เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 พบสองแม่ลูกในร้าน

บทที่ 11 พบสองแม่ลูกในร้าน

บทที่ 11 พบสองแม่ลูกในร้าน


บทที่ 11 พบสองแม่ลูกในร้าน

อีกด้านหนึ่ง โม่เหลียงเดินออกจากประตูใหญ่ของสำนักกระบี่หิมะ ศิษย์เฝ้าประตูพอเห็นว่าเป็นโม่เหลียง ก็ปล่อยผ่านไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถาม

สำนักกระบี่หิมะมีกฎอยู่ว่า ผู้ฝึกตนที่เข้าสำนักมา หากตบะยังไม่ถึงขั้นปรับกายาระดับห้า ห้ามออกจากสำนักโดยพละการ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นเช่นออกไปทำภารกิจ แม้แต่จะลากลับบ้านไปเยี่ยมญาติก็ไม่ได้ กฎนี้มีไว้เพื่อกระตุ้นให้ศิษย์ขยันหมั่นเพียร และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสำนัก เพราะถ้าศิษย์ที่ออกไปเดินเพ่นพ่านข้างนอกมีตบะอย่างน้อยขั้นปรับกายาระดับกลาง ก็ถือเป็นการสร้างหน้าตาให้สำนักได้บ้าง

แต่โม่เหลียงเป็นข้อยกเว้นพิเศษ เหล่าผู้อาวุโสสั่งปลดล็อคคำสั่งห้ามเข้าออกให้โม่เหลียงมานานแล้ว พวกเขาภาวนาอยากให้โม่เหลียงออกไปลอยชายข้างนอกเยอะๆ ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นบ้างก็ดี ยิ่งโม่เหลียงไม่อยู่ในสำนักนานเท่าไหร่ ซีซีก็รอดพ้นจากอิทธิพลแย่ๆ ของเจ้านั่นนานเท่านั้น...

พอออกจากสำนัก โม่เหลียงก็มุ่งหน้าไปยังเมืองหุยหลงที่อยู่ห่างออกไปสามสิบลี้

เมืองหุยหลงเป็นเมืองที่อยู่ใกล้สำนักกระบี่หิมะที่สุด แม้จะไม่ใช่เมืองใหญ่โตแต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และด้วยความที่อยู่ใกล้สำนัก จึงมักมีผู้คนแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน หรือผู้ฝึกตนที่ใฝ่ฝันอยากเข้าสำนักมารวมตัวกันที่นี่ ทำให้ผู้คนสัญจรไปมาขวักไขว่ คึกคักไม่ขาดสาย

นอกจากนี้ เมืองหุยหลงยังเป็นทางผ่านจากสำนักกระบี่หิมะไปยังเขาหม่าง ปกติแล้วหนุ่มสาวหน้าตาดี ราศีจับที่เดินกันอยู่ในเมือง ส่วนใหญ่ก็คือศิษย์จากสำนักกระบี่หิมะนั่นเอง

จุดหมายของโม่เหลียงในครั้งนี้คือเขาหม่าง แม้สัตว์อสูรในนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกระดับต่ำอย่างหมาป่าปีศาจสีเทาหรืองูลายดอก แต่สำหรับโม่เหลียงในตอนนี้ พวกมันก็ยังนับว่าเป็นภัยคุกคามอยู่ดี ก่อนเข้าป่าจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม พอเท้าแตะเมืองหุยหลง โม่เหลียงก็เดินสำรวจรอบๆ เพื่อหาร้านค้า เตรียมซื้อเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับใช้ในการล่า

เดินอยู่พักใหญ่ โม่เหลียงเงยหน้ามองป้ายร้านที่เขียนว่า ร้านชำสกุลอู๋ แม้หน้าร้านจะดูเงียบเหงา แต่โม่เหลียงก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก้าวเท้าเดินอาดๆ เข้าไป

ร้านนี้ค่อนข้างกว้างขวาง ทันทีที่โม่เหลียงก้าวเข้าไป ก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทดังลอยมา ภาพที่เห็นคือเถ้าแก่ร้านกำลังมีปากเสียงกับสองแม่ลูกคู่หนึ่งที่ดูท่าทางเดินทางมาไกล

ในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่น โม่เหลียงขยับเข้าไปใกล้หน่อย ยืนฟังอยู่ครู่หนึ่งก็พอจะจับใจความได้

ดูเหมือนร้านชำแห่งนี้จะรับจำนำของด้วย และสองแม่ลูกคู่นี้ก็กำลังมีปัญหากับเถ้าแก่เรื่องจำนำของนี่แหละ

"เถ้าแก่อู๋ ท่านลองดูดีๆ อีกทีเถอะ กำไลหยกวงนี้ทำจากหยกวิญญาณครามสมุทร ราคามันไม่ใช่แค่นี้แน่ๆ" หญิงวัยกลางคนเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งวิงวอน เหงื่อกาฬไหลท่วมหน้าด้วยความร้อนรน

"โว๊ะ! ข้าทำอาชีพนี้มากี่ปีแล้ว ข้าไม่มีทางดูพลาดหรอก เจ้าโดนคนหลอกขายมาแล้วล่ะ นี่มันหยกปลอม อย่างมากก็ให้ได้แค่ห้าผลึกปราณระดับต่ำ" เถ้าแก่อู๋ในชุดแพรสีเหลืองวางมาด พูดจาอย่างรำคาญ

"งั้น... งั้นข้าไม่จำนำแล้ว ท่านคืนกำไลให้ข้าเถอะ" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจ สีหน้าขมขื่น

"ไม่จำนำ? เจ้าทำข้าเสียเวลาตั้งนาน นึกจะเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนง่ายๆ งั้นรึ? ฝันไปเถอะ เอ้า นี่ห้าผลึกปราณระดับต่ำ เอาไปแล้วไสหัวไปซะ! อย่ามาขวางทางทำมาหากิน" พูดจบ เถ้าแก่อู๋ก็โยนถุงใส่ผลึกปราณใส่ร่างหญิงคนนั้น แล้วโบกมือไล่อย่างหมูอย่างหมา

ทันใดนั้น เด็กสาววัยสิบเจ็ดสิบแปดที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังผู้เป็นแม่ก็ก้าวออกมา นางชี้หน้าด่าเถ้าแก่อู๋ด้วยความโกรธ "ห้าผลึกปราณระดับต่ำ? ท่านไปปล้นเขาเอาง่ายกว่าไหม! นี่มันพฤติกรรมโจรชัดๆ คืนกำไลพวกเรามาเดี๋ยวนี้!"

เด็กสาวคนนี้ตารีรูปใบหลิว ใบหน้ารูปเมล็ดแตง แม้จะไม่ได้สวยจัดบาดตา แต่รูปร่างของนางนั้นชวนมองเป็นที่สุด เสื้อผ้าเนื้อหยาบไม่อาจปิดซ่อนหน้าอกหน้าใจที่อวบอิ่ม ผิวขาวดุจหิมะ ใบหน้าแดงระเรื่อ กลิ่นกายหอมกรุ่นแบบสาวแรกรุ่นโชยออกมา ทำเอาเถ้าแก่อู๋อดไม่ได้ที่จะจ้องมองตาเป็นมัน

สายตาโลมเลียของเถ้าแก่อู๋กวาดมองเรือนร่างเว้าโค้งของเด็กสาวอย่างหื่นกระหาย เขาไม่ตอบคำถามเด็กสาว แต่หันไปยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยใส่ผู้เป็นแม่ "ลูกสาวเจ้านี่มีค่ากว่าหยกนั่นเยอะ เป็นไง สนใจขายลูกสาวให้ข้าไหม ข้าให้สองร้อยผลึกปราณระดับต่ำเลยเอ้า"

คำพูดของเถ้าแก่อู๋ทำเอาหญิงสาวกัดฟันกรอด โกรธจนหน้าแดงก่ำ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเค้นคำพูดออกมาได้คำเดียว "หน้าด้าน!"

ผู้เป็นแม่รีบเอาตัวเข้ามาบังลูกสาว กันสายตาหยาบโลนของเถ้าแก่ แล้วรีบพูด "เถ้าแก่ ท่านอย่ามาล้อเล่นกับพวกเราสองแม่ลูกเลย เอาเงินท่านคืนไป แล้วคืนกำไลข้ามาเถอะ"

พูดพลาง หญิงวัยกลางคนก็พยายามยัดถุงผลึกปราณคืนใส่อกเสื้อเถ้าแก่อู๋ แล้วจะเอื้อมมือไปคว้ากำไลคืน

แต่เถ้าแก่อู๋กลับหน้าเปลี่ยนสี ถีบเปรี้ยงเข้าที่ท้องจนหญิงคนนั้นล้มกลิ้งไปกับพื้น ตวาดลั่น "กล้าดียังไงเอามือสกปรกมาแตะตัวข้า! รู้ไหมว่าเสื้อข้ามันราคาแพงแค่ไหน!"

เด็กสาวรีบประคองแม่ลุกขึ้น กำลังจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่อง แต่จู่ๆ ชายฉกรรจ์สองสามคนก็โผล่ออกมาจากไหนไม่รู้ ยืนกอดอกขวางทางไว้ด้วยสีหน้าหาเรื่อง

"ทำเสื้อข้าเปื้อน ห้าผลึกปราณระดับต่ำนั่นถือซะว่าเป็นค่าเสียหายก็แล้วกัน" เถ้าแก่อู๋แค่นเสียงฮึ

"ที่นี่ไม่มีกฎหมายหรือไง!" เด็กสาวกำหมัดแน่น ตะโกนถามด้วยความคับแค้นใจ

"กฎหมาย? เหอะๆ แม่นางน้อย ข้าจะบอกให้นะ ที่นี่น่ะ กำปั้นคือกฎหมาย คือเงินตรา ถ้าพวกเจ้าอยากได้เงินนัก ก็ลองมาชิมรสชาติกำปั้นดูหน่อยเป็นไง!" ใบหน้าของเถ้าแก่อู๋เผยแววอำมหิต

ลูกชายของเถ้าแก่อู๋เป็นศิษย์สายนอกของสำนักกระบี่หิมะ อาศัยบารมีลูกชาย เถ้าแก่อู๋จึงทำตัวเป็นนักเลงโต ข่มเหงรังแกชาวบ้านจนชื่อเสียงเหม็นโฉ่ไปทั่วเมืองหุยหลง คนในเมืองแทบไม่มีใครเข้าร้านมันหรือเอาของมาจำนำกับมัน ตอนนี้มันก็หากินได้แค่กับคนต่างถิ่นที่ดูไม่มีทางสู้และไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างสองแม่ลูกคู่นี้เท่านั้น

ได้ยินแบบนี้ สองแม่ลูกหน้าซีดเผือด เพิ่งรู้ตัวว่าหลงเข้ามาใน "ร้านมืด" เข้าให้แล้ว มิน่าล่ะร้านถึงได้เงียบเชียบขนาดนี้ ทั้งสองนึกเสียใจแต่ก็สายไปเสียแล้ว

"น้องชายข้าเป็นศิษย์สำนักกระบี่หิมะนะ!" เด็กสาวเหมือนนึกขึ้นได้ รีบงัดไม้ตายออกมาขู่

เถ้าแก่อู๋หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย รีบถาม "อ้อ เป็นศิษย์ระดับไหน?"

"ศิษย์... ศิษย์รับใช้" เด็กสาวก้มหน้าตอบเสียงอ่อย

คำตอบของเด็กสาวเรียกเสียงฮากร๊ากจากเถ้าแก่อู๋และพวกสมุน "ฮ่าๆๆๆ นึกว่าเป็นใครใหญ่โต ที่แท้ก็พวกเบ๊แบกหาม กวาดขี้กวาดเยี่ยวนี่เอง!"

เด็กสาวกัดริมฝีปากแน่น "น้องชายข้าอีกไม่นานก็จะได้เป็นศิษย์สายนอกแล้ว! ถึงตอนนั้นข้าจะให้เขามาพังร้านพวกแก!"

"โอ๊ย กลัวจังเล้ย ฮ่าๆๆๆ" พวกนักเลงหัวเราะชอบใจ เสียงดังลั่นร้าน

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 11 พบสองแม่ลูกในร้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว