่าถูกชะตากับคุณชาย คุยกันถูกคอ ถ้าคุณชายชอบ ข้าก็ยอมตัดใจขายให้"
ตอนที่พล่ามเรื่องนี้ สีหน้าท่าทางของเถ้าแก่อู๋จัดเต็มระดับนักแสดงรางวัลตุ๊กตาทอง ทั้งดูใจกว้างเหมือนยอมสละของรักให้เพื่อนสนิท และดูอาลัยอาวรณ์ราวกับกำลังจะส่งลูกสาวออกเรือน
"แหม จะดีเหรอครับ" ปากบอกเกรงใจ แต่มือโม่เหลียงกำกำไลไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทำท่าเหมือนเจอของรักของหวง
เห็นปฏิกิริยาของโม่เหลียง เถ้าแก่อู๋ยิ่งดีใจเนื้อเต้น วันนี้รวยเละกว่าที่คิดโว้ย!
แต่ภายนอก เถ้าแก่อู๋ยังคงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แสร้งทำเป็นลำบากใจสุดขีด
"ให้เถ้าแก่อู๋ต้องยอมตัดใจขายของรัก น้องชายอย่างข้ารู้สึกผิดจริงๆ เอาเป็นว่าท่านเสนอราคามาเลย ข้าไม่ต่อสักคำเดียว" โม่เหลียงประกาศก้องอย่างป๋า
"ใจถึง!" เถ้าแก่อู๋ตบเข่าฉาด ยกนิ้วโป้งให้โม่เหลียง แล้วทำท่าขมวดคิ้วคำนวณราคาอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยว่า "กำไลวิญญาณครามสมุทรเกรดนี้ เป็นวัสดุชั้นยอดสำหรับสร้างอาวุธวิเศษ ราคาตลาดอย่างต่ำก็สามร้อยผลึกปราณ แต่เห็นแก่ที่ถูกชะตากัน และคุณชายก็ใจสปอร์ต ข้าขอแค่สองร้อยแปดสิบผลึกปราณระดับต่ำพอ ถือว่าผูกมิตรกันไว้"
"เยี่ยม! งั้นน้องชายขอขอบคุณเถ้าแก่อู๋ล่วงหน้าเลย แต่ในเมื่อเถ้าแก่ใจป้ำขนาดนี้ น้องชายก็ไม่ขัดศรัทธา ในร้านเถ้าแก่ยังมีของดีอะไรอีกไหม ขนมาให้ดูหน่อย ข้าจะเหมาอีกสักหลายๆ ชิ้น" โม่เหลียงเปลี่ยนเรื่อง แล้วพูดเสริมว่า
"แต่เถ้าแก่ต้องเบาๆ มือหน่อยนะ ข้าเพิ่งออกจากบ้านมาเที่ยวครั้งแรก พกผลึกปราณติดตัวมาแค่พันกว่าก้อน ต้องเหลือไว้ให้ข้าใช้บ้าง ได้ยินว่าในเมืองมีหอชุนเซียงที่บริการดีๆ ข้ากะว่าจะเข้าไปหาพี่สาวผู้ฝึกตนร่วมเรียงเคียงหมอน หาความสำราญสักหน่อย"
"เข้าใจๆ ข้าเข้าใจดี" เถ้าแก่อู๋ยิ้มจนแก้มแทบปริ ในสายตาเขา ตอนนี้ไอ้หนุ่มนี่ก็แค่ลูกเศรษฐีบ้านนอกอ่อนต่อโลกคนหนึ่ง วันนี้เขาได้ลาภก้อนโตหล่นทับจริงๆ
"จริงสิ เถ้าแก่อู๋ แล้วของในห่อนั้นคิดเท่าไหร่ล่ะ?" โม่เหลียงชี้ไปที่ห่อเครื่องมือล่าสัตว์
"เศษเงินน่า ถือซะว่าพี่ชายคนนี้แถมให้ฟรีๆ เลย" เถ้าแก่อู๋หัวเราะร่า สรรพนามเปลี่ยนไปเรื่อย ยิ่งคุยยิ่งสนิท ก็แน่ล่ะ เทียบกับกำไลและของที่จะขายต่อไป ของพวกนี้มันแค่เศษเงินจริงๆ
(จบตอน)